ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 277 ส่งมอบสิ่งของยังชีพ
ผู้บังคับการซ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย “แค่สามก็ยังดีกว่าไม่มีเลย แบ ตมือถือของฉันยังเหลือ 96 เปอร์เซ็นต์ อาหยาง หวังชิง พวกนาย เหลือเท่าไหร่?”
“80” อาหยางตอบ
หวังชิงพูดติดขัด “… 2 เปอร์เซ็นต์”
“ทำไมเหลือแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ชาร์จก่อนออกมาเหรอ?” อา หยางถามขึ้นทันที
หวังชิงอึกอัก “ฉันลืม คิดว่าจะมาชาร์จในรถเอา”
เขาเหลือบมองโทรศัพท์ ใบหน้าพลันยับยู่
“โอ๊ย เครื่องดับเองซะงั้น”
อาหยางพูดไม่ออก “…”
เขากัดฟันแน่น ไม่รู้จะต่อว่าอะไรดี หวังชิงนี่ช่างเป็นตัวไร้ ประโยชน์ น่าโมโหชะมัด
ทั้งที่รู้ว่ามีภารกิจ ยังไม่ชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็มเผื่อไว้ ถ้ามี ภารกิจเร่งด่วนจากเบื้องบน แล้วหัวหน้าจะติดต่อเขาอย่างไร?
ผู้บังคับการซ่งพูดขึ้น “ช่างเถอะ แค่พวกเราสองคนก็พอ จริง ๆ ฉันก็เคยได้ยินชื่อมูนฟาร์มมาก่อน แต่ไม่เคยใช้งาน วันนี้ถือโอกาส
ลองดู ฉันจะตั้งชื่อว่าขอความช่วยเหลือหิมะถล่มภูเขาหยวนซาน หมายเลข 1 ส่วนนายก็ตั้งหมายเลข 2”
อาหยางตอบรับ
คนอื่น ๆ มองพวกเขาด้วยความกระตือรือร้น มันจะได้ผลหรือ เปล่านะ หวังว่ามันจะได้ผลด้วยเถอะ
…
ด้านมูนฟาร์ม
เซียวหมิงเยวี่ยรีบไปหาของในโกดังของมิติ มีทั้งพาวเวอร์แบงค์ และสายชาร์จ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้ประสบภัยเพื่อให้แน่ใจว่า โทรศัพท์ของพวกเขามีแบตเตอรี่ แต่พาวเวอร์แบงค์ในมิติของเธอก็ ไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว และจำเป็นต้องชาร์จก่อน
อาหารและน ้าดื่มเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก และต้องเป็นของร้อน ด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยรีบต้มข้าวต้มผักใบเขียวกับหมูสับ ใส่ธัญพืชต่าง ๆ ลงไปเพิ่ม หม้อใหญ่เต็มไปด้วยอาหาร เธอไม่รู้จะเรียกมันว่าข้าวต้ม อะไรดี เอาเป็นว่าขอแค่ให้อิ่มท้องและช่วยเพิ่มพลังงานก็พอ
นอกจากข้าวต้มแล้ว เธอยังต้มน ้าร้อนสองหม้อใหญ่
ขณะที่ต้มข้าวต้มบนเตา เธอไปที่โกดังเพื่อค้นหาสิ่งของที่จำเป็น อื่น ๆ พาวเวอร์แบงค์ความจุสูงและไฟฉายแรงสูงกำลังชาร์จไฟอยู่ ยัง ไม่ต้องดูแลชั่วคราว
เธอค้นหาไปมา ในที่สุดก็เจอยาฆ่าเชื้อแผลและผ้าพันแผล รวม ไปถึงยาอีกมากมาย จึงหยิบกล่องใหญ่มาวางบนพื้นที่ว่าง
ระหว่างค้นหาสิ่งของ เธอเหลือบไปเห็นเตาและถ่านหิน แต่เมื่อ ครุ่นคิดอย่างละเอียดก็ล้มเลิกไป พวกเขาถูกฝังอยู่ใต้ดิน ออกซิเจน แทบจะไม่เพียงพออยู่แล้ว ถ้าก่อเตาต้มน ้าเพื่อความอบอุ่นอีก คาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้พวกเขาตายได้
การเผาไหม้ยังใช้ก๊าซออกซิเจนอีกด้วย ฉะนั้นล้มเลิกความคิด นั้นซะ
“ยังต้องใช้อะไรอีกนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยดูรายการสิ่งของ เครื่องนอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าปูที่นอน
