ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 312 กลับมายังชุมชนหวาฮั่น ขุดหิมะ!
สองวันต่อมา
เซียวหมิงเยวี่ย แม่เซียว คุณตา ลุงใหญ่ ลุงรอง และเจี่ยงย่วนนั่ง รถกลับมายังชุมชนหวาฮั่น
คุณยายกับเหล่าป้าสะใภ้ไม่ได้มาด้วย ประการแรกข้างนอก หนาวจัด ประการที่สองพวกเธอเป็นผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณ ยายที่อายุมาก และช่วยงานอะไรไม่ได้มาก จึงตัดสินใจไม่ให้เธอมา ลำบากด้วย
และแน่นอนว่าในรถมีที่นั่งไม่มากนัก
เดิมทีเซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากให้คุณตากลับไปด้วยกัน แต่ชาย ชรายืนกรานว่าจะกลับให้ได้ เซียวหมิงเยวี่ยจึงปล่อยเขาทำตามใจ
รถสองคันเต็มไปด้วยผู้คน ยกเว้นเพียงเบาะประจำคนขับเท่านั้น
เนื่องจากสภาพถนนไม่ปกติ และเพื่อความปลอดภัย ขณะนี้จึงมี คำสั่งห้ามรถส่วนตัววิ่งบนท้องถนน มีเพียงคนขับที่ผ่านการฝึกอบรม มาอย่างมืออาชีพเท่านั้นที่สามารถออกเดินทางได้
แน่นอนว่าแม้จะได้รับอนุญาต แต่ตอนนี้ก็ไม่มีรถส่วนตัวคันไหน กล้าออกเดินทาง
รถที่เตรียมให้พวกเขาคือรถดัดแปลงพิเศษซึ่งจี้เหวินซีจัดหามา ให้ มันสามารถใช้งานได้ปกติแม้ในสภาพอากาศหนาวจัด ยางรถก็
เป็นแบบพิเศษเช่นกัน ป้องกันการลื่นไถลได้ดี ผนังรถหนา ทนทาน กว่ารถยนต์ทั่วไป ป้องกันการชนได้ดีกว่า และเก็บความร้อนได้ดีกว่า ด้วย
ลุงใหญ่เอียงคอมองรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ตามมาข้างหลัง ร้อง อุทานด้วยความประหลาดใจ
“โอ้โห พวกเขาบรรทุกอะไรมากันเนี่ย?”
“หมิงเยวี่ยบอกว่ามันเป็นนวัตกรรมละลายหิมะ ซึ่งสามารถ ละลายหิมะได้อย่างรวดเร็ว” เจี่ยงย่วนอธิบาย
ลุงใหญ่ร้องอุทานด้วยความทึ่ง “โห เอาไว้ละลายหิมะนี่เอง ฉันจำ ได้ว่าสมัยก่อนเคยใช้เกลือหยาบ ไอ้นี่มันเรียกอะไรนะ ชื่อแปลก ประหลาดจัง เราต้องใช้มันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่รู้ว่าบ้านของพวกเราทั้งสองจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?” ลุงรอง พูด
เจี่ยงย่วนตอบ “คงไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก ได้ยินมาว่าคนที่
อาศัยอยู่ชั้น 1 ถึงชั้น 4 ของอาคารในชุมชน ต่างก็อพยพขึ้นไปอยู่ ชั้นบนกันหมดแล้ว บอกว่าชั้นล่างถูกหิมะทับถมจนอากาศถ่ายเทไม่ สะดวก กลัวจะหายใจไม่ออกตาย”
พวกเขาสามคนนั่งคุยกันอย่างสบาย ๆ อยู่ในรถคันที่สอง
ในรถคันหน้า แม่เซียวตกตะลึงกับทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ปาก ของเธออ้ากว้างจนสามารถยัดไข่ได้
“นี่เป็นครั้งแรกที่ลงมาจากชั้นบน วิวข้างนอกมันช่างแตกต่าง จากที่เห็นจากบนนั้นโดยสิ้นเชิง เมืองเผิงจิงของเราเปลี่ยนไปขนาดนี้
แล้วเหรอ? ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต”
หิมะที่ปกคลุมพื้นดินหนาเตอะสูงเสียดฟ้า มองดูแล้วขาวโพลน ไปทั่ว มันดูงดงามตระการตาเมื่อมองจากระยะไกล รถยนต์ดูเล็กเป็น พิเศษเมื่อแล่นบนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ เสมือนมดคืบคลานไปอย่าง ช้า ๆ บนเส้นทางอันคดเคี้ยว
นี่แหละคือความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
คุณตาเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว “ไม่ใช่แค่ลูกหรอก พ่อเองก็ไม่เคยเห็น อะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตนี้เหมือนกัน”
แม่เซียวตัวสั่นเทิ้ม “หนาวจัง!”
