ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 317 ข้าวต้มฟักทองและลูกเดือย
วันนี้เป็นวันที่สามที่เครื่องทำความร้อนเสีย ทุกคนถูกห่อหุ้มด้วย ความหนาวเย็น ผู้พักอาศัยไม่มีแรงด่าทออะไรอีกแล้ว และกลุ่มแชต โรงแรมก็เงียบสงบลง
เมื่อคืนทางโรงงานผลิตผ้าห่มได้ส่งผ้านวมหนาจำนวนหนึ่งมา อย่างเร่งด่วน เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ที่ไม่มีผ้าห่มหนาใช้ ผู้คนต่อแถว ยาวเหยียดเพื่อรับผ้าห่ม แม้แต่คนที่มีผ้าห่มอยู่แล้วก็ยังอยากได้เพิ่ม
ระบบทำความร้อนถูกปิดเพียงสามวัน ก็ทำให้มีผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นถึง 5 ราย ซึ่งล้วนเป็นผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานความหนาวต ่า พอตื่นเช้ามาลองแตะตัวดู พบว่าร่างกายเย็นเฉียบไปแล้ว
ญาติของผู้เสียชีวิตโศกเศร้าเสียใจและพยายามเรียกร้องให้ทาง โรงแรมออกมารับผิดชอบ
ร้านอาหารและสถานบันเทิงต่าง ๆ ร้างผู้คน บรรยากาศในโซน บันเทิงดูเงียบเหงา สระว่ายน ้าในฟิตเนสก็กลายเป็นก้อนน ้าแข็ง ขนาดใหญ่ ใช้สำหรับเล่นสเกตน ้าแข็งได้เลย
อุณหภูมิตามเวลาจริง : อุณหภูมิภายนอกคือ -50 องศา เซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิภายในคือ -38 องศาเซลเซียส
ผู้คนต่างพยายามหาทางเอาตัวรอดจากความหนาวเย็น บางคน รวมกลุ่มกันอยู่ในห้องเดียวกัน โอบกอดผ้าห่มแล้ววิ่งไปยังห้องของ
คนอื่น เพราะว่าเมื่อมีคนอยู่ด้วยกันมาก ๆ อุณหภูมิในห้องจะเพิ่มขึ้น เล็กน้อย ทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธคำเชิญของป้าเฝิงผู้เป็นเพื่อนบ้านชั้น เดียวกัน รวมถึงไม่ได้ลงไปหาแม่เซียวและคนอื่น ๆ เธอเข้าไปทำ ฟาร์มอยู่ในมิติส่วนตัว อุ้มฟักทองด้วยมือสองข้าง
ไม่ต้องพูดถึงความหนาวเย็น ตอนนี้เธอมีเหงื่อไหลโทรมกาย
ถ้ามิติส่วนตัวสามารถรองรับคนได้มากกว่าหนึ่งคน เธอจะพา ครอบครัวเข้ามาอยู่ด้วยกัน
แต่พวกเขาไม่สามารถเข้าไปได้ และหากบอกไปก็อาจทำให้ พวกเขากลัว ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อความลับของมิติส่วนตัวถูกเปิดเผย ย่อมจะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่หลวง
แม้แต่ชีวิตของเธอเองก็อาจไม่สามารถรักษาไว้ได้ แล้วครอบครัว ของเธอจะเป็นอย่างไร?
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้กลัวว่าพวกเขาจะนำไปโอ้อวด แต่เธอกลัว ว่าพวกเขาจะเผลอพูดขึ้นมา และมีคนรู้เรื่องเข้า นั่นจะเป็นเรื่องใหญ่
หรือเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรบางอย่าง เธออาจถูกจับไปผ่า ชำแหละเพื่อทำการศึกษา นั่นหมายถึงความตายอย่างแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปิดปาก การไม่บอกใครเลยเป็นวิธีที่
ปลอดภัยที่สุด
ความลับที่ไม่บอกใคร ก็จะยังคงเป็นความลับ และนั่นก็เป็นวิธี ปกป้องความปลอดภัยของพวกเขาด้วย
เธอเก็บฟักทองลูกใหญ่มา ใช้แค่ลูกเดียวก็เพียงพอ วันนี้เธอจะ ทำข้าวต้มฟักทองกับลูกเดือย
ยอดสั่งซื้อในช่วงสองสามวันนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะ แขกของเมืองบันเทิงสั่งอาหารจากมูนฟาร์มกันมากขึ้น และมีคน จำนวนมากเร่งให้ทางมูนฟาร์มมาส่งอาหารโดยเร็ว เพราะพวกเขา อยากกินข้าวต้มร้อน ๆ
แม้ว่าทางโรงแรมจะแจกอาหารให้กับแขกในช่วงสองสามวันนี้ แต่ก็เป็นเพียงอาหารแห้ง เช่น ขนมปัง บิสกิต มันเทศต้ม หรือ ข้าวโพดต้ม ซึ่งสะดวกต่อการแจกจ่าย
ไม่มีข้าวต้มร้อน ๆ หรือซุปอะไรเลย เพราะว่าข้าวต้มจะกลายเป็น น ้าแข็งก่อนถึงมือผู้รับประทาน จึงไม่เหมาะนัก
ทางโรงแรมคิดอย่างรอบคอบ หากจะต้มข้าวต้มสดใหม่ให้แขก รอคิว แล้วจะให้แขกรอคิวที่ไหน? ในห้องอาหารหรือ?
