ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 308 เล่นสกี
เมื่อพวกเขาไปถึงลานสกี จี้ซานซานก็รออยู่ที่นั่นแล้ว เธอพา เพื่อนมาด้วยหลายคน และพวกเขาก็เริ่มเล่นสกีกันแล้ว
ในหมู่พวกเขามีอู๋ม่าน ฉียวนเอ๋อร์ หลิ่วจวิ้นเหยา และชายหญิง อีกหลายคนที่เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้จัก ซึ่งน่าจะถูกจี้ซานซานชักชวน มา
เมื่อจี้ซานซานเห็นเซียวหมิงเยวี่ย จึงโบกมือทักทายด้วยความ ตื่นเต้น
“พี่หมิงเยวี่ย ทางนี้ค่ะ มาแข่งกันเถอะว่าใครจะเล่นว่าใครเก่งกว่า กัน!”
เซียวหมิงเยวี่ยเหยียบหิมะหนา ๆ เดินไปข้างหน้าพร้อมตะโกน ตอบไปว่า
“ฉันเล่นไม่เป็น!”
ตอนที่อยู่บนรถ เธอมองดูลานสกีแห่งนี้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่
กว้างขวาง พื้นผิวเรียบเนียน อุปกรณ์ครบครัน รองรับผู้เล่นได้ จำนวนมาก
พวกคนรวยนี่รู้วิธีการเล่นสนุกจริง ๆ
จี้ซานซานตะโกนเสียงดังขึ้น “งั้นฉันจะสอนพี่เอง!”
“ตกลง!” เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับ
พื้นที่กว้างขวาง และพวกเธออยู่ห่างกัน จึงต้องตะโกนคุยกัน
จี้เหวินซีมองดูน้องสาวผู้ใจจืดใจดำของเขา
“เธอเห็นแต่พี่หมิงเยวี่ยของเธอเท่านั้นเหรอ? ไม่รู้จักทักทาย พี่ชายบ้างเลย”
จี้ซานซานเล่นสกีเข้ามาเบรกตรงหน้าทั้งคู่ เธอยิ้มอย่างขี้เล่น
“พี่ชาย พี่ไม่ใช่แขกสักหน่อย ทำไมต้องทำอะไรพิธีรีตอง? ไปกัน เถอะ เดี๋ยวฉันจะพาพวกพี่ไปเปลี่ยนชุด!”
เมื่อเห็นว่าจี้เหวินซีมาด้วย คนเหล่านั้นก็หยุดเล่น และรีบวิ่งมา ทักทาย
จี้เหวินซีตอบกลับทุกคนทีละคน
อู๋ม่านจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ย “พี่จี้ ทำไมถึงมากับเธอล่ะ?”
“บังเอิญเจอกันที่เมืองบันเทิง เลยมาด้วยกัน” จี้เหวินซีตอบเสียง เรียบ
จี้ซานซานรู้ดีว่าอู๋ม่านกำลังคิดอะไรอยู่ จึงรีบพูดว่า
“ม่านม่าน ฉันขอให้พี่เขาไปรับพี่หมิงเยวี่ยมา คนเยอะ ๆ เล่น ด้วยกันสนุกดี”
อู๋ม่านตอบอย่างไม่เต็มใจว่า “อ๋อ งี้นี่เอง”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้นแล้วด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์
“พี่จี้คะ ไปเปลี่ยนชุดของเรากันเถอะ”
อู๋ม่านเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะตระหนักได้ว่า อีกฝ่ายกำลังล้อเลียนเธอ!
เด็กสาวพลันเดือดดาลขึ้นมาทันที
รอยยิ้มปรากฏขึ้นในดวงตาของจี้เหวินซี เขาเองก็รู้ดีว่าเธอตั้งใจ
จี้ซานซานมีอาการปวดหัวอีกครั้ง รีบหาทางออกว่า
“ไป ๆ ๆ เปลี่ยนชุดกันเถอะ”
เมื่อมองเห็นท่าทางหงุดหงิดของอู๋ม่าน เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกว่าเด็ก สาวช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ ทุกอย่างปรากฏชัดบนใบหน้า ช่างซื่อตรง และไร้เดียงสาจริง ๆ
ณ ห้องอุปกรณ์
ด้วยความช่วยเหลือจากจี้ซานซานและฉียวนเอ๋อร์ เซียวหมิงเยวี่
ยจึงเปลี่ยนเป็นชุดสกีมืออาชีพและสวมรองเท้าสกีเรียบร้อยแล้ว
“ของพวกนี้ใช้ทำอะไรเหรอ?”
