ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 279 ข่าวการตายของเจียงเหมยเหมย
ฟางข้าวถูกปูทีละชั้นอย่างหนาแน่นมาก จากนั้นนำผ้าห่มมาปู ทับไว้เรียงรายแบบนอนรวมกัน
ผ้าห่มไม่สามารถแจกให้ใช้คนละผืนได้ มันเพียงพอให้ใช้สองถึง สามคนต่อหนึ่งผืนเท่านั้น จำเป็นต้องนอนเบียดกันหน่อยจึงจะพอดี นอนรวมกันไว้จะได้อบอุ่นด้วย
หลังจากปูผ้าห่มเสร็จ ผู้บังคับการซ่งลองใช้มือกดลงไป ซึ่งรู้สึก นุ่มมาก
ผู้บังคับการซ่งและอาหยางร่วมแรงร่วมใจกันยกผู้บาดเจ็บขึ้นไป บน ‘เตียง’ อย่างเบามือ แล้วจึงห่มผ้าห่มให้พวกเขา
“ได้เวลาแจกจ่ายเสบียงแล้ว ข้าวต้มมีทั้งหมด 18 ถ้วย แจกคนละ ถ้วย นอกจากนี้ยังมีกระติกน ้าร้อนอีก 8 อัน ไปเอาแก้วคนละใบ ใคร อยากดื่มน ้าก็รินเอาเอง…”
ภายใต้การดูแลของผู้บังคับการซ่ง การแจกเสบียงเป็นไปอย่าง ราบรื่น หวังชิงไม่กล้าพูดจาหดหู่ใจอีกต่อไป กลับกลายเป็นหัวเราะ โบกมือขอโทษขอโพย แล้วรับข้าวต้มร้อน ๆ จากมือของผู้บังคับ การซ่งอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจไม่ให้ เขา
ทุกคนต่างรับชามข้าวต้มมากอด ก่อนจะเปิดกินอย่างเอร็ดอร่อย
“หอมจัง! ข้าวต้มยังร้อน ๆ แถมหอมมากด้วย!”
“มีหมูสับด้วย อืม~ อร่อยจัง!”
ทุกคนต่างส่งเสียงด้วยความพึงพอใจ ท้องของพวกเขาว่างเปล่า มานานแล้ว ข้าวต้มร้อน ๆ หนึ่งถ้วยนี้ทำให้พวกเขารู้สึกมีกำลังและ พร้อมที่จะทำอะไรก็ได้
ในขณะที่ผู้บังคับการซ่งและสมาชิกทีมบางคนไม่ได้ทานข้าวต้ม พวกเขากำลังยุ่งอยู่กับการทำแผลให้ผู้บาดเจ็บ รอจนกว่าจะป้อน อาหารให้ผู้บาดเจ็บเสร็จแล้ว พวกเขาจึงค่อยทาน
“ขอบคุณครับ ผู้บังคับการซ่ง” ไป๋เผิงพูดเสียงแผ่วเบาอย่างอ่อน แรง
ผู้บังคับการซ่งช่วยพันแผลให้เขา “ไม่ต้องขอบคุณหรอก พวก เราต่างก็เป็นพี่น้องกัน”
อาหยางยกข้าวต้มถ้วยหนึ่งเข้ามา “พี่ชาย อ้าปากนะ”
ไป๋เผิงอ้าปากกินข้าวต้ม น ้าตาคลอเบ้า ข้าวต้มหนึ่งคำนี้ทำให้ รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว โดยเฉพาะที่ใจ มันอบอุ่นเกินกว่าจะอธิบาย
หวังชิงมองดูพวกเขาที่กำลังยุ่งอยู่ พลางมุ่ยปากด้วยความดูถูก ถ้าไม่รีบกินข้าวต้มตอนนี้ เดี๋ยวมันจะเย็นชืดกลายเป็นไม่อร่อยไปเสีย หรอก
ถ้าไม่กินก็เอามาให้ฉันกินสิ เสียของเปล่าจริง ๆ เขาอยากจะกิน เพิ่มอีกถ้วย
“ผู้บังคับการซ่ง แอปเปิลพวกนี้จะแจกจ่ายเมื่อไหร่? รีบแจกให้ พวกเรากินกันเถอะ” หวังชิงถาม
ผู้บังคับการซ่งไม่ยอมเงยหน้าขึ้น “ไม่มีส่วนของแก เราต้องเก็บ ไว้ให้คนเจ็บทานเพื่อเสริมวิตามินในร่างกาย”
หวังชิงโมโหทันใด “ทำไมล่ะ? ไม่ยุติธรรมสักนิด!”