แม้ว่ากระท่อมหิมะจะมีผลในการกันหนาว แต่ข้างนอกอุณหภูมิ อยู่ที่ -40 องศาเซลเซียส นอนบนพื้นดินที่เย็นจัดคงจะหนาวมาก
พื้นที่เพาะปลูกมหัศจรรย์ผลิตฟางข้าวจำนวนมากทุกครั้งที่มี การเก็บเกี่ยว ครั้งนี้เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้เลือกปุ่มกำจัด แต่เก็บฟาง ข้าวกองสุมกันใหญ่โตเหมือนภูเขา
วางฟางข้าวบนพื้นดินที่เย็นจัด เพื่อกั้นความหนาวเย็นจาก พื้นดิน จากนั้นปูทับด้วยผ้าปูที่นอน ก็จะกลายเป็นเตียงนอนที่นุ่ม สบาย
ในอดีตหลายปีก่อน ชนบทก็ปูเตียงนอนกันแบบนี้
แต่เธอไม่มีผ้าปูที่นอนมากมายนักในมิติ ของที่คุณยายทำคงเอา ไปให้พวกเขาใช้ไม่ได้ มีแค่ส่วนที่ซื้อไว้ก่อนวันสิ้นโลก รวมไปถึงผ้า ห่มหนา ๆ
ตอนนั้นเธอไม่ได้ซื้อมากนัก เพราะที่บ้านยังมีอีกเยอะ คุณยาย จะทำผ้าห่มใหม่ให้ครอบครัวทุก ๆ สองปี และในตู้ก็มีมากมายจนเธอ ใช้ไม่หมด .
เวลานั้นที่กักตุนสิ่งของ เธอคิดว่ามันไม่จำเป็น อีกอย่างเธอก็ เตรียมหม้อต้มและถ่านหินไว้เพียงพอสำหรับก่อนวันสิ้นโลก ไม่ จำเป็นต้องใช้ผ้าห่มหนา ๆ จำนวนมาก แค่มีไว้เปลี่ยนก็เพียงพอ
ผ้ารองและผ้าห่มหนารวมกัน 15 ชิ้น และมีผ้านวมผืนหนาอีก 8 ผืน เธอเคยสั่งซื้อทางออนไลน์ไว้ก่อนวันสิ้นโลก แต่ไม่เคยเอา ออกมาใช้ คงต้องให้พวกเขานอนเบียด ๆ กันหน่อย
สินค้าที่ผลิตเป็นชุดแบบนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องการตรวจสอบ เนื่องจากก่อนวันสิ้นโลกมีขายเยอะแยะ
ยิ่งไปกว่านั้น เว็บไซต์ช้อปปิ้งดังกล่าวก็ปิดตัวลงไปแล้ว และในปี ที่สองของวันสิ้นโลก สำนักงานใหญ่ของเว็บไซต์ช้อปปิ้งก็ถูกน ้าท่วม แม้แต่ฐานข้อมูลก็ไม่มีเหลืออยู่
ต่อให้พวกเขาพยายามตรวจสอบ ก็ไม่มีทางตรวจสอบอะไรได้
แต่ด้วยความระมัดระวัง เซียวหมิงเยวี่ยจึงตัดฉลากออก
หลังจากเก็บกวาดเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยออกจากมิติและหยิบ โทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อติดต่อกับอีกฝ่าย เนื่องจากภายในมิติไม่มี สัญญาณ
ตอนนี้มีสองบัญชีในโทรศัพท์ที่ติดต่อกับเธออยู่เรื่อย ๆ บัญชี แรกชื่อว่า ‘ขอความช่วยเหลือหิมะถล่มภูเขาหยวนซานหมายเลข 1’ และอีกบัญชีชื่อว่า ‘ขอความช่วยเหลือหิมะถล่มภูเขาหยวนซาน หมายเลข 2’
ดูเหมือนว่านี่คือเจ้าหน้าที่ที่ติดอยู่ในใต้สะพานหยวนทงตามที่
หัวหน้าคนนั้นบอก เซียวหมิงเยวี่ยกดที่ไอดี ‘ขอความช่วยเหลือหิมะ ถล่มภูเขาหยวนซานหมายเลข 1’ แล้วพิมพ์ว่า
[มูนฟาร์ม] : ทางเราเห็นแล้ว เดี๋ยวจะเราจะแยกส่งลิงก์ให้คุณ แล้วคุณกดสั่งได้เลย เขียนที่อยู่ให้ละเอียดหน่อยนะ อยู่ใต้สะพาน หยวนทง สะพานช่องไหน ใกล้ ๆ มีอะไรเป็นสัญลักษณ์ โปรดเขียน บอกให้ชัดเจนด้วย
[ขอความช่วยเหลือหิมะถล่มภูเขาหยวนซานหมายเลข 1] : ได้ ครับ ผมคือผู้บังคับการซ่งเทียนกังจากหน่วยรบพิเศษเหยี่ยวป่า พวก เราทั้ง 18 ชีวิตขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ!]