เธอถือไม้สกี มองฉียวนเอ๋อร์ที่ถือสิ่งประหลาดสามชิ้นมา ซึ่งเธอ ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร
อู๋ม่านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดด้วยน ้าเสียงหงุดหงิด “ไม่รู้เรื่องนี้เลย เหรอ? นี่คืออุปกรณ์ป้องกัน! ไว้ให้พวกมือใหม่แบบเธอใส่ ตอนล้มจะ ได้ช่วยลดแรงกระแทก”
ฉียวนเอ๋อร์ส่งอุปกรณ์ป้องกันให้เซียวหมิงเยวี่ย “สวมอุปกรณ์ ป้องกันไว้นะคะ ตอนล้มจะได้ไม่เจ็บมาก”
เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวขอบคุณ จากนั้นรับอุปกรณ์ป้องกันมาและ ตั้งใจจะสวมใส่ให้ตัวเอง
แต่เธอไม่รู้ว่าจะสวมใส่มันยังไง
“เอ่อ…”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะขอความช่วยเหลือจากจี้ซานซาน แต่เห็น จี้เหวินซีหยิบอุปกรณ์ป้องกันจากมือเธอไป
“คุณไม่รู้ว่ามันใส่ยังไงใช่ไหม ให้ผมช่วยนะ”
เขาคุกเข่าลงด้านข้าง ทำท่าจะช่วยสวมอุปกรณ์ป้องกันบนเข่า ของเธอ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันทำ…”
ขณะที่เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะปฏิเสธ ดวงตาของอู๋ม่านเบิกกว้าง ด้วยความไม่เชื่อ จากนั้นเธอตรงเข้ามาด้วยความโกรธ
เธอคว้าอุปกรณ์ป้องกันจากมือของจี้เหวินซี และใช้ร่างกายของ เธอผลักเขาไปที่ด้านข้าง
“พี่จี้ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ฉันจัดการให้!”
จี้เหวินซีไม่มีเวลาตั้งตัว ถูกแรงชนจากร่างเล็ก ๆ ของอู๋ม่านจน ล้มลงนั่งกับพื้น
จี้เหวินซี “…”
เซียวหมิงเยวี่ยระเบิดหัวเราะออกมา เธอกลั้นไว้ไม่อยู่จริง ๆ
อู๋ม่านจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยท่าทีท้าทาย บอกเป็นนัยว่าอย่า คิดจะเอาเปรียบพี่จี้
เธอสวมอุปกรณ์ป้องกันให้เซียวหมิงเยวี่ยด้วยความรุนแรงและ รวดเร็ว เซียวหมิงเยวี่ยปล่อยให้เธอทำ เมื่อสวมเสร็จแล้ว จึงพูดด้วย รอยยิ้มว่า
“ขอบคุณนะ เธอนี่ใจดีจริง ๆ”
อู๋ม่านตะคอกเสียงเย็น “ใครเขาอยากได้คำขอบคุณจากเธอ”
เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยก็เดินเตาะแตะไปยัง ลานสกี
ในช่วงครึ่งชั่วโมงต่อมา สาวสวยวัยใสอย่างเซียวหมิงเยวี่ยกลาย ร่างเป็นคุณยายที่เดินเซไปมา
แม้จะได้รับคำแนะนำจากจี้ซานซานและเพื่อน ๆ แต่เธอก็ยังใช้ไม้ สกีสองอันเป็นไม้เท้า และล้มคว ่าอยู่บ่อยครั้ง
เซียวหมิงเยวี่ยล้มลงอีกครั้ง คราวนี้เธอรู้สึกท้อแท้ จึงนอนราบ กับพื้นไม่ยอมลุกขึ้น
“ยากเกินไปแล้ว พวกเธอไปเล่นกันเองเถอะ ไม่ต้องสนใจฉัน หรอก”
จี้ซานซานพยุงเธอขึ้น ปัดกวาดหิมะที่เกาะตามตัวเธอออก
“พี่หมิงเยวี่ย ฝึกอีกสักหน่อยเถอะ พอเล่นเป็นแล้วจะสนุกมาก เลยนะ”
อู๋ม่านเลื่อนสกีมาหยุดลงข้าง ๆ เซียวหมิงเยวี่ย ท่าทางของเธอดู พลิ้วไหวและคล่องแคล่ว เธอพูดขึ้นเบา ๆ
