ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 311 กลับไปยังบ้านตระกูลเซียว
ภายในห้องส่วนตัว…
“คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะชั่วร้ายขนาดนี้ แค่เพื่อให้ได้เงินมา ถึงกับ ฆ่าคุณย่าของตัวเอง ตอนนี้เมื่อคิดย้อนไป ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ!”
หลานหลานตบหน้าอก รู้สึกหวาดกลัวอยู่พักหนึ่ง
ช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะหาเรื่องคอยกลั่นแกล้งเซียวฮ่วนฮ่ วน และพูดจิกกัดอยู่บ่อยครั้ง ไม่คาดคิดเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะกล้าลง มือฆ่าคนจริง ๆ โชคดีที่หลานหลานยังปลอดภัย
“ฉันเองก็ไม่คิดว่าครอบครัวนั้นจะโหดร้ายขนาดนี้ ฉันแค่ไม่ อยากให้เซียวฮ่วนฮ่วนได้รับมรดก แต่ใครจะรู้ว่าพวกเขาถึงขนาด กล้าลงมือฆ่าคน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเบา
หลานหลานปลอบโยนว่า “คุณผู้หญิงขา ใครจะคาดเดาถึงสิ่งที่
จะเกิดขึ้นได้ มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย เป็นเพราะพวกเขาจิตใจ อำมหิตเอง ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราเลยสักนิด พวกเราไม่ได้สั่งให้ พวกเขาฆ่าคนสักหน่อย”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเธอมีประกายแสง แปลก ๆ
“ก็จริงนะ ไม่ว่ายังไงคนก็ตายไปแล้ว น่าเสียดายที่ความฝันของ เธอที่จะได้กลายเป็นคุณนายต้องพังทลายลง”
เรื่องทั้งหมดนี้เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เธอเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เซียวเทียนหลงทรมานพ่อของเขาเพื่อเงิน เซียวฮ่วนฮ่วนวางยาฆ่า พ่อแท้ ๆ ของตนเองเพื่อเงินเช่นกัน และเธอพลั้งมือฆ่าคุณย่าโดย ไม่ได้ตั้งใจ
มือของพวกเขาเปื้อนเลือด เพราะจิตใจของพวกเขาโหดเหี้ยม และโลภมาก ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเซียวหมิงเยวี่ยเลย
มือของเธอสะอาดบริสุทธิ์
หลานหลานโบกมือของเธอซ ้าแล้วซ ้าเล่า “ไม่ ๆ ๆ ฉันไม่อยาก เป็นคุณนายแล้วค่ะ! ครอบครัวของพวกเขาบ้ากันหมด และเซียว เทียนหลงก็ไม่ใช่คนดีอะไร ถ้าเขากล้าทำแบบนั้นกับพ่อตัวเองได้ เขาก็อาจทำแบบเดียวกันกับฉัน เกรงว่าไม่ช้าก็เร็วฉันอาจถูกช่วงชิง ลมหายใจไปก่อนที่จะได้เป็นคุณนาย ผู้ชายไม่น่าเชื่อถือ เทียบไม่ได้ กับเงิน อะไรก็สู้เงินไม่ได้”
พูดจบ เธอก็จ้องมองไปที่เซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความหวัง เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจสิ่งที่เธอหมายถึง จึงหยิบถุงทองคำ ขนาดเล็กโยนไปให้ เสียงทองคำกระทบโต๊ะดังก้อง
“นี่คือเงินส่วนที่เหลือของเธอ”
หลานหลานรีบเปิดถุงอย่างตื่นเต้น ดีใจจนอ้าปากค้าง ก่อนคำ ขอบคุณรัว ๆ
เธอหยิบเหรียญทองขึ้นมาแล้วจูบอย่างแรง
“สมัยนี้ ทองคำมีค่ายิ่งกว่าเงินซะอีก!”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร ทองคำในสมัยนี้มีค่ามากกว่า เงินจริง ๆ ท้ายที่สุดแล้วทองคำเป็นสกุลเงินที่แข็งกว่า สังคมปัจจุบัน ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล และพอจะรักษาความสงบ เรียบร้อยไว้ได้ โดยเฉพาะพวกเศรษฐีชนชั้นสูง
