ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 316 การโต้เถียงเรื่องผ้าห่มไฟฟ้า
เธอหยิบถุงดำใบใหญ่มาใส่ผ้าห่มไฟฟ้า จากนั้นก็เปิดประตู ออกไป ทางเดินในโรงแรมไม่มีผู้คนเลย ทุกคนต่างซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม แทบไม่มีใครออกมาเดินเล่น
มีเพียงหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง สวมเสื้อหนา ๆ เดินเล่นไปมาระหว่าง ห้อง พูดคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้าไปในลิฟต์ ประตูลิฟต์ชะงักค้างกลางคัน และเปิดอีกครั้ง ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะเดินเข้ามา เขาอายุประมาณ สามสิบกว่า ๆ ตัดผมทรงสั้น
เซียวหมิงเยวี่ยหลบเข้าด้านในเพื่อให้เขามีพื้นที่ยืน
ผู้ชายคนนั้นมองดูสำรวจเซียวหมิงเยวี่ย สายตาของเขาเลื่อนขึ้น ลงอยู่นาน และในที่สุดสายตาของเขาก็หยุดอยู่กับสิ่งที่อยู่ในมือของ เธอ
แม้จะใส่ถุงพลาสติกสีดำ แต่จากรูปทรงก็พอเดาได้ว่าเป็นอะไร
“คนสวย คุณถือผ้าห่มอยู่ใช่ไหม? แต่ก็ดูไม่เหมือนซะทีเดียว คง จะเป็นผ้าห่มไฟฟ้าสินะ? ดูหนาดีจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาอย่างเย็นชาและตอบว่า
“ไม่ใช่”
“คนสวยนี่ใจร้ายจริง ๆ เอาผ้าห่มมาเยอะขนาดนี้ ใช้หมดหรือ จ๊ะ? แบ่งให้ผมสักสองผืนสิ อากาศมันหนาวนะ คุณคนสวยใจดีที่สุด ขอบคุณนะครับ”
ชายหนุ่มลูบหัวเกลี้ยงเกลา ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แสดงท่าทีมั่นใจว่า ต้องได้
มีแค่พวกเขาสองคนในลิฟต์ และเธอก็เป็นผู้หญิง เขาจะเอาชนะ ผู้หญิงคนเดียวไม่ได้เลยหรือ?
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเริ่มหมดความอดทน
“ไม่”
ใครกันที่พูดว่าคนรวยมีมารยาทดี? ให้คนพูดมาดูนี่สิ ขนาดเป็น ถึงแขกที่พักในเมืองบันเทิง แต่ยังกล้ามาแย่งผ้าห่มไฟฟ้าของเธอ กลางวันแสก ๆ
นี่ยังแค่วันแรกที่เครื่องทำความร้อนขัดข้อง คนรวยเหล่านี้ที่อ้าง ว่า ‘น่านับถือ’ ได้สูญเสียศักดิ์ศรีของตน และค่อย ๆ เปิดเผยความชั่ว ร้ายตามเนื้อแท้ของมนุษย์
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน คนรวยก็ไม่ได้มีศักดิ์ศรี มากกว่าคนจนเสมอไป พวกเขาต่างก็จะแย่งชิงอาหารและผ้าห่มกัน
พวกเราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ ไม่มีความแตกต่างกัน
ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้เธอทีละก้าว ยิ้มอย่างเจ้าชู้และพูดว่า
“คุณคนสวยทำไมเย็นชาจัง ผมมาที่นี่โดยไม่ได้เตรียมผ้าห่มมา ด้วย หนาวจะตายอยู่แล้ว สงสารผมหน่อยสิครับ ผมรู้ว่าคุณเป็นคน ปากร้ายแต่ใจดี แบ่งกันคนละครึ่งเถอะครับ คิดซะว่าให้เพื่อน”
เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่ม
เซียวหมิงเยวี่ยถีบอีกฝ่ายที่หัวเข่า “บอกแล้วไงว่าไม่ คิดจะปล้น กันเหรอ?”
ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีกล้องวงจรปิดทุกที่ในเมืองบันเทิง เธอคงไม่ หอบหิ้วมันไปด้วยมือ แต่คงลงไปข้างล่างก่อน แล้วจึงเอาออกจากมิติ ส่วนตัว
เดิมทีเธอก็ระมัดระวังแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเจอโจร
ชายหนุ่มทรุดตัวลงจนเข่าแทบแตะพื้น เขาเดือดดาลจนตะคอก ใส่
“ไม่รู้จักใจบุญสุนทานบ้างเลย อากาศหนาวขนาดนี้ แกเอาไปใช้ คนเดียวทำไม พูดดี ๆ ก็ไม่ฟัง งั้นก็อย่ามาโทษฉันที่ไม่ปรานีกับ ผู้หญิง เอามานี่!”