เธอสวมใส่เสื้อผ้ากันหนาวที่เซียวหมิงเยวี่ยเตรียมไว้ก่อนเกิด วิกฤตการณ์วันสิ้นโลก เนื้อผ้าหนา ๆ เหมาะสำหรับสวมใส่ในสภาพ อากาศหนาวจัด ด้วยเหตุนี้เธอและคุณตาจึงต้องนั่งเบียดกันบนเบาะ หลัง
อุณหภูมิตามเวลาจริง : -50 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิลดต ่าถึง -50 องศาเซลเซียสไปแล้ว เป็นการทำลาย สถิติใหม่
“แอร์ในรถเปิดอยู่ครับ แต่เพราะข้างนอกหนาวเกินไป จึงต้อง เปิดแอร์ค่อนข้างต ่า” คนขับรถพูดด้วยความขอโทษ
แม่เซียวพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรเลย พวกเราทุก คนสวมเสื้อผ้าหนาชิ้นอยู่แล้ว ขอบคุณที่ทำงานหนักนะพ่อหนุ่ม อากาศหนาวขนาดนี้ยังต้องขับรถมาส่งพวกเราถึงบ้าน”
รถคันนั้นแล่นไปอย่างช้า ๆ พวกเขาคุยกันไปเรื่อย ๆ ระหว่างทาง สุดท้ายก็มาถึงชุมชนหวาฮั่น
เซียวหมิงเยวี่ยลงจากรถเป็นคนแรก พอเห็นสภาพปัจจุบันของ ชุมชนหวาฮั่น เธอก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
หิมะบนถนนสายหลักภายในชุมชนถูกกำจัดออกไปแล้ว แต่ตาม ถนนซอกซอยยังคงมีหิมะหนาแน่นอยู่ โดยเฉพาะบริเวณหน้าประตู อาคารของแต่ละยูนิตที่แทบจะไม่มีการจัดการใด ๆ เลย
และแม้ว่าหิมะบนถนนสายหลักจะถูกตักออกและขนย้ายไปแล้ว แต่ที่สองข้างทางยังคงมีหิมะหนาทึบสูงถึงสิบกว่าเมตร ผู้คนเดินผ่าน ไปมาเหมือนอยู่ในเขาวงกต
ภายในชุมชนเต็มไปด้วยผู้คนกำลังโกยหิมะอย่างขะมักเขม้น แม้ว่าจะมีผู้คนจำนวนมาก แต่ปริมาณหิมะนั้นมีมากกว่า พวกเขาใช้
เพียงแรงงานคน ตักหิมะออกได้ทีละน้อย ทำให้การทำงานมี ประสิทธิภาพช้าลง
ยกเว้นบางอาคารที่หิมะด้านใต้ถูกกำจัดแล้ว อาคารส่วนใหญ่ ชั้น 1 ถึงชั้น 4 ยังถูกหิมะปกคลุมอยู่
แล้วพวกเขาออกจากตึกกันอย่างไร?
ไม่นานเซียวหมิงเยวี่ยก็สังเกตเห็นสิ่งที่สงสัย พวกเขาขุดอุโมงค์ ไว้ใต้หิมะพอดีให้คนสามารถลอดผ่านลงมาจากบันได แล้วเดินผ่าน อุโมงค์หิมะเพื่อออกมาข้างนอก
ไอเดียการสร้างอุโมงค์หิมะนั้นยอดเยี่ยมและฉลาดมาก
นอกจากนี้ แรงดันจากหิมะที่กองทับถมกันสูงมาก ทำให้เนื้อหิมะ เกาะกันแน่น ยิ่งเมื่อราดน ้าเสริมความแข็งแรง และปรับพื้นผิวให้เรียบ อุโมงค์หิมะนี้ไม่มีทางพังทลายลงโดยง่าย
ไม่ไกลนัก มีคนคุ้นที่เธอคุ้นเคยตะโกนเสียงดังว่า
“ทุกคนช่วยกันหน่อยนะ ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเคลียร์อาคาร สองยูนิตหนึ่งให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ แล้วเที่ยงวันนี้เรามีข้าวต้มร้อน ๆ แจกให้ทุกคนด้วย!”
