ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 283 คดีฆาตกรรมภรรยา?
พูดถึงเรื่องนี้ ป้าเฝิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้
“ใช่ ๆ ๆ ก่อนหน้านี้ในกลุ่มก็มีคนพูดว่า เคยเจอสองสามีภรรยา ที่โรงพยาบาล ผู้ชายด่าทอผู้หญิงตลอดเวลา บางทีอาจจะไม่ได้รัก กันดีเท่าไหร่ ใครจะรู้ล่ะ”
ดวงตาเจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงหรี่ลง แสดงความสนใจ
“เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมหน่อยครับ”
ป้าเฝิงพยักหน้ารับ แล้วเล่าเรื่องซุบซิบนินทาในกลุ่มให้ฟัง “คือ ว่าอย่างนี้ค่ะ พวกเราแค่คุยเล่นกัน…”
“ฉันรับประกันไม่ได้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เพราะพวกเราแค่คุย เล่นกันเฉย ๆ”
สุดท้าย ป้าเฝิงก็เน้นย ้าอีกประโยคหนึ่ง
หลังจากฟังจบ เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงตกอยู่ในห้วงความคิด ไม่มี ใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก ถามขึ้นกะทันหันว่า “ทำไมถึงสรุป สาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นเพราะมะเร็งกระเพาะอาหารกำเริบอีกครั้ง คะ? ทำไมคุณไม่ทำการชันสูตรพลิกศพเพื่อตรวจสอบสาเหตุการ ตายล่ะ”
เพราะเธอรู้สึกว่าการตายของเจียงเหมยเหมยเกิดขึ้นกะทันหัน เกินไป แล้วยังบอกอีกว่าตายเพราะมะเร็งกระเพาะอาหารกำเริบอีก ครั้ง ยิ่งฟังก็ยิ่ง… แปลก
“คุณหลี่เซียนเป็นคนพูดเอง แถมยังเอาใบสั่งยาและขวดยาที่
ทานมาให้ดูด้วย เขาไม่ยอมให้ชันสูตรพลิกศพ บอกว่าไม่จำเป็น และ อยากให้ผู้ตายได้รับการฝังโดยเร็วที่สุด” เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋พูด เสียงเบา
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยหรี่ลง เธอเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมา พากล
เรื่องนี้มันดูแปลก ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ ความน่าสงสัย บอกไม่ถูกว่าอะไรที่แปลก
ก่อนหน้านี้เธอคิดไปเองว่า เพราะหลี่เซียนโกหกตำรวจ โดยป้าย ความผิดให้แก่ผู้อยู่อาศัยชั้น 22 ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เจียงเหมย เหมยเสียชีวิต เขาจึงดูตื่นตระหนกและประหม่า เพราะเกรงว่าความ จริงจะถูกเปิดเผย
แต่เธอคิดผิด ผิดอย่างมหันต์
ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อพิจารณาจากนิสัยของหลี่เซียน เขา ควรจะตำหนิติเตียนเซียวหมิงเยวี่ยและผู้อยู่อาศัยบนชั้น 22 เพราะ เขาเชื่อมั่นว่าเจียงเหมยเหมยโกรธเคืองคนอื่นมากจนโรคมะเร็ง กลับมากำเริบ
เช่นเดียวกับที่ป้าเฝิงพูด สามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยคิดไตร่ตรอง ชอบ กล่าวโทษคนอื่นจนเป็นนิสัย และไม่มีเหตุผล
ดังนั้น เขาจึงควรโกรธ และระบายความโกรธแค้นใส่ผู้อยู่อาศัย ชั้น 22 โดยเฉพาะเซียวหมิงเยวี่ย เขาควรอ้างถึงศีลธรรมอันสูงส่งและ ตำหนิพวกเธออย่างรุนแรง ดูถูกพวกเธอที่ฆ่าภรรยา และแม้กระทั่ง เรียกร้องค่าชดเชย
เหมือนกับเมื่อสัปดาห์ก่อน พวกเขาบุกมาหาเซียวหมิงเยวี่ย กล่าวหาว่าเธอฆ่าเจ้าเชร็ค นั่นต่างหากคือปฏิกิริยาที่เขาควรจะมี
ไม่ว่าจะเป็นปฏิกิริยาแบบไหน ก็ไม่ควรเป็นการแสดงท่าทีอึดอัด เพราะนี่ไม่ใช่บุคลิกนิสัยของหลี่เซียนเลย
สิ่งใดที่ทำให้เขารู้สึกผิดจริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาพยายามไล่ตำรวจออกไปหลายครั้ง ไม่ต้องการให้ตำรวจไป สอบถามเพื่อนบ้าน เขากลัว กลัวว่าตำรวจจะถามอะไรบางอย่าง
เจียงเหมยเหมยอาเจียนเป็นเลือดในร้านอาหาร ล้มลงพื้นและชัก เกร็ง การเสียชีวิตของเธอน่ากลัวมาก อาจกล่าวได้ว่าเป็นมะเร็ง กระเพาะอาหาร แต่ก็ดูเหมือนถูกวางยาพิษได้เช่นกัน
ทุกคนต่างก็เห็นว่าเจียงเหมยเหมยดูปกติดีทุกอย่าง แล้วจู่ ๆ มา บอกว่าเธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ไม่ใช่แค่เซียวหมิงเยวี่ยที่ไม่เชื่อ แต่เกรงว่าทุกคนบนชั้น 22 ก็ไม่เชื่อเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารหรือถูกวางยาพิษ ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับหลี่เซียนเพียงคนเดียว เพราะเขาเป็นสามีของผู้ตาย
เจียงเหมยเหมยมีบุคลิกรุนแรง โมโหง่าย ควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่เป็น คนส่วนใหญ่จึงทนเธอไม่ได้ ดูเผิน ๆ หลี่เซียนเหมือนคนใจ เย็น รับมือกับอารมณ์ของเธอทุกอย่าง
แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อน เจียงเหมยเหมยกลับเป็นฝ่ายที่โดนดูถูก และ ถูกเขาวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด
ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้?
