ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 307 บังเอิญเจอคุณตากับคุณยายในลิฟต์
ลิฟต์มาหยุดที่ชั้น 20 เมื่อประตูเปิดออก มีหญิงสาวกับลูกชาย ตัวน้อยกำลังยืนรอจะขึ้นลิฟต์ ทันทีที่สองแม่ลูกเห็นเซียวหมิงเยวี่ย พวกเขาก็ตกใจสะดุ้ง
จากนั้นสองแม่ลูกก้าวเข้ามาในลิฟต์ ผู้เป็นแม่เพียงแค่เหลือบ มองเซียวหมิงเยวี่ย แล้วรีบหันหน้าหนี ทว่าลูกชายกลับจ้องมองเธอ ไม่วางตา
แขกในเมืองบันเทิงแทบไม่เคยออกจากโรงแรม และแม้ว่าจะต้อง ออกไป พวกเขาจะพกเสื้อโค้ตหนาติดมือไว้ แล้วจึงสวมใส่ตอนลงไป ที่ล็อบบี้ด้านล่าง เพราะเสื้อโค้ตหนามาก และภายในเมืองบันเทิงมี เครื่องทำความร้อนเพียงพอ ทำให้การสวมใส่ตั้งแต่อยู่ในห้องนั้นร้อน เกินไป
จี้เหวินซีกระแอมในลำคอ แล้วใช้สายตาสื่อความหมายกับเธอ
ผมบอกคุณแล้วว่าสวมเสื้อโค้ตเร็วไป เห็นไหม?
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับด้วยสายตา
ฉันชอบแบบนี้ค่ะ
“พี่สาวใส่เสื้อผ้าเยอะแยะขนาดนี้ไม่ร้อนหรือครับ?” เด็กชายถาม อย่างจริงใจ
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ไม่ร้อนจ้ะ พี่สาวหนาวจะ ตายแล้ว”
จี้เหวินซีไม่ได้พูดอะไร ดวงตาของเขาเพียงปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ
เด็กชายมองไปที่เสื้อยืดแขนสั้นและรองเท้าแตะของเขาด้วย ความงุนงง หนาวจะตายเหรอ? พูดจริงหรือ?
เขายังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ถูกแม่ของเขาจับหันหัวกลับไป
แม่ของเขาหัวเราะอย่างเขินอายและอธิบายให้เด็กชายฟังว่า
“พี่สาวกำลังจะออกไปข้างนอกจ้ะ เลยต้องใส่เสื้อหลายชั้น”
ลิฟต์มาหยุดลงที่ชั้น 15 อีกครั้ง คุณตากับคุณยายเดินเข้ามา เมื่อเธอเห็นทั้งสอง หัวใจของเซียวหมิงเยวี่ยพลันเต้นรัว จากนั้นเธอ รีบก้มหน้าลง ใช้หมวกปกปิดใบหน้าตัวเองให้มิดชิด
เธอรู้สึกขอบคุณที่ตัวเองแต่งตัวมิดชิด ไม่อย่างนั้นหากคุณตา กับคุณยายเห็นเธอแต่งตัวแบบนี้ แถมยังออกไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ตามลำพัง พวกเขาคงจะตกใจมากแน่ ๆ
คนในบ้านจะต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แน่นอนว่าถึงตอนนั้น พวกเขาจะผลัดกันซักถามเธออย่างละเอียดว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ซึ่งจะ เป็นการสร้างความยุ่งยากโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น เซียวเหวินเยวี่ยจึงตัดสินใจแกล้งทำเป็นไม่รู้จักคุณตาคุณ ยาย
“ลูกเต้าเหล่าใคร ใส่เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้ กำลังจะออกไปข้างนอก หรือจ๊ะ?”
คุณยายมีนิสัยเข้ากับคนง่าย ชอบคุยกับผู้คนที่พบเจอ แม้แต่คน แปลกหน้าก็ตาม
เซียวหมิงเยวี่ยก้มหน้าไม่พูดอะไร กลัวว่าพวกเขาจะจำเสียงเธอ ได้
จี้เหวินซีเห็นเซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบ จึงตอบไปว่า
“ใช่ครับ เรากำลังจะออกไปข้างนอก”
คุณยายพยักหน้า “วันนี้ข้างนอกหนาวมาก ได้ยินว่าอุณหภูมิ กลับมาลดลงอีกแล้ว เหลือเท่าไหร่กันนะ?”
“-48 องศาเซลเซียสค่ะ” แม่ของเด็กชายข้าง ๆ พูด
คุณยายเดาะลิ้น “หนาวตายได้เลยนะนั่น เราคงต้องอยู่ในเมือง บันเทิงไปก่อน อากาศแบบนี้ไม่ควรออกไปไหนเลย”
“จริงด้วยค่ะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะอากาศจะอบอุ่นขึ้น” แม่ของ เด็กชายตอบ
“คงอีกนานเลยล่ะ อย่างเร็วที่สุดก็ราว ๆ ครึ่งปีกว่าอุณหภูมิจะ อบอุ่นขึ้น พวกเราไม่ออกจากเมืองบันเทิงอยู่แล้ว อยู่ที่นี่สุขสบายจะ ตาย ว่าแต่ ข้างนอกเต็มไปด้วยหิมะ พวกคุณสองคนจะไปไหนกัน เหรอ?”