ดังนั้นในสังคมชั้นสูง เงินในมือของพวกเศรษฐีเหล่านี้ยังคงเป็น เงิน ไม่ได้กลายเป็นกระดาษ
แต่ใครจะรู้ได้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร มนุษย์ควรมีวิสัยทัศน์ที่
กว้างไกล หากสังคมเกิดจลาจลและควบคุมไม่ได้ เกิดวิกฤตการณ์ ครั้งใหญ่ ผู้คนต้องพลัดถิ่นฐานที่อยู่อาศัย
ถึงเวลานั้น ไม่ใช่แค่ประชาชนทั่วไปที่จะลำบาก แต่เหล่าเศรษฐี จะต้องลำบากเช่นกัน เพราะเงินของพวกเขาจะกลายเป็นเศษกระดาษ ไม่มีมูลค่าใด ๆ อีก
ตอนนี้หลายคนจึงพยายามซื้อทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่ง สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเครื่องประดับทองคำ มันพุ่งสูงมากจนดูน่าขัน
ในยามบ้านเมืองระส ่าระสาย มีเพียงทองคำเท่านั้นที่เป็นเงิน
นี่คือความจริงที่คนมีเงินรู้ดี
แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็มีคนเริ่มกักตุนทองคำเรื่อย ๆ คนรวยต่างแห่กันกักตุนทองคำ กระแสนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นใน ปีนี้ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นไปอย่างน่าตกใจ
แม้แต่ทองคำแท่งก็ยังหาซื้อได้ยาก
“น่าเสียดายที่เซียวฮ่วนฮ่วนฆ่าคน ไม่งั้นฉันจะได้ใช้ลูกที่ไม่มีอยู่ จริงนั้นรีดไถเงินอีกก้อน” หลานหลานบ่น
เธอตระหนักว่าตัวเองพูดเสียงดังเกินไป จึงหัวเราะแห้ง ๆ แล้วพูด ว่า
“ขอบคุณมากนะคะคุณผู้หญิง! คุณผู้หญิงใจดีที่สุด!”
เซียวหมิงเยวี่ยพูด “การมีเงินนั้นไม่ใช่ความสามารถที่แท้จริง สิ่ง สำคัญคือการรักษาเงินไว้ให้ได้ เราต่างรู้กันดีว่าทองคำนั้นมีค่ามาก แค่ไหน ไม่ต้องให้ฉันเตือนเธอหรอกนะ”
หลานหลานจัดการเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม เธอเพียงลำพังก็สามารถ สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านของลุงใหญ่ได้ เซียวหมิงเยวี่ยพึงพอใจ อย่างมาก และยินดีที่จะจ่ายเงินตอบแทนตามที่สัญญาไว้
หลานหลานพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไม่ บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด และซ่อนเหรียญทองคำไว้อย่างดี ฉันไปที่
ธนาคารเพื่อแลกเปลี่ยนเงินทีละน้อย ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อถือได้ และ ฉันก็ไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า ลุกขึ้นยืนเตรียมจะจากไป
“เราจะไม่มีการติดต่อกันอีกหลังจากนี้ ทานข้าวเสร็จแล้ว เธอจะ ไม่รู้จักฉัน และฉันไม่รู้จักเธอ”
หลานหลานเข้าใจความหมาย พูดด้วยรอยยิ้มสดใส
“ฉันเข้าใจค่ะ คุณผู้หญิงใจดีสุด ๆ ไปเลย จัดการทุกอย่างเสร็จ แล้ว ยังเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่อีก งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินออกจากภัตตาคาร ปล่อยให้หลานหลานนั่ง ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เพลิดเพลินกับมื้อค ่าตามลำพัง
…
เรื่องราวของครอบครัวลุงใหญ่ได้ยุติลงแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่ เซียวจัดการเรื่องงานศพของคุณย่าเรียบร้อยแล้ว ส่วนศพของเซียวฮ่ วนฮ่วนไม่มีใครอ้างสิทธิ์ จึงถูกตำรวจกำจัดทิ้ง