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเพียงภาพลวงตา ภายนอกดูดี แต่ ภายในไม่ลงรอยกัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขายังคงรักษาสถานะ สามีภรรยาไว้? อะไรคือสาเหตุที่ทำให้หลี่เซียนกลายเป็นสุภาพบุรุษ อย่างกะทันหัน?
เจียงเหมยเหมยใช้กลอุบายอะไรเพื่อควบคุมสามีของเธอ?
ต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ควบคุมหลี่เซียนอยู่ ทำให้เขาต้องแสร้ง ทำเป็นเป็นสามีที่ดีต่อหน้าคนอื่น ต้องคอยตามใจเจียงเหมยเหมย และยอมจำนนต่อเธอ
มันคืออะไรกันแน่?
ถ้าไม่ใช่ความรัก ก็คงเป็นจุดอ่อน อาจเป็นความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างสามีภรรยาที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้
ทั้งสองฝ่ายต่างก็กดขี่ซึ่งกันและกัน พยายามอดทนอีกฝ่าย เพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของคู่รักที่รักใคร่กลมเกลียว
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความไม่เท่าเทียมกันที่ยืดเยื้อยาวนาน ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ก็เน่าเฟะไปหมดแล้ว เพราะความ อดทนของมนุษย์นั้นย่อมมีขีดจำกัด
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ เซียวหมิงเยวี่ยพลันเงยหน้าขึ้น ก่อนจะบังเอิญ สบตากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิง
“ทำไมคุณเซียวถึงถามแบบนั้นล่ะครับ? คุณกำลังคิดอะไรอยู่?” เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงถาม
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองด้วยสายตาที่เป็นประกาย “สิ่งที่ฉันกำลัง คิด เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงก็คงคิดได้เช่นกัน เจียงเหมยเหมยไม่ได้ตาย ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างแน่นอน”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงหัวเราะขึ้นมาทันที “เคยมีคนบอกไหมครับ ว่า คุณเซียวมีไหวพริบเฉียบแหลม เหมาะกับสายงานนี้มาก”
ทั้งสองไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่ต่างเข้าใจความหมายของกัน
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “เคยมีคนพูดแบบนั้นอยู่เหมือนกันค่ะ”
และบุคคลนั้น ตอนนี้ยังคงติดอยู่ใต้สะพานหยวนทง
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงถามคำถามอย่างใจเย็น แต่คำถามเหล่านั้น ล้วนมีความสำคัญ เชื่อมโยงประเด็นต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
ผลลัพธ์จากการเชื่อมโยงเหล่านั้นคือ หลี่เซียนกลายเป็นผู้ต้อง สงสัยหลัก
ป้าเฝิงมองดูทั้งสองคนที่กำลังเล่นคำปริศนา เธอรู้สึกสับสนงุนงง ไปหมด
“อะไรนะ? เจียงเหมยเหมยไม่ได้ตายเพราะมะเร็งกระเพาะอาหาร งั้นถูกวางยาพิษหรือเปล่า? เป็นความรับผิดชอบของร้านอาหารใช่ ไหม? แล้วพวกเราจะไปกินที่ร้านนั้นได้อีกไหม? น่ากลัวจัง”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงลุกขึ้นยืน “ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ ของคุณผู้หญิงทั้งสองมากครับ พวกเราขอตัวลาไปก่อน ไม่ต้องส่งนะ ครับ”
เมื่อตำรวจไปแล้ว ป้าเฝิงก็สะกิดไหล่ของเซียวหมิงเยวี่ย “เสี่ยว เซียว เมื่อครู่พวกเธอหมายถึงอะไรเหรอ?”
