ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 284 ชายชั่วช้าไร้ก้นบึ้ง
วันรุ่งขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยทานอาหารกลางวันคนเดียวที่
ร้านอาหาร เธอชอบหามุมสงบเงียบริมหน้าต่าง ทานอาหารไป ชมวิว หิมะไป
จากมุมมองนี้ มองลงไปเห็นคนงานกวาดหิมะบนท้องถนนตัวเล็ก จิ๋วเหมือนมด กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น
ระหว่างทานอาหาร จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งนั่งลงตรงข้ามเธอ
หลี่เซียนนั่นเอง
“คุณเซียวครับ ช่างบังเอิญจัง ตรงนี้ไม่มีคนนั่งใช่ไหมครับ?” หลี่
เซียนเผยยิ้มอย่างสุภาพบุรุษ
เซียวหมิงเยวี่ยวางถ้วยชาลงพลางขมวดคิ้ว ก่อนตอบกลับไปว่า
“มีคนหรือไม่มี คุณก็นั่งไปแล้ว มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
หลี่เซียนกางผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะอย่างสง่างาม “เราเป็นเพื่อน บ้านกัน ถ้าไม่มีธุระ จะทักทายกันไม่ได้เลยหรือครับ? ภรรยาของผม เป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย และอารมณ์แปรปรวน ช่วงนี้เธอไป สร้างความรำคาญให้กับเพื่อนบ้านมากมาย ผมก็รู้สึกผิดอยู่เหมือน กัน และอยากขอโทษทุกคนจริง ๆ แต่ผมมีเหตุผลของผมเอง”
เขาถอนหายใจ “พวกคุณไม่รู้หรอก ตั้งแต่เหมยเหมยป่วย อารมณ์ของเธอก็ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และเอาแต่ใจมาก หากไม่
พอใจอะไรนิดหน่อยก็อาละวาด โยนของในบ้านแตกกระจุย แต่ผมก็ อดทนเสมอมา เพราะเธอเป็นคนป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งน่าสงสารมากอยู่ แล้ว ผมตามใจเธอทุกอย่าง พาเธอไปหาหมอ เอายาให้กิน ผม พยายามดูแลเธออย่างดีที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้เธอจาก ไปแล้ว ถือว่าผมทำหน้าที่สามีอย่างเต็มที่แล้ว”
หลี่เซียนพูดด้วยน ้าเสียงขมขื่น เขาดันแว่นไร้กรอบขึ้นแล้วพูด ต่อว่า
“ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว เธอแค่กลัวจะสูญเสียผมไปเท่านั้น ผมก็ เข้าใจเธอนะ จริง ๆ ผมอยากจะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างสงบสุข แต่ ก่อนหน้านี้กลัวว่าเหมยเหมยจะไม่พอใจ คุณเซียว คุณเข้าใจผมใช่ ไหมครับ?”
หลังจากพูดออกมาเยอะพอสมควร หลี่เซียนก็รู้สึกคอแห้ง และ จิบชาเขียวที่พนักงานเสิร์ฟนำมาให้
เซียวหมิงเยวี่ยเขย่าแก้วชาเบา ๆ มองเขาเล่นละครขายความน่า สงสารด้วยรอยยิ้มมุมปาก
ช่างดูเหมือนสัตว์ร้ายที่สวมหน้ากากมนุษย์
“อย่างนั้นเองหรือคะ?”
หลี่เซียนคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยเชื่อคำพูดเขา จึงรีบพูดว่า “พูดจริง ทุกคำครับ แม้ว่าผมจะเสียใจมากที่เหมยเหมยจากไป แต่สำหรับพวก เราสองคนแล้ว มันเหมือนเป็นการปลดปล่อย”
“นั่นสินะ ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของคุณจริง ๆ” เซียวห มิงเยวี่ยพูดอย่างประชดด้วยรอยยิ้มไร้ความจริงใจ
แววตาของหลี่เซียนฉายแววเจ้าเล่ห์ “ผมรู้ว่าคุณเข้าใจผมดี ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณ ผมก็รู้ว่าคุณไม่เหมือนใคร คุณไม่เหมือน ผู้หญิงคนอื่น ๆ”
เขาสืบมาแล้วว่า เซียวหมิงเยวี่ยมีคนหนุนหลังอยู่ แม้ยังไม่ทราบ แน่ชัดว่าเป็นใคร แต่เขาแน่ใจว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพล
ผู้หญิงที่สามารถจองห้องในโรงแรมได้ถึงสามห้อง ย่อมเป็น ผู้หญิงที่คู่ควรกับเขา
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเยาะ นี่แยกไม่ออกจริง ๆ หรือว่าเธอพูดจริง หรือพูดเล่น?
