ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 278 เสบียงถูกส่งมาถึงแล้วจริง ๆ!
หวังชิงถูกก้อนดินแข็งกระแทกเข้าที่ศีรษะจนคร ่าครวญออกมา เบา ๆ ด้วยความโกรธ เขาตะโกนโต้กลับ
“กะ… แกกล้าทำฉันเหรอ?”
ผู้บังคับการซ่งจ้องเขม็ง “แล้วแกจะทำไม? ถ้าแกยังไม่หุบปากอีก ฉันจะทุบแกให้ตาย ตั้งแต่พวกเรามาหลบอยู่ใต้สะพาน ปากของแกก็ ไม่เคยหยุดเลย พ่นแต่คำพูดหดหู่ ฟังแล้วปวดหัวชะมัด
ถ้ามีคนแบบแกในสนามรบ คอยหักหาญขวัญกำลังใจของ กองทัพ ฉันคงฆ่าแกทิ้งซะ ถ้าแกอยากตายนัก ก็รีบไปตายไกล ๆ อย่ามารบกวนคนอื่นเขาที่นี่!”
หวังชิงตกใจจนสะดุ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความชิงชังขณะพึมพำ ออกมา
“กล้าพูดว่าตัวเองเป็นทหารอีกเรอะ ถึงเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนี้ ที่
ฉันพูดไปผิดตรงไหน? ฉันนี่แหละที่เข้าใจความเป็นจริง เชื่อใน วิทยาศาสตร์ ยึดมั่นในวัตถุนิยม ไม่เหมือนกับแก หลอกลวงคนอื่น สนุกนักเหรอ งั้นฉันจะดูซิว่ามีซุนหงอคงมาส่งข้าวให้พวกแกไหม!”
พูดจบ เขายังใช้ไหล่ชนเพื่อนร่วมทีมข้าง ๆ แล้วถามว่า “จินจื่อ นายก็คิดเหมือนกันใช่ไหม?”
จินจื่อเหลือบมองผู้บังคับการซ่งด้วยความหวาดกลัว พูดเสียง เบามากจนแทบไม่ได้ยิน
“ผะ… ผมคิดว่า ทั้งเขาและหัวหน้าคงไม่หลอกเราหรอกครับ เขา เป็นทหาร ผมเชื่อเขา…”
หวังชิงตบหมวกของเขา “ไอ้งี่เง่า ติดตามฉันมาตั้งนานไม่ได้ ประโยชน์อะไรเลย”
อาหยางหยิบดินแข็งก้อนใหญ่เท่าลูกเกรปฟรุต ซึ่งขุดไว้เมื่อครู่ นี้ ก่อนจะตั้งท่าเตรียมโยนไปที่หวังชิง
หวังชิงตกใจกลัว รีบลุกพรวดขึ้นไปหลบ
“เฮ้ย ๆ ๆ แกจะทำอะไร คิดจะฆ่าฉันหรือไง? ฉันไม่พูดแล้ว แค่ไม่ พูดก็พอใช่ไหม”
อาหยางพ่นลมหายใจเย็นชา ขว้างก้อนดินแข็งลงพื้นใกล้เท้า ของอีกฝ่าย เกิดเสียงดังตุบ
หวังชิงสีหน้ายับยู่รีบหลบหลีก “แกตั้งใจทำร้ายฉันจริงด้วย!”
ถ้าเขาไม่หลบ ก้อนดินแข็งขนาดใหญ่ก้อนนั้นคงฟาดไปที่เท้า เขาเต็มแรง และกระดูกเท้าคงแหลกละเอียด
“ทุบตีแกให้ตายไปเลยก็ดี” อาหยางพูดเสียงแข็ง
หวังชิงรีบหันไปมองผู้บังคับการซ่ง โดยตั้งใจจะบอกให้อีกฝ่าย ควบคุมลูกน้องตัวเองให้ดี แต่พอเห็นสายตาเย็นชาของผู้บังคับการ ซ่งแล้ว เขาก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไปอย่างไม่เต็มใจ
ทหารหน่วยเหยี่ยวป่าต่างมองหวังชิงด้วยความรังเกียจ ราวกับว่า วินาทีต่อไปพวกเขาจะเอาเศษดินแข็งยัดปากเขา
ส่วนลูกน้องของหวังชิงเองก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะเขาเองก็ ไม่ได้เป็นที่นิยมอยู่แล้ว ได้เป็นหัวหน้าก็เพราะเส้นสาย ลูกน้องจึงไม่ เข้าข้างเขา
ในสถานการณ์ที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายแบบนี้ ทหารดูจะเป็น คนที่น่าไว้ใจมากกว่า ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ ควรต่อต้านผู้บังคับการซ่งและลูกน้องของเขา
อีกอย่าง กองกำลังพิเศษเหยี่ยวป่ามีทหารตั้งสิบสองคน ในขณะ ที่ทีมของเขามีแค่หกคน แถมยังมีลูกน้องที่บาดเจ็บอีกสามคน ฝ่าย ตรงข้ามมีจำนวนมากกว่า แล้วยังมีกำลังมากกว่า จึงไม่ควรมีเรื่อง ขัดแย้งกับพวกเขาทุกกรณี
ยิ่งเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ คนปกติทั่วไปรู้ดีว่าต้องสามัคคีกัน ความ สามัคคีเท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้
หวังชิงกัดฟันแน่น ปิดปากสนิท ไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป
อาหยางยังคงสาปแช่ง “ไอ้สารชั่ว ถ้าของส่งมาจริง ๆ แกก็อย่า สะเออะมากินแล้วกัน”
หวังชิงย่อตัวเข้าไปในเสื้อผ้าของเขาและตอบโต้ในใจ ไม่กินก็ไม่ กินวะ รอไปเถอะ รอจนตายพวกแกก็ไม่ได้กินเหมือนกัน ไอ้พวกคน โง่เง่า!