ในตอนนั้น ประตูลิฟต์ค่อย ๆ เปิดออก บ่งบอกว่าถึงชั้น 15 แล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มรีบเอาตัวขวางประตูลิฟต์ กดปุ่มปิด ค้างไว้พร้อมพูดขู่ว่า
“ไม่ใช่ว่าเอาไปแล้วจะไม่คืน แค่รอจนกว่าเครื่องทำความร้อน ซ่อมเสร็จ แล้วจะคืนให้ทันที เร็วสิ ไม่งั้นแกห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากเสียเวลาพูดกับเขาอีกต่อไป ยกขาขึ้นอีก ครั้งและถีบเขากระเด็น
ชายหนุ่มถูกเตะจนตัวลอยออกไป หล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง แต่ด้วยเสื้อผ้าหนา ๆ ที่ช่วยรองรับแรงกระแทก เขาจึงไม่ได้รับ บาดเจ็บอะไรมาก ก่อนรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
เขาจ้องมองเซียวเหวินเย่ด้วยความแค้นเคือง ราวกับว่าเขา ต้องการจะกลืนกินเธอทั้งเป็น
เซียวหมิงเยวี่ยเดินออกจากลิฟต์ วางถุงดำลงบนพื้น และตรงไป จัดการกับเขา
“คุณชมมากจนฉันเขินเลยล่ะ งั้นมาดูกันดีกว่าว่าอะไรคือ ‘ความ ใจดี’ ที่แท้จริง” เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะมองเขา
ชายหนุ่มกลืนน ้าลาย ทำไมเขาถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ?
…
ประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง และเคลื่อนตัวลงสู่ชั้น 3 ขณะที่พนักงาน โรงแรมกลุ่มหนึ่งกำลังจะเข้าไปลิฟต์ แต่เมื่อเห็นภาพด้านใน พวก เขาก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
“เฮ้ย!”
ภายในลิฟต์ ชายคนหนึ่งสวมเพียงชุดชั้นในกันหนาวเท่านั้น เสื้อผ้าที่เหลือถูกโยนกองไว้ข้าง ๆ ปากของเขาถูกอุดด้วยถุงมือ มือ และเท้าของเขาก็ถูกพันด้วยผ้าพันคอ เขาขยับเขยื้อนไม่ได้ นอนนิ่ง อยู่บนพื้นลิฟต์ด้วยความหนาวสั่น
ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยคล ้าใต้ตาสองข้าง สภาพดูน่าเวทนา มาก
“คุณครับ เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?” พนักงานโรงแรมถามด้วยความ ตกใจ พยายามแก้มัดให้เขา
ถุงมือที่อุดปากชายหนุ่มถูกถอดออก ใบหน้าครึ่งล่างของเขาชา แข็ง พูดตะกุกตะกักว่า
“โรคจิต วิปริต! หนาวชะมัด…”
…
นี่เป็นเพียงเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เซียวหมิงเยวี่ยถือถุงดำ และเคาะประตูห้องแม่เซียวรัวเร็ว
คุณตากับคุณยายอยู่ในห้องแม่เซียวเช่นกัน พวกเขาบอกว่าอยู่ ด้วยกันเยอะ ๆ อบอุ่นกว่า
“หมิงเยวี่ย หลานถืออะไรมาด้วยหรือ?” คุณตาสังเกตเห็นอย่าง รวดเร็ว
“นี่คือผ้าห่มไฟฟ้าค่ะ แล้วก็น ้าร้อน เอาไว้ใช้กันนะ” เซียวหมิง เยวี่ยวางผ้าห่มไฟฟ้าและน ้าร้อนลง
คุณยายรีบเดินมาจับเซียวหมิงเยวี่ยให้นั่งลง “หลานรักของยาย คงหนาวแย่ ทำไมถึงไม่ลงมาอยู่กับพวกเราล่ะ คนเยอะ ๆ อยู่ด้วยกัน ก็อบอุ่นดี แล้วก็พาเจ้าเสี่ยวฮุยฮุยมาอยู่ด้วยกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยู่คนเดียวก็สบายดี”
ไม่ใช่ว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ต้องการ เพียงแต่หากเธอมาอยู่ที่นี่ เธอ จะไม่สามารถเข้าออกมิติได้ตามใจชอบ และทำอะไรก็ไม่สะดวก
ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าการซ่อมเครื่องทำความร้อนจะใช้ เวลานานแค่ไหน หากใช้เวลานาน เธอก็ต้องหาข้ออ้างออกไปข้าง นอก แถมเสี่ยวฮุยฮุยก็ชอบนอนอยู่ในห้องมากกว่า จึงต้องปฏิเสธไป
คุณแม่เซียวหยิบผ้าห่มไฟฟ้าออกมา “เอาผ้าห่มไฟฟ้าพวกนี้มา จากไหน ของโรงแรมเหรอ?”
