ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 306 เตรียมไปเล่นสกี
อุณหภูมิตามเวลาจริง : -48 องศาเซลเซียส
พายุหิมะถล่มเมืองเป็นเวลากว่าสองเดือน ในที่สุดวันนี้ก็หยุดลง แล้ว ประชาชนในเมืองเผิงจิงต่างก็ดีใจกันทั่วหน้าและมีความสุขอย่าง มาก
การที่หิมะหยุดตกถือเป็นสัญญาณที่ดี หากมันยังคงตกลงมา ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ไม่ช้าก็เร็วโลกของเราคงได้กลายเป็นก้อนหิมะ ขนาดใหญ่ หิมะจะทับถมกันสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เกินขีดจำกัด ที่มนุษย์จะทนทานได้ แล้วยังมีวิธีใดบ้างที่มนุษย์จะอยู่รอด?
พระเจ้ายังเมตตาอยู่บ้าง โดยเหลือทางรอดไว้ให้มนุษย์
แต่หลังจากผ่านภัยพิบัติมาสองปี ผู้คนเริ่มมองโลกในแง่ร้ายมาก ขึ้น เพราะมันเหมือนกับตอนฝนถล่มปีที่แล้วเลยไม่ใช่เหรอ?
หลังจากฝนตกหนัก พื้นที่ดินก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว เกิดโรค ระบาดแมลง และยังมีการก่อการร้าย การลักพาตัว การฆาตกรรม และอีกมากมาย ภัยพิบัติทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้นยังคง ดำเนินต่อไป
จบได้หรือยัง? เมื่อไหร่มันจะจบลงเสียที?
แม้ว่าพายุหิมะจะหยุดลงแล้ว แต่ยังคงมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดรอ อยู่ในอนาคต ใครจะรู้ว่าสิ่งใดจะรอพวกเขาอยู่ในวันข้างหน้า?
คงต้องใช้ชีวิตแบบประคับประคองไปวัน ๆ เอาแค่รอดวันนี้ไป ก่อนก็พอ
กว่าหนึ่งเดือนที่แล้ว รัฐบาลได้จัดระเบียบให้ผู้ประสบภัยทุกคน เข้าร่วมงานตักหิมะ โดยขนหิมะที่สะสมในแต่ละชุมชนขึ้นรถบรรทุก หิมะ และนำไปทิ้งที่อื่น
มิฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ จะไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ถึงแม้จะ ส่งสิ่งของยังชีพให้กับชุมชนแล้วก็ตาม แต่ผู้ประสบภัยก็ไม่สามารถ รับอาหารได้ เพราะด้านนอกเต็มไปด้วยหิมะ
เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประสบภัยมีส่วนร่วม รัฐบาลได้ใช้มาตรการ หลายอย่าง ซึ่งมาตรการเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับอาหารและ เครื่องนุ่งห่ม มาตรการเหล่านี้ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องมาเป็น เวลาหนึ่งเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแต่ละบุคคล
ถึงขนาดมีการใช้มาตรการบังคับ หากไม่ไปทำงานตักหิมะจะ ไม่ได้รับน ้าร้อนและอาหารยังชีพ
ภายใต้มาตรการบังคับ เหล่าคนเกียจคร้านที่มัวเมาทั้งวันก็ถูก บังคับให้ลุกขึ้นมาทำงาน ผู้ประสบภัยทั้งชาย หญิง เด็ก และคนชรา ในเมืองเผิงจิงทุกคนต่างมีส่วนร่วมในกิจกรรมกำจัดหิมะที่ดำเนินไป อย่างคึกคัก
กิจกรรมนี้ดำเนินมาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ถือว่าประสบ ความสำเร็จพอสมควร ตอนนี้หิมะหยุดตก ยิ่งสะดวกต่อความคืบหน้า ของกิจกรรมกำจัดหิมะ
จากภายนอก ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่
ดี…
ณ ชั้น 22 ของเมืองบันเทิง
เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก จึงรีบวิ่งไปเปิด ประตู
“ซานซาน ทำไมเธอถึงมาเร็วจัง…”
แต่เมื่อเห็นว่าใครอยู่หน้าประตู เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยก็ หยุดชะงักลง
“คุณจี้ ทำไมถึงเป็นคุณล่ะ?”
