ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 318 กู้หลงซีผู้ก่อกวน
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขำขัน นึกว่าเป็นบางคนที่ต้องการมาหลอก เอาเปรียบ แต่ที่แท้กลับเป็นกู้หลงซี ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้ไม่เอาไหน นี่เอง
บาร์ของเขามีพนักงานไม่ถึง 150 คนเลยด้วยซ ้า ข้าวต้มที่เหลือ จะเอาไปทำอะไร? ช่างไม่เห็นคุณค่าของอาหารเสียเลย
[มูนฟาร์ม] : คุณบอกมาตั้งแต่แรกก็ได้นี่ แล้วยังมาตั้งชื่อว่า บัญชีทางการของเมืองบันเทิงอีก
ยิ่งไปกว่านั้นยังพูดจาเสนาะหู ฟังดูเป็นทางการ เกือบจะหลงกล แล้วเชียว
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : ผมแค่คิดว่าน่าเชื่อถือดี ไม่คิด ว่าคุณจะฉลาดขนาดนี้ และดูออกแทบจะทันที งั้นคุณตกลงแล้วใช่ ไหม?
กู้หลงซีรู้สึกตื่นเต้น และพูดโอ้อวด
“ฉันบอกแล้วไงว่าต้องได้ มีแค่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่รับเงิน นับประสาอะไรกับเอเลี่ยน เราใช้เงินซื้อเอเลี่ยนมาบดขยี้เล่นก็ยังได้”
ลูกน้องหัวเราะพยักหน้า “ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้จริง ๆ เถ้าแก่ ฉลาดมากครับ”
“แน่นอนอยู่แล้ว” กู้หลงซีพูดอย่างมั่นใจ
[มูนฟาร์ม] : ไม่
คิดอะไรอยู่ เอาข้าวต้มของเธอไปแจกพนักงานเป็นสวัสดิการ คนเขาคงดีใจตาย แต่ว่าฝันไปเถอะ
กู้หลงซีแข็งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดอารมณ์ ตะโกนใส่ โทรศัพท์ว่า
“อ้าว ทำไมไม่ได้ล่ะ ล้อกันเล่นใช่ไหม?”
[บัญชีทางการของเมืองบันเทิง] : ทำไม ทำไม ทำไม ไม่ใช่ว่าผม จะไม่ให้เงินคุณซะหน่อย!
เซียวหมิงเยวี่ยไม่อยากคุยกับชายงี่เง่าคนนี้อีก
[มูนฟาร์ม] : ทำไมคุณไม่ลองทำอาหารเองล่ะ?
ตอนพิมพ์ข้อความนี้ เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกหงุดหงิดจนบรรยายเป็น คำพูดไม่ได้
กู้หลงซีตกตะลึงไปชั่วครู่ เหมือนเพิ่งจะคิดอะไรออก
จริงด้วย เขาก็ทำเองได้นี่นา เมืองบันเทิงแจกข้าวต้มร้อน ๆ ไม่ได้ เพราะว่าข้าวต้มจะเย็นชืดลงก่อนถึงมือลูกค้า กินเข้าไปแล้วอาจทำ ให้ท้องเสีย
แต่เขาสามารถต้มสด ๆ ที่บาร์ แล้วก็แบ่งให้พนักงานกินได้เลยนี่
นา?
กู้หลงซีมองโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ทำไมก่อนหน้าเขา ถึงคิดเรื่องนี้ไม่ได้นะ?
เขาชอบกินอาหารข้างนอก พอพูดถึงข้าวต้มร้อน ๆ เขาก็คิดถึง การซื้อ ไม่ได้คิดถึงวิธีอื่นเลย
แถมช่วงนี้เพิ่งอกหัก สมองเลยเอ๋อไปบ้าง
กู้หลงซียกขาเตะลูกน้องด้านข้าง “เราต้มกันเองก็ได้นี่นา ทำไม แกไม่บอกฉันเล่า?!”
ลูกน้องรีบหลบ อธิบายเสียงอ่อยว่า “ก็เถ้าแก่บอกผมว่าจะซื้อ จากมูนฟาร์ม ผมจึงคิดว่าข้าวต้มที่มูนฟาร์มคงจะอร่อยมากแน่ ๆ ก็ เลย…”
กู้หลงซียกมือขึ้นทำท่าจะตีเขา “พูดอะไรก็เห็นดีเห็นงามไปหมด แกรีบไปหาหม้อมา แล้วให้คนมาต้มข้าวต้มเดี๋ยวนี้!”
“ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ” ลูกน้องรีบหนีไป
…
หลังจัดการกับมุกตลกของกู้หลงซีแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยโพสต์ ประกาศทันที
[มูนฟาร์ม] : ช่วงนี้ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าของ เมืองบันเทิง ลูกค้าหลายรายบอกว่าเมืองบันเทิงไม่มีเครื่องทำความ ร้อน อยากทานข้าวต้มร้อน ๆ ซึ่งทางร้านได้รับเรื่องแล้ว
ดังนั้นจึงขอแจ้งให้ทราบว่า มูนฟาร์มจะจัดกิจกรรมข้าวต้มราคา พิเศษ เริ่มต้นเวลา 14.00 น. ซึ่งจำหน่ายให้เฉพาะลูกค้าของเมือง บันเทิง มีจำนวนจำกัด 150 ถ้วย วันนี้เป็นข้าวต้มฟักทองกับลูกเดือย ราคาปกติ 2,000 หยวน และจำหน่ายแบบจำกัดเวลา
ประกาศนี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองบันเทิง และพื้นที่อื่น ๆ ในเมือง เผิงจิงอย่างรวดเร็ว
ผู้คนที่อาศัยอยู่นอกเมืองบันเทิงต่างบ่นกันระงมว่า ทำไมพวก เขาถึงซื้อไม่ได้ ลูกค้าของเมืองบันเทิงใช้ชีวิตสุขสบายราวกับเทพเจ้า กินดีอยู่ดีอยู่แล้ว
หลายคนบอกว่าไม่ควรให้คนในเมืองบันเทิงซื้อ ควรขายข้าวต้ม ให้กับคนที่ต้องการมากกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยเลื่อนดูหน้าจอเพียงครู่เดียว ซึ่งมีข้อความ มากมายปรากฏขึ้นเพื่อประท้วงคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการขาย ข้าวต้มให้กับลูกค้าของเมืองบันเทิง พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นกลุ่มคน ที่ต้องการมันมากที่สุด ส่วนลูกค้าเมืองบันเทิงไม่สมควรได้กิน
แม้ว่าข้อความทั้งหมดจะเป็นการประท้วง แต่ก็ไม่ได้ด่าทอหรือ ตำหนิเจ้าของร้าน เพราะพวกเขาไม่กล้า
แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีบ้าง แต่เซียวหมิงเยวี่ยบล็อกพวกเขาไป หมดแล้ว
ทุกคนรู้ดีว่าเจ้าของมูนฟาร์มมักอารมณ์ไม่ดี พูดอะไรนิดหน่อย ก็บล็อก แม้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าส่งข้อความด่าทอเขา เพราะ กลัวจะใช้บริการมูนฟาร์มไม่ได้อีกต่อไป
เซียวหมิงเยวี่ยไม่สนใจ เธออยากขายให้ใครก็เรื่องของเธอ ครอบครัวของเธอต่างก็อยู่ที่นี่ ทำไมถึงจะไม่มีสิทธิ์กินข้าวต้มร้อน ๆ?
อีกอย่าง เมื่อวานเธอขายข้าวต้มราคาพิเศษไปแล้ว ครั้งต่อไปที่
จะขายก็คือวันพรุ่งนี้ วันนี้เป็นการจัดกิจกรรมเพิ่มเติม ขายให้เฉพาะ ลูกค้าของเมืองบันเทิง ไม่ได้ไปเบียดบังสิทธิ์ของใคร ไม่รู้ว่าพวกเขา คัดค้านอะไรกัน
นอกจากนี้ข้าวต้มราคาพิเศษแค่ 20 หยวน แต่วันนี้ราคาข้าวต้ม ฟักทองกับลูกเดือย 2,000 หยวน เป็นการซื้อขายแบบสมัครใจทั้ง สองฝ่าย
มูนฟาร์มเดลิเวอรี่เป็นของเธอ เธออยากขายอะไรก็เป็นสิทธิ์ของ เธอ และอยากขายให้ใครก็เป็นสิทธิ์ของเธอเช่นกัน
โลกนี้ไม่เคยยุติธรรมมาตั้งแต่แรก ถ้าอิจฉาคนในเมืองบันเทิงนัก ก็มาอยู่ที่นี่สิ ถ้าไม่มีปัญญาก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง
ที่รู้สึกโกรธเคืองหรืออาฆาตแค้น ก็เพราะว่าตัวเองไม่ได้รับ ผลประโยชน์ ความโลภของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด เนื้อในของมนุษย์ เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว
ตัวเองได้เปรียบก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา พอตัวเองเสียเปรียบก็ เอาหลักศีลธรรมมาบีบบังคับ เรียกร้องให้คนอื่นทำอย่างนู้นอย่างนี้
ทำไมล่ะ?
