ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 294 ซุบซิบ ซุบซิบ ฉันชอบฟังเรื่องซุบซิบ
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 294 ซุบซิบ ซุบซิบ ฉันชอบฟังเรื่องซุบซิบ
ปัจจุบันทั่วทั้งเมืองเผิงจิงมีความหนาของหิมะเฉลี่ยประมาณ 15 เมตร มันถูกปกคลุมด้วยหิมะอย่างสมบูรณ์ จนกลายเป็นเมืองหิมะไป แล้ว
ยกเว้นส่วนถนนที่จำเป็นและบริเวณที่อยู่อาศัยที่ต้องตักหิมะออก สม ่าเสมอ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีขาวโพลน กองหิมะสองข้างถนนสูง มาก ขณะที่ถนนตรงกลางดูเป็นร่องลึก
เวลารถวิ่งอยู่บนถนน มันให้ความรู้สึกเหมือนเดินผ่านอุโมงค์เขา วงกต
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้กองหิมะสองข้างถนนสูง เกินไป เพราะอาจเกิดอันตรายจากหิมะถล่มได้ และเป็นอุปสรรคต่อ การจราจรบนถนนตามปกติ ดังนั้นหิมะจะถูกดันไปสองข้างทาง ผ่าน กระบวนการดูแลเป็นพิเศษ เมื่อจำเป็น หิมะจะถูกขนย้ายไปที่อื่น
ด้วยวิธีนี้ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตรายใดซ่อนเร้น
ก่อนหน้านี้ตอนที่อุณหภูมิสูง เซียวหมิงเยวี่ยได้เข้าร่วมการ ประมูลในเมืองใต้ดินอยู่บ่อย ๆ และประมูลเสื้อกันหนาวไฮเทคมาสี่ชุด เนื้อผ้าบางมาก แต่กันหนาวได้เป็นอย่างดี
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบเสื้อมาให้พ่อเซียวสองตัว ก่อนอื่นก็ใส่มันไว้ ด้านใน แล้วทับด้วยเสื้อหนา ๆ ด้านนอก รับรองว่าไม่หนาวแน่นอน
พ่อเซียวทำงานที่กรมเกษตรกรรม แม้ว่าอุณหภูมิในโรงเรือนจะ เหมาะสม แต่เขาต้องเดินทางไปมาระหว่างกรมเกษตรกรรมกับเมือง บันเทิงอยู่บ่อย ๆ อากาศข้างนอกหนาวเย็น เสื้อผ้าเหล่านี้จึงเหมาะ กับเขาอย่างยิ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยดูปฏิทิน ดูเหมือนจะเป็นวันนี้ ที่ตัวเธอในอดีตชาติ ได้เสียชีวิตลง มันเนิ่นนานจนเธอจำไม่ได้แล้ว
ตลอดสามปีที่กลับมาเกิดใหม่ เธอประสบกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนผ่านมาหลายภพชาติ
จริงด้วย เมื่อสองวันก่อน รัฐบาลได้เคลียร์เส้นทางที่เกิดหิมะถล่ม แล้ว ผู้บังคับการซ่งและคนอื่น ๆ ได้รับการช่วยเหลือ เหล่าผู้บาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
จู่ ๆ มือถือของเธอก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นข้อความจากจี้ซานซาน
[พี่หมิงเยวี่ย มาเล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดด้วยกันไหมคะ? คนยิ่ง เยอะยิ่งสนุกนะ (หน้ายิ้ม หน้ายิ้ม)]
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ตอบ [เธอมาที่เมืองบันเทิง แล้วเหรอ?]
ครอบครัวตระกูลจี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองบันเทิง จี้ซานซานและ คุณปู่จี้อาศัยอยู่ในบ้านพัก ส่วนจี้เหวินซีอาศัยอยู่ในกรมเกษตรกรรม ใกล้กับโรงงาน ซึ่งสะดวกต่อการทำงาน
ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงแปลกใจเล็กน้อยที่จี้ซานซานมายังเมือง บันเทิงอย่างกะทันหัน เธอคงมีธุระบางอย่างต้องมาที่นี่ ไม่งั้นคงไม่มา หรอกใช่ไหม?
[ใช่แล้วค่ะ ที่บาร์ยั่วสวาทนะ ฉันรอพี่อยู่ มีเรื่องซุบซิบมาเล่าให้ ฟังด้วย!]
