ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 280 ความโศกเศร้าของหลี่เซียน
“ขอโทษด้วยครับ แต่ผมไม่ไหวแล้ว ผมทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ…”
หลี่เซียนกุมศีรษะ สีหน้าดูเจ็บปวดมาก ขณะร้องไห้สะอื้น ผมเผ้า ดูยุ่งเหยิง ดวงตาแดงก ่า บ่งบอกถึงความอ่อนเพลียจากการอดหลับ อดนอน
ตำรวจสี่คนที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงข้าม มองหน้ากันไปมาอย่าง สับสน
“ใจเย็น ๆ นะคะคุณหลี่เซียน เราเข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่ คุณต้องใจเย็นลงก่อน แล้วเราค่อยถามกันใหม่ดีไหมคะ?”
ตำรวจหญิงคนหนึ่งเอ่ยปากปลอบโยน เธอชื่อเสี่ยวอวี๋
หลี่เซียนส่ายหน้า “ขอโทษครับ ถามมาได้เลย อย่าเสียเวลาของ พวกคุณเลยครับ”
ตำรวจที่นั่งอยู่ตรงกลางแซ่เฉิง เขาอาวุโสที่สุด และเป็น ผู้รับผิดชอบการสอบสวน
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงมองหลี่เซียนและถามสีหน้าจริงจัง
“คุณหลี่เซียน ภรรยาของคุณมีโรคประจำตัวอะไรบ้างไหม? ช่วง นี้มีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า?”
หลี่เซียนตอบด้วยสีหน้าเศร้า “ภรรยาของผมเป็นมะเร็งกระเพาะ อาหาร ก่อนหน้านี้ได้รับการรักษามาโดยตลอด แต่เนื่องจากภัยพิบัติ
ทางธรรมชาติช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราหาซื้อยาไม่ได้ ไม่คิดว่าโรคจะ ลุกลามเร็วขนาดนี้ และจู่ ๆ ก็…”
เขายกมือปิดหน้า พูดต่อไม่ไหว
“มะเร็งกระเพาะอาหารเหรอคะ? แต่จากที่เราดูกล้องวงจรปิด เห็น คุณภรรยาของคุณตอนมาถึงร้านอาหารก็ดูปกติดี ไม่เหมือนคนป่วย เป็นมะเร็งเลย” เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋รู้สึกสงสัย
หลี่เซียนถอนหายใจยาว “ก็จริงครับ ก่อนหน้านี้เธอเคยผ่าตัด มาแล้ว และฟื้นตัวได้ดี ดูเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ช่วงสองปีมาที่หา ซื้อยาไม่ได้ จึงต้องหยุดยาตั้งแต่นั้นมา คิดว่าเธอคงหายขาดแล้ว ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ เธอเพิ่งพบเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่าง หนัก โรคจึงกำเริบขึ้นอย่างฉับพลัน”
“เป็นความผิดของผมเอง เพราะผมดูแลเธอไม่ดี รู้ทั้งรู้ว่าเธอรับ แรงกดดันไม่ได้ โมโหไม่ได้ เป็นความผิดของผมทั้งหมด” หลี่เซียน รู้สึกเสียใจสุดซึ้ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงซักต่อ “รับแรงกดดันอะไร? เกิดอะไรขึ้น เล่า รายละเอียดหน่อย”
“ก่อนหน้านี้พวกเราเคยเลี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่ง…” หลี่เซียนเริ่มเล่า เรื่องราวทั้งหมด
หลังจากฟังคำอธิบายของหลี่เซียนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋
อดที่จะโมโหไม่ได้พร้อมพูดว่า
“มันจะมากเกินไปแล้ว ต่อหน้าธารกำนัลให้เธอตบหน้าตัวเองสิบ ที แบบนี้เป็นการดูหมิ่นกันไม่ใช่เหรอ? เลวทรามจริง ๆ!”