หลี่เซียนยังคงรำพึงรำพันกับตัวเอง “บางครั้งผมก็รู้สึกหมด หนทางจริง ๆ เหมยเหมยจากไปแล้ว และผมไม่สามารถพูดคุยกับใคร ได้เลย รู้สึกเหมือนถูกคนทั้งโลกทอดทิ้ง ไม่มีใครเข้าใจผมเลยสักคน ไม่มีใครเลยที่เข้าใจความเจ็บปวดในใจของผม ผมไม่รู้เลยจริง ๆ ว่า ชีวิตมีความหมายอย่างไร?”
ชายคนนั้นท่าทางเศร้าหมอง เขาหัวเราะเยาะตัวเองสองสามที ดู เหมือนชายที่สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักอย่างแท้จริง
หากเซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้ความจริงมาก่อนคงหลงเชื่อไปแล้ว
ภรรยาเพิ่งเสียชีวิต ฆาตกรยังมาใส่ร้ายเธอหลังจากที่เธอตายไป แม้กระทั่งใช้เธอเพื่อเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากคนอื่น ถ้าเจียง เหมยเหมยได้ยินคำพูดเหล่านี้ เธอไม่โกรธเคืองจนฟื้นกลับมาจาก ความตายเลยเหรอ?
มือของเซียวหมิงเยวี่ยกำถ้วยชาแน่น เธอรู้สึกขยะแขยงมาก จน อยากจะทุบอีกฝ่ายให้ตายคามือ
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้โง่เขลาขนาดนั้น เธอเห็นชัดเจนว่า จุดประสงค์ของการที่หลี่เซียนวิ่งมาทำแบบนี้คืออะไร
ประการแรกคือเล่นละคร ใช้ความตายของภรรยาเพื่อเรียกร้อง ความเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนบ้าน ประการที่สองคือเพื่อความรัก ทำ ให้ภรรยาผู้ตายเสื่อมเสียชื่อเสียงและพูดเข้าข้างตัวเอง ใช้วาทศิลป์ที่
น่าขยะแขยงนี้หลอกลวงหญิงสาวไร้เดียงสา
ดูสิ อดีตภรรยาของผมนิสัยไม่ดี แต่ผมก็ยังใจดีกับเธอมาก ผม เป็นคนดีที่น่าสงสาร ช่วยมาปลอบใจผมและตกหลุมรักผมเร็ว ๆ เข้า สิ
ช่างเป็นชายชั่วไร้ก้นบึ้งอย่างแท้จริง
ถ้าเขาพูดแบบนี้กับเด็กสาวที่ไร้เดียงสาตามโลกไม่ทัน ก็อาจจะ มีคนหลงเชื่อได้ โดยคิดว่าเขาโศกเศร้าจริง ๆ และรีบไปปลอบโยน เขาอย่างโง่เขลา
แต่เซียวหมิงเยวี่ยเป็นใคร คิดว่าเธอจะมองกลอุบายห่วย ๆ แบบ นี้ไม่ออกเหรอ?
ไอ้ผู้ชายสารเลวคนนี้ ได้ทำลายมื้ออาหารอันแสนวิเศษของเธอ ไปซะแล้ว
ในขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังถกเถียงกับตัวเองว่าจะขว้างก้อน หินขนาดใหญ่เพื่อฆ่าเขาดีไหม เธอก็ถูกเสียงเรียกของหลี่เซียนดึง กลับมามีสติอีกครั้ง
“คุณเซียว คุณคิดอะไรอยู่เหรอ ยังฟังอยู่ไหม?”
หลี่เซียนพูดพลางยื่นมือออกไปเงียบ ๆ คิดจะสัมผัสมือของ เซียวหมิงเยวี่ย
“อยากตายเหรอ?”
ร่องรอยจิตสังหารฉายชัดในดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยครู่หนึ่ง เธอ คว้ามีดหั่นสเต๊กบนโต๊ะแทงเข้าใส่เขาโดยไม่ลังเล
หลี่เซียนพยายามหลบ แต่ก็ไม่ทัน โดนเฉือนเป็นแผลยาว จน เลือดไหลอาบโต๊ะ
“คุณทำบ้าอะไร!”
หลี่เซียนกุมมือของตัวเอง และรีบคว้าผ้าเช็ดปากมาพันแผล
มีดหั่นสเต๊กทื่อมาก ไม่มีความคมเลย ถ้าเป็นมีดมีคมจริง ๆ มือ ของเขาคงถูกตรึงไว้บนโต๊ะแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยขว้างมีดหั่นสเต๊กไปทางเขา “ไปซะ หากคุณยัง คอยมาเกาะแกะฉันอีก ฉันจะส่งคุณลงไปอยู่ในหลุมกับภรรยาของ คุณ ไม่รู้ว่าเจียงเหมยเหมยจะรู้สึกดีใจหรือเปล่า ที่เห็นคุณตามลงไป หารวดเร็วขนาดนี้?”