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้น บาร์ยั่วสวาทนั่นเป็นของกู้หลงซีไม่ใช่ เหรอ แต่ไหน ๆ ก็ว่างอยู่แล้ว ไปก็ไป อยากรู้เหมือนกันว่ามีเรื่อง ซุบซิบอะไรมาเล่าให้ฟัง
…
ณ บาร์ยั่วสวาท
ภายในบาร์เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงเพลง ผู้คนทั้งชายและหญิง ต่างมารวมตัวกัน บางคนกำลังดื่มด ่ากับบทสนทนา บางคนก็โยกย้าย ตามจังหวะดนตรี บรรยากาศดูคึกคักราวกับไม่ได้อยู่ในโลกหลัง หายนะเลย
ที่นี่เหมือนกับบาร์ก่อนเกิดภัยพิบัติ ทุกอย่างดูสวยงาม ราวกับ เป็นสวรรค์ของคนมีเงิน
“พี่หมิงเยวี่ย ทางนี้ค่ะ!” จี้ซานซานตะโกนเรียกเซียวหมิงเยวี่ย ด้วยความตื่นเต้น
เซียวหมิงเยวี่ยเบี่ยงตัวหลบคู่รักที่กำลังเต้นรำอย่างใกล้ชิด และ มุ่งหน้าไปหาจี้ซานซาน
บนโซฟาหนังแท้ที่วางเรียงเป็นวงครึ่งวงมีคนนั่งอยู่สี่คนคือ จี้
ซานซาน ฉียวนเอ๋อร์ ว่านถง และหลิ่วจวิ้นเหยา
เมื่อเห็นว่านถง ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยก็ฉายแววประหลาดใจ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ?
แม้ว่าเธอจะเคยพบกับว่านถงทหารหญิงผู้เก่งกาจคนนี้เพียงครั้ง เดียว แต่เธอก็ยังรู้สึกประหลาดใจที่ว่านถงจะมาเล่นกับกลุ่มเด็ก ๆ อย่างจี้ซานซาน
“บังเอิญจัง เจอกันอีกแล้วนะ” ว่านถงยกยิ้มมุมปาก
“บังเอิญจริง ๆ ด้วยค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้าทักทาย
“พี่ถงถง รู้จักพี่หมิงเยวี่ยด้วยเหรอคะ?” จี้ซานซานถามด้วย ความอยากรู้อยากเห็น
ว่านถงทานผลไม้ชิ้นหนึ่งและพูดขึ้นว่า “จำตอนงานเลี้ยงต้อนรับ ก่อนหน้านี้ได้ไหม ที่มีคนร้ายถือมีดมาอาละวาด? พวกเราสองคนยิง ปืนคนละนัด แล้วจบชีวิตชายคนนั้น”
ทันทีที่พูดจบ คนทั้งสามที่เหลือก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง และพูดอะไรไม่ออก
ตอนที่คนร้ายถือมีดมาอาละวาด จี้ซานซานและคนอื่น ๆ ได้ออก จากงานไปแล้ว แต่พวกเขาได้ยินว่าว่านถงเป็นคนยิงคนร้ายตาย ท้ายที่สุดเธอเป็นทหาร มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
โดยไม่คาดคิด ปรากฏว่าเซียวหมิงเยวี่ยก็ยิงคนร้ายด้วยเช่นกัน
“พี่หมิงเยวี่ย พี่เรียนยิงปืนกับใครมาคะ? เก่งจังเลย” จี้ซานซาน ถาม
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่มีใครสอนหรอก”
คงจะบอกไม่ได้ว่าเรียนกับพี่ชายของเธอ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็น เรื่องยุ่งยากไปอีก
จี้ซานซานเพียงอุทานว่าโอ้ ในเมื่อเธอไม่อยากพูด เด็กสาวจึงไม่ ถามต่อ
“พี่หมิงเยวี่ย ทานผลไม้หน่อยสิคะ” จี้ซานซานเลื่อนจานผลไม้ ไปตรงหน้าเธอ
“ขอบใจนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบส้มขึ้นมาแล้วค่อย ๆ ปอกเปลือกออก เธอดึง ส้มสองออกมาสองกลีบแล้วใส่เข้าปาก น ้าเปรี้ยวหวานชุ่มฉ ่าจากส้ม แตกกระจายในปากทันใด
“อ้าว แล้วเพื่อนเธอคนนั้นไม่มาด้วยเหรอ ไหนบอกว่ามีเรื่อง ซุบซิบมาเล่าให้ฟังไง?”
เธอหมายถึงอู๋ม่าน
พอพูดถึงเรื่องนี้ จี้ซานซานก็เหมือนถูกเติมเชื้อไฟ “ใช่ ๆ ๆ เมื่อ กี้พูดถึงไหนแล้วนะ?”