“แขนขาไม่สัมพันธ์กัน ฝึกยังไงก็ไร้ประโยชน์”
แม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะเล่นสกีไม่เก่ง แต่เธอก็สามารถมองออกว่า ในบรรดาคนเหล่านี้ อู๋ม่านเล่นสกีได้เก่งที่สุด
เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นลำบากใจว่า
“ซานซาน เธอกับเพื่อน ๆ ไปเล่นกันก่อนเถอะ นาน ๆ ทีพวกเธอ จะได้มีโอกาสออกมาเล่นสกี อย่าให้ฉันมาทำให้พวกเธอเล่นไม่สนุก เลย เห็นพี่ชายเธอนั่งเฉย ๆ อยู่ตรงโน้น ให้เขามาสอนฉันเล่นสกีก็ ได้”
จี้ซานซานอึ้งไปครู่หนึ่ง “ได้ค่ะ พี่ชายฉันเล่นสกีเก่งมากด้วย”
เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือเรียก “พี่จี้คะ มาสอนฉันเล่นสกีหน่อยสิ!”
จี้เหวินซีมองเธอด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ เมื่อได้ยิน เธอเรียกเขาว่า ‘พี่จี้’ เขาก็รู้ทันทีว่าเซียวหมิงเยวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่
ตามดังคาด
อู๋ม่านพูดแทรกขึ้น “ธะ… เธอนี่หน้าหนาจังเลยนะ พี่จี้เขางานยุ่ง นาน ๆ ทีจะได้ออกมาพักผ่อน เธอมาขอให้เขาสอนเล่นสกีได้ยังไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา “แล้วเธอว่าฉันควรทำยังไงล่ะ?”
อู๋ม่านกัดฟัน “อย่าไปรบกวนพี่จี้ ฉันจะสอนเธอเอง ตกลงไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่เอา เธอไม่ค่อยชอบฉัน ฉันกลัว ว่าเธอจะฉวยโอกาสเอาคืน แล้วอีกอย่าง ฉันว่าเธอเล่นสกีไม่เก่ง สอนฉันไม่ได้หรอก”
อู๋ม่านพลันหัวเราะด้วยความโกรธ “ฉัน? ฉันน่ะเหรอจะเอาคืน เธอ? เฮอะ! เธอคิดว่าฉันเป็นใครกัน! เมื่อก่อนฉันเคยคว้าเหรียญเงิน ในการแข่งขันสกีมาแล้วนะ เธอว่าฉันเล่นสกีไม่เก่งงั้นเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “จริงเหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก”
อู๋ม่านกัดฟันโกรธเคืองอยู่ครู่ ก่อนจะตะโกนขึ้นทันใด
“ไม่เชื่อใช่ไหม? ฉันจะสอนเธอจนกว่าจะเล่นเป็น ถ้าวันนี้เธอยัง เล่นสกีไม่ได้ ก็อย่าเรียกฉันว่าอู๋ม่านอีกต่อไป!”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะคะ โค้ชอู๋”
จี้ซานซานหัวเราะคิกคัก เธอสบตากับฉียวนเอ๋อร์ แต่ไม่พูดอะไร
ที่แท้พี่หมิงเยวี่ยก็มีแผนการแบบนี้นี่เอง
ถึงแม้ว่าอู๋ม่านจะไม่ค่อยชอบเซียวหมิงเยวี่ย แต่เธอก็มีความเป็น มืออาชีพจริง ๆ และจะแนะนำหญิงสาวได้เป็นอย่างดี
เซียวหมิงเยวี่ยล้มลุกคลุกคลาน ฝึกฝนจนเริ่มเข้าใจเทคนิคการ เล่นสกีแล้ว ไม่นานเธอก็สามารถเล่นได้โดยไม่ล้มบ่อย ๆ
…
ภายในบ้านหลังเก่าของตระกูลจี้
“จี๋อัน นายบอกว่าพวกเด็ก ๆ ไปเล่นสกีกันหมดเลยเหรอ? แล้ว เด็กคนนั้นที่ชื่อเซียวหมิงเยวี่ยอยู่ด้วยไหม?”