เขาสวมเสื้อผ้าหนาชิ้นจนดูเหมือนหมีอ้วน หมวกและผ้าพันคอ พันแน่นจนมิดชิด แต่เซียวหมิงเยวี่ยจำเสียงเขาได้ เขาคือผู้จัดการซู นั่นเอง
บริเวณที่เซียวหมิงเยวี่ยยืน มีคนโกยหิมะอยู่สองสามคนกำลังบ่น พึมพำเบา ๆ ว่า
“ช่วงสองสามวันนี้ ข้าวต้มเริ่มน้อยลงทุกที แถมหนอนฟันก็ไม่ ค่อยมีแล้ว ขี้เหนียวเหลือเกิน แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาทำงานกันไหว?”
คนที่อยู่ใกล้ ๆ ถอนหายใจ “แค่มีข้าวต้มหนอนฟันให้กินก็ดีแค่ ไหนแล้ว จะเอาอะไรอีก?”
“ถ้าไม่ออกมาโกยหิมะ แม้แต่น ้าร้อนก็ยังไม่มีให้ดื่ม นี่มันการ เกณฑ์แรงงานแบบโบราณหรือไง? ลำบากขนาดนี้ มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อ อะไรกัน เอาหัวชนกำแพงตายซะดีกว่า”
“แต่ฉันยังมีเมียมีลูกต้องดูแล ฉันต้องอยู่รอด ถ้าฉันตาย แล้วเมีย กับลูกจะอยู่ยังไง?”
“รีบทำงานกันเถอะ หิมะบ้า ๆ นี่ ไม่รู้ว่าจะจัดการเสร็จเมื่อไหร่ ไม่ รู้ว่าการมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้มันเป็นโชคดีหรือโชคร้าย อิจฉาคนที่ตาย ตอนปีที่อากาศร้อนจริง ๆ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานแบบนี้ถึงสองปี!”
“เฮ้อ ไม่งั้นเวลาเทพเจ้าที่ทำผิด ทำไมพวกเขาถึงถูกส่งมาจุติ เป็นมนุษย์บนโลกล่ะ เพราะโลกนี้ช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน…”
เซียวหมิงเยวี่ยและคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำบ่นของผู้คน ต่างก็เงียบไม่ พูดอะไร
ลุงใหญ่และพวกเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ หากไม่มีเซียวห มิงเยวี่ย ชีวิตของพวกเขาก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ตอนน ้าท่วมก็ลำบาก แสนสาหัส ไม่รู้ว่าจะรอดชีวิตอยู่ถึงปีที่สามที่อากาศหนาวจัดได้ หรือไม่
คุณตาสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากผ่านไปนานก็พูดขึ้นว่า
“บ้านพวกเราอยู่ตรงไหนนะ? สภาพชุมชนเปลี่ยนไปมาก ฉันเริ่ม หลงทางซะแล้วสิ”
ขณะที่แม่เซียวกำลังจะพูด เธอก็สังเกตเห็นผู้จัดการซูมองตรง มา ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาด้วยความสงสัย มองดูเซียวหมิงเยวี่ยและ คนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าพวกเขาแต่งตัวไม่เหมือนกับผู้ประสบภัยใน ชุมชนหวาฮั่น จึงถามด้วยความสงสัยว่า
“ทำไมพวกคุณถึงแต่งตัวแบบนี้ แล้วทำไมถึงไม่ไปทำงานกับคน อื่น?”
แม่เซียวดึงหน้ากากกันหนาวหนาเตอะลงมา “ฉันเองค่ะผู้จัดการ ซู”
ผู้จัดการซูมองดูอย่างพิจารณา ก่อนจะอุทานด้วยความ ประหลาดใจ
“อ้าว! พี่เจี่ยง เจี่ยงชิงหว่าน ทำไมคุณถึงกลับมากะทันหันนัก ล่ะ?”
แม่เซียวยิ้มแย้มแจ่มใส “ก็คุณเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่า บ้าน ฉันถูกฝังอยู่ใต้หิมะ และจำเป็นต้องขุดหิมะออก พวกเราก็เลยกลับมา นี่ไงคะ”
ผู้จัดการซูหัวเราะขึ้นมา “แต่ผมก็ไม่คิดว่าพวกคุณจะมากลับมา กันเร็วขนาดนี้”
“สวัสดีครับ/ค่ะ ผู้จัดการซู ไม่เจอกันนานเลย” เซียวหมิงเยวี่ย และคนอื่น ๆ กล่าวทักทายผู้จัดการซู
“ครับ ๆ ดูเหมือนว่าพวกคุณจะใช้ชีวิตที่นั่นได้ดีเลย โดยเฉพาะห มิงเยวี่ย ดูสิ หน้าเธอแดงก ่าเชียว”
เซียวหมิงเยวี่ยดึงผ้าพันคอขึ้นมาปิดหน้าอีกครั้ง “ฉันหนาวจน หน้าแดงไปหมด ถ้าคุณหนาวก็คงหน้าแดงเหมือนกันนั่นแหละ”
ผู้จัดการซูหัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนพูดอย่างลึกลับว่า
“อีกอย่าง วันนี้ผมผ่านไปแถวบ้านพวกคุณพอดี พวกคุณคง ต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อมก่อนนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยและคุณแม่มองหน้ากัน เตรียมใจไว้ให้พร้อมงั้น เหรอ?
