ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 319 ทะเลาะวิวาทในกลุ่ม พาดพิงถึงเจ้าของร้านมูนฟาร์ม
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 319 ทะเลาะวิวาทในกลุ่ม พาดพิงถึงเจ้าของร้านมูนฟาร์ม
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : ส่งรูปภาพ
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : ข้าวต้มฟักทองกับลูกเดือยจากมูน ฟาร์ม ตอนได้รับยังร้อน ๆ อยู่เลย อร่อยมาก (ยิ้มกว้าง)
[สี่ตำลึงปาดพันชั่ง] : ซื้อตอนไหนเนี่ย? ทำไมผมถึงไม่รู้เลย ไม่อย่างนั้นคงซื้อมาทานบ้าง ได้ทานข้าวต้มร้อน ๆ สักถ้วย ร่างกาย คงอบอุ่นขึ้นมาก
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : แย่งซื้อกันหมดแล้ว ตอนนี้ไม่เหลือ แล้วล่ะ
[หาปูขนมากินกันเถอะ] : บัดซบ! ฉันกดซื้อไม่เคยทันเลย อ๊ากก กกก!
[สี่ตำลึงปาดพันชั่ง] : ต้องแบ่งซื้อด้วยหรือครับ? ทำไมไม่มีใคร บอกผมเลยว่าขายกันเมื่อไหร่? ตอนนั้นไม่มีใครในกลุ่มพูดอะไรเลย ผมก็คิดอยู่ว่าทำไมดูเงียบผิดปกติ ที่แท้ทุกคนก็ไปแย่งซื้อข้าวต้มกัน หมดเลยเหรอ? พวกคุณนี่เจ้าเล่ห์จริง ๆ! @ผู้ดูแลอาคารเอมี่ ทำไม ถึงไม่แจ้งในกลุ่มแชตล่ะ?
[ผู้ดูแลอาคารเอมี่] : ขออภัยค่ะ นี่ไม่ใช่กิจกรรมของทางเมือง บันเทิง และไม่เกี่ยวข้องกับเมืองบันเทิงค่ะ
[สี่ตำลึงปาดพันชั่ง] : ถึงแม้จะไม่ใช่กิจกรรมของพวกคุณ แต่ เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่แจ้งล่วงหน้าสักนิดล่ะ?
เอมี่ไม่ได้ตอบกลับ คงกำลังคิดว่าเขาโง่เง่า นี่มันกิจกรรมของ ทางมูนฟาร์ม และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเมืองบันเทิงเลยสักนิด
ประกาศของมูนฟาร์มถูกโพสต์เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว แต่ในกลุ่ม แชตของผู้เข้าพักในโรงแรมไม่มีใครพูดอะไรเลย แน่นอนว่าทุกคน กลัวว่าคนอื่นจะรู้แล้วจะแย่งชิงกันมากขึ้น ตัวเองก็กลัวจะแย่งชิงไม่ได้ ใครจะโง่ไปประกาศบอกคนอื่นล่ะ?
[แข็งแกร่งและขี้เกียจ] : ผมเองก็แย่งซื้อมาไม่ได้ ฮือ ๆ ๆ กดซื้อ ไม่ทันเลย พริบตาเดียวก็หมดแล้ว
[แอปเปิลน้อย] : ฉันก็เหมือนกัน นั่งเฝ้าอยู่ตั้งนานแทบไม่กล้า หายใจ สุดท้ายก็แย่งซื้อมาไม่ได้ น่าโมโหชะมัดเลย
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : อร่อยมาก (ยิ้มแบบร้ายกาจ)
[แอปเปิลน้อย] : คุณพี่ค่อย ๆ ทานนะคะ ระวังสำลักตาย (ยิ้มแบบ ร้ายกาจ ยิ้มแบบร้ายกาจ ยิ้มแบบร้ายกาจ)
[บุรุษเยี่ยงหมาป่า] : ให้ตายเถอะ มูนฟาร์มขี้เหนียวชะมัด ฉันก็ แย่งซื้อมาไม่ได้ มีแค่ร้อยกว่าถ้วยให้ทุกคนแย่งกันซื้อ แล้วในเมือง บันเทิงมีตั้งกี่พันกี่หมื่นคน จะแย่งซื้อมาได้ยังไงกัน?
[ฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่นและดอกไม้บานสะพรั่ง] : จริงด้วย โมโหจะ ตายแล้ว ถ้าคราวหน้าขายอีกจะเอาลิงค์มาลงไว้ รอจนใจร้อนไป หมด!
[กริช] : ฉันแย่งมาได้เหมือนกัน ฮี่ฮี่ กินแล้วแทบลวกปากเลย อร่อยกว่าข้าวต้มโรงแรมเยอะ ข้าวต้มโรงแรมนี่เย็นชืดเป็นน ้าแข็งเลย
[สตรีกุหลาบ] : ฉันก็แย่งมาได้ ฟักทองหวานมันและหอมมาก มันเป็นฟักทองที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมาเลย
[แข็งแกร่งและขี้เกียจ] : เฮ้ ๆ ๆ พวกคุณเกินไปแล้วนะ ผมแย่งซื้อ ไม่ทันก็น่าสงสารพอแล้ว ยังต้องมาดูพวกคุณอวดกันอีก ถ้ายังพูด ต่อ ระวังไว้เถอะ ระวังผมจะอิจฉา!
[กริช] : (หัวเราะร่า หัวเราะร่า)
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : ทำไมพวกคุณยังไปซื้อของที่มูน ฟาร์มกันอยู่ล่ะ? ฉันบอกแล้วไงว่าเจ้าของร้านมูนฟาร์มห่วยแตก ของ ที่ขายก็ห่วยมากด้วย!
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : ส่งรูปภาพ
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : ทานไปครึ่งหนึ่งแล้ว อร่อยมากเลย นะ ทั้งข้น ทั้งหอม และทำให้อุ่นท้องด้วย ทำไมคุณถึงไม่ซื้อล่ะ?
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : อย่าให้ฉันเห็นอีก! ระวังจะตายไม่ รู้ตัว ฉันเตือนคุณดี ๆ แล้วนะ คุณไม่ฟังก็แล้วแต่
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยเห็นไอดีของบุคคลนี้ เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่าง แปลกประหลาด ทำไมไอดีเจ้าหญิงน้อยถึงมีความเกลียดชังต่อมูน ฟาร์มมากขนาดนี้?
แถมยังโกหกใส่ร้ายป้ายสีด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยคิดแล้วคิดอีก แต่ก็คิดไม่ออก ว่าเธอเคยเจอ บุคคลนี้ที่ไหน เธอจึงลองค้นหาในหน้าร้านของมูนฟาร์ม ทันใดนั้น หน้าต่างแชตก็เด้งขึ้นมา เมื่อเห็นเนื้อหา เธอก็จำได้ว่าเจ้าหญิงน้อย คนนี้คือใคร
ในปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์การก่อการร้ายผ่านไประยะหนึ่ง เซียวหมิงเยวี่ยกำลังลงสินค้าในแอปพลิเคชัน เจ้าหญิงน้อยคนนี้
ต้องการซื้อลิ้นจี่ แต่ด่าทอเธออยู่ตลอดเวลา และขู่ว่าจะร้องเรียน
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยไม่ยอมถูกข่มอยู่ฝ่ายเดียว จึงบล็อกเจ้า หญิงน้อยคนนี้ทันที
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะแค้นฝังใจเรื่อยมา
“เด็กน้อยจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองโทรศัพท์มือถือขณะพึมพำกับตัวเอง เธอไม่ อยากสนใจคนประเภทนี้
[สตรีกุหลาบ] : คุณหนูข้างบ้าน ไม่ได้แย่งซื้อกับเขาเหรอ? ไว้ คราวหน้าลองแย่งซื้อดูสิ มันอร่อยมากจริง ๆ นะ แค่สองพันเอง ถูก เหมือนแจกฟรี คุ้มค่ามาก ข้าวต้มก็ได้เยอะด้วย อิ่มจนแน่นท้อง
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : ฉันจะไม่มีวันใช้บริการของมูน ฟาร์ม
[ซิดนีย์] : ฉันได้ยินมาว่าเจ้าของร้านมูนฟาร์มเป็นคนหงุดหงิด ง่าย ชอบบล็อกลูกค้าบ่อย ๆ แม้แต่ลุงสามของฉันก็โดนบล็อกด้วย
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : คุณพูดเรื่องไร้สาระอะไร คิดว่าฉัน จะสนใจฟาร์มห่วย ๆ นั้นเหรอ?