คุณยายยังคงอยากรู้อยากเห็น ตั้งแต่มาที่เมืองบันเทิง เธอก็ไม่ เคยได้ออกไปข้างนอกเลย และคนส่วนใหญ่ก็เช่นกัน
ด้านนอกเต็มไปด้วยหิมะและน ้าแข็ง ยกเว้นคนบางคนอย่างคุณ พ่อเซียวที่ทำงานในกรมเกษตรกรรม หรือเหล่าคนงานต่าง ๆ
พวกเขาจะออกไปทำอะไรข้างนอกนั่น?
ก่อนที่จี้เหวินซีจะได้ตอบอะไร คุณตาก็พูดขึ้น
“เธอนี่ไปถามเขาทำไม? ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจริง ๆ”
พูดจบ คุณตามองไปทางชายหญิงที่สูงเตี้ยต่างกันอย่างชัดเจน ก่อนจะเบี่ยงสายตาไปทางอื่น
คุณยายบ่นพึมพำ “ก็เป็นเพื่อนบ้านกันนี่นา คุยนิดคุยหน่อยจะ เป็นไรไป พ่อหนุ่มคิดเหมือนกันใช่ไหม?”
จี้เหวินซีพูดด้วยท่าทีสุภาพ “ครับ พอดีเราไม่มีอะไรทำ เลยจะ ออกไปเล่นหิมะกัน”
“ดูสิว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นกันเองแค่ไหน พวกเธอยังเด็ก ออกไป เล่นสนุกน่ะดีแล้ว พวกเราคนแก่ ๆ ไม่กล้าออกไปหรอก หนุ่มสาวนี่
จังเนอะ” คุณยายถอนหายใจ
“พูดถึงเรื่องนี้ ตอนเด็ก ๆ หมิงเยวี่ยชอบปั้นตุ๊กตาหิมะมาก ออกไปเล่นจนหน้าแดงก ่า เอาผ้าพันคอไปผูกให้ตุ๊กตาหิมะด้วย ถึง เวลาทานข้าวก็ต้องเอาเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้าง ๆ ตุ๊กตาหิมะ แล้วยัง
ร้องไห้งอแงตอนที่ฉันห้ามไม่ให้เธอนั่งข้างตุ๊กตาหิมะ ฉันเลยต้องใช้ ช้อนป้อนให้กินทีละคำ เวลาช่างผ่านไปเร็วจริง ๆ ตอนนี้หมิงเยวี่ยโต เป็นสาวซะแล้ว”
เมื่อนึกถึงตอนที่เซียวหมิงเยวี่ยยังเด็ก สีหน้าของคุณยายเต็มไป ด้วยความรักใคร่
สายตาของคุณตาอ่อนโยนลงมาก “จริงนะ เวลาช่างผ่านไปเร็ว เหลือเกิน”
เมื่อคนเราแก่ตัวลง ก็มักชอบนึกถึงอดีต โดยเฉพาะช่วงวัยเด็ก ของลูกหลาน แค่คิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น หัวใจก็รู้สึกหวานชื่น
เซียวหมิงเยวี่ยก้มหน้าลง มือของเธอเริ่มมีเหงื่อไหลซึม ทำไม ลิฟต์ถึงช้าขนาดนี้!