“เปล่าค่ะ หนูซื้อมาจากเพื่อน” เซียวหมิงเยวี่ยตอบไปส่ง ๆ
แม่เซียวคลี่ผ้าห่มไฟฟ้าออกดู ผ้าห่มไฟฟ้าขนาด 1.8 เมตร เหมาะสำหรับใช้สองคน เธอนำไปปูบนเตียงของคุณตาคุณยายก่อน จากนั้นคุณยายก็เดินเข้าไปช่วย
“ลูกพูดถึงเพื่อนบ่อยนะ เพื่อนคนนั้นหาของมาให้เสมอเลย เมื่อ วานก็เหมือนกัน สารละลายหิมะอะไรนั่นน่ะ วิเศษมากจริง ๆ เขา ทำงานอะไรเหรอ?” คุณแม่เซียวถามขึ้นขณะจัดเตียง
เซียวหมิงเยวี่ยลังเลอยู่นาน ก่อนจะตอบแบบขอไปทีว่า
“หนูบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร ตัวตนของเขาเป็นความลับ แม่อย่า ถามเลยค่ะ”
แต่แม่เซียวกลับเข้าใจคำพูดของเธอผิดไป “เป็นข้าราชการ เหรอ? งั้นถามมากไปคงไม่ดี เขาใช้เส้นสายเพื่อช่วยเหลือลูกตลอด หากมีคนรายงานเขา มันจะเป็นปัญหาใหญ่”
“ใช่ ๆ เป็นแบบนั้นแหละค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดตามน ้า
คุณยายปูที่นอนของพวกเขาแล้ว จากนั้นไปปูที่นอนให้ลูกสาว เธอลองเปิดผ้าห่มไฟฟ้า คลุมผ้าห่ม แล้วรอให้ผ้าห่มไฟฟ้าร้อน
คุณยายยิ้มจนตาหยี “ผ้าห่มไฟฟ้าอันนี้คุณภาพดีนะ เปิดไฟแรง สุด ไม่นานเตียงก็อุ่นแล้ว หลานยายปูให้ตัวเองเรียบร้อยหรือยัง?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “เรียบร้อยแล้วค่ะ ที่เหลือสองผืนจะเอา ไปให้ลุงใหญ่กับลุงรอง เดี๋ยวหนูค่อยเอาไปส่งให้ทีหลัง”
เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนปล้น
คุณตาจิบน ้าร้อนแล้วพูดว่า “ไม่จำเป็นหรอก พวกเขาเป็นผู้ชาย ร่างกายแข็งแรง จะใช้ผ้าห่มไฟฟ้าไปทำไม”
เซียวหมิงเยวี่ยแซว “พวกเขาไม่ใช้ก็ได้ แต่เด็กเล็กต้องใช้นะคะ ไหนจะหลานชายหลานสาวอีก คุณตาไม่นึกสงสารหน่อยหรือ?”
คุณตาถอนหายใจยาว ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาปะทะกับอากาศ เย็น กลายเป็นหมอกควันลอยฟุ้งในอากาศ
น ้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย “ตาเป็นห่วงหลานมาก นะ ถึงแม้จะไม่พูดอะไร แต่ก็คอยนึกถึงคนอื่นเสมอ คิดพิจารณาและ วางแผนรอบคอบ หลานอายุแค่นี้ ไม่ควรต้องมากังวลเรื่องของที่บ้าน เลย ขอบคุณที่ทำงานหนักเพื่อพวกเราเสมอ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเขิน “หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณตา”
คุณยายซาบซึ้งใจ มองหลานสาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความ รักใคร่
“หมิงเยวี่ยหลานรักเป็นเด็กที่เก่งที่สุดในโลก ไม่มีใครเทียบได้ ตั้งแต่เด็กจนโตก็เป็นเด็กดีเสมอมา”
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
สำหรับเหล่าผู้อาวุโส เธอกลายเป็นแค่เด็กน้อยไปแล้วหรือ?
แม่เซียวถือถ้วยชาร้อนเพื่ออุ่นมือของเธอพลางขดตัวลง
“ไม่รู้ว่าจะซ่อมเครื่องทำความร้อนเสร็จเมื่อไหร่ มันผ่านมาสัก พักแล้ว หรือว่าจะซ่อมไม่ได้กันนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหัว “ไม่นานหรอกค่ะ คงใช้เวลาเพียงสองสาม วันเท่านั้น เดี๋ยวก็ซ่อมเสร็จเร็ว ๆ นี้แล้ว”
จี้เหวินซีบอกว่ามีบางอย่างเสียหาย และจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ เธอฟังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่เขาบอกว่าใช้เวลาไม่นาน
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ เมื่อวานกลับบ้านยังบอกว่าอยู่เมือง บันเทิงสะดวกกว่า กลัวว่าตัวบ้านจะเสียหาย ไม่คิดว่าพอกลับมา เมืองบันเทิงจะมีบางอย่างขัดข้องเสียเอง พอเป็นแบบนี้ยิ่งอยากกลับ บ้านเลย” แม่เซียวบ่นพึมพำ
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะ คุณแม่บ่นคิดถึงบ้านตลอดเวลาเลย