“คนปกติทั่วไปยังทนกับความอัปยศแบบนี้ไม่ได้ นับประสาอะไร กับคนป่วย แล้วยิ่งคนป่วยเป็นมะเร็งไม่แย่ยิ่งไปใหญ่เหรอ? ถ้าเป็น โรคหัวใจมีสิทธิ์ไปสวรรค์ตรงนั้นเลยนะ โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล จึงมีคนสารพัดประเภท คนเลวแบบนี้ควรจะจับโยนลงไปในบ่อหนอน ให้หนอนฟันแทะกินให้หมด…”
“อะแฮ่ม!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋อดรู้สึกเห็นอกเห็นใจเจียงเหมยเหมย ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงจึงกระแอมสองสามทีเพื่อเตือนเธอให้นึก ถึงหน้าที่ และอย่าลืมว่ามาทำอะไรที่นี่
พวกคนหนุ่มสาวมักจะใจร้อนแบบนี้เสมอ
เมื่อถูกผู้ใหญ่เตือน เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋จึงหยุดพูด แต่ในใจ ยังคงรู้สึกเกลียดชังคนที่ทำให้เจียงเหมยเหมยต้องอับอาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงถามต่อโดยไม่แสดงอารมณ์ว่า “เรื่องนี้
เกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ?”
หลี่เซียนเช็ดน ้าตาแล้วพูดว่า “ประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนครับ เพื่อนบ้านชั้นเดียวกันไม่ชอบที่เราเลี้ยงสุนัข จึงมักจะมาทะเลาะวิวาท บ่อย ๆ ภรรยาผมเป็นคนซื่อ พูดสู้พวกเขาไม่ได้ เลยอารมณ์เสียอยู่ เสมอ ต่อมาเธอยังถูกทำให้อับอายในร้านอาหาร และถูกวูล์ฟด็อกขู่
กระโชกใส่จนตกใจขวัญเสีย ตั้งแต่วันนั้นมา สภาพจิตใจของเธอก็ ย ่าแย่ และทานอาหารไม่ลง”
“ผมพยายามปลอบโยนเธอ คิดว่าเดี๋ยวก็คงดีขึ้น แต่ไม่คิดว่า เนื้อร้ายของเธอจะกลับมาลุกลามอีก ทั้ง ๆ ที่สองปีที่ผ่านมาเธอ แข็งแรงดีมาตลอด ผมผิดเอง ผมประมาทเลินเล่อ ถ้าตอนนั้นผมไปที่
ร้านอาหารเร็วกว่านี้เพื่อปกป้องเธอแล้วละก็…”
หลี่เซียนรู้สึกผิดอย่างมาก ขณะกุมขมับด้วยความทุกข์ทรมาน
“คุณอย่าโทษตัวเองขนาดนั้นเลย มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ภรรยาของคุณถูกพวกคนเลวทำให้โกรธ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋
พูดปลอบโยนด้วยความเห็นอกเห็นใจ
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานที่จดบันทึกวางปากกาลง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เฉิงจึงพูดขึ้นว่า
“คุณหลี่เซียน ตามที่คุณพูด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อหนึ่ง สัปดาห์ก่อน ดังนั้นจึงไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมเพื่อพิสูจน์ว่า ภรรยาของคุณถูกผู้หญิงคนนั้นทำให้โกรธจนเสียชีวิต แต่หากเกิด การทะเลาะวิวาทแล้วเสียชีวิตคาที่ ขอเพียงแค่มีหลักฐาน ก็สามารถ เอาผิดทางกฎหมายกับอีกฝ่ายได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้าง พิเศษ ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ คงจะยากที่จะเอาผิดอีกฝ่ายได้ ยิ่ง ตอนนี้เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ การฟ้องร้องคดีคงไม่ง่าย ผมต้องแจ้ง ให้ทราบล่วงหน้าก่อน เพื่อที่คุณจะได้ทราบ”
หลี่เซียนก้มหน้าลง “ผมเข้าใจครับ”
“อาจารย์ เห็นได้ชัดว่าผู้ตายถูกกระตุ้นโดยผู้หญิงคนนั้น ทำไม เราถึงปล่อยเธอไปเฉย ๆ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋พูดด้วยความไม่ พอใจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “เสี่ยวอวี๋ กฎหมายต้อง อาศัยหลักฐาน”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋โต้ทันใด “อาจารย์ กฎหมายไม่ได้มีไว้ ปล่อยคนร้ายไป ถ้าไม่มีหลักฐาน เราก็ต้องหาหลักฐาน มาผ่าชันสูตร ศพเพื่อยืนยันการเสียชีวิตของเจียงเหมยเหมยว่ามาจากความโกรธ กันเถอะค่ะ”
