ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 293 ข่าวดี : พายุหิมะอ่อนกำลังลง
“โอ้โห ช่างบังเอิญเหลือเกิน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดพลางเลิกคิ้ว
สีหน้าของพ่อกับแม่เซียวตึงเครียด คิดว่าคงต้องมีเรื่องทะเลาะกัน แน่ ๆ แต่นึกไม่ถึงว่าลุงใหญ่จะทำเป็นมองไม่เห็น เพียงแต่สีหน้าของ เขาเย็นชายิ่งกว่าอากาศหนาวจัดข้างนอกเสียอีก ราวกับว่าใครสัก คนเป็นหนี้เขาแปดร้อยล้าน
เซียวฮ่วนฮ่วนหน้าเครียด ไม่พูดอะไร นี่ไม่ใช่เวลาที่จะทะเลาะกัน เธอต้องอดทนไว้ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ จะเอาเงินของไอ้แก่มาได้ อย่างไร
มีเพียงคุณย่าเท่านั้นที่พึมพำว่า “ไอ้พวกสารเลว”
เธอจ้องมองพ่อเซียวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น คำ ด่าทอมากมายก่ายกองอยู่ในดวงตา แต่ด้วยเกรงใจผู้เฒ่าหวงที่อยู่ ตรงนี้ จึงต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้ ไม่ควรทะเลาะโวยวาย เดี๋ยวจะเสีย หน้า
ผู้เฒ่าหวงเป็นคนรักศักดิ์ศรีมาก ไม่ควรทำให้เขาเสียหน้าด้วย
ลิฟต์ขาขึ้นมาถึง พวกนั้นเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกัน แล้วยังหัน มามองครอบครัวเซียวด้วยสายตาที่ดุร้ายราวกับจะกินหัว ก่อนที่
ประตูลิฟต์จะปิดลง
“แปลกจัง ฉันคิดคำด่าไว้ตั้งเยอะ ทำไมพวกนั้นถึงไม่ทะเลาะกับ เราล่ะ?” แม่เซียวนึกสงสัย
“คุณไม่เห็นเหรอว่าผู้เฒ่าหวงอยู่ด้วย พวกมันคงกลัวว่าเราจะไป ขัดขวางแผนการของพวกมันน่ะสิ” พ่อเซียวพูดอย่างเย็นชา
เซียวหมิงเยวี่ยยกนิ้วโป้งขึ้นเงียบ ๆ “พ่อพูดถูกค่ะ พวกมันกลัวผู้ เฒ่าหวงรังเกียจ ท้ายที่สุดสถานะของเขาก็แตกต่างออกไป และเขา เกลียดขี้หน้าคนต ่าต้อยของชาวบ้านทั่วไปเป็นที่สุด ดังนั้นพวกมัน คงไม่กล้าหรอก”
คุณแม่เซียวส่ายหน้า “อย่างกับกำลังรับใช้บรรพบุรุษเลย”
…
ภายในลิฟต์ ผู้เฒ่าหวงถามขึ้นกะทันหัน
“เทียนหลง พวกเขาเป็นใคร? คนที่ทักทายพวกเธอเมื่อครู่นี้”
ลุงใหญ่ตอบเสียงเบา “พ่อครับ คนนั้นคือน้องชายผม นามสกุล เซียว เขาไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี สนใจแต่ครอบครัวตัวเอง ไม่เคยดูแล แม่เลย ผมโกรธมากและตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกเขาไปหลายปี แล้ว จากนั้นผมเป็นคนดูแลแม่มาตลอด และตอนนี้ผมก็ดูแลพ่อด้วย ครับ”
ผู้เฒ่าหวงจับไม้เท้าและพูดว่า “มันเป็นอย่างนั้นเองเหรอ คนที่ไม่ ซื่อสัตย์และไม่กตัญญูแบบนั้น ตัดออกจากชีวิตก็ดีแล้ว ลูกพ่อ พ่อได้
ทำผิดต่อลูกตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้าเราพบกันก่อนหน้านี้ พวก เธอคงไม่ต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานมากมาย”
ลุงใหญ่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งและยิ้มฝืน “ไม่เป็นไรครับ ทุกอย่าง ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ครอบครัวเราได้อยู่ด้วยกัน แค่นี้ผมก็มีความสุข แล้วครับ”
ผู้เฒ่าหวงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “พ่อรู้ว่าลูกเป็นคน อย่างไร พ่อไม่ได้เลี้ยงลูกตอนยังเด็ก แต่ลูกกลับเลี้ยงดูพ่อตอนแก่ สมกับเป็นคนตระกูลหวง มีน ้าใจและซื่อสัตย์ หลังจากพ่อจากไป เงิน ทั้งหมดก็จะเป็นของลูก”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลุงใหญ่และเซียวฮ่วนฮ่วนต่างตื่นเต้นดีใจจน แทบเก็บอาการไม่อยู่ เซียวฮ่วนฮ่วนดีใจจนยิ้มแป้น เพราะเธอยังเด็ก อยู่จึงอ่อนด้อยประสบการณ์
แต่ลุงใหญ่กลับไม่แสดงสีหน้าออกมา “พ่อครับ พูดอะไรอย่างนั้น พ่อต้องมีอายุยืนยาว สุขภาพร่างกายแข็งแรงแน่นอน”
เวลาแห่งความทุกข์ยากสองปีที่ผ่านมา เขาเริ่มฉลาดขึ้น และ รู้จักใช้วิธีการอ้อมค้อมแล้ว
“ใช่ค่ะ คุณปู่ต้องมีอายุยืนยาวถึงร้อยปี พันปีเลย” เซียวฮ่วนฮ่วน พูดด้วยรอยยิ้มสดใส
ในดวงตาของผู้เฒ่าหวงมีประกายแสงวูบไหว เขาหัวเราะโดยไม่ พูดอะไร
เซียวฮ่วนฮ่วนอดรนทนไม่ไหว จึงแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจว่า “คุณ ปู่คะ หนูไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกฎหมายเท่าไหร่ คุณพ่อกับคุณปู่ไม่ได้อยู่ ในทะเบียนบ้านเดียวกัน น่าจะไม่สามารถสืบทอดทรัพย์สินของ ครอบครัวใช่ไหมคะ?”
