ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 287 หมวกสีเขียวของคุณปู่
ในศตวรรษที่ผ่านมา มีชายหนุ่มผู้มีความสามารถคนหนึ่งชื่อ หวงเจี๋ย เข้าร่วมโครงการส่งเยาวชนเดินทางสู่ชนบท พอดีเขาถูก จัดสรรไปที่หมู่บ้านของตระกูลเซียว และตกหลุมรักคุณย่าตั้งแต่แรก พบ ทั้งคู่จึงตกลงปลงใจคบหากันอย่างรวดเร็ว
คุณย่าในตอนนั้นอายุเพียง 16 ปี ในบริบทของประเพณีที่เรียบ ง่ายในสมัยนั้น จึงเกิดข่าวลือขึ้นมากมายเกิด
แต่หวงเจี๋ยมาฝึกฝนในชนบทเพียงชั่วคราว และต้องกลับไปยัง เมืองใหญ่ ทั้งคู่จึงต้องแยกจากกัน คุณย่ากินไม่ได้นอนไม่หลับทั้งวัน คิดจะหนีออกจากบ้านไปหาหวงเจี๋ยในเมือง
แต่ถูกพ่อแม่จับได้และขังไว้ในห้อง ต่อมาเธอถูกบังคับให้ แต่งงานกับคุณปู่ด้วยสินสอด 20 หยวน
ดังนั้นคุณย่าจึงจงเกลียดจงชังคุณปู่มาก ถ้าไม่มีคุณปู่ เธอคงได้ แต่งงานกับชายที่เธอรัก มีชีวิตที่แตกต่าง และกลายเป็นผู้หญิงชน ชั้นสูงในเมือง
เธอไม่ต้องทำงานในไร่นาของชนบท สามารถซื้ออาหารจาก สหกรณ์ในเมือง และจะได้อาศัยอยู่ในตึกสูง ใส่เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดี ซึ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ชาวชนบทในสมัยนั้นไม่กล้าคิดฝัน
ต่อมาเธอถึงรู้ว่าหวงเจี๋ยมีคู่หมั้นในเมือง เขาแต่งงานทันทีที่
กลับไป และยังได้งานดี ๆ ในเมืองจากพ่อตาของเขาอีกด้วย
คุณย่าจึงเลิกล้มความคิดที่จะหนี และตัดสินใจอยู่ที่หมู่บ้านเพื่อ ใช้ชีวิตกับคุณปู่ต่อไป
ในปีเดียวกันที่แต่งงาน เธอให้กำเนิดลูกชายคนโตคือเซียวเทียน หลง ซึ่งเธอรักและเอ็นดูเขามาก
เนื่องจากลูกชายคลอดก่อนกำหนด จึงมีข่าวลือในหมู่บ้านอยู่ บ้าง แต่คุณย่าก็ไปด่าพวกนั้นถึงบ้าน สาปแช่งไปถึงบรรพบุรุษสิบ แปดชั่วโคตร ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านเพียงแอบนินทาอย่างลับ ๆ เท่านั้น
ต่อมาพ่อเซียวและอาเซียวก็ลืมตาดูโลก ข่าวลือจึงค่อย ๆ เลือน หายไป
แม้ว่าคุณย่าจะมีลูกคนที่สองและลูกคนที่สามกับคุณปู่ แต่ความ เกลียดชังต่อคุณปู่ก็ไม่เคยลดน้อยลง เธอเกลียดเขามานานหลายสิบ ปี ความเกลียดชังนี้ยังถูกส่งต่อมายังลูก ๆ ของเขา นั่นคือพ่อเซียว และอาเซียว
เธอไม่เคารพคุณปู่ และไม่ชอบลูกหลานของคุณปู่ด้วย
“เรื่องราวเป็นแบบนี้นี่เอง แต่ชายชราแซ่หวง เขาคงไม่ได้ชอบ เธอขนาดนั้น ถ้ารักเธอจริง ทำไมถึงต้องไปแต่งงานกับคนอื่นด้วย?” แม่เซียวพูดอย่างฉุนเฉียว
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเบา ๆ “แม่ไม่เข้าใจหรอก สิ่งที่คุณย่าชอบจริง ๆ คือชีวิตในเมืองที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด เธอเป็นคนหัวสูง ถือว่าชาย ชราแซ่หวงเป็นฟางช่วยชีวิต แต่สุดท้ายเธอก็ได้แต่งงานกับผู้ชายที่
เธอไม่ชอบ เธอรับความผิดหวังไม่ได้ หลายปีมานี้ มันกลายเป็น ความยึดมั่นไปแล้ว”
พ่อเซียวตะคอกอย่างเย็นชา “พวกเขาล้วนแต่เป็นตัวหายนะ ทั้งนั้น!”