“บอกไม่ได้หรอกค่ะ รออีกไม่กี่วันก็รู้เองแหละ”
ตำรวจยังไม่สรุปผลการสอบสวน เซียวหมิงเยวี่ยจึงไม่สามารถ บอกอะไรได้ และกลัวว่าจะทำให้ป้าเฝิงตกใจด้วย
…
ภายในลิฟต์
“ลูกพี่เฉิง พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปครับ?” ตำรวจผู้ทำหน้าที่
จดบันทึกถามขึ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงยืดเส้นยืดสาย “ชันสูตรพลิกศพ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋เบิกตากว้าง “ชันสูตรพลิกศพ? แต่ทาง ครอบครัวไม่ยินยอมให้ชันสูตรนี่คะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงมองไปที่เสี่ยวจาง “เสี่ยวจาง นายคิดว่า ยังไง?”
เสี่ยวจางคือชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำหน้าที่จดบันทึก เขา ตอบกลับ
“ถ้าเราพบเบาะแสที่น่าสงสัย เรามีสิทธิ์ดำเนินการชันสูตรพลิก ศพ ผมจะแจ้งแพทย์นิติเวชให้มาดำเนินการทันที”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงพยักหน้า และสั่งต่อว่า
“ถ้าหลี่เซียนมาถาม ก็หาข้ออ้างปัดเขาไป”
เสี่ยวจางพยักหน้ารับ “ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะบอกเพื่อน ร่วมงานที่นั่นว่า แผนกจัดการศพหยุดงาน ให้เขากลับมาเซ็นชื่อใหม่ อีกสองสามวันข้างหน้า”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงพอใจกับคำตอบของเสี่ยวจาง “สองปีมานี้ มี คดีสารพัดอย่าง นายคงชินแล้วล่ะสิ”
“ใช่ครับ โดยเฉพาะช่วงคลื่นความร้อนนี่ คดีฆาตกรรมภรรยา เยอะมาก” เสี่ยวจางตอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงหัวเราะสองสามที แล้วตบไหล่เสี่ยวจาง
เสี่ยวจางเดาะลิ้น “เขาแสดงเก่งจริง ๆ เกือบจะโดนหลอกเข้า แล้ว”
“แสดงเก่งจริงนั่นแหละ แต่ตอนเจอเพื่อนบ้านโดยบังเอิญ ดัน หลุดซะงั้น แสดงว่าทำผิดจริงน่ะสิ ถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนั้น” เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงพูดอย่างมีความนัย
เจ้าหน้าที่ตำรวจเสี่ยวอวี๋ยืนงงอยู่ที่เดิม “เอ๋?”
…
หลังจากป้าเฝิงออกไปแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยยืนมองวิวหิมะตกหนัก ด้านนอกจากหน้าต่างบานใหญ่ ขณะตกอยู่ในห้วงความคิด
เธอสงสัยว่าทำไมหลี่เซียนที่เคยอดทนมาตลอด ตอนนี้กลับไม่ อยากอดทนอีกต่อไป และทำไมจู่ ๆ เขาถึงวางแผนที่จะฆ่าเจียงเหมย เหมยภรรยาของเขา?
อะไรคือชนวนเหตุของเรื่องนี้? แน่นอนว่าพวกเขาต้องทะเลาะกัน หรือเป็นเพราะเชร็คที่ตายไปแล้ว?
หรือว่าจริง ๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับเธอ?
เจียงเหมยเหมยเป็นคนตาต่อตาฟันต่อฟัน แน่นอนว่าเธอต้องบีบ ให้หลี่เซียนช่วยแก้แค้น เธอจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขับไล่เซียวห มิงเยวี่ยออกจากเมืองบันเทิง หรือว่าหลี่เซียนจะรู้แล้วว่าเขาทำอะไร เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง เจียงเหมยเหมยอาจกดดันเขาหนักเกินไป ใช้ ความลับมาข่มขู่เขา ทำให้หลี่เซียนโกรธเคืองจนลงมือฆ่าเธอ
เจียงเหมยเหมยไล่ต้อนให้คนเป็นสามีจนมุม เขาต้องเลือก ระหว่างกำจัดเซียวหมิงเยวี่ยเพื่อสนองความต้องการของภรรยา หรือไม่ก็กำจัดเจียงเหมยเมยให้สิ้นซาก
เมื่อคิดแบบนี้ ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผล
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วมุ่น แม้ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเธออยู่ บ้าง แต่เธอไม่คิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของตนเอง ความสัมพันธ์ ของสองสามีภรรยาคู่นี้แปลกประหลาดอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็วมันต้อง พังทลายลงอยู่ดี
มันเปรียบเสมือนถังไดนาไมต์อยู่ข้าง ๆ ประกายไฟ เพียงแต่ ประกายไฟเล็ก ๆ ของเซียวหมิงเยวี่ยมีพลังมากพอที่จะจุดชนวนจน นำมาสู่การระเบิด
“ผู้ชายบางคนช่างมีศักดิ์ศรีที่เปราะบางเสียเหลือเกิน” เซียวหมิง เยวี่ยถอนหายใจ