ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 281 คุณบอกเรื่องไร้สาระอะไรกับตำรวจ?
“ตอนนี้เผาไม่ได้ครับ เราจะใช้การเก็บรักษาด้วยความเย็นแทน” เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงตอบ
หลี่เซียนขมวดคิ้วและถามอย่างร้อนรน
“เก็บรักษาด้วยความเย็น? งั้นศพก็จะคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช่ ไหมครับ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงพยักหน้า “ใช่ครับ มันจะคงสภาพศพไว้ได้ สมบูรณ์ ตอนนี้เป็นช่วงอากาศหนาวจัด และเงื่อนไขมีจำกัด เราจะ เก็บรักษาศพไว้ด้วยความเย็นก่อน แล้วนำไปไว้ที่ส่วนกลาง รอ จนกว่าจะถึงเวลาฝังศพ เราจึงจะให้ผู้เสียชีวิตได้กลับสู่ผืนดินด้วย ความสงบ”
“เก็บไว้ที่ไหน? ภายในตัวเมืองบันเทิงเหรอครับ?” หลี่เซียนรีบ ถามต่อ
“เปล่าครับ ด้านนอกเมืองบันเทิง มีห้องเก็บศพที่สร้างใหม่” เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงอธิบาย
หลี่เซียนถามต่อ “แล้วจะฝังเมื่อไหร่ครับ? จะเก็บไว้ที่นั่นตลอดไป เลยเหรอ?”
เมื่อตระหนักว่าปฏิกิริยาของตัวเองค่อนข้างรุนแรง ชายหนุ่มจึง เอื้อมมือลูบหน้าผากด้วยความหดหู่
“… ผมแค่อยากให้เหมยเหมยได้ไปพักผ่อนอย่างสงบโดยเร็ว ที่สุด”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงมองเขาอยู่นานสองนานแล้วจึงพูดว่า “เรื่อง นี้เป็นหน้าที่ของแผนกจัดการศพ ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ เรา คุณต้องไปคุยกับพวกเขาเองครับ”
หลี่เซียนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “โอ้ เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว”
เขาเข้าใจดีว่า หากต้องการให้เหมยเหมยถูกฝังโดยเร็วที่สุด ก็ จำเป็นต้องใช้เงิน
“ขอบคุณครับทุกท่าน เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”
หลี่เซียนส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป เมื่ออยู่คนเดียว เขาก็ถอด หน้ากากความเศร้าโศกออก เผยรอยยิ้มที่คลายกังวลออกมาเพียง ชั่วครู่
…
เซียวหมิงเยวี่ยกลับมาจากการทำธุระ เธอไปหาผู้จัดการฝ่าย ทรัพยากรบุคคลคนเดิมเพื่อช่วยหางานให้คุณยาย คุณยายได้รับ งานเสิร์ฟอาหารในโรงอาหารพนักงาน งานนี้ไม่หนัก แถมยังมีอาหาร ให้ทานฟรี คุณยายจึงพอใจมาก
เมื่อกลับมา เซียวหมิงเยวี่ยบังเอิญเจอหญิงวัยกลางคนในลิฟต์ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เคยทะเลาะกับเจียงเหมยเหมย
พวกเธอพูดคุยกันสองสามคำ หลังจากออกจากลิฟต์ ก็บังเอิญ เจอภาพฉากตรงหน้าพอดิบพอดี
“ทุกท่านเชิญครับ” หลี่ซินพูดน ้าเสียงเศร้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋พูดด้วยความเห็นอกเห็นใจ “คุณหลี่
เซียน คนตายจากไปแล้ว คนเป็นยังต้องใช้ชีวิตต่อไป อย่าโศกเศร้า เกินไปเลยนะคะ ขอแสดงความเสียใจด้วยจริง ๆ”
ในตอนนั้น ทุกคนก็สังเกตเห็นเซียวหมิงเยวี่ย และเธอเองก็มอง มาที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน
ตำรวจมาแล้วเหรอ แสดงว่าหาสาเหตุการตายได้แล้วสินะ?
เมื่อเห็นผู้คนปรากฏตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋ก็เดินตรงเข้าไป ต่อว่า
“พวกคุณก็เป็นผู้อยู่อาศัยชั้นนี้ใช่ไหมคะ? ได้ยินมาว่าพวกคุณ บนชั้นนี้ต่อต้านคนเลี้ยงสุนัขกันมาก พวกคุณไม่รู้เหรอว่าคุณเจียง เหมยเหมยป่วยเป็นโรคมะเร็ง ยังจะมาหาเรื่องทะเลาะกับเธอทุกวันอีก เธอถูกพวกคุณทำให้โกรธจนอาการทรุดหนัก พวกคุณรู้บ้างไหม? ถึงแม้ว่ากฎหมายจะลงโทษพวกคุณไม่ได้ แต่พวกคุณไม่รู้สึกผิดชอบ ชั่วดีบ้างเลยเหรอ?”