เมื่อได้ยินคำว่าผ่าชันสูตรศพ นิ้วของหลี่เซียนสั่นระริกอย่าง รุนแรง เขากำหมัดแน่นแล้วคลายออก มือของเขาจึงกลับมาเป็นปกติ
“คุณหลี่เซียน ผู้ตายเป็นภรรยาของคุณ การผ่าศพต้องได้รับ ความยินยอมจากคุณก่อน คุณยินยอมหรือไม่?” เจ้าหน้าที่ตำรวจ เสี่ยวอวี๋ถาม
สายตาของหลี่เซียนเต็มไปด้วยความลังเล เขากำถ้วยชาในมือ ไว้แน่น ไม่รู้จะพูดอะไรดี
“ผะ… ผมไม่รู้”
“คุณไม่รู้อะไรเหรอ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แค่พูดออกมา เท่านั้นค่ะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และต้องการ โน้มน้าวให้หลี่เซียนยินยอมผ่าชันสูตรศพ แต่เธอถูกเจ้าหน้าที่
ตำรวจเฉิงขัดอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงเคาะโต๊ะและตักเตือนว่า “เสี่ยวอวี๋ การผ่า ชันสูตรศพใช้แค่หาสาเหตุการตายเท่านั้น มากที่สุดก็แค่หาว่ามะเร็ง เป็นสาเหตุการตายได้ยังไง จะไปพิสูจน์ว่าโกรธจนตายได้ยังไง? เธอ เรียนมาแบบไหนกัน พูดไม่รู้จักคิดต่อหน้าครอบครัวผู้เสียชีวิต อย่า พูดเรื่องไร้สาระ!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋รู้สึกอับอายที่ถูกตำหนิต่อหน้าทุกคน และพูดด้วยน ้าเสียงเบา ๆ ว่า
“ฉันก็แค่อยากให้คนร้ายได้รับโทษ…”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงสีหน้าเย็นชา “ฉันจะพูดอีกครั้ง กฎหมาย ต้องการหลักฐาน และเราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เธอคิดว่าตัวเอง เป็นผู้พิพากษาเหรอ? เธอรู้ชัดเจนหรือไงว่าใครเป็นฆาตกร?”
“เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋ขยำมุมเสื้อของเธอและไม่พูดอะไรอีก
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิง แผ่นหลังที่ตึงเครียด ของหลี่เซียนก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย และลมหายใจของเขาก็ผ่อนลง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงมองไปที่หลี่เซียนและพูดด้วยน ้าเสียงที่ผ่อน คลายลงว่า
“คุณหลี่เซียน ผมขออธิบายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณหน่อย นะครับ ตามกฎหมายแล้วมีสามสถานการณ์ สถานการณ์แรก เธอรู้ ล่วงหน้าว่าผู้ตายป่วย จึงจงใจยั่วโมโหจนถึงแก่ชีวิต นี่คือการ ฆาตกรรมโดยเจตนา สถานการณ์ที่สอง เธอไม่รู้ล่วงหน้าว่าผู้ตาย ป่วย แค่อยากทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี เธอจะต้อง รับผิดชอบทางแพ่งในการชดเชยค่าเสียหายเท่านั้น
สถานการณ์ที่สาม ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกัน แต่ละฝ่ายต่างพูดใน มุมตัวเอง จึงไม่จำเป็นต้องชดเชยค่าเสียหายด้วยซ ้า และทั้งสาม สถานการณ์นี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ตายเสียชีวิตทันทีระหว่างการ โต้เถียง คุณเข้าใจหรือเปล่าครับ?”
หลี่เซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ
“ผมเข้าใจแล้วครับ ไม่มีทางเอาผิดผู้หญิงคนนั้นได้ ผมยอมรับ ครับ ผมแค่ไม่อยากผ่าชันสูตรร่างกายของเหมยเหมย เธอเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็ง จึงควรให้เกียรติเธอไว้บ้าง ตอนนี้ผมหวังเพียงแค่เหมย เหมยจะไปสู่สุคติในเร็ววัน และขอให้เธอมีสุขภาพแข็งแรงในชาติ หน้าครับ”
“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงพูด
หลี่เซียนวางถ้วยชาของเขาลงแล้วพูดว่า “ขอบคุณครับ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บสมุดบันทึกการสอบปากคำ พวกเขาเตรียม ตัวจะออกเดินทาง
หลี่เซียนลุกขึ้นยืน “ว่าแต่ ศพของภรรยาผมจะเผาตอนไหน แล้ว ผมจะไปรับเถ้ากระดูกของเธอได้เมื่อไหร่ครับ?”