[ซิดนีย์] : ฉันไม่ได้พูดถึงคุณเลย ฉันพูดถึงลุงสามของตัวเอง คุณเดือดร้อนอะไรหรือ? (สงสัย)
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : เฮอะ!
[แอปเปิลน้อย] : @ซิดนีย์ ฉันสงสัยว่าทำไมลุงสามของคุณถึง ถูกบล็อกหรือคะ?
[ซิดนีย์] : เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ฉันเดาว่า คงเป็นเพราะเขาพูดจา ไม่น่าฟัง ลุงสามชอบสั่งการคนอื่น ชอบบงการ คิดว่าเจ้าของร้านคง ไม่ชอบนิสัยแบบนี้เท่าไหร่
[แอปเปิลน้อย] : เป็นแบบนี้นี่เอง ฉันเคยซื้อของจากมูนฟาร์มแค่ ครั้งเดียว ไม่เคยคุยกับเจ้าของร้านเลย เขาดูเป็นตัวของตัวเองดีนะ
[บุรุษเยี่ยงหมาป่า] : ดูเป็นคนเหลาะแหละมากกว่า เปิดร้านขาย ของแท้ ๆ ก็ควรมีใจรักบริการด้วยสิ! แต่นี่ไปทำตัวเก๋าใส่ลูกค้า ฉัน ว่าคงถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตั้งแต่เด็ก! ใครก็ได้ไปลองเปิดร้านใหม่ มาเป็นคู่แข่งที ดูซิว่ามันจะยังกล้าเล่นตัวอีกไหม
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : จริงด้วย ก่อนหน้านี้ฉันเคยไปที่ร้าน เพื่อซื้อรองเท้า พนักงานจะคุกเข่าลงเพื่อสวมรองเท้าให้ การทำงาน ในสายนี้ต้องใจรักการบริการอย่างมาก แต่เจ้าของร้านกลับทำตัว เป็นเหมือนบรรพบุรุษ ปฏิบัติตัวกับลูกค้าแย่มาก
[แข็งแกร่งและขี้เกียจ] : ไหนล่ะร้านคู่แข่ง? พวกคุณลองเปิดร้าน ดูเองสิ? แค่คุณภาพของผลิตภัณฑ์จากมูนฟาร์มก็ดีกว่ากรม เกษตรกรรมมากแล้วไม่ใช่เหรอ? แถมยังส่งของเร็วอีกด้วย พูดตาม ตรงนะ เขามีทุนหนาและมีสิทธิ์จะหยิ่ง
[แอปเปิลน้อย] : ฉันก็คิดเหมือนกัน ตอนนี้เราต่างหากที่ต้องการ มูนฟาร์ม มันไม่เหมือนกับช่วงก่อนภัยพิบัติแล้วนะ ใครมีอาหารกินก็ ถือว่ามีบุญวาสนา ไม่มีใครกล้าไปเรียกร้องบริการที่ดีจากกรม เกษตรกรด้วยซ ้า แค่เขาขายให้ก็ดีถมเถแล้ว
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : จริงของคุณ ฉันชอบมูนฟาร์มมาก ผักผลไม้มีคุณภาพดีสุด ๆ ฉันนี่เป็นลูกค้าประจำเลย
[เก้าหารเก้าเท่ากับหนึ่ง] : บวกหนึ่ง บวกหนึ่ง ฉันก็เป็นลูกค้า ประจำเหมือนกัน
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : พวกแกป่วยจิตกันหรือไง เตือนดี ๆ ไม่ยอมฟัง งั้นก็กินให้ตายไปเลย!
[เก้าหารเก้าเท่ากับหนึ่ง] : คุณพูดเรื่องบ้าบออะไร? คุณนั่นแหละ ที่ต้องกินจนตาย!
[แอปเปิลน้อย] : พูดแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : ไม่มีมารยาทเลย พ่อแม่สั่งสอน คุณมายังไงเนี่ย (โกรธ)
[โมโหหิว] : ????
[ดอกแอปริคอทแสนงดงาม] : ?????????