หลังจากเดินวนไปเวียนมาอยู่นาน พวกเขาก็มาถึงหน้าบ้านพัก ครอบครัวเซียว ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้จัดการซูถึงบอก ให้พวกเขาเตรียมใจไว้ให้พร้อม
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้ามองหิมะที่สูงท่วมถึงกว่าสิบเมตรพลางอ้า ปากค้าง พูดอะไรไม่ออก บ้านของเธอถูกฝังอยู่ใต้ภูเขาหิมะไปแล้ว หรือนี่?
“พระเจ้าช่วย!” ลุงใหญ่อดกลั้นความตกใจไว้ไม่ได้
ลุงรองอุทานด้วยความทึ่งเช่นกัน “โอ้พระเจ้า มันสูงมาก อย่าง กับในหนังเลย”
แม่เซียวกลืนน ้าลายลงคอ “นะ… นี่ใช่บ้านของเราจริง ๆ เหรอ? ฉันไม่ค่อยแน่ใจเลย”
ผู้จัดการซูกล่าว “นี่แหละบ้านพวกคุณ ตอนนี้หิมะปกคลุมไปทั่ว เพิ่งจะเคลียร์ทางเล็ก ๆ ไว้ ไม่งั้นพวกคุณก็คงมาไม่ได้ ผมขอเตือน พวกคุณไว้นะ มีบ้านพักสองหลังแล้วที่ถูกหิมะทับจนพังลงมา ลองดู แล้วกันว่าพวกคุณยังอยากขุดหิมะต่อไหม?”
เขาหยุดครู่หนึ่ง แล้วพูดเสริมว่า
“นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แค่พวกคุณไม่กี่คน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานาน แค่ไหนถึงจะเสร็จ เร็วที่สุดก็คงหลายเดือน แถมยังไม่แน่ว่าก่อนตัก หิมะเสร็จ บ้านจะถล่มลงมาก่อนหรือเปล่า”
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองคุณตา คุณตากระแอมในลำคอเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นอย่าเสียเวลากันเลย เริ่มลงมือกันดีกว่า เจี่ยงย่วน ไปถามเสี่ยวอวี๋ดูสิว่า พวกเขาทดสอบเครื่องมือเสร็จหรือยัง? แล้วรีบ พาพวกเขามาเลยนะ”
เจี่ยงย่วนรับคำ “ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
เสี่ยวอวี๋เป็นพนักงานจากโรงงานผลิตสารละลายหิมะ เนื่องจาก เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้วิธีใช้เครื่องมือชนิดนี้ โรงงานจึงส่งเสี่ยวอวี๋มาช่วย
ตอนนี้หิมะหยุดตกแล้ว จึงสามารถใช้เฮลิคอปเตอร์หรือโดรนพ่น สารละลายหิมะจากทางอากาศได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มาก
เสี่ยวอวี๋กับพวกเขากำลังทดสอบเครื่องมืออยู่ด้านนอกชุมชน
ผู้จัดการซูสับสนเล็กน้อย “ทดสอบอะไรหรือครับ?”
เขาจับต้นชนปลายไม่ถูก
เซียวหมิงเยวี่ยเตะก้อนหิมะที่เท้าออกไป “ผู้จัดการซู พวกเรานำ สารละลายหิมะมาด้วย และจะใช้โดรนพ่นจากด้านบน มันน่าจะเสร็จ เร็วกว่าที่คิด”
ผู้จัดการซูอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ “พวกคุณมี สารละลายหิมะด้วยเหรอ?!”