ผู้บังคับการซ่งไม่ต้องการสนใจคนงี่เง่าอีก เขาหลับตาลง พยายามผ่อนคลาย และลดการใช้พลังงานให้มากที่สุด
ทันใดนั้น แสงสีขาวสว่างจ้าสาดส่องไปทั่ว บังคับให้ทุกคนต้อง หลับตาลงด้วยความแสงจ้า แสงนั้นมาเร็วและหายไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาเดียวมันก็มลายหายไปสิ้น
“แสงบ้าอะไรวะทำตาฉันพร่ามัวไปหมด?” อาหยางพยายามหรี่
ตาและยังปรับสายตาไม่ได้
“ทุกคนดูตรงมุมโน้นเร็ว!”
ใครคนหนึ่งชี้ไปยังมุมของกระท่อมหิมะแล้วตะโกนเสียงดัง
ทุกคนหันไปมอง เห็นว่าบริเวณที่ว่างเปล่าเมื่อสักครู่ จู่ ๆ ก็ ปรากฏกองสิ่งของมากมาย
มีข้าวต้มร้อน ๆ เรียงเป็นแถว กระติกน ้าร้อน ผัก ผลไม้ บิสกิต ผ้าห่มหนาวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ฟางข้าว และของใช้จำเป็นเบ็ดเตล็ด อีกมากมาย
ผู้บังคับการซ่งก็เห็นเช่นกัน เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจ้าของมูน ฟาร์มจะเอาใจใส่ขนาดนี้ แม้แต่ม้วนกระดาษทิชชูก็ยังมี
ทุกคนเบิกตากว้างราวกับไข่ห่าน มองสิ่งตรงหน้าด้วยความ ประหลาดใจ
“นี่ฉันไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม?” มีคนพึมพำเสียงเบา
เขาตบหน้าตัวเองหนึ่งครั้ง และสูดดมกลิ่นแรง ๆ ข้าวต้ม มันเป็น กลิ่นหอมของข้าวต้ม
“เฮ้ย นี่ไม่ใช่ความฝัน!”
“มันมาจากแสงสีขาวนั้นใช่ไหม? แสงสีขาวนั้นส่งอาหารมาให้ เรา!”
“โอ้โห มันเป็นความจริงหรือนี่”
“พระผู้เป็นเจ้า ผมรู้อยู่แล้วว่าผมต้องรอดออกไป”
หวังชิงเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความ ประหลาดใจ “นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ?”
นี่มันบริการส่งของแบบไหนกัน มันส่งมาได้จริง ๆ หรือ?
หวังชิงแอบชำเลืองมองคนรอบข้างอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขา เริ่มฉายแววความโลภ เขาต้องการอาหาร เขาต้องการน ้า!
ทุกคนดีใจสุด ๆ พากันโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น และวิ่งไปหา เสบียงกันอย่างรวดเร็ว
หวังชิงฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นไม่ทันได้ตั้งตัวรีบวิ่งไปข้างหน้า เขาเป็นคนวิ่งเร็วที่สุด ก่อนยื่นมือไปจะคว้าข้าวต้มมาสองถ้วย
ผู้บังคับการซ่งก้าวฉับ ๆ สองครั้งไปคว้าคอเสื้อเขาไว้ แล้ว ตะคอกใส่เสียงดัง
“ยังไม่มีใครได้กินทั้งนั้น จะรีบมาแย่งกันทำไม!”