[กินสเต็กเป็นของว่างยามดึก] : … อึ้งกิมกี่
ผู้คนส่วนใหญ่ในกลุ่มแชตนี้ล้วนซื้อของจากมูนฟาร์ม คำพูด ของเจ้าหญิงน้อยจึงเปรียบเสมือนการดูถูกพวกเขาไม่ทางตรงก็ ทางอ้อม และสร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิกกลุ่ม จึงเป็นเรื่องปกติ ที่เธอจะถูกโจมตี
แต่เธอเองคงไม่เข้าใจเรื่องนี้ เจ้าหญิงน้อยจะไม่มีวันทำผิด หรือ พูดผิด คนอื่นต่างหากล่ะที่ผิด
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : หรือว่าคุณจะถูกเจ้าของร้านมูนฟาร์ม แบน ถึงได้โมโหขนาดนี้?
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : (กดไลก์ กดไลก์) เป็นไปได้สูงมาก
[เก้าหารเก้าเท่ากับหนึ่ง] : มีเหตุผลนะ ไขคดีได้แล้ว แปลกใจอยู่ ว่าทำไม @เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า ถึงชอบพูดจาดูถูกมูนฟาร์มใน กลุ่ม ที่แท้ก็โดนแบน ไม่ได้กินองุ่น แล้วเที่ยวพูดว่าองุ่นนั้นเปรี้ยว*[1] ฮ่าฮ่าฮ่า!
[เก้าหารเก้าเท่ากับหนึ่ง] : หากเป็นกรณีนี้จริง ทุกคนควรระวัง คำพูดของตัวเองในอนาคตนะคะ อย่าโพสต์รูปสินค้าที่ซื้อจากมูน ฟาร์มลงในกลุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นความขุ่นเคืองของคนอื่น
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : ส่งรูปภาพ
[กล้วยไม้หุบเขาที่ว่างเปล่า] : เข้าใจแล้ว OK ที่เหลือนี่ฉันกินไม่ หมด
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : พูดเรื่องบ้าอะไรกัน ใครบอกว่าโดน แบนไม่ทราบ? ฉันไม่เคยใช้มันต่างหาก! พวกโง่เอ๊ย แค่ข้าวต้มถ้วย เดียว ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น? อยากไปคุกเข่าก้มกราบเจ้าของ ร้านนักหรือไง เกิดมาไม่เคยกินข้าวเหรอ? เหมือนผีตายโหงอดอยาก ปากแห้ง!
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ถ้าคุณไม่เคยใช้ แล้วรู้ได้อย่างไรว่า ของที่มูนฟาร์มขายนั้นห่วย?
ทันใดนั้นเจ้าหญิงตัวน้อยก็พูดไม่ออก ตาแดงก ่าด้วยความโกรธ
คนในกลุ่มแชตถูกสะกิดด้วยคำพูดดังกล่าวของเซียวหมิงเยวี่ย จริงด้วย ทำไมถึงรู้ล่ะ?
[เจ้าหญิงน้อยผู้รักโลลิต้า] : ไม่ใช่เรื่องของแก!
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : แค่พูดเล่นเฉย ๆ คนหนุ่มสาวอย่าโมโห บ่อยนักเลย
เซียวหมิงเยวี่ยเน้นย ้าถึงความใจเย็น
“ไอ้พวกประสาท!”
ภายในห้องสวีท หญิงสาวโกรธจนหน้าเขียวคล ้า คิ้วขมวด ตา เบิกกว้าง
“พวกแกมันไม่ได้เรื่อง เมื่อกี้ทำไมแย่งซื้อข้าวต้มมาไม่ได้? เลี้ยง เสียข้าวสุก ไร้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ควรพาคนไร้ค่าอย่างพวกแกมา ด้วยเลย!”
ที่มุมห้อง สองพี่เลี้ยงนิ่งเงียบ ไม่กล้าส่งเสียง
บทสนทนาในกลุ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มพูดคุยเรื่องอื่น
แต่เจ้าหญิงน้อยผู้สวมชุดโลลิต้ายังคงโกรธจัด เดินวนไปวนมา รอบห้อง ความโกรธของเธอคงไม่สงบลงชั่วขณะหนึ่ง
เหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย โกรธมากไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพนะ
[1] ไม่ได้กินองุ่น แล้วเที่ยวพูดว่าองุ่นนั้นเปรี้ยว ในภาษาจีนใช้ สื่อความว่า ตัวเองไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการแต่เห็นคนอื่นได้ไป ก็เลยรู้สึก อิจฉาตาร้อน