ลองนึกดูสิว่าตอนนี้สารละลายหิมะมีค่าและหาซื้อยากมากแค่ ไหน พวกมันถูกควบคุมโดยรัฐบาล ต่อให้มีเงินก็ยังหาซื้อไม่ได้ง่าย ๆ
เนื่องจากผลิตมาน้อยและไม่เพียงพอต่อความต้องการ รัฐบาลจึง จำกัดการใช้เฉพาะเส้นทางคมนาคมที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อเป็นการ ประหยัดทรัพยากร
ดังนั้นแม้แต่ผู้จัดการซูก็ยังไม่เคยเห็นสารละลายหิมะดังกล่าวมา ก่อน ชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ด้วยซ ้า ทุกอย่างต้องอาศัย แรงงานคน
สำหรับผู้จัดการซู นี่เป็นเพียงสิ่งที่เขาเคยได้ยินมา แต่ไม่เคยเห็น มาก่อน เมื่อได้ยินเซียวหมิงเยวี่ยบอกมานำสารละลายหิมะมาด้วย เขาจึงอดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้จัดการซู ลุงใหญ่ก็เอ่ยถามด้วยความ งุนงงว่า
“ถุงพวกนี้ที่เหมือนกับปุ๋ย มันคือของล ้าค่าอย่างนั้นหรือ?”
ผู้จัดการซูเหมือนได้ยินเรื่องตลกโปกฮา “ล ้าค่ามากที่สุดเลยล่ะ! ถ้ามีสารละลายหิมะ ใครจะไปเสียเวลาใช้พลั่วตักทีละน้อยอีก ได้ยิน มาว่าแค่ละลายในน ้าร้อน แล้วฉีดพ่นบนหิมะโดยตรง หิมะจะละลาย ลงอย่างรวดเร็ว ง่ายดายและสะดวกมาก ๆ ประหยัดแรงไปได้เยอะ!”
ผู้จัดการซูรู้สึกตื่นเต้นมาก “หมิงเยวี่ย เธอนี่สุดยอดมากจริง ๆ ไปหามาได้ยังไงกันนะ แล้วเอาสารละลายหิมะมาด้วยกี่ถุงเหรอ?”
เขาคิดว่าเซียวหมิงเยวี่ยคงเอาสารละลายหิมะมาแค่ไม่กี่ถุง อย่าง มากคงไม่เกินห้าถุง
เซียวหมิงเยวี่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “ฉันเอามาเต็มรถบรรทุก รับรอง ว่าใช้ไม่หมด เดี๋ยวส่วนที่เหลือจะแบ่งให้ชุมชนใช้ค่ะ”
จี้เหวินซีเตรียมมาให้เธอเยอะมาก อันที่จริงแค่หิมะที่ทับถมบน บ้านตระกูลเซียว มันคงใช้ไม่ถึงหนึ่งในสามด้วยซ ้า
เขาบอกว่า ชุมชนหวาฮั่นคือบ้านของเธอ จึงจำเป็นต้องกำจัด หิมะให้หมด
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยยินดีรับความช่วยเหลือของเขา และ ช่วยเคลียร์หิมะในชุมชนหวาฮั่น เธอมีเหตุผลของตัวเองที่ทำแบบนี้ ไม่ได้ทำด้วยความเมตตาโดยปราศจากความคิด
ถ้าแค่บ้านของเธอโผล่พ้นขึ้นมาจากหิมะ คงจะถูกคนอื่นอิจฉา อย่างแน่นอน ประการแรกมันจะดูโดดเด่นเกินไป ประการที่สองหาก หิมะในชุมชนยังไม่ถูกกำจัด การเดินทางไปกลับอาจไม่ค่อยสะดวก
นอกจากนี้การปล่อยให้หิมะทับถมหนาเกินไปก็มีความเสี่ยง หากหิมะในบริเวณอื่นพังทลายลงมา ก็อาจส่งผลกระทบต่อบ้าน ตระกูลเซียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นี่คือสิ่งที่เซียวหมิงเยวี่ยวางแผนไว้ตั้งแต่แรก เธอไม่ได้คิดจะ ละลายหิมะแค่ที่บ้านตระกูลเซียวเท่านั้น แต่เธอตั้งใจจะละลายหิมะ ให้กับทั้งชุมชนหวาฮั่นด้วย
ผู้จัดการซูสูดหายใจเข้าลึก ๆ อากาศเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้า ปอด เขาถูกความตกใจกระตุ้นจนไอหลายครั้ง
“นะ… หนึ่งคันรถบรรทุก? เธอไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “ผู้จัดการซู ฉันดูเหมือนคน ที่กำลังพูดเล่นอยู่หรือเปล่าคะ? นอกจากสารละลายหิมะเต็ม รถบรรทุกแล้ว ฉันยังมีโดรนพ่นสารละลายอีกสามตัวด้วย ดูสิ พวก เขามานู่นแล้วค่ะ”
ผู้จัดการซูมองตามสายตาของเซียวหมิงเยวี่ย เขาเห็นเจี่ยงย่วน กำลังพากลุ่มคนเดินตรงมา
พวกเขาช่วยกันเข็นรถเข็นขนาดใหญ่ บนรถมีโดรน น ้าร้อน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะขาดสารละลายหิมะไปไม่ได้