หลี่เซียนตัวสั่นเทิ้ม “คุณหมายถึงอะไร?”
“ไม่มีอะไร รีบออกไปซะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยความรังเกียจ
ว่าแต่ เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเฉิงไม่ได้ค้นพบความจริงแล้ว เหรอ ทำไมยังไม่สรุปคดีอีก?
รีบมาจับเขาไปประหารชีวิตสักทีเถอะ
แม้ว่าความวุ่นวายจะปกคลุมทั่วทุกมุมโลกในยุคหลังหายนะ และ การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เขตพักพิงชั่วคราวนั้น ยากลำบาก แต่กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของเมืองบันเทิงนั้นยังคงมีอยู่อย่าง ครบถ้วน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความขัดแย้งและความรุนแรง นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากอดีตสามีของพี่หง การควบคุมดูแล ในพื้นที่ก็เข้มงวดมากขึ้น
เพราะว่าทุกคนล้วนกลัวตาย โดยเฉพาะคนรวยยิ่งกลัวตายเป็น พิเศษ เมืองบันเทิงจึงต้องมีความสงบสุขและเป็นระเบียบ นี่คือกฎ เหล็ก
ไม่มีใครสามารถทำลายความสงบสุขของดินแดนบริสุทธิ์แห่งนี้
ได้ มิฉะนั้นก็เท่ากับเป็นการละเมิดผลประโยชน์ของทุกคน
หลี่เซียนกลอกตาไปมา ก่อนจะสงบสติอารมณ์ลงได้อย่าง รวดเร็ว เขาคิดว่าแผนของเขานั้นไร้ที่ติจนไม่มีใครล่วงรู้ความจริง สิ่ง ที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดมาคงไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นแน่ ๆ
ด้วยท่าทีของเซียวหมิงเยวี่ย ทำให้หลี่เซียนรู้สึกขายหน้าและ โกรธจัด เขาเผยให้เห็นธาตุแท้ในที่สุด เปลี่ยนสีหน้าไปอย่างสิ้นเชิง กดเสียงต ่าลงและขู่เข็ญอีกฝ่าย
“นางสารชั่ว อุตส่าห์ไว้หน้าแกแล้วแต่แกไม่สนใจ รอฉันก่อน เถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องการพูดเรื่องไร้สาระ เธอลุกขึ้นยืนและสาด น ้าชาร้อนใส่หน้าเขา จากนั้นยกขาถีบเขาอย่างแรงและเฉียบขาด
หลี่เซียนแผดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ลอยขึ้นกลาง อากาศ ก่อนที่ร่างจะตกกระแทกพื้นอย่างแรงเสียงดังสนั่น ห่างจาก เซียวหมิงเยวี่ยประมาณสามเมตร
ความเจ็บปวดรุนแรงที่ท้องทำให้เขาครวญครางด้วยความทุกข์ ทรมาน เหงื่อเย็นไหลอาบใบหน้า
หลี่เซียนจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความโกรธแค้น ดวงตาสอง ฉายแววชั่วร้าย
เสียงดังที่เกิดขึ้นดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย
พนักงานเสิร์ฟและผู้จัดการร้านอาหารรีบวิ่งมายืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างทั้งสองคน ผู้จัดการร้านพูดอย่างจริงจังว่า
“คุณผู้หญิงครับ การทะเลาะวิวาทเป็นสิ่งต้องห้ามในเมืองบันเทิง โปรดสงบสติอารมณ์และอย่าหุนหันพลันแล่น”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างเขินอาย “ฉันรู้แล้วค่ะ”
พนักงานเสิร์ฟพูดว่า “คุณผู้หญิง ดิฉันแจ้งตำรวจไปแล้วค่ะ ถ้ามี อะไรเข้าใจผิดก็ควรจะพูดคุยกันให้ชัดเจน ตำรวจช่วยพวกคุณได้นะ คะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของ พนักงานเสิร์ฟ เดี๋ยวนี้มาตรการรักษาความปลอดภัยในเมืองบันเทิง เข้มงวดถึงระดับนี้แล้วหรือ?
เมื่อพนักงานตรวจพบความขัดแย้งระหว่างลูกค้า ก็จะโทรแจ้ง ตำรวจทันที
นี่เป็นความคิดที่ดีมากเลย
เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?