ผู้บังคับการซ่งจ้องเขม็งด้วยสายตาดุ “ฉันบอกว่าไม่มีส่วนของ แก ก็คือไม่มี! คนที่ไม่สนใจไยดีสมาชิกในทีมของตัวเอง ตอนนี้จะมา โวยวายอะไรอีก แกอยากจะกินอาหารให้ครบห้าหมู่นักหรือไง แค่ ยอมให้กินข้าวต้มก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าแกยังบ่นอีก ฉันจะฆ่าแกหมก หิมะซะ ยังไงก็ไม่มีใครรู้อยู่แล้ว!”
ผู้บังคับการซ่งจ้องเขม็งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ เขา เกลียดชังเศษสวะขี้แพ้แบบหวังชิงที่สุด
หวังชิงรู้สึกเสียหน้า เขาเคยได้รับความโปรดปรานจากผู้อื่นมา โดยตลอด แล้วเหตุใดถึงถูกปฏิบัติด้วยแบบนี้?
แต่ตอนนี้เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก จึงไม่กล้าต่อปากต่อคำ กับผู้บังคับการซ่ง เพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายโกรธ
หวังชิงกลืนความไม่พอใจลงคอแล้วพูดด้วยเสียงเบา
“ใจเย็น ๆ หน่อยสิ ทำไมใจร้อนแบบนี้ ผมไม่ได้พูดอะไรเลย ไม่ได้พูดอะไรจริง ๆ”
ผู้บาดเจ็บสามคนรู้สึกผิดหวังกับหวังชิงมาก ชายคนนี้เป็น หัวหน้า และพวกเขาเป็นสมาชิกในทีม แต่หวังชิงกลับไม่สนใจไยดี พวกเขาเลย ปล่อยให้อาสาสมัครทีมอื่นมาทำแผลให้
สมาชิกในทีมที่เหลืออีกสองคนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ หันมองหน้า กันและกัน ก่อนเร่งรุดไปดูแลคนเจ็บ ป้อนข้าวต้มและน ้าให้พวกเขา ได้ดื่มกิน
ทุกคนทุกฝังอยู่ที่นี่ จึงควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากวันหนึ่ง พวกเขาประสบปัญหา ก็จะมีคนมาช่วยเหลือพวกเขาเช่นกัน
พวกเขารู้สึกผิดหวังกับหัวหน้าทีมมาก หวังชิงสามารถเพิกเฉย ต่อคนเจ็บได้ เขาก็เพิกเฉยต่อสมาชิกคนอื่น ๆ ได้เช่นกัน คนแบบนี้
จะเป็นผู้นำที่ดีได้อย่างไร?
พวกเขาไม่จำเป็นต้องเคารพชายคนนี้อีกต่อไป
ในใจของพวกเขา ผู้บังคับการซ่งกลายเป็นหัวหน้าโดยปริยาย เขาเป็นทหารที่ดี ทุกคนจึงเชื่อฟังคำพูดของเขา
หลังจากดูแลผู้บาดเจ็บแล้ว ผู้บังคับการซ่งจึงทานข้าวต้ม ขณะเดียวกันก็รายงานสถานการณ์ต่อหัวหน้า โดยอธิบาย สถานการณ์ทุกอย่างของพวกเขา
เมื่อหัวหน้าทราบว่าพวกเขามีเสบียงเพียงพอแล้ว เขาก็รู้สึก สบายใจมากขึ้น
…
ภายในโรงแรมของเมืองบันเทิง ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังนอน หลับบนเตียง เธอก็ได้รับสองข้อความ
[ขอความช่วยเหลือหิมะถล่มภูเขาหยวนซานหมายเลข 1] : เรา ได้รับสิ่งของแล้ว สิ่งของยังชีพครบครัน ขอบคุณสำหรับความ ช่วยเหลือของคุณ และข้าวต้มก็อร่อยมากครับ
แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าของร้านใช้พลังพิเศษอะไรในการส่งสิ่งของให้ พวกเขา แต่จากสิ่งของทั้งหมดที่ได้รับ ผู้บังคับการซ่งรู้สึกโดย สัญชาตญาณว่าเจ้าของร้านต้องเป็นคนละเอียดรอบคอบอย่างมาก
เพราะเขาคิดอย่างรอบคอบ ใส่ใจรายละเอียดแทบทุกอย่าง
เขาคิดถึงแม้กระทั่งการใช้ฟางรองพื้นเพื่อป้องกันความเย็นจาก พื้นดิน แม้แต่ไฟแช็กจุดเทียนก็มีให้ เรียกว่าใส่ใจสุด ๆ
ผู้บังคับการซ่งตอนนี้ไม่ใช่พวกวัตถุนิยมอีกต่อไป เพราะภัยพิบัติ ทางธรรมชาติในช่วงสามปีที่ผ่านมา มันช่างดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอา เสียเลย
สรุปสั้น ๆ ว่า เจ้าของมูนฟาร์มเก่งกาจทีเดียว มันคือคำพูดจาก ใจของผู้บังคับการซ่ง เขาชื่นชมอีกฝ่ายมากจริง ๆ
[แล้วแสงสว่างจะสาดส่องในที่สุดหมายเลข 3] : เจ้าของร้าน พวกเราที่ติดอยู่ได้รับสิ่งของช่วยเหลือแล้ว ขอบคุณสำหรับความ ช่วยเหลือของคุณ คุณต้องการเงินเท่าไหร่ครับ?