จู่ ๆ ตำรวจก็มาสอบถาม ทำให้ทั้งเซียวหมิงเยวี่ยและหญิงวัย กลางคนงุนงงไปหมด
อะไร? พูดถึงเรื่องอะไรเนี่ย?
ป้าเฝิงตกใจร้องอุทานว่า “คุณพูดว่าอะไรนะคะ? เธอป่วยเป็น โรคมะเร็งเหรอ? พูดอย่างกับว่าพวกเราไปทำให้เธอโกรธจนตาย มัน ไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลยนะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางหลี่เซียนโดยไม่รู้ตัว เขาพูดอะไรกับ ตำรวจ? ไม่อย่างนั้นตำรวจคงไม่มาสอบถามพวกเธอโดยไม่มีเหตุผล
เจียงเหมยเหมยป่วยเป็นมะเร็ง? โกรธพวกเขาจนอาการทรุด หนัก?
ความยุ่งเหยิงนี่มันอะไรกัน สาเหตุการตายของเจียงเหมยเหมย เป็นแบบนี้จริงหรือ?
เป็นไปไม่ได้
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางหลี่เซียนด้วยสายตาที่พินิจพิเคราะห์ ชายหนุ่มรีบหลบสายตา พูดอย่างรัวเร็วว่า
“คุณเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ กรุณาหยุดพูดเถอะ ภรรยาของผม เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋พูดด้วยความเห็นใจ “คุณหลี่เซียน คุณ ใจดีเกินไปแล้ว คนดีมักถูกเอาเปรียบรู้ไหมคะ? สาเหตุหลักที่ทำให้ อาการของภรรยาคุณทรุดหนัก ก็เพราะเธอได้รับความ กระทบกระเทือนทางจิตใจ!”
หลี่เซียนกัดฟันกรอด อยากจะให้เธอหุบปากเสียที
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยหรี่ลงเล็กน้อย “เดี๋ยวก่อน ฟังจากที่
พวกคุณพูดกัน ดูเหมือนว่าจะโทษว่าเจียงเหมยเหมยตายเพราะพวก เราอย่างนั้นเหรอ??”
“นี่ คุณบอกเรื่องไร้สาระอะไรกับตำรวจ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามหลี่
เซียนโดยตรง
หลี่เซียนกลืนน ้าลาย แต่ก่อนที่เขาจะพูด ป้าเฝิงก็รีบพูดแทรก ขึ้นมาว่า
“ปากน่ะมีไว้กิน ไม่ใช่เอามาพูดส่งเดช คุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรุณาพูดให้ชัดเจนด้วยค่ะ พวกเราทำให้เธอโกรธจนตายได้ อย่างไร? พวกเราล้วนเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย แม้แต่ไก่ก็ไม่ เคยฆ่า คุณอย่ามาขู่ฉันนะ!”
ป้าเฝิงตบหน้าอกของเธอ
“ป้าพูดจริงไหม เสี่ยวเซียว? พวกเราล้วนเป็นคนดี ทำไมถึงต้อง มาเจอกับเรื่องแบบนี้โดยไม่มีเหตุผล พระเจ้าช่วยเมตตาลูกด้วยเถิด!”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ แม้แต่มดหนูยังไม่กล้าเหยียบ ตายเลย”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงตำหนิด้วยสีหน้าเย็นชา “เสี่ยวอวี๋ เลิกพูด พล่อย ๆ ได้แล้ว มีหลักฐานอะไรไหม เดี๋ยวเขามาฟ้องหมิ่นประมาท
เอาหรอก! ไม่มีมารยาทเลย ครั้งหน้าไม่ต้องออกมาทำงานกับฉัน แล้ว”
เสี่ยวอวี๋กัดริมฝีปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอแค่อด รนทนไม่ได้ เลยเผลอพูดออกมาแบบนั้น
หลี่เซียนหัวเราะแห้ง ๆ “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แค่เข้าใจผิดกัน คุณเจ้าหน้าที่ตำรวจโปรดกลับไปก่อนเถอะครับ แล้วผมจะคุยกับ แผนกจัดการศพเรื่องนี้ต่อ”
ป้าเฝิงยังไม่ยอมแพ้ “ไม่ได้ แกต้องพูดจาลับหลังว่าร้ายพวกเรา แน่ ๆ ไม่งั้นตำรวจเขาจะว่าพวกเราแบบนี้ได้ยังไง? เรื่องนี้ต้องเคลียร์ ให้ชัด ๆ พูดต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเลย
ทำไมถึงมาโทษพวกเราว่าไปทำให้เมียแกหงุดหงิด? เมียแกน่ะ เป็นคนไร้เหตุผล ใครจะกล้าไปยุ่งกับหล่อน ทุกคนต่างอดทนไม่ไหว อีกแล้ว เลยพูดออกไปแค่สองสามคำ แถมยังโดนเมียแกด่ากลับอีก พวกเราพยายามหลบยังไม่ทันเลย”
หลี่เซียนกำหมัดแน่น เขาพยายามควบคุมอารมณ์ สิ่งต่าง ๆ พัฒนามาถึงขั้นนี้ได้ยังไง? ทำไมต้องมาเจอสองคนนี้ที่หน้าประตู พอดีด้วย?
