ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 320 ได้รับบัตรเชิญ (1)
ประกาศ : เรียนผู้เข้าพักทุกท่าน กระผมหลินชิ่งซานผู้จัดการ ทั่วไปของโรงแรม ต้องขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อความไม่สะดวกที่
เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากระบบทำความร้อนเกิดขัดข้องอย่าง ร้ายแรง ส่งผลให้ทางโรงแรมต้องปิดระบบทำความร้อน
กระผมเข้าใจดีว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบาย ของท่านผู้เข้าพัก กระผมจึงขออภัยอีกครั้งสำหรับความไม่สะดวกที่
เกิดขึ้น
หลังจากทีมช่างของเราทำงานอย่างหนักต่อเนื่องหลายวัน ทาง โรงแรมได้ทำการเปลี่ยนระบบทำความร้อนเป็นชุดใหม่ทั้งหมดแล้ว อุณหภูมิภายในห้องพักจะค่อย ๆ กลับมาปกติอีกครั้ง ขอความ กรุณาผู้เข้าพักทุกท่านอดทนรอสักระยะ!
ทันทีที่ประกาศเรื่องระบบทำความร้อนถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าผู้ เข้าพักทั้งโรงแรมต่างดีใจกันสุด ๆ กลุ่มแชตของผู้เข้าพักเต็มไปด้วย ข้อความแสดงความยินดี บรรยากาศคึกคักไปด้วยความสุข ทุกคน ต่างฉลองกันที่ระบบทำความร้อนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
ช่วงเวลาที่ผ่านมาช่างยาวนานเหลือเกิน ผู้เข้าพักทุกคนต่าง อดทนรอคอย ราวกับผ่านพ้นการต่อสู้ที่ยากลำบาก บางคนถึงกับ รู้สึกภูมิใจที่ไม่เคยเผชิญความลำบากแบบนี้มาก่อน
ในห้องพักของโรงแรมทุกห้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ ทุกคนต่างเฝ้า มองดูอุณหภูมิที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าระบบทำ ความร้อนกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วัน ทุกคนรู้สึกราวกับผ่านมหาวิบัติมา ได้ และรู้สึกโชคดีที่รอดชีวิต
แต่พวกเขาอาจจะหลงลืม หรืออาจไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คน ภายนอกที่ประสบภัยพิบัตินั้นไม่มีระบบทำความร้อนคอยอำนวย ความสะดวก ไม่มีใครมาส่งน ้าร้อนและอาหารให้วันละสองครั้ง แต่ ผู้ประสบภัยเหล่านั้นก็ยังคงรอดชีวิตมาได้
สิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นความทุกข์ยากแสนสาหัส สำหรับ ผู้ประสบภัยแล้ว นั่นคือสวรรค์ที่พวกเขาใฝ่ฝัน
ดูสิ โลกนี้ช่างน่าขันเพียงไร
สองชั่วโมงหลังจากประกาศแจ้ง อุณหภูมิภายในห้องเริ่มกลับมา ปกติอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส ไม่จำเป็นต้องสวมเสื้อกันหนาวหรือห่ม ผ้านวมอีกต่อไป
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บผ้าห่มหนากลับเข้าตู้ แล้วตรวจสอบก๊อกน ้า ท่อน ้า และถังเก็บน ้าในชักโครง พบว่าก๊อกน ้าสามารถใช้งานได้ ตามเดิม น ้าไหลออกมาปกติ แต่ในถังเก็บน ้าชักโครงยังมีเศษน ้าแข็ง อยู่ คาดว่าน่าจะละลายหมดภายในเวลาอีกสักพัก
โชคดีที่ข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องของเธอไม่มีอะไรเสียหาย
ในกลุ่มมีคนแท็กหาเอมี่เพื่อรายงานปัญหาว่าก๊อกน ้าไม่ไหล หรือท่อแตกที่ไหนสักแห่ง บ้างก็แจ้งว่าเครื่องทำความร้อนในห้องไม่ ร้อนเหมือนเดิม ไม่รู้ว่ามันเสียหรือเปล่า
เอมี่ตอบกลับทีละคน จดหมายเลขห้องของพวกเขาและจัดการ ให้คนไปตรวจสอบ
จากที่ซุนหนานหนานบอก พวกเขาดูแลเอาใจใส่ผู้เฒ่าหวงอย่าง ดีในช่วงสองสามวันนี้ เตรียมผ้าห่มและน ้าร้อนให้เขาใช้ ผู้เฒ่าหวงจึง เริ่มมีท่าทีที่ดีต่อพวกเขาบ้างแล้ว