ในที่สุด ครอบครัวของพวกเขาก็สามารถกลับมารวมตัวกันใต้ พิภพอีกครั้ง
ด้วยความช่วยเหลือของเซียวหมิงเยวี่ย ครอบครัวตระกูลโม่ถูก พามายังเมืองบันเทิง พวกเขาทั้งสี่คนล้วนเป็นคนซื่อสัตย์และใจดี จึง
รู้สึกขอบคุณผู้เฒ่าหวงเป็นอย่างยิ่ง น ้าตาแห่งความซาบซึ้งไหลริน ออกมา
ผู้เฒ่าหวงพิจารณาพวกเขาสักพัก แล้วจึงตกลงให้พวกเขาเป็น ผู้ดูแล แม้จะพูดจาไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็จัดหาเสื้อผ้าใหม่ให้กับทุก คน
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวของซุนหนานหนานจึงมีที่พักพิง พวกเขา เอาใจใส่ดูแลผู้เฒ่าหวงเป็นอย่างดี
ห้อง 2217 กลายเป็นห้องที่โด่งดัง นับตั้งแต่โรงแรมเมืองบันเทิง เปิดให้บริการ ได้เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นสองคดีติดต่อกันภายในห้อง ดังกล่าว ผู้เข้าพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ห้องนั้นเป็นห้องผีสิง มี วิญญาณร้ายอาละวาด
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องหลังจากนั้น
…
ในวันนี้ ครอบครัวเซียวกำลังทานอาหารเย็นกันอย่างพร้อมหน้า พร้อมตา
แม่เซียวเห็นข้อความบนมือถือแล้วหยุดทานอาหาร “หมิงเยวี่ย ผู้จัดการซูถามเราว่าจะกลับไปชุมชนเมื่อไหร่? เขาบอกว่าบ้านของ เราถูกหิมะปกคลุมอยู่ ต้องไปช่วยกันขุดหิมะออกก่อน”
ในปัจจุบันคนงานมีจำกัด ทุกคนยุ่งกับการขุดหิมะบนถนน รวมถึงพื้นที่จำเป็น เช่น บ้านเดี่ยวในชุมชน รัฐบาลไม่มีกำลังคน เพียงพอที่จะจัดการ จึงต้องดูแลกันเอง
“แม่คิดว่าเขาพูดแบบนี้ เพราะอยากให้แม่กลับไปทำงานโดยเร็ว ที่สุด” แม่เซียวพูดเสริม
เซียวหมิงเยวี่ยกัดตะเกียบพลางครุ่นคิดอยู่นาน “กลับไปอยู่ ตอนนี้อาจเร็วเกินไปหน่อย แต่เราต้องกลับไปขุดหิมะจริง ๆ นั่น แหละ”
“แล้วเราจะเอาหิมะที่สูงเป็นสิบเมตรออกได้ยังไง?” คุณยายถาม
“หนูจะคิดหาวิธีค่ะ อีกไม่กี่วันเราจะเดินทางกลับไป”
แน่นอนว่าเธอไม่สามารถใช้แรงงานคนขุดหิมะได้ เธอต้องใช้ สารละลายหิมะ และต้องไปขอซื้อบางส่วนจากจี้เหวินซี
คุณตาเห็นด้วย “ตาก็อยากกลับไปดูเหมือนกัน งั้นชวนต้าไห่ กับต้าเหอไปด้วยกันสิ ทั้งคู่เป็นผู้ชาย ช่วยกันจะได้เสร็จเร็ว ๆ แบบนี้
ดีไหม?”
คุณยายเห็นด้วย “ใช่ ฉันคิดถึงบ้านพักของเราจริง ๆ ยังไงอยู่ บ้านก็ต้องดีกว่า มีสวนไว้ปลูกผัก และเลี้ยงไก่ได้ด้วย”
คุณยายนึกถึงตอนที่ยังอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวของครอบครัวเซียว แล้วพูดว่า
“ต้องรีบกลับไปดูซะแล้ว เดี๋ยวหิมะถล่มบ้านพังหมด!”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเองก็เริ่มกังวลเหมือนกัน กองหิมะก้อนเดียวอาจจะไม่หนักมาก แต่ถ้าหิมะทับถมกันมาก ๆ น ้าหนักและแรงกดก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก
หวังว่าบ้านพักของครอบครัวเซียวจะสามารถทานรับไหว
“งั้นรีบกลับไปให้เร็วที่สุด เดี๋ยวหนูจะขอความช่วยเหลือจาก เพื่อน”
พูดจบ เซียวหมิงเยวี่ยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเดิน ออกไปคุย