ดวงตาของจี้เหวินซีเปล่งประกายสดใส “ซานซานออกเดินทาง จากบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ แล้ว เธอสั่งให้ผมมารับคุณโดยเฉพาะ”
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเซียวหมิงเยวี่ยก็ดังขึ้น ซึ่งเป็น ข้อความจากจี้ซานซาน
[พี่หมิงเยวี่ย ฉันติดธุระออกไปรับไม่ได้ พอดีพี่ชายของฉันอยู่ที่
เมืองบันเทิง เดี๋ยวให้เขาไปรับพี่นะคะ เดี๋ยวพวกเราไปเจอกันที่ลาน สกี!]
“… งี้นี่เอง งั้นไปกันเถอะ”
ไม่ว่าใครจะมารับก็เหมือนกัน
จากที่จี้ซานซานเล่า ที่นี่คือสกีรีสอร์ตแห่งใหม่สำหรับการเล่นสกี พวกเธออยู่บ้านทุกวันจนเบื่อหน่าย และทนไม่ไหวอีกต่อไป
ตอนนี้มีสกีรีสอร์ตให้ไปเล่น จี้ซานซานรู้สึกตื่นเต้นมาก และชวน เพื่อนสนิททุกคนที่รู้จักให้ไปด้วย
แม้แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็ยังตั้งตารอ เธอยังไม่เคยเล่นสกีมาก่อน
ปกติแล้วเธอแค่เดินเล่นอยู่ชั้นล่าง ไม่กล้าไปไหนไกล เพราะ ถนนหนทางในช่วงฤดูหนาวไม่ดี ไม่ต้องพูดถึงการขับรถเลย
มีโอกาสได้ออกไปเล่นสกีเพื่อผ่อนคลายสักหน่อย ทำไมจะ ปฏิเสธล่ะ?
จี้เหวินซีมองเธออย่างใจเย็น “คุณจะใส่ชุดนี้ไปจริง ๆ หรือ? เปลี่ยนชุดก่อนเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยก้มมองเสื้อสเวตเตอร์บาง ๆ ของตัวเอง
“ได้ค่ะ งั้นคุณนั่งดื่มชารอฉันก่อนแป๊บหนึ่งนะ”
ชายหนุ่มตอบว่า “ไม่ต้องรีบ คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้าไปเลือกเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว จำเป็นต้อง ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ
เธอเลือกเสื้อผ้ามาหลายชิ้น ใส่ให้หนาและแน่นทั้งตัว
แม้ว่าตอนนี้เธอจะมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่ได้ขี้โรคเหมือน ‘หลิน ไต้อวี้’*[1] ในชาติภพก่อนอีกต่อไป แต่ถึงแม้ว่าร่างกายจะแข็งแรง อุณหภูมิภายนอกก็หนาวเย็นจัดเกือบถึง -50 องศาเซลเซียส เธอจึง ไม่กล้าประมาท
เซียวหมิงเยวี่ยห่อตัวเองด้วยเสื้อผ้าสามชั้น ชั้นในสุดเป็นชุด ชั้นในกันหนาว ถัดมาเป็นชุดกันหนาวไฮเทค และด้านนอกสุดเป็น เสื้อกันหนาวขนเป็ดแคนาดาตัวหนา
เสื้อกันหนาวขนเป็ดแคนาดา เปรียบเสมือนผ้านวมขนเป็ด มี ประสิทธิภาพในการป้องกันความเย็นได้ดี มาพร้อมหมวกใบใหญ่ พันด้วยผ้าพันคอ อากาศหนาวเย็นแทรกเข้ามาไม่ได้เลย
แต่แน่นอนว่า การจะดูดีไปพร้อมกับความอบอุ่นนั้นเป็นไปไม่ได้ ตัวของเซียวหมิงเยวี่ยจึงใหญ่โตดูเทอะทะ
ผ้าพันคอ ถุงเท้าหนา และรองเท้าบูทสำหรับเดินบนหิมะ เธอไม่ ลืมที่จะหยิบถุงมือมากำไว้ รอใส่เมื่อออกไปข้างนอก
เซียวหมิงเยวี่ยกลายเป็นเป็ดอ้วนตัวใหญ่ไปเสียแล้ว
ดังนั้น เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเดินออกมาจากห้องแต่งตัว แม้ว่าจี้เห วินซีจะมีมารยาทที่ดี แต่เขายังอดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะออกมา ช่าง เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสจริง ๆ
“จะแต่งตัวแบบนี้ไปจริง ๆ เหรอ?”