แล้วทำไมตำรวจยังไม่ออกไปอีก? ทั้งหมดเป็นความผิดของคนที่
ชื่อเสี่ยวอวี๋ จะพูดมากอะไรนักหนา!
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงจับประเด็นได้ “ผู้ตายตอนยังมีชีวิตอยู่เป็น คนไม่มีเหตุผล พวกคุณทุกคนจึงพยายามหลีกเลี่ยงเธอหรือครับ?”
“ก็ใช่น่ะสิคะ” ป้าเฝิงตอบ
เซียวหมิงเยวี่ยมองเจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋ที่กำลังโกรธเคือง “คุณเจ้าหน้าที่ตำรวจคะ พวกเราไม่มีใครต่อต้านการเลี้ยงสุนัขเลย ฉันเองก็เลี้ยงสุนัขเช่นกัน พวกคุณอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของเขา การตายของเจียงเหมยเหมยไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหมิงเยวี่ย สีหน้าของหลี่เซียนก็แข็งทื่อ อย่างเห็นได้ชัด ท่าทางดูหงุดหงิดเล็กน้อย
ท่าทางของเขาไม่รอดพ้นสายตาของเซียวหมิงเยวี่ย “คุณกำลัง หงุดหงิดอะไรหรือ?”
หลี่เซียนรีบกลบเกลื่อน “เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร แค่นอนไม่ หลับทั้งคืน เลยเพลียมาก คุณเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญกลับได้เลยครับ ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อน”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงเหลือบมองหลี่เซียน แต่ไม่ได้พูดอะไร
จู่ ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋ก็นึกอะไรขึ้นมา จึงอุทานออกมาว่า
“คุณเลี้ยงสุนัขด้วยเหรอ? อยู่ชั้น 22 เหมือนกันใช่ไหม งั้นก็คือ คนที่ทำให้ผู้ตายต้องรู้สึกอัปยศอดสูในร้านอาหารสินะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “เกี่ยวอะไรกับอัปยศอดสู แค่ ตอบโต้เท่านั้นเอง”
“งั้นแสดงว่ายอมรับสินะ? ทำไมคุณถึงได้โหดร้ายขนาดนี้? รู้ไหม ว่าคุณเจียงเหมยเหมยตายเพราะเธอโกรธ! คนดี ๆ คนหนึ่งต้องมา ตายเพราะคุณยั่วโมโห ตอนกลางคืนคุณยังนอนหลับสบายใจได้อีก เหรอ? เธอเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง และคุณก็ได้ฆ่าคนไปแล้ว!” เจ้าหน้าที่
ตำรวจเสี่ยวอวี๋ย ้าด้วยความโกรธ
หลี่เซียนจ้องมองเจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋ด้วยความขุ่นเคือง แต่ เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว
ถ้าเธอยังตามจิกเซียวหมิงเยวี่ยไม่เลิกรา เซียวหมิงเยวี่ยจะต้อง เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อตำรวจค้นพบเบาะแส พวกเขาจะ สงสัยในเรื่องอื่น ๆ…
หลี่เซียนไม่กล้าคิดต่อ
“ไม่ ๆ ๆ คุณอย่าพูดอย่างนั้นสิครับ มันไม่ใช่ความผิดของเธอ มันเป็นความอ่อนแอทางร่างกายของภรรยาผม และไม่มีใครรู้ว่า ภรรยาของผมเป็นมะเร็ง เธอไม่ได้ตั้งใจจะทะเลาะกับภรรยาผมหรอก และการทะเลาะวิวาทครั้งนั้นก็ผิดกันทั้งสองฝ่าย”
หลี่เซียนแค่อยากให้เสี่ยวอวี๋รีบออกไปจากตรงนี้!
“ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่เธอก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ เธอควร ได้รับการตำหนิเชิงจริยธรรม” เสี่ยวอวี๋โพล่งออกมาโดยไม่ทันคิด
ได้ยินเจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋พูดเช่นนั้น เซียวหมิงเยวี่ยแสดง ท่าทีไม่พอใจทันที “คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร? คุณเป็นเจ้าหน้าที่
ตำรวจ ไม่ควรมาพูดมั่วซั่วไม่มีมูลแบบนี้”
เธอหันไปหาหลี่เซียนและพูดจิกกัดว่า “นี่ ก่อนหน้านี้แกขู่จะแก้ แค้นฉันใช่ไหม? นี่เป็นการแก้แค้นของแกเหรอ โดยโทษว่าฉันทำ เมียของแกตาย?”
หลี่เซียนตกตะลึง “ผะ… ผมไปพูดตอนไหนว่าจะแก้แค้นคุณ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นยังไม่ สังเกตเห็นความผิดปกติของหลี่เซียน งั้นเธอก็คงเป็นแค่คนโง่เขลา
แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงจะไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่เขาก็ สังเกตการณ์อยู่ตลอด สองฝ่ายพูดไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าต้องมี ฝ่ายหนึ่งโกหก เรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด
แก้แค้น? แก้แค้นเรื่องอะไร?
บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตก็ได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋พ่นลมหายใจเย็นชาและพึมพำ “นาง ฆาตกร”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงรีบดึงเสี่ยวอวี๋ไปไว้ด้านหลัง บอกให้เธออยู่ นิ่ง ๆ ก่อนหันมาพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยและป้าเฝิงว่า
“คุณผู้หญิงทั้งสองครับ ไม่ทราบว่าจะเป็นการสะดวกไหม หาก อยากถามเรื่องผู้ตายสักหน่อย”
“ได้ค่ะ เชิญเขาไปในห้องก่อน” เซียวหมิงเยวี่ยตอบตกลงอย่าง รวดเร็ว
หลี่เซียนรีบก้าวไปข้างหน้า “ยังมีอะไรให้คุยอีกเหรอครับ? คุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ คุณจะถามอะไรพวกเธอ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงยังคงแสดงท่าทีจริงจังตามหน้าที่
“คุณหลี่เซียน พวกเราแค่มาสอบถามตามปกติ คุณกลับไป พักผ่อนก่อนได้นะครับ”
“ผมจะอยู่ฟังด้วยครับ” หลี่เซียนรีบพูดขึ้น
เขาทำท่าจะเดินตามเข้าไปด้วย
แต่เซียวหมิงเยวี่ยไล่เขาออกไปและพูดว่า “ไม่ต้อนรับ”
จากนั้นเธอกระแทกประตูใส่หน้าเขาเสียงดังปัง
หลี่เซียนถูกขังอยู่ด้านนอก กังวลใจจนสีหน้าแปรเปลี่ยน เขา รู้สึกตื่นตระหนกอย่างมาก แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สมองของเขา เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว บังคับให้เขาสงบสติอารมณ์ลง
แม้ว่าเขาจะโกหกเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องสุนัข แต่มันก็เพื่อปกป้อง ชื่อเสียงของภรรยาเท่านั้น
ทะเลาะกับเพื่อนบ้านก็จริง และแม้จะแน่ใจว่าเป็นความผิดของ เหมยเหมย แล้วจะทำอะไรได้? จะไปตำหนิคนตายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ ครั้งยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?
เขาแค่ปกป้องภรรยาของเขา ใช่ เขาแค่ปกป้องชื่อเสียงของ ภรรยาผู้ล่วงลับไปแล้ว
หลี่เซียนถอนหายใจยาว เสียใจที่เมื่อกี้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และ คอยเตือนตัวเองในใจว่าห้ามเสียสมาธิอีก
อยากถามอะไรก็ถามไปเลย เรื่องทะเลาะกันตอนมีชีวิตอยู่กับ สาเหตุการตาย มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว
เป็นเพราะเขารู้สึกผิด จึงเกิดความกังวลมากเกินไป
จริง ๆ แล้วตำรวจแทบไม่สามารถถามอะไรได้เลย ตราบใดที่ไม่ ทำการชันสูตรพลิกศพ ก็จะไม่มีใครรู้
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หลี่เซียนพยายามจัดการอารมณ์ของตัวเองให้ สงบลง สีหน้ากลับมาเป็นปกติ จากนั้นจึงหันหลังและกลับเข้าห้อง