“กำลังพูดถึงว่านโม่ลี่ที่ไปโรงพยาบาล” ฉียวนเอ๋อร์เอ่ยเตือน
“ใช่ ครั้งที่แล้วฉันเจอว่านโม่ลี่ไปโรงพยาบาล น่าจะไปตรวจ ครรภ์นะ อู๋ซั่งหนานเองก็ไปด้วย แต่ลองคิดดูสิ ด้วยนิสัยของอู๋ม่าน แล้ว เธอจะยอมให้ว่านโม่ลี่แต่งเข้าตระกูลและกลายเป็นพี่สะใภ้ได้ ยังไง? ช่วงนี้เธอพยายามหาทางแยกพวกเขาออกจากกัน บ้าน ตระกูลอู๋อลหม่านวุ่นวายไปหมด…”
“โห จริงเหรอเนี่ย เห็นว่าอู๋ม่านไปจ้างนายแบบหนุ่มหล่อมาสอง สามคนเพื่อจีบว่านโม่ลี่ด้วยใช่ไหม? มันบ้าบอมากเลยนะ หาคนมา จีบแฟนพี่ชายตัวเอง คิดได้ยังไงเนี่ย!” ฉียวนเอ๋อร์เกือบสำลักน ้าลาย ออกมา
“แล้วไงต่อ เธอตกหลุมพรางหรือเปล่า?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
จี้ซานซานส่ายหัว “แน่นอนว่าไม่ ว่านโม่ลี่บอกเรื่องทั้งหมดกับอู๋ ซั่งหนาน เขาจึงไปหานายแบบพวกนั้น และได้รู้ว่าเป็นฝีมือของ น้องสาวตัวเอง จากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันใหญ่โต ก่อนแยกย้ายกัน ไปด้วยความเคืองขุ่น”
เซียวหมิงเยวี่ยกระตุกริมฝีปาก เรื่องราวน่าเบื่อจัง
ว่านถงที่เงียบมาตลอดพูดขึ้นเสียงเรียบว่า “พวกเธอคิดว่า ผู้หญิงคนนั้นโง่เขลาเหรอ ในที่สุดเธอก็รวบหัวรวบหางอู๋ซั่งหนานที่
ทั้งหล่อและร ่ารวยได้ ตอนนี้เธอยกฐานะตัวเองเพราะอุ้มท้องลูกของ เขา อนาคตก็ไม่ต้องกังวลอะไร แล้วเธอจะทิ้งชีวิตที่ดีแบบนี้เพื่อ นายแบบไม่กี่คนไปทำไม?”
จี้ซานซานเดาะลิ้นและถอนหายใจ “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะ เป็นคนแบบนี้ พี่ถงถง ทั้งที่มาจากตระกูลว่านเหมือนกัน ทำไมพี่ไม่ เห็นเป็นแบบนั้นเลย?”
ว่านถงหัวเราะเบา ๆ “ฉันเหรอ? คงบอกได้แค่ว่า คนเรามีความ ใฝ่ฝันที่แตกต่างกันไป”
“จริง ๆ แล้วด้วยฐานะของบ้านเธอ ถึงแม้ตอนนี้จะมีภัยพิบัติ เธอ อาจจะไม่รวยขึ้น แต่ก็ไม่ถึงกับอดตาย ทว่าเธอมีความทะเยอทะยาน สูงเกินไป” ว่านถงพูดต่อ
“น ้าไหลลงต ่า คนไต่เต้าขึ้นสูง เธอแค่อยากหาคนรวยเพื่อปีนให้ สูงขึ้นกว่าเดิม ผู้หญิงที่อยากข้ามชั้นทางสังคมโดยใช้ผู้ชายมี เยอะแยะ” หลิ่วจวิ้นเหยาพูดพลางยกขาขึ้นไขว่ห้าง
ฉียวนเอ๋อร์เริ่มสนใจ “แล้วเธอเคยมาจีบนายด้วยหรือเปล่า?”
หลิ่วจวิ้นเหยาเขย่าแก้วไวน์แล้วพูดอย่างไม่ยี่หระ
“ก็เคยอยู่นะ เธอหึงเหรอ?”
ฉียวนเอ๋อร์ทำเสียงดูถูก “ฉันน่ะเหรอหึง? หยุดหลงตัวเองได้แล้ว! เลิกเล่นตัว แล้วเล่ามาเร็ว ๆ ว่าเธอเข้าหานายยังไง และพูดอะไรกับ นายบ้าง?”
ดวงตาหลิ่วจวิ้นเหยาฉายแววผิดหวังเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น แต่แล้วก็กลับมามีท่าทางเจ้าชู้เหมือนเดิม
“ก็ส่งข้อความมาหา พร้อมกับรูปภาพอะไรต่อมิอะไร ฉันแค่กด บล็อกและลบทิ้งทันที ยังกล้าคิดมาจีบฉันอีกเหรอ ฉันมีรสนิยม ค่อนข้างสูงนะ”
ฉียวนเอ๋อร์และจี้ซานซานอ้าปากค้าง “โอ้โห เร้าใจขนาดนั้น เลย!”
“รูปอะไร? รูปวาบหวิวหรือเปล่า? บอกมาเร็ว ๆ สิ”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของฉียวนเอ๋อร์ หลิ่วจวิ้นเหยารู้สึกหงุดหงิด ขึ้นมา “ก็ประมาณนั้นแหละ”
“ปัดโธ่ ทำไมนายไม่บอกเราตั้งแต่ก่อนหน้านี้ล่ะ?” จี้ซานซาน ถาม
“มีอะไรให้บอกล่ะ? ผู้หญิงที่อยากจีบฉันมีเยอะแยะจะตาย” หลิ่ว จวิ้นเหยาพึมพำ
ดวงตาสีน ้าตาลอ่อนของฉียวนเอ๋อร์เปล่งประกาย เธอเดาว่า “นายปฏิเสธเธอจริง ๆ หรือว่าแค่ปฏิเสธแบบขอไปที? ทำไมฉันถึง
รู้สึกว่า ว่านโม่ลี่เลือกอู๋ซั่งหนานก่อน แทนที่จะเป็นนาย ไม่ใช่ว่านาย ถูกเธอปฏิเสธหรอกนะ?”