ราคา 2,000 หยวน แท้จริงแล้วถือว่าต ่ามาก เซียวหมิงเยวี่ยตั้ง ราคานี้เพราะอยากให้คุณแม่ คุณยาย และคุณตาได้ทานข้าวต้ม พวกเขาเป็นคนประหยัด ขอแค่มีอะไรทานก็พอ แต่ถ้าเห็นว่าข้าวต้ม ฟักทองกับลูกเดือยขายราคานี้ แม่เซียวจะต้องแย่งซื้อแน่นอน
แม่เซียวโทรมาด้วยความตื่นเต้นและพูดว่า
[หมิงเยวี่ย ลูกจำมูนฟาร์มได้ไหม เมื่อกี้แม่เห็นว่ามีข้าวต้มร้อน ๆ ขายตอนบ่ายสอง ถ้วยละ 2,000 หยวนเท่านั้นเอง ลูกต้องรีบแย่งซื้อ มานะ! จำไว้นะ บ่ายสองโมง มีจำนวนจำกัด ต้องรีบซื้อให้ได้ อย่าลืม นะ!]
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน “จริงเหรอคะ หนูเข้าใจแล้ว พอ ถึงเวลาจะรีบกดซื้อทันที ทุกคนก็อย่าลืมซื้อนะ”
[แน่นอนจ้ะ แม่เตรียมมือถือของยายไว้แล้วด้วย ยังไงก็ต้องรีบมา ให้ได้ซักถ้วย อยากกินข้าวต้มร้อน ๆ แย่แล้ว เอาล่ะ แม่ไม่รบกวน แล้ว เดี๋ยวต้องไปรอที่หน้าแอปซื้อของด้วย]
“ได้ค่ะ”
คุณแม่เซียววางสายโทรศัพท์ไป เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะคิกคัก แม่ของเธอน่ารักจริง ๆ
คุณแม่ที่น่ารักขนาดนี้ มีหรือจะซื้อไม่ทัน?
อีกด้านหนึ่ง แม่เซียวกำลังเร่งรัดคุณตา “อ้าว พ่อคะ เร็ว ๆ หน่อยสิ เตรียมมือถือพร้อมหรือยัง?”
คุณตาตอบกลับอย่างใจเย็น “เพิ่งจะเลยบ่ายโมงมานิดหน่อย ยัง อีกนาน จะรีบอะไรนักหนา”
“พ่อไม่รู้เหรอว่าเมืองบันเทิงมีแขกเข้าพักกี่คน นับหมื่นเชียวนะ! ข้าวต้มมีแค่ร้อยกว่าถ้วย ต้องรีบแย่งซื้อมาให้ได้ ถ้าแย่งซื้อมาได้ซัก ถ้วยก็ยังดี รีบกดเข้าหน้าแอปรอไว้สิ” แม่เซียวเร่งเร้า
“ใครบอกว่าซื้อไม่ได้ ฉันซื้อได้แน่นอน” คุณตาพึมพำเบา ๆ
แม่เซียวได้ยินไม่ชัด “อะไรนะ? เมื่อกี้พ่อพูดอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอก ดูสิ พ่อเข้าหน้าแอปแล้ว มันคือหน้าแอปนี้ใช่ ไหม” คุณตายื่นโทรศัพท์ให้เธอดู
“ใช่ ๆ พอถึงเวลาก็รีบกดสั่งเลยนะ” แม่เซียวพูด
คุณตายังคงสงบดังเดิม “ไม่ต้องรีบหรอก”
…
เมื่อถึงเวลาขาย การแย่งชิงก็เริ่มขึ้น
ภายในพริบตาเดียว ข้าวต้มร้อน ๆ 150 ถ้วยก็ถูกขายหมด เกลี้ยง
ด้วยตัวช่วยโกงอย่าง ‘เซียวหมิงเยวี่ย’ คุณแม่ คุณตา และคุณ ยายคงได้ทานกันคนละถ้วย