ช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่าผู้สูงอายุหลายคนเสียชีวิตจากความหนาว เย็น แต่ผู้เฒ่าหวงยังคงมีชีวิตอยู่ สาเหตุหลักมาจากการดูแลเอาใจใส่ ของครอบครัวโม่ ผู้เฒ่าหวงจึงเริ่มไว้ใจซุนหนานหนานและครอบครัว นี้มากขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้พูดอะไรมากนัก เธอเคยพบเจอกับครอบครัว โม่มาก่อน รู้สึกได้ว่าพวกเขาเป็นครอบครัวที่เรียบง่ายและจิตใจดี โดยเฉพาะลูกชายของครอบครัวนี้ ดูเหมือนจะดูแลเอาใจใส่ซุนหนาน หนานเป็นพิเศษ และคอยปกป้องเธออยู่เสมอ
ซุนหนานหนานเคยเผชิญกับโชคชะตาที่เลวร้าย แต่ตอนนี้เธอมี คนที่รักเธออย่างแท้จริง ซึ่งถือว่าเป็นโชคชะตาที่มีทั้งดีและร้าย ผสมผสานกัน
ในวันที่สามหลังจากซ่อมเครื่องทำความร้อนเสร็จ ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่าง ๆ ในเมืองบันเทิงเริ่มกลับมาดำเนินการ ตามปกติ ผู้คนต่างรู้สึกเหมือนเพิ่งถูกปล่อยตัวจากการกักขัง จึง ออกมาเดินเล่นเพื่อชดเชยเวลาที่สูญเสียไป
เห็นได้ชัดว่าวันนี้มีคนออกมาเล่นมากกว่าเมื่อวาน แม้แต่ลิฟต์ก็ ต้องรอนาน
แน่นอนว่าครอบครัวเซียวก็ออกมาทานอาหารด้วยกันเช่นกัน ร้านอาหารเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาต้องรอคิวนานกว่าจะได้ที่นั่ง
ทันทีที่นั่งลง คุณตาก็เห็นลุงใหญ่ในชุดทำงานเดินผ่านไปอย่าง เร่งรีบ
“เหล่าต้า?” คุณตาตะโกนขึ้น
คุณแม่เซียวเชิญชวนอย่างอบอุ่น “พี่ใหญ่ มาทานข้าวด้วยกัน ไหม?”
ลุงใหญ่เดินเข้ามาหา “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ตอนนี้พี่ยุ่งกับงาน เดี๋ยวหาอะไรทานรองท้องนิดหน่อยก็พอแล้ว”
“ยุ่งอะไรนักหนา นี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่กินข้าว อีก?” คุณยายถาม
ลุงใหญ่โบกมือไปมา “โอ๊ย ก็เพิ่งซ่อมเครื่องทำความร้อนเสร็จ ไม่กี่วันนี่เอง ยังมีงานอีกเยอะแยะที่ยังไม่ได้จัดการ เดี๋ยวเดือนหน้าก็มี
คนจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบ 90 ปี โรงแรมยุ่งมากเลย แล้วจะ เอาเวลาไหนไปกินข้าว?”
“งานเลี้ยงฉลองวันเกิด? จัดที่เมืองบันเทิงนี้น่ะเหรอ?” คุณแม่ เซียวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลุงใหญ่ดื่มน ้าที่วางอยู่หน้าคุณตาจนหมดแล้ว ยกแขนเช็ดปาก แล้วพูดว่า
“อ๋อ ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าเป็นบุคคลสำคัญด้วยนะ หัวหน้าบอกว่า เหล่าคนมีชื่อเสียงของเมืองเผิงจิงจะมาเข้าร่วมด้วย พวกเราเลยเริ่ม เตรียมงานกันตั้งแต่ตอนนี้ หัวหน้าบอกว่าห้ามมีอะไรผิดพลาด เด็ดขาด และยังกำหนดมาตรฐานสำหรับพนักงานของเราให้เข้มงวด ขึ้นมาก พวกเราต้องเข้าอบรมทุกวัน ยุ่งจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย”
แม่เซียวยิ่งอยากรู้อยากเห็นกว่าเดิม “บุคคลสำคัญคนไหน เหรอ? ใครกัน? พวกเราไปร่วมงานด้วยได้ไหม?”
“อย่าหวังเลย ได้ยินมาว่างานจัดที่ห้องจัดเลี้ยงนะ การเข้าออก เข้มงวดมาก ต้องตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียด ได้ยินมาว่าตอนนั้น จะมีตำรวจติดอาวุธยืนรักษาความปลอดภัยด้วย คิดว่าเธอจะเข้าได้ ไหมล่ะ?” ลุงใหญ่พูด
แม่เซียวร้องอ๋อ ไม่ให้เข้าก็ไม่เข้า
“เข้มงวดขนาดนั้นเลยหรือ? ดูท่าจะเป็นบุคคลสำคัญจริง ๆ” คุณ ยายถอนหายใจ
เซียวหมิงเยวี่ยครุ่นคิด “งานเลี้ยงจะมีขึ้นเดือนหน้าหรือคะ นี่เพิ่ง กลางเดือนเอง ทำไมถึงเริ่มเตรียมงานเร็วขนาดนั้น?”