แต่เพราะว่าเซียวหมิงเยวี่ยใส่ผ้าพันคอปิดหน้าและปากไว้ เสียงพูดของเธอจึงฟังดูอู้อี้
“คุณจี้ยังจะถามฉันอีก แล้วคุณหัวเราะอะไร ฉันร้อนจะตายแล้ว รีบไปกันเถอะ” เซียวหมิงเยวี่ยบ่นอย่างไม่พอใจ
อุณหภูมิในเมืองบันเทิงถูกควบคุมให้คงที่ การใส่เสื้อผ้าหนา ขนาดนี้ ย่อมต้องร้อนเป็นธรรมดา
จี้เหวินซียิ้มและพูดหยอกล้อเธอ “หงส์ขาวตัวใหญ่นี่เป็นของใคร กันนะ? รอถึงชั้นล่างค่อยใส่เสื้อโค้ตก็ได้ ในนี้ร้อนเกินกว่าจะใส่”
“ไม่ต้องหรอก เสื้อโค้ตตัวนี้ใส่ยาก มีกระดุมซ่อนหลายเม็ด ใส่ลง ไปเลยดีกว่า ออกไปข้างนอกก็ไม่ร้อนแล้ว”
“คุณแน่ใจนะ?” จี้เหวินซีอึกอัก
เซียวหมิงเยวี่ยยกนิ้วทำท่าโอเคให้เขา “แน่ใจค่ะ พวกเราไปกัน เถอะ อย่าให้น้องสาวคุณรอนาน”
“ว่าแต่ ที่สกีรีสอร์ตมีอุปกรณ์ให้เช่าไหมคะ? พอดีฉันไม่มีอะไร เลย” เธอพูดเสริม
จี้เหวินซีปิดประตูห้องและตอบว่า “มี ไปตัวเปล่าก็ได้”
เขาเหลือบมองโทรศัพท์แล้วพูดว่า “ซานซานกับพวกเพื่อนไป ถึงแล้ว กำลังมาเร่งผมอยู่”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างนุ่มนวล “ถ้าฉันเดาไม่ผิด คุณคงถูกซาน ซานลากไปเล่นสกีด้วยกันใช่ไหม? เพราะปกติคุณมีงานยุ่งจะตาย”
คนทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง
ดวงตาของจี้เหวินซีกระตุกเล็กน้อย “จะว่างั้นก็ได้”
แท้จริงแล้ว เขาบังเอิญได้ยินจี้ซานซานคุยโทรศัพท์กับเพื่อน จึง ขอไปด้วยเอง
แม้แต่จี้ซานซานก็ยังตกใจ เธอไม่คาดคิดว่าพี่ชายผู้รักการ ทำงานเป็นชีวิตจิตใจ จะมีอารมณ์อยากไปเที่ยวเล่นด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “การไปผ่อนคลายบ้างก็ดีเหมือนกันนะ คะ”
[1] หลินไต้อวี้ เป็นนางเอกจากเรื่องความฝันในหอแดง เป็นคนขี้
โรคอ่อนแอ