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดปากหาว แล้วตอบกลับผู้บังคับการซ่งก่อน
[มูนฟาร์ม] : ด้วยความยินดี
จากนั้นตอบกลับคุณหมายเลข 3
[มูนฟาร์ม] : เราดูเหมือนคนโลภขนาดนั้นเลยหรือ? ครั้งนี้ถือว่า เป็นการสร้างมิตรภาพและทำการกุศล ครั้งต่อไปค่อยว่ากัน
ผู้บังคับการซ่งเป็นเพื่อนของเธอ การช่วยเหลือเขาจึงเป็นเรื่อง ปกติ เพราะตอนที่เธออาศัยอยู่ในชุมชนหวาฮั่น อีกฝ่ายก็เคย ช่วยเหลือเธอมาหลายครั้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ร่วมมือกับหน่วยงานป้องกันภัยพิบัติ แห่งชาติ เธอจึงอยากสร้างความประทับใจที่ดี เผื่อไว้ในอนาคตถ้า เธอต้องการความช่วยเหลืออะไร จะได้คุยเรื่องเงื่อนไขได้ง่ายขึ้น
ของที่ส่งไปนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ ไม่คุ้มค่าที่จะพูดถึง เธอแค่ถูกปรับ 5,000 เหรียญปริศนาเท่านั้น ขายปลาสากครีบแดงตัวเดียวก็ได้เงิน เป็นล้านแล้ว เธอไม่เสียดายหรอก ไม่เสียดายเลยสักนิด
ฮือฮือ~
ในทางตรงกันข้าม เมื่อหัวหน้าเห็นข้อความนี้ เขาอึ้งไปสอง วินาที จากนั้นก็หัวเราะออกมาดัง ๆ
“คนคนนี้น่าสนใจดี ตรงไปตรงมา ไม่สิ เขาเป็นมนุษย์หรือเปล่า นะ? บางทีอาจไม่ใช่ก็ได้…”
ท้ายที่สุดนี่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้ หัวหน้าไม่ได้ลืมข่าวลือ เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว
[แล้วแสงสว่างจะสาดส่องในที่สุดหมายเลข 3] : ได้ครับ! ทางเรา ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ผูกมิตรกับคุณ
…
ผู้บังคับการซ่งได้รับสิ่งของช่วยเหลือแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็สบาย ใจขึ้น ความง่วงงุนเข้ามาเยือน ก่อนจะผล็อยหลับไปแทบจะทันที
เวลาเช้าตรู่วันต่อมา เธอยืดเส้นยืดสายหลังจากตื่นนอน ตาม นิสัยเธอที่มักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก่อนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อ เหลือบมองข้อความแชตในกลุ่มบ่นชั้น 22 ความง่วงก็หายเป็นปลิด ทิ้ง
เจียงเหมยเหมยเสียชีวิตแล้ว!
เธอเสียชีวิตเมื่อคืนนี้
เกิดอะไรขึ้น???
เมื่อไม่นานมานี้เธอยังมีชีวิตชีวาและทะเลาะกับทุกคนอยู่เลย ทำไมถึงตายกะทันหันได้?
เซียวหมิงเยวี่ยรีบเปิดกลุ่มแชต พบว่าทุกคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับ เรื่องนี้…
[สตรีกุหลาบ] : มันเป็นเรื่องจริงนะ มันเป็นเรื่องจริง ฉันไปทาน ข้าวที่ร้านอาหารเมื่อคืน แล้วก็เห็นว่านั่นคือเจียงเหมยเหมย เธอ กำลังตักอาหารเข้าปาก จู่ ๆ ก็สำลัก แล้วอาเจียนออกมาเป็นเลือด กองใหญ่ จากนั้นตัวสั่นเทิ้มรุนแรง ล้มลงกระแทกพื้นลืมตาโพลง มัน ทำให้ฉันกลัวมากเลย!