หลังจากอ่านข้อความนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็ตกตะลึงไปชั่วครู่ ซ่ง เทียนกัง?
ผู้บังคับการซ่ง!
เป็นเขาเองหรือนี่
[มูนฟาร์ม] : หากต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม แจ้งทางเราได้เลยนะ แล้วเราจะช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่
เซียวหมิงเยวี่ยรีบส่งข้อความนี้ไป แล้วกลับเข้าสู่มิติส่วนตัว จากนั้นเปิดหน้าร้านค้าของมูนฟาร์มเดลิเวอรี่เพื่อเพิ่มสินค้าใหม่
สินค้าจากมูนฟาร์มเดลิเวอรี่สามารถส่งถึงมือลูกค้าได้ภายใน 20 นาที ขณะที่สินค้าของร้านมูนฟาร์มจะได้รับในวันถัดไป เธอจึง ต้องใช้บริการมูนฟาร์มเดลิเวอรี่
ชื่อสินค้า : สิ่งของยังชีพ
ราคาสินค้า : 1 หยวน
เซียวหมิงเยวี่ยตั้งค่าลิงก์การซื้อพิเศษ คนอื่นไม่สามารถซื้อได้ มี เพียงบัญชีของผู้บังคับการซ่งเท่านั้นที่สามารถกดสั่งซื้อ ในไม่ช้า สินค้าในลิงก์นี้ก็ขึ้นว่าถูกซื้อไปแล้ว
ในตอนนั้น ระบบแจ้งเตือนดังขึ้น
[นายท่าน ตรวจพบว่าสินค้าที่ขายบนมูนฟาร์มเดลิเวอรี่นั้น ละเมิดกฎ กรุณาตรวจสอบว่าต้องการดำเนินการต่อหรือไม่]
“ดำเนินการต่อ”
[รับทราบค่ะนายท่าน ได้หักเงิน 5,000 เหรียญปริศนาเรียบร้อย แล้ว]
ไม่ว่าจะเป็นร้านมูนฟาร์มหรือมูนฟาร์มเดลิเวอรี่ พวกมันต่างก็อยู่ ภายใต้การควบคุมดูแลของระบบ การดำเนินธุรกิจจึงมีความถูกต้อง ตามกฎอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกปรับ
สินค้าที่วางขายและสินค้าที่จัดส่งจะต้องตรงกัน ร้านมูนฟาร์ม สามารถขายได้แค่พืชผักและผลไม้ ส่วนเดลิเวอรี่ก็ขายได้แค่ของกิน เท่านั้น
เซียวหมิงเยวี่ยขนสิ่งของที่ละเมิดกฎไปไว้ในโซนรอส่ง ของพวก นั้นส่วนใหญ่ไม่ใช่ของกิน ระบบจึงต้องปรับเงิน แต่เธอไม่คาดคิดว่า จะถูกปรับเยอะขนาดนี้!
เธออุทานด้วยความเจ็บปวด รู้สึกเสียดายเงินมาก นี่มันเยอะ เกินไปแล้ว!!
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ปลาสากครีบ แดงหลายตัวโตเต็มที่แล้ว แค่เอาไปขายก็ได้ทุนคืน เงินแค่ 5,000 เหรียญปริศนา ไม่เยอะหรอก ไม่เยอะเลยสักนิด
ซ่งเทียนกังเอ๋ยซ่งเทียนกัง คุณติดหนี้บุญคุณฉันครั้งใหญ่หลวง แล้ว!
นอกจากข้าวต้มและน ้าร้อนแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยยังบรรจุบิสกิ ตจำนวนมาก ผักและผลไม้สดนานาชนิดที่สามารถกินดิบได้
รวมถึงของใช้จำเป็นอื่น ๆ อย่างกระดาษทิชชู
โชคดีที่เธอผิดกฎแค่ครั้งเดียว ครั้งต่อไปเธอไม่ต้องส่งของใช้ จำเป็นแล้ว แค่ส่งอาหารก็พอ ไม่อย่างนั้นเธอคงเสียดายเงินแย่
โดนหักครั้งละ 5,000 เหรียญปริศนา เท่ากับจำนวนห้าล้าน หยวน ใครจะยอมเสียล่ะ?