เซียวหมิงเยวี่ยและแม่เซียวสบตากัน เข้าใจตรงกันโดยไม่ต้อง พูดอะไรว่า คนพวกนี้ล้วนเป็นตัวหายนะจริง ๆ
คุณย่าคิดว่าตัวเองน่าสงสาร เสียเวลาชีวิตอยู่ในชนบท แต่จริง ๆ แล้วชีวิตของเธอก็เป็นแบบนี้มาตลอด เพียงแต่ว่าพอมาเจอหวงเจี๋ย ฟังเขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ใจของเธอก็ โบยบินไปอยู่ที่เมืองใหญ่ด้วย
แต่เธอกลับไม่คิดบ้างเลยว่า คุณปู่เป็นครูประจำโรงเรียนใน หมู่บ้าน ในสมัยนั้นถือว่าเป็นหนุ่มรูปงามที่มีความสามารถโดดเด่น มาก สาว ๆ ในหมู่บ้านคนไหนที่ได้แต่งงานกับครูประจำโรงเรียน ถือ ว่าเป็นโชคดีที่สุดแล้ว
แต่คุณย่ากลับถูกหวงเจี๋ยกุมหัวใจ และถูกภาพลวงตาของเมือง ใหญ่บดบังสายตา เธอเริ่มดูถูกชนบท ดูถูกคุณปู่ที่อยู่ชนบท
เธอด่าว่าเขาเป็นคนไร้ค่าทั้งชีวิต โทษว่าเขาไม่สามารถพาเธอ ไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองได้
ดังนั้นเธอจึงระบายความโกรธทั้งหมดใส่สามีและลูกชายคนรอง แต่เธอไม่รู้เลยว่าคนที่น่าสงสารจริง ๆ คือคุณปู่ ลูกชายคนรอง และ
ลูกสาวคนสุดท้องที่ต้องทนทุกข์กับอารมณ์ด้านลบของเธอมาโดย ตลอด
“แล้ว… ตอนนี้เราจะทำยังไง เมืองบันเทิงก็ไม่เล็กไม่ใหญ่ ถ้า บังเอิญเจอกัน คงได้ปะทะอารมณ์กันแน่ ๆ อาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือ ด้วย นี่มันคราวซวยอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงต้องมาเจอกันที่นี่อีก” แม่ เซียวพูด
คุณพ่อเซียวใจเย็นลงแล้ว เขาพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชาว่า
“เจอก็เจอสิ เราจะกลัวพวกมันทำไม? จะด่าก็ด่า จะตีก็ตี ผม อยากต่อยมันให้ตายคามือ ให้มันตามลงไปขอโทษพ่อของผม!”
แม่เซียวพยักหน้าเห็นด้วย คุณปู่เป็นคนน่าสงสารมาก สมัยหนุ่ม ๆ ลำบากยากเข็ญ พอแก่ตัวลงแล้วก็ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขเลย
“พวกมันเปลี่ยนนามสกุลเป็นแซ่หวงแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่แซ่เซียว อีกต่อไป” พ่อเซียวพูดด้วยความเคียดแค้น
“แต่พวกมันอาศัยอยู่ข้างห้องลูกสาวของเรานะ” แม่เซียวพูดขึ้น
พ่อเซียวตบแขนเซียวหมิงเยวี่ย แล้วพูดน ้าเสียงจริงจัง
“หมิงเยวี่ย นาน ๆ พ่อจะได้กลับมาสักที ลูกอยู่ใกล้กว่า ดังนั้นถ้า มีโอกาส ก็เอาชนะชายแซ่หวงนั่นซะนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งอึ้ง “…”
“พ่อคะ ตอนนี้เมืองบันเทิงห้ามมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันนะ ถ้า สร้างปัญหาอาจถูกไล่ออกก็ได้” เซียวหมิงเยวี่ยอดไม่ได้ที่จะขำ
พ่อเซียวไม่ยอมแพ้ “แล้วจะให้พวกมันได้ใช้ชีวิตดี ๆ ต่อไป เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยขยิบตาและกล่าวด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
“ชีวิตดี ๆ เหรอ? ก็ไม่แน่หรอกค่ะ ตอนนี้ความขัดแย้งเป็นสิ่ง ต้องห้ามอย่างเคร่งครัดในเมืองบันเทิง อย่าลืมว่าพวกเขาเกลียดใคร มากที่สุด ลองนึกถึงเซียวอวี่สิคะ เขาถึงขนาดอยากเอาชีวิต ครอบครัวเราทุกคนในตอนนั้น”
พ่อกับแม่เซียวหันมองหน้ากัน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมเซียวอวี่
ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ ชื่อของเขาคงเปลี่ยนเป็นหวงอวี่ และสามารถ อยู่ในเมืองบันเทิงเช่นกัน น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