[สตรีกุหลาบ] : สามีของเธอร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าอยู่ข้าง ๆ พร้อมกอดศพไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ใครแตะต้อง ดูแล้วน่าเศร้าใจ เหลือเกิน ยังหนุ่มแน่นอยู่แท้ ๆ ต้องกลายเป็นหม้ายซะแล้ว
[หยาดฝนบนดอกท้อ] : พูดตามตรง สามีภรรยาคู่นั้นนิสัยก็ทั่ว ๆ ไป แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นเหนียวแน่นมาก สมกับที่โบราณ เขาว่า เตียงนอนหนึ่งเตียง นอนได้แค่สองคน
[หน้าท้องกลมป่อง] : พระเจ้าช่วย ฉันดูวิดีโอที่ใครบางคนโพสต์ มันน่ากลัวมากเลย จู่ ๆ เธอก็อาเจียนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายบิด เบี้ยวเหมือนซอมบี้กลายพันธุ์ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? คงไม่ใช่ว่าโมโห พวกเราจนเป็นแบบนั้นหรอกนะ?
[ซานตาคลอสอยู่ที่ไหน] : พูดบ้าบออะไร มันไม่เกี่ยวอะไรกับ พวกเราเลย อีกอย่างก็เห็นกันอยู่ว่าผู้คนนั้นสติฟั่นเฟือนชัด ๆ ใครจะ ไปทำให้เธอโกรธได้ล่ะ? ชัดเจนเห็น ๆ ว่าเธอป่วย เธออาจจะป่วยทาง ร่างกาย หรือไม่ก็โดนวางยาพิษ
[กินสเต๊กเป็นของว่างยามดึก] : แล้วไงต่อ ตำรวจมาไหม?
[สตรีกุหลาบ] : มาสิ ตำรวจมาเยอะมาก ผู้จัดการร้านและ พนักงานเสิร์ฟต่างก็ตกใจกลัว พวกเราไม่กล้ากินอาหารกันเลย กลัว ว่าจะในอาหารจะมีพิษ
[กินสเต๊กเป็นของว่างยามดึก] : น่ากลัวมาก ฉันดูวิดีโอแล้ว เหมือนกัน เคยเห็นฉากแบบนี้แค่ในหนังซอมบี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็น กับตาตัวเอง
[สตรีกุหลาบ] : ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ชอบเจียงเหมยเหมย แต่คนที่
ปกติดีกลับตายไปง่าย ๆ แบบนี้ ชีวิตมนุษย์ช่างเปราะบางเหลือเกิน ทุกคนต้องดูแลรักษาชีวิตตัวเองให้ดีนะ
[ซิดนีย์] : จริงด้วย จริงด้วย ชีวิตสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด
[หน้าท้องกลมป่อง] : เห็นด้วย
…
เมื่อเห็นข้อความในกลุ่มแชต เซียวหมิงเยวี่ยถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อ วานนี้เธอก็เห็นวิดีโอนั้นเหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีเวลาได้ดูให้ชัดว่าคน ในวิดีโอเป็นใคร
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเจียงเหมยเหมย แถมเธอยังเสียชีวิตแล้วด้วย
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ตำรวจมาที่เกิดเหตุแล้วเหรอ? ชันสูตร ศพแล้วหรือยัง? บอกสาเหตุการเสียชีวิตได้ไหม?
[สตรีกุหลาบ] : ฉันไม่ทราบค่ะ ตำรวจมาเก็บศพไปแล้ว และทำ ความสะอาดที่เกิดเหตุ ฉันรีบกลับห้องพักทันที ไม่กล้าอยู่ที่
ร้านอาหารต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์พลางครุ่นคิดอยู่นาน แม้ว่าการเสียชีวิตในยุคสิ้นโลกจะเป็นเรื่องปกติ แต่การตายของเจียง เหมยเหมยดูจะกะทันหันเกินไป
เมื่อพิจารณาจากสภาพปกติของเธอ พูดจาฉะฉาน เสียงดังฟัง ชัด ตัวคนเดียวสามารถดุด่าคนอื่นได้ห้าคน ซึ่งน่าจะเป็นคนสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง
แปลกจริง