ลิฟต์เปิดปิดอยู่เกือบตลอด ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเร่งด่วน คนข้าง นอกเห็นคนในลิฟต์เยอะแล้ว จึงไม่เดินเข้ามา แค่เฉพาะเซียวหมิง เยวี่ยก็กินพื้นที่ไปมากแล้ว แต่เพราะแบบนี้จึงทำให้ลิฟต์ใช้เวลานาน กว่าจะลงไปถึงชั้น 1
จี้เหวินซีได้ยินสองสามีภรรยาอาวุโสพูดถึงหมิงเยวี่ย จึงหันไป มองเธอด้วยความประหลาดใจ เขาคงได้ยินไม่ผิด ผู้อาวุโสทั้งสองพูด ถึง ‘หมิงเยวี่ย’ คนนี้อย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินเสียงดังติ๊ง คุณยายกับคุณตาก็เดินออกจากลิฟต์ ตามมาด้วยแม่ลูกทั้งสองคน
เมื่อออกจากลิฟต์แล้ว คุณยายหันไปพูดกับคุณตาว่า “พ่อหนุ่ม คนนั้นหน่วยก้านดีเลยนะ ตัวก็สูง ดูท่าทางเขาสิ สง่างามมาก หน้าตา ก็หล่อเหลามาก ดูแล้วน่าเชื่อถือ น่าจะเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับการศึกษา มาดี และยังมีมารยาทอีกด้วย น่าเสียดายที่มีแฟนซะแล้ว ไม่งั้นฉัน อยากจะคุยกับเขาสักหน่อย เผื่อจะแนะนำให้เขารู้จักกับหมิงเยวี่
ยของเรา”
คุณตาเห็นด้วย “แต่รสนิยมเขาค่อนข้างแย่นะ ทำไมฉันถึงรู้สึก ว่าแฟนของเขาดูไม่ค่อยฉลาด เธอสวมเสื้อผ้าหนาเตอะขนาดนั้น แล้วตอนอยู่ในลิฟต์ก็ก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไรสักคำ”
คุณยายถอนหายใจ “คนเรามีรสนิยมไม่เหมือนกัน พ่อหนุ่มคนนี้
อาจจะชอบแบบนั้นก็ได้ ไม่เหมือนหมิงเยวี่ยของเรา หมิงเยวี่ยทั้งเก่ง ทั้งฉลาด”
…
ภายในลิฟต์
เซียวหมิงเยวี่ยดึงผ้าพันคอลง แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เกือบไปแล้ว! ดีนะที่พันหน้ามิดชิด”
“พวกเขาเป็นใครเหรอ?” จี้เหวินซีถาม
“คุณตากับคุณยายของฉันเอง บังเอิญจริง ๆ ดันมาเจอกันใน ลิฟต์แบบนี้”
เมื่อเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของจี้เหวินซี เซียวหมิงเยวี่ยจึงอธิบายว่า
“คุณไม่เข้าใจหรอก ถ้าครอบครัวเห็นฉันออกไปข้างนอกกับ ผู้ชายล่ะก็ คงต้องซักถามฉันทั้งคืนแน่ ๆ! แม้พวกเขาจะไม่ค่อยพูดถึง แต่ก็ชอบแอบมาเร่งให้แต่งงานอยู่เรื่อย ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้ ตัวเองโดยไม่จำเป็น เลยต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก”
“คุณยายฉันสุดยอดมากเลยนะ ไม่ว่าฉันจะใส่เสื้อผ้าอะไร เธอก็ ดูรูปร่างแล้วจำฉันได้ทันที ฉันถึงได้ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น กลัวว่าถ้าเธอ เห็นดวงตา จะต้องจำได้ว่าเป็นฉันแน่นอน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสริม
โชคดีที่เสื้อแจ็กเกตขนห่านแคนาดาก็เหมือนกับผ้าห่ม มันเป็น ทรงกระบอก มองยังไงก็ดูไม่ออกหรอกว่าเป็นใคร
จี้เหวินซีพยักหน้า อย่างนี้นี่เอง
“คุณยายกับคุณตาของคุณดูใจดีนะ พวกเขาคงรักคุณมากเลย ใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับ “ใช่ค่ะ พวกเขารักฉันมากที่สุด”
ขณะที่ประตูลิฟต์กำลังเปิดออกสู่ชั้น 1 เซียวหมิงเยวี่ยแทบรอไม่ ไหวที่จะวิ่งออกไป
เมื่อออกมาข้างนอก ความร้อนในตัวของเซียวหมิงเยวี่ยก็หายไป จนหมด ตอนอยู่ในลิฟต์เธอรู้สึกอึดอัดมาก
“ว้าว ในที่สุดก็ออกมาแล้ว เย็นสบายจัง!”
ด้านนอกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน ยกเว้นถนนสายหลักที่
ถูกกวาดหิมะออกแล้ว หิมะที่กองทับถมอยู่ไกล ๆ นั้นสูงมาก ประหนึ่ง ภูเขาทั้งลูก
วิวจากมุมนี้ต่างจากที่เห็นบนชั้นดาดฟ้าของเมืองบันเทิงราวกับ อยู่คนละโลก เรียกได้ว่าอลังการตระการตาสุด ๆ
นี่แหละคือโลกแห่งหิมะและน ้าแข็งที่แท้จริง
แต่เมื่ออากาศหนาวเย็นเข้าโอบล้อมเธอจากทุกทิศทาง ไม่นาน ร่างกายของเซียวหมิงเยวี่ยก็สั่นสะท้าน
“หนาวจัง!”
เธออ้าปากพ่นลมหายใจออก หมอกควันขาวพวยพุ่งออกมาจาก ปาก
จี้เหวินซีส่งถุงมือให้เธอ “รีบใส่ถุงมือซะสิ”
“อ๋อ อื้ม ขอบคุณค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบใส่ถุงมือ มือของเธอเย็นเฉียบหลังจากสัมผัส กับอากาศหนาวเพียงครู่เดียว
รถจอดรออยู่หน้าประตูแล้ว คนขับเปิดประตูรถและกล่าวด้วย ความเคารพว่า
“เชิญขึ้นรถครับ”