“ในเมื่อมาหาถึงที่ ก็จัดการให้มันเด็ดขาดไปเลยเถอะ” ดวงตา เซียวหมิงเยวี่ยมืดมนลง
เธอหันไปมองนอกหน้าต่าง ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ ชาติภพที่
แล้วเธอก็ตายในสภาพอากาศพายุหิมะแบบนี้เหมือนกัน
แม่เซียวหยิบยกความสงสัยในใจ “ถ้างั้นตามที่พูดกันมา หวงเจี๋ย คนนั้นไม่น่าจะใช่คนอ่อนไหวอะไร แล้วทำไมถึงมาดูแลพวกมัน
ตอนนี้ล่ะ? แถมยังพาพวกมันมาอยู่ที่เมืองบันเทิงอีก รวยอู้ฟู่ซะ เหลือเกิน”
“ก็จริงนะคะ งั้นมันเพราะอะไรกันนะ?” เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิด
…
หลังจากคุยกับพ่อแม่สักพัก เซียวหมิงเยวี่ยจึงขอตัวกลับไปยัง ห้องของเธอ
เวลาช่วงเที่ยงวัน ปลาสากครีบแดงทั้งห้าตัวที่เพิ่งวางขายก็ถูก ซื้อไปจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาสิบนาที อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเธอ อยู่บนชั้นที่ 15 และไม่มีเวลาจัดส่ง
ตอนนี้มูนฟาร์มได้แจ้งเตือนให้เธอจัดส่งสินค้าโดยเร็วที่สุด
แม้จะรู้ว่าปลาสากครีบแดงหายากและมีค่ามากขึ้น แต่เซียวหมิง เยวี่ยก็ยังประหลาดใจกับความเร็วที่ขายได้
ก็แหม ปลาสากครีบแดงมีราคาเป็นหน่วยร้อยล้าน คนรวยมีเยอะ ดีจริง ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเสียดายอยู่นิด ๆ นี่เธอขายถูกเกินไปหรือ เปล่า?
แต่อย่างไรก็ตาม เงิน 130 ล้านเหรียญปริศนาจะเข้าบัญชีเร็ว ๆ นี้ แค่คิดก็รู้สึกดีใจสุด ๆ
ไม่รู้ว่าร้านค้าปริศนาจะเอาของใหม่แบบไหนมาขายอีก หวังว่า จะเป็นของที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ยาแปลงโฉมหน้าผู้ชายขี้เหร่ให้ กลายเป็นหนุ่มหล่อ เธอไม่ได้เปิดคลินิกเสริมความงามซะหน่อย
กลับไปชั้น 22 ดีกว่า
ทันทีที่เซียวหมิงเยวี่ยมาถึงชั้น 22 เธอก็พบกับแขกที่ไม่คาดคิด
“คุณจี้? มาตรวจงานที่ชั้นนี้เหรอคะ? หรือตั้งใจมาหาฉันเป็น พิเศษ? แล้วสารละลายหิมะใช้งานเป็นอย่างไรบ้างคะ?”
จี้เหวินซียักไหล่ “แค่ผ่านมาเฉย ๆ น่ะ”
“สารละลายหิมะของคุณได้ส่งมอบให้รัฐบาลเรียบร้อยแล้ว มันใช้ งานได้ดีมาก และกำลังถูกนำไปใช้งานตามจุดขนส่งต่าง ๆ ทั่ว ประเทศ” เขากล่าวต่อ
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบกุญแจห้องขึ้นมา “ใช้งานได้ก็ดีแล้วค่ะ”
เมื่อเห็นว่าจี้เหวินซีไม่มีทีท่าว่าจะไปไหน เธอจึงเอ่ยชวนอย่าง สุภาพว่า
“แวะเข้ามานั่งพักและทานน ้าชาด้วยกันก่อนไหมคะ?”
จี้เหวินซีตอบตกลงอย่างรวดเร็ว “ได้สิ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองหน้าเขานิ่งงัน “…”
ไม่ใช่ว่ามีงานยุ่งตลอดเหรอ ยังมีเวลาว่างมาจิบน ้าชาอีก
จี้เหวินซีนั่งลงบนโซฟา อดที่จะถามขึ้นไม่ได้ว่า
“ผมได้ยินว่ามีคดีฆาตกรรมภรรยาเกิดขึ้นที่ห้องข้าง ๆ คุณเป็น อะไรไหม หวาดกลัวหรือเปล่า?”
“ฉันจะกลัวทำไมคะ? คุณคิดมากเกินไปแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยต อบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
จี้เหวินซีมองเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง พูดด้วยความกังวลว่า
“หรือว่า ให้ผมจัดการย้ายคุณไปพักอาศัยอยู่ห้องอื่นดีไหม ที่นี่ดู ไม่ค่อยปลอดภัยเลย”
“ย้ายไปไหนคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามขึ้นทันใด
จี้เหวินซีวางแก้วชาลง และพูดอย่างแช่มช้าว่า
“ย้ายไปที่ห้องผมไง”