ตอนพูดประโยคนี้ ดวงตาของเซียวฮ่วนฮ่วนสดใสจนดูน่ากลัว
สมองคุณย่าไม่มีความคิดซับซ้อน เธอเกาคอแล้วพูดว่า
“ตาเฒ่า คุณเขียนพินัยกรรมซะสิ เอาเงินไว้ให้ลูกก่อน เผื่อว่า เกิดอะไรขึ้นมา ถ้าลูกไม่ได้เงินจะทำยังไง?”
เมื่อได้ยินคำพูดของคุณย่า สีหน้าของผู้เฒ่าหวงพลัน แปรเปลี่ยนเป็นดำมืด คิ้วขมวดเป็นปมด้วยความโกรธ
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่บรรยากาศในลิฟต์เย็นยะเยือก
เมื่อเห็นเช่นนั้น ลุงใหญ่จึงจ้องมองคุณย่าด้วยสายตาตำหนิ “แม่ พูดอะไรอย่างนั้นครับ พ่อร่างกายแข็งแรงดี ไม่จำเป็นต้องเขียน พินัยกรรมหรอก”
นางแก่คนนี้พูดอะไรไม่รู้จักคิด เดี๋ยวก็ทำแผนการของเขาพังไม่ เป็นท่า!
เซียวฮ่วนฮ่วนพูดบ่นเช่นกัน “คุณย่าพูดดี ๆ ไม่เป็นหรือคะ ไม่ ไหวเลยนะ”
คุณย่ารีบหุบปากด้วยความกลัว ท่าทางเหมือนทำผิด
“คุณรู้เรื่องพินัยกรรมด้วยเหรอ?” ผู้เฒ่าหวงถามด้วยสายตา แหลมคม
“ฉันเคยเห็นในละครทีวีเขาแสดงกันแบบนี้…” คุณย่ายิ้มเขิน ๆ คลายความอึดอัด
ลุงใหญ่เห็นท่าทางโง่เง่าของคุณย่าแล้วนึกอยากเตะสั่งสอนเสีย จริง ขอให้พ่ออย่าเข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นคนสอนเธอเลย
ผู้เฒ่าหวงเบือนสายตาด้วยความรังเกียจ ก่อนพูดด้วยน ้าเสียง เรียบเฉย
“ผู้หญิงชนบทไม่เข้าใจอะไรเลย มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”
สิ่งที่เขาเสียใจมากที่สุดในชีวิตคือ ตอนที่ลงไปฝึกฝนในชนบท เขาไม่สามารถต้านทานเสน่ห์ของผู้หญิงบ้านนอกคนนี้ได้ ตอนนั้น เขายังเป็นเด็กหนุ่มและไร้เดียงสา!