เมื่อส่งของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอจึงบีบนวดแขนที่ปวดเมื่อย รู้สึกเหนื่อยล้าจนเหงื่อเต็มตัว
เซียวหมิงเยวี่ยออกจากพื้นที่มิติ แล้วล้มตัวลงนอนบนโซฟา
[มูนฟาร์ม] : สินค้าทั้งหมดถูกส่งไปแล้ว หากที่อยู่ของคุณ ถูกต้อง สินค้าจะส่งถึงภายใน 20 นาที
[ขอความช่วยเหลือหิมะถล่มภูเขาหยวนซานหมายเลข 1] : ขอบคุณมากครับ
“พูดจาซะไพเราะเชียวนะ” เซียวหมิงเยวี่ยพึมพำ
หลังจากคุยกับซ่งเทียนกังเสร็จ เธอก็คุยกับไอดีแล้วแสงสว่างจะ สาดส่องในที่สุดหมายเลข 3 จากนั้นจึงลุกไปอาบน ้า เธอยุ่งอยู่กับ การจัดเตรียมสิ่งของจนไม่รู้ตัวว่าดึกดื่นขนาดนี้แล้ว
…
ใต้สะพานหยวนทง…
“ซื้อแล้วเหรอ? สั่งซื้อสำเร็จแล้วหรือยัง?” อาหยางถามด้วยความ ร้อนใจ
ผู้บังคับการซ่งพยักหน้า “ซื้อแล้ว เจ้าของร้านบอกว่าจะถึง ภายใน 20 นาที”
อาหยางดีใจมาก “จริงหรือเนี่ย? เจ๋งเป้งไปเลย!”
ไม่ใช่แค่อาหยาง แต่คนอื่น ๆ ก็ดีใจมากเช่นกัน บนใบหน้าของ พวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดพวกเขาก็จะได้มีอะไรตกถึงท้อง สักที
“จริงหรือครับ ดีใจจังเลย”
“ผู้บังคับการซ่งสุดยอดมาก หัวหน้าคิดวิธีนี้ได้ยังไง แบบนี้เราก็ รอดแล้วใช่ไหม?”
“ฉันหิวจนตาลายแล้ว”
“ฉันก็เหมือนกัน แถมกระหายน ้าด้วย”
“ผู้บังคับการซ่ง คุณซื้ออะไรมาบ้างครับ?”
ทุกคนต่างพูดจ้อถามกันให้วุ่น
แม้จะไม่รู้ว่ามูนฟาร์มส่งของมาได้อย่างไร แต่ขอแค่ของมาถึงก็ พอแล้ว ไม่สนใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะส่งมาด้วยวิธีไหน
หวังชิงที่นั่งอยู่มุมหนึ่งพ่นเสียงออกมา “ฉันไม่เชื่อหรอก น่าจะ เป็นพวกมิจฉาชีพหลอกลวง บริการส่งอาหารแบบไหนกัน ใครจะมา ส่ง พนักงานส่งอาหารคนไหนจะเข้ามาส่งได้? ซุนหงอคงหรือสไป เดอร์แมนเหรอ?
สมองพวกแกคงถูกแช่แข็งจนฟั่นเฟือน ใครพูดอะไรก็เชื่อไป หมด เอาของไร้สาระมาเป็นฟางเชือกสุดท้าย นี่มันเป็นไปตามหลัก วิทยาศาสตร์หรือไง? ก็แค่คนโง่เง่ากลุ่มหนึ่ง…”
ผู้บังคับการซ่งจ้องมองสีหน้าเย็นชา พยายามสกัดกั้นอารมณ์ โกรธ
“แล้วแกคิดว่าเวลานี้เราควรทำยังไง?”
หวังชิงตกตะลึง “ฉันไม่รู้หรอก คงแค่รอความตายแหละ ยังไงก็ ไม่รอดอยู่แล้ว เฮ้อ หวังว่าชาติหน้าจะได้เกิดมามีชีวิตที่ดีกว่านี้”
ผู้บังคับการซ่งอดรนทนไม่ไหว คว้าเศษดินแข็งขว้างใส่
“งั้นแกก็ไปตายซะ! ฉันล่ะเกลียดพวกขี้แพ้ชวนตีแบบแกที่สุด น่า รำคาญชะมัด!”