ผู้บังคับการซ่งมองไปรอบ ๆ “ทุกคนไปเอาฟางข้าวมาปูบน พื้นดินที่เป็นน ้าแข็งเพื่อกันหนาว แล้วปูทับด้วยผ้าห่ม จัดการกับ ผู้บาดเจ็บก่อน จากนั้นค่อยรับอาหารกันอย่างเป็นระเบียบ ห้ามแย่ง กัน ใครฝ่าฝืน ฉันจะจัดการให้เด็ดขาด”
สมาชิกหน่วยรบพิเศษเหยี่ยวป่าพอรับมือได้ แม้จะตื่นเต้นมาก แต่พวกเขาก็ยังคงมีระเบียบวินัย
แต่ลูกน้องของหวังชิงบางคนเริ่มลงมือแล้ว ถ้าผู้บังคับการซ่งไม่ ห้ามไว้ หวังชิงคงคว้าข้าวต้มสองถ้วยไปกินคนเดียว
หวังชิงดิ้นรนและพูดว่า “แกจะมาจับฉันทำไม อากาศหนาว ขนาดนี้ เดี๋ยวข้าวต้มก็เย็นชืดหมด กินข้าวต้มก่อนเถอะ”
ผู้บังคับการซ่งโยนเขาลงพื้นแล้วตำหนิ “ลูกน้องของแกบาดเจ็บ ถึงสามคน! ในฐานะหัวหน้าทีม แกกลับไม่สนใจชีวิตลูกน้องของ ตัวเองเลย นี่แกมาเป็นหัวหน้าทีมได้ยังไง?”
ไอ้คนเหลวไหลแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติมันเลยสักนิด
อาหยางพูดจาเหน็บแนมว่า “ก่อนหน้านี้ใครกันนะที่บอกว่า ตัวเองเชื่อในวิทยาศาสตร์ และเป็นพวกวัตถุนิยม งั้นแกก็อย่ากินสิ”
“จริงด้วย แต่กลับวิ่งหน้าตั้งไปคนแรกเลย” สมาชิกหน่วยรบ พิเศษเหยี่ยวป่าอีกคนพูดเสริม
ทุกคนมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม เพราะพวกเขายังจำ ได้ดีว่าเมื่อครู่หวังชิงเพิ่งคุยโวอะไรไว้
หวังชิงหน้าแดงก ่า “ฉะ… ฉันเชื่อในวิทยาศาสตร์มันผิดเหรอ? อีกอย่างฉันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แล้วจะมีแรงไปดูแลคนเจ็บได้ ยังไง?”
“เลิกมาตีเนียนได้แล้ว ไปปูฟางข้าวซะ ไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวให้ กิน!” ผู้บังคับการซ่งเตะเขาอย่างแรง
ผู้บังคับการซ่งไม่มีเวลามาเถียงกับเขาอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าเขาจะ ให้อีกฝ่ายกินด้วย นี่คือเสบียงของทุกคน แต่จะไม่ยอมให้หวังชิงกิน ส่วนของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนของคนเจ็บ และเขาต้อง ทำงานแลกมันมา
ในใจหวังชิงไม่อยากทำเลยสักนิด แต่พอเห็นอาหารพวกนั้น เขา ก็อดกลั้นความโกรธ เก็บความอึดอัดใจไว้ แล้วไปกอดฟางข้าวอย่าง ว่าง่าย
สมาชิกที่เหลืออีกสองคนในทีมของหวังชิงต่างแยกย้ายกันไปปู ฟางข้าวเงียบ ๆ รีบทำงานให้เสร็จ จะได้กินข้าวเร็ว ๆ
“แกคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าใหญ่หรือไง ทำไมต้องฟังคนแบบแก ด้วยวะ” หวังชิงบ่นพึมพำเบา ๆ
ผู้บังคับการซ่งขมวดคิ้ว “แกพูดว่าอะไรนะ? พูดให้มันดัง ๆ หน่อย”
หวังชิงรีบส่ายหน้า “เปล่า ๆ ไม่มีอะไร”
แน่นอนว่าสมาชิกหน่วยรบพิเศษเหยี่ยวป่าไม่มีใครนิ่งเฉย บ้าง ออกไปนับจำนวนสิ่งของ บ้างก็ช่วยปูฟางข้าว ต่างคนต่างทำหน้าที่
ของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ผู้บังคับการซ่งเปิดไฟฉายไว้ก่อนแล้ว ทำให้มีแสงสว่างภายใน และทุกคนก็มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากไฟฉายแล้ว ยังมีกล่องเทียนไขที่เซียวหมิงเยวี่ยมอบให้ พวกเขาไว้จุดเพื่อแสงสว่าง เมื่อแบตเตอรี่ในไฟฉายหมด เทียนไขก็ ยังสามารถนำมาใช้งานได้อีกระยะหนึ่ง
เทียนไขไม่เหมือนเตา การเผาไหม้ใช้ก๊าซออกซิเจนเพียง เล็กน้อยเท่านั้น