ผู้เฒ่าหวงแอบดีใจที่เขาตัดความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นทั้งชีวิตของเขาจะถูกทำลายด้วยการเข้าไปพัวพันกับ ผู้หญิงที่ไร้การศึกษาและหยาบคายเช่นนี้ เธอจะไม่มีวันคู่ควรกับเขา
แต่จะว่าไปก็โชคดีที่ตอนนั้นมีความสัมพันธ์ดังกล่าว พอแก่ตัวลง ก็มีคนมาดูแล มันเป็นเรื่องของโชคชะตาจริง ๆ
ถือว่าเขายังมีโชคอยู่
คำพูดของผู้เฒ่าหวงฟังดูคลุมเครือ ไม่ได้ตอบรับชัดเจน แต่ก็ ไม่ได้ปฏิเสธ แค่ปล่อยให้คลุมเครือแบบนั้น ต้องให้ความหวังพวกเขา ไว้บ้าง
ผู้คนที่มีชีวิตอยู่จนถึงยุคนี้ ก็ล้วนเฉลียวฉลาดเหมือนปีศาจแก่
“ใช่ ๆ ๆ ฉันไม่เข้าใจอะไรเลย” คุณย่ายิ้มอย่างเอาใจ
ลุงใหญ่และเซียวฮ่วนฮ่วนหันมามองหน้ากัน ดูเหมือนว่าจะสำเร็จ ตามแผน ดังนั้นพวกเขาจึงแสดงท่าทีเอาใจใส่มากขึ้น
…
สองอาทิตย์ผ่านไปรวดเร็วเหมือนโกหก ครอบครัวเซียวรู้สึก แปลกใจที่ครอบครัวข้างบ้านเงียบสงบอย่างคาดไม่ถึง และไม่ได้มา หาเรื่องเลย
แม้แต่ตอนเจอกันบนโถงทางเดิน พวกเขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้จัก กัน เฉพาะเวลาที่ไม่ได้ออกไปข้างนอกพร้อมกับผู้เฒ่าหวง พวกเขา ถึงจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
ครั้งหนึ่งที่เจอกันบนทางเดิน ลุงใหญ่กับคุณย่าด่าทอพวกเธอยก ใหญ่ และอยากลงไม้ลงมือ
แม่เซียวโพล่งออกไปตรง ๆ ว่าเธอจะไปหาผู้เฒ่าหวงของพวก เขา แล้วให้ชายชราตัดสินความยุติธรรม และเปิดโปงตัวตนที่แท้จริง ของพวกเขาซะ แล้วดูว่าเขาจะยังคิดมอบมรดกให้คนแบบนี้หรือไม่
ลุงใหญ่และคุณย่าได้ยินคำขู่ของแม่เซียวก็ตกใจกลัว ความ เย่อหยิ่งหายไปหมด พวกเขารีบวิ่งหนีหางจุกตูด
เมื่อพบกันอีกครั้ง พวกเขามองด้วยสายตาที่ทั้งเกลียดและกลัว ไม่กล้าพูดจาโอ้อวดอีกต่อไป
คนที่จมอยู่ในโคลนตมมานาน พอมีโอกาสคว้าฟางเส้นสุดท้าย ย่อมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ใครเล่าจะอยากกลับไปใช้ชีวิต แบบเดิม?
พวกเขากลัวว่าครอบครัวเซียวจะพูดเรื่องไร้สาระ และทำลาย แผนการใหญ่ของพวกเขา
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยได้ยินคุณแม่เซียวพูดถึงเรื่องนี้ เธอคิดว่าพวก เขากลัวที่จะถูกผู้เฒ่าหวงรังเกียจมากเกินไป และขี้ขลาดเกินไป โดย ลืมไปเลยว่าผู้เฒ่าหวงก็ต้องพึ่งพาพวกเขาในการดูแล
แม้ว่าพวกเขาจะทะเลาะกับครอบครัวเซียว ผู้เฒ่าหวงก็คงไม่ ทอดทิ้งพวกเขา เพราะว่าชายชราไม่มีลูกไม่มีหลาน นอกจากเงิน แล้ว เขาก็ไม่มีอะไรต่อรองได้อีก
มันเป็นเรื่องของความยับยั้งชั่งใจซึ่งกันและกัน ลุงใหญ่และคน อื่น ๆ สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ แต่เสียดายที่พวกเขาคงคิดไม่ ออกด้วยสมองอันหนาทึบเหล่านั้น
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งอยู่บนโซฟานุ่ม ๆ และทอดสายตามองออกไป นอกหน้าต่าง พายุหิมะตกหนักมากว่าสองเดือนแล้ว เมื่อมองออกไป จะเห็นแต่สีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา
พายุหิมะเริ่มอ่อนกำลังลงมาก จากพายุหิมะตกหนัก กลายเป็น หิมะตกปานกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
ดูท่าว่าหิมะจะหยุดตกเร็ว ๆ นี้แล้ว
ทว่าอุณหภูมิยังคงต ่ามาก อุณหภูมิตามเวลาจริงวันนี้คือ -44 องศาเซลเซียส ซึ่งค่อนข้างหนาว
เมื่อหิมะหยุดตก อุณหภูมิอาจจะลดลงอีกจนถึงประมาณ -50 องศาเซลเซียส
แต่ไม่รู้เลยว่า เมื่อน ้าแข็งและหิมะละลายแล้ว มันจะเป็นฤดูใบไม้ ผลิที่อบอุ่นและมีดอกไม้บานหรือเปล่า?