หากให้แขกรอคิวเพื่อรับข้าวต้มหรือซุปร้อน ๆ แขกต้องไปต่อคิว ที่ลิฟต์ แต่ลิฟต์มีจำนวนจำกัด พวกเขาจะต้องเบียดเสียดกันรอคิว ซึ่งเป็นปัญหาความปลอดภัย
ดังนั้นทางโรงแรมจึงเลือกส่งอาหารทีละชั้น แต่เมื่อส่งถึง ข้าวต้ม ก็กลายเป็นน ้าแข็งไปแล้ว ทางโรงแรมจึงลองทำวิธีนี้เพียงครั้งเดียว แล้วยกเลิกในทันที
เนื่องจากมีแขกจำนวนมากต้องการทานข้าวต้มร้อน ๆ เซียวหมิง เยวี่ยจึงตัดสินใจขายข้าวต้มผ่านแอปพลิเคชันมูนฟาร์มเดลิเวอรี่ และ จำหน่ายให้เฉพาะสำหรับแขกของเมืองบันเทิงเท่านั้น
ในหม้อขนาดใหญ่สามใบ ข้าวต้มฟักทองกับลูกเดือยกำลังรอให้ เดือดได้ที่
เซียวหมิงเยวี่ยเช็ดมือด้วยผ้าขนหนู ออกจากมิติส่วนตัว แล้ว เปิดหน้าร้านมูนฟาร์ม พบว่ามีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาอีก 99+ ข้อความ
[กองทหารม้านับพันมาพบกัน] : เจ้าของร้าน เจ้าของร้าน ได้ยิน มาว่ามูนฟาร์มมีกิจกรรมขายข้าวต้มราคาพิเศษ แต่ทำไมถึงสั่งจาก เมืองบันเทิงไม่ได้ล่ะ?
[หวานใจตัวน้อย] : เจ้าของร้าน คุณไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า ในเมืองบันเทิงนะ พวกเราก็ต้องการข้าวต้มร้อน ๆ เหมือนกัน และ ยอมจ่ายได้ไม่อั้น
[จิ๊บจิ๊บจิ๊บ] : อยากกินอะไรร้อน ๆ บ้าง เจ้าของร้านเห็นใจกัน หน่อย!
[กลืนภูเขาสูบแม่น ้า] : ถึงบอสเอเลี่ยนที่เคารพรัก พวกเราคือ มนุษย์ที่รอดชีวิตจากเมืองเผิงจิง ตอนนี้ระบบทำความร้อนในที่พัก อาศัยของเรามีปัญหา ขอความช่วยเหลือด้วยครับ ขอความ ช่วยเหลือด้วยครับ!]
…
เซียวหมิงเยวี่ยเลื่อนดูข้อความเพียงคร่าว ๆ เธอตั้งค่าระบบไว้ ไม่ให้คนที่มีตำแหน่งในเมืองบันเทิงซื้อข้าวต้มราคาพิเศษ คิดไม่ถึงว่า จะมีคนรู้เยอะขนาดนี้
เธอกำลังจะปิดแอปพลิเคชัน แต่แล้วข้อความล่าสุดพลันดึงดูด สายตาของเธอ
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : สวัสดีครับเจ้าของร้าน ผมเป็น ตัวแทนจากเมืองบันเทิง ทราบมาว่าคุณจัดกิจกรรมขายข้าวต้มราคา พิเศษอยู่เป็นประจำ รู้สึกทึ่งในความใจดีของคุณเจ้าของร้านมากเลย ครับ ตอนนี้ทางเมืองบันเทิงกำลังประสบปัญหาเล็กน้อย หวังว่าจะได้ ร่วมมือกับคุณ เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้ทานข้าวต้มร้อน ๆ ราคาสามารถ ต่อรองได้ แล้วจะรอข้อความตอบกลับนะครับ
ข้อความนี้ถูกส่งซ ้าหลายครั้ง เมื่อได้อ่านมัน เซียวหมิงเยวี่ยก็ เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ
[มูนฟาร์ม] : ยินดีสำหรับการร่วมมือ แต่มีข้าวต้มเพียง 150 ถ้วย เท่านั้น ใครกดซื้อก่อนก็ได้ไป
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : 150 ถ้วยก็เพียงพอแล้ว งั้นผม ขอซื้อข้าวต้มทั้งหมด แล้วนำไปแจกจ่ายให้แขกทุกคนเองได้ไหม ครับ? วิธีนี้จะได้ไม่มีใครอด และป้องกันปัญหาการแย่งชิงกันด้วย
[มูนฟาร์ม] : ข้าวต้มของทางเราราคาถูก คุณจะซื้อไปเพิ่มราคา หรือ? อีกอย่างถ้ารอจนกว่าคุณจะแจกจ่ายครบ ข้าวต้มคงเย็นชืด แล้ว งั้นก็ไม่ต่างอะไรกับที่พวกคุณทำเองเลยไม่ใช่เหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยกลอกตาเงียบงัน พวกนั้นคิดว่าเธอโง่ คิดจะเอา เปรียบกัน แต่เสียใจด้วยที่ความคิดของเธอซับซ้อนยิ่งกว่ากลีบบัว
พ่อค้าคนกลางน่ารังเกียจ
แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็เริ่มสงสัย แค่ 150 ถ้วนจะเพียงพอได้อย่างไร? มันไม่น่าจะพอเลย ไม่ต้องพูดถึง 150 ถ้วย ต่อให้ 1,500 ก็ยังไม่พอ แขกของโรงแรมมีจำนวนหลายพันคน
และตามหลักแล้วมันไม่สมเหตุสมผลเลย เมืองบันเทิงไม่ได้ขาด แคลนอาหารขนาดนั้น การอยากให้ผู้พักอาศัยได้ดื่มข้าวต้มร้อน ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ทำไมเขาถึงต้องซื้อทั้งหมดแล้วเอาไปแจกจ่ายเอง?