เซียวหมิงเยวี่ยยุ่งอยู่กับการตักข้าวต้มและส่งของ ตอนแรกคาด ว่าคงได้ทั้งหมด 150 ถ้วย แต่พอตักเสร็จก็ยังเหลืออีก 3 ถ้วย เซียวห มิงเยวี่ยเก็บไว้ทานเอง 1 ถ้วย และนำที่เหลืออีก 2 ถ้วยไปขาย ซึ่งมัน ถูกกดซื้อแทบทันที
ไม่รู้ว่าใครโชคดีได้ 2 ถ้วยนั้นไป
หลังจากส่งของเสร็จ เซียวหมิงเยวี่ยนั่งกินข้าวต้มอย่างสบายใจ ในบ้านไม้ พอทานเสร็จจึงออกมาจากมิติ
โดยไม่ต้องสงสัย เธอก็ได้รับสายโทรศัพท์จากคุณแม่มาแจ้งข่าว ดี
[ลูกรักของแม่แย่งซื้อมาได้ไหม? พวกเราแย่งซื้อมาได้ตั้ง 3 ถ้วย ถ้าลูกซื้อไม่ได้ เดี๋ยวลงมาแบ่งกินกับพวกเรา ตอนนี้อุ่นกำลังดี ถ้ามา ช้าเดี๋ยวเย็นชืดหมด รีบลงมาเร็ว ๆ นะลูก!]
เสียงร้องดีใจของคุณแม่ดังมาตามสาย เซียวหมิงเยวี่ยสัมผัสได้ ถึงความดีใจสุดขีดของแม่ โอเวอร์จริงเชียว
“หนูซื้อมาได้เหมือนกันค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบ
[เยี่ยมเลย งั้นรีบกินตอนร้อน ๆ นะ แม่นึกว่าจะแย่งชิงกันยาก คิด ไม่ถึงว่าจะได้มาง่าย ๆ แม่ว่าคงเป็นเพราะคนอื่นไม่รู้เรื่องกิจกรรมที่
มูนฟาร์มจัด แล้วไม่ได้ดูมือถือ เลยทำให้เราได้มาแบบโชคดีสุด ๆ] คุณแม่เซียวพูดด้วยความดีใจสุดขีด
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มจนตาหยี คุณแม่ของเธอไร้เดียงสามาก คิดว่า แย่งซื้อมาง่าย ๆ แต่ความจริงแล้วเพราะลูกสาวเปิดทางให้ต่างหาก
“หนูก็คิดว่าใช่ คงเป็นเพราะมีคนรู้ข่าวน้อย เลยแย่งชิงกันง่าย” เซียวหมิงเยวี่ยพูดตามน ้า
คุณแม่เร่งให้เธอไปทานข้าวต้ม [หมิงเยวี่ยรีบไปทานข้าวต้ม เถอะลูก เดี๋ยวจะเย็นหมด อากาศหนาวแบบนี้ ข้าวต้มร้อนได้แป๊บ เดียวเท่านั้นแหละ! ข้าวต้มอันนี้อร่อยดีนะ เจ้าของร้านใส่ของให้เยอะ จริง ๆ ทั้งข้นทั้งหอม]
คุณตาตักข้าวต้มทานช้า ๆ และพูดชม
[อร่อยจริง ๆ ฝีมือดีมาก ชิ้นฟักทองที่ใส่มาก็ใหญ่ทีเดียว]
ปลายสาย เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินคำพูดของคุณตา ความจริงเธอ หั่นฟักทองชิ้นใหญ่เพื่อความสะดวกของตัวเอง
เซียวหมิงเยวี่ยวางสายโทรศัพท์ พบว่ากลุ่มแชตของผู้เข้าพักใน โรงแรมนั้นวุ่นวายไปหมด ทุกคนต่างพูดถึงเรื่องมูนฟาร์มที่ขาย ข้าวต้มร้อน
เธอรู้สึกอยากรู้อยากเห็น เลยกดเข้าไปดูว่าพวกเขาพูดอะไรกัน บ้าง