จี๋อันพยักหน้า “ครับ คุณหนูซานซานกับเซียวหมิงเยวี่ยดูจะสนิท สนมกันมาก”
“แล้วเหวินซีล่ะ? ความสัมพันธ์ของเขากับเซียวหมิงเยวี่ยเป็น ยังไงบ้าง?”
จี๋อันลังเลอยู่ครู่ “ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนกันครับ ไม่ได้มีท่าทีอะไร ผิดปกติระหว่างคุยกัน”
“ครั้งก่อนหมอหลี่พูดว่ายังไงนะ นี่เธอหลอกตาแก่อย่างฉันงั้น เหรอ? หรือว่าเหวินซีจะชอบผู้หญิงคนนั้น แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ชอบเห วินซี?”
จี๋อันคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านนายพลอาวุโส ทำไมไม่ลองหาคู่เดทคน อื่นให้คุณจี้ดูล่ะครับ?”
“ลองมาก็หลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้ผล ผู้หญิงคนนี้ดีกว่าคนก่อน ๆ ยังผูกมิตรกับเหวินซีได้ คนก่อนหน้านี้ไม่มีใครดีเลย”
จี๋อันลังเล “ท่านนายพลอาวุโส ไม่ใช่ว่าพวกเราใจร้อนเกินไป หรือครับ? คุณจี้เขาอาจจะมีแผนของตัวเองก็ได้”
คุณปู่จี้ถอนหายใจยาว “ไม่รีบได้ยังไง? ร่างกายฉันมันแย่ลงทุก วันแล้ว”
“แก่ตัวจนใกล้จะลงโลงแล้ว อยากเห็นเขาแต่งงานมีครอบครัว จริง ๆ สักที ไม่งั้นฉันจะกล้าไปพบหน้าพ่อแม่ของเขาที่เสียชีวิตไปได้ ยังไง?”
“ทันเห็นแน่นอนครับ ตอนนี้ท่านทานปลาสากครีบแดงบำรุง ร่างกายทุกวัน และสุขภาพของท่านก็ดีขึ้นมาก” จี๋อันพูด
คุณปู่จี้จิบชาแล้วพูดว่า “ปลาสากครีบแดงช่วยยืดอายุของฉัน ได้จริง ๆ แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว ตอนนี้ข้างนอกหนาวจัด การจะหาปลาสากครีบแดงมาให้ฉันกินเรื่อย ๆ เป็นเรื่องยาก”
แม้ว่าคุณปู่จี้จะมีผมหงอกขาวเต็มศีรษะ ร่างกายดูแก่ชราลงมาก แต่ดวงตาของเขายังเฉียบคมและสว่างไสวเหมือนนกอินทรี
“อ้อ อายุฉันใกล้จะเก้าสิบปีแล้วใช่ไหม? งานฉลองวันเกิด ครบรอบเก้าสิบปีจัดให้ยิ่งใหญ่หน่อยนะ”
จี๋อันยิ้มอย่างเข้าใจความหมาย “ข้างนอกหิมะตก ถนนลื่น แขก คงมาที่บ้านลำบาก ไปจัดที่เมืองบันเทิงดีไหมครับ?”
คุณปู่จี้หลับตาลง “จัดที่เมืองบันเทิงก็ดีนะ ได้ยินมาว่ามีสโมสร หมากรุกด้วย ไปเล่นหมากรุกที่นั่นบ้างก็ดีเหมือนกัน”
“ครับ ผมจะจัดการให้ทันที” จี๋อันพูดด้วยความเคารพ
คุณปู่จี้พยักหน้าเบา ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