คนเยอะ แต่ข้าวต้มน้อย เขาจะแจกจ่ายอย่างไร แล้วต้องให้ใคร ก่อน?
เซียวหมิงเยวี่ยเริ่มสงสัยว่านี่ไม่ใช่ข้อความจากเจ้าหน้าที่เมือง บันเทิงจริง ๆ หรือว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ?
บัญชีทางการของเมืองบันเทิงเงียบไปนาน แสดงข้อความว่า กำลังพิมพ์ข้อความอยู่
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผม กังวลว่าลูกค้าจะแย่งกัน และอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นได้
เซียวหมิงเยวี่ยขบขันกับข้อความตอบกลับนี้ แน่นอนว่าเป็นพวก มิจฉาชีพ โดยตั้งใจจะมาเอาเปรียบเธอ
เมืองบันเทิงแจกจ่ายอาหารให้ผู้พักอาศัยทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ พักอาศัยไม่น่าจะแย่งกันเพื่อข้าวต้มจนหน้าแดงก ่า ไม่ต้องพูดถึง เหตุการณ์รุนแรงเลย
พวกเขายังคงได้รับอาหารเพียงพอ แต่อาหารที่กินเป็นของ จำพวกขนมปัง บิสกิต และของเย็นอื่น ๆ แถมน ้าร้อนก็ไม่ได้ขาด แคลน ทำไมพวกเขาถึงต้องแย่งของคนอื่นด้วย?
[มูนฟาร์ม] : ไปให้พ้น
กระชับและตรงประเด็น
คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตกตะลึง หรือว่าถูกจับได้แล้ว?
กู้หลงซีดูหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความไม่เชื่อ “เขาไล่ฉันเหรอ นี่
เขาไล่ฉันจริง ๆ เหรอ? ไอ้#@*&%#…”
“เถ้าแก่ แบบนี้พวกเราก็ไม่ได้กินข้าวต้มร้อน ๆ แล้วใช่ไหม?” พนักงานคนข้าง ๆ พูดเสียงอ้อมแอ้ม
กู้หลงซีสูดหายใจเข้าลึก พูดลอดไรฟันออกมา
“ต้องได้สิ ฉันบอกว่าได้ก็ต้องได้ ฉันอุตส่าห์คุยโวกับพนักงานไว้ แล้ว ว่าจะให้พวกเขากินข้าวต้มร้อน ๆ สวัสดิการพนักงานต้องได้รับ อย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
พนักงานคนข้าง ๆ ลังเลที่จะพูด คิดในใจว่า แล้วคุณจะคุยโว ทำไมล่ะครับ
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : ผมต้องการซื้อจริง ๆ ทำไมคุณ ถึงไล่ผมแบบนั้น?
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : ทำไมถึงไม่ตอบผม ตอบ เดี๋ยวนี้
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : คุณคงไม่ได้บล็อกผมแล้วใช่ ไหม?
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ทางเรา ยอมจ่ายให้คุณไม่อั้น]
เซียวหมิงเยวี่ยกลอกตา “…”
ประสาท
[มูนฟาร์ม] : พูดความจริงมาเถอะ
เธอกำลังจะหมดความอดทนแล้ว
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : แฮะ ๆ คุณจับได้แล้วเหรอ ฉลาดมาก คุณรู้จักบาร์ยั่วสวาทไหม ผมเป็นเจ้าของบาร์ ตอนนี้
อากาศหนาวเหน็บ เลยอยากให้พนักงานได้ทานข้าวต้มร้อน ๆ คนละ ถ้วย คุณเสนอราคามาได้เลยครับ