ลุงใหญ่พยักหน้า “ใช่ หัวหน้าบอกว่าต้องเตรียมงานล่วงหน้า ท่านที่มางานล้วนเป็นบุคคลสำคัญ พวกเราต้องฝึกอบรมวิธีการ ต้อนรับซ ้าแล้วซ ้าเล่าจนคล่องแคล่ว ฝึกจนเป็นความจำกล้ามเนื้อ เลย คิดดูแล้วน่าจะเป็นช่วงกลางเดือนหน้า ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือน พอดี”
“แบบนี้นี่เอง” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
คุณตาโบกมือ “ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา ใครจะสนล่ะ”
“งั้นผมไปก่อนนะ ทุกคนทานกันเลย!” ลุงใหญ่รีบเดินจากไปอีก ครั้งอย่างรวดเร็ว
หลังจากลุงใหญ่จากไป แม่เซียวก็พูดขึ้นว่า “ฉลองครบรอบ 90 ปีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เป็นเรื่องน่ายินดีมาก”
เซียวหมิงเยวี่ยกัดไก่ทอดครึ่งชิ้น พูดขณะที่อาหารยังเต็มปาก
“รอแม่อายุครบ 90 ปีเมื่อไหร่ หนูจะจัดงานฉลองให้อย่างยิ่งใหญ่ เลย”
แม่เซียวหัวเราะอย่างเอ็นดู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
“ลูกรักของแม่ ช่างพูดจริง ๆ”
“ถ้าจะจัดงาน ก็ต้องจัดให้คุณตาคุณยายก่อนสิ” เธอพยักพเยิด อีกทาง
คุณยายยิ้มแจ่มใส “ยังอีกนานโข ยายกับตาเพิ่งแปดสิบกว่า ๆ เท่านั้นเอง ยังไม่รู้เลยว่าจะอยู่ถึงวันนั้นไหม”
“แม่พูดอะไรน่ะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ พ่อกับแม่ร่างกายแข็งแรงขนาด นี้ ตั้งแต่มาอยู่บ้านฉัน สุขภาพร่างกายทั้งคู่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่า ต้องอยู่ถึงวันนั้นอยู่แล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบเสริม “อายุยืนยาวถึงร้อยปีไปเลย”
คุณตาหัวเราะร่วน คิ้วขาวสั่นเทา “จะว่าไปก็จริงนะ ร่างกายตาดี ขึ้นมากจริง ๆ แข็งแรงกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”
คุณยายพยักหน้า “ฉันก็เหมือนกัน สมัยก่อนมีโรคประจำตัว เยอะแยะ เดี๋ยวก็ปวดหลัง ปวดเข่า หรือไม่ก็ความดันสูง ต้องกินยา ตลอด ตอนนี้หยุดยามานานแล้ว แต่ร่างกายกลับแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นเรื่องแปลกมากเลยนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ดื่ม น ้าค้างแจ่มชัดจากบ่อทุกวัน และกินผักผลไม้จากสวนในมิติบ่อย ๆ แล้วสุขภาพจะไม่แข็งแรงขึ้นได้ยังไง?
โดยเฉพาะคุณตา ครั้งก่อนเธอให้เขากินยายืดขาถลึงตา โรคอัล ไซเมอร์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ฤทธิ์ยาที่เหลือก็บำรุงอวัยวะภายในจน
แข็งแรง วิ่งไล่ตีลุงใหญ่ครึ่งชั่วโมงโดยไม่เหนื่อยหอบเลย ร่างกาย แข็งแรงแบบสุด ๆ
ตอนที่ 320 ได้รับบัตรเชิญ (2)
เพียงพริบตา หนึ่งเดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ภายในห้องสวีทเพรสซิเดนท์เชียลของจี้เหวินซี…
“เชิญฉันด้วยเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูบัตรเชิญสีทองอร่ามในมือ บนนั้นเขียนเชิญ ชื่อเธอเซียวหมิงเยวี่ย ให้ไปร่วมงานฉลองวันเกิดครบ 90 ปีของคุณปู่ จี้
นับวันเวลาดู ก็เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว
ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินลุงใหญ่พูดถึงว่าโรงแรมมีงานเลี้ยงวัน เกิดครบ 90 ปีของใครสักคน ตอนนี้พอรู้ว่าเป็นคุณปู่ของจี้เหวินซี เธอรู้สึกประหลาดใจมากอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าเธอเองก็ได้รับบัตรเชิญ ด้วย ก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
“ใช่แล้ว คุณต้องไปให้ได้นะ” จี้เหวินซีพูด
ด้านข้าง จี้ซานซานกำลังกินคุกกี้โฮมเมดอย่างเอร็ดอร่อย
“ก็ต้องได้รับเชิญอยู่แล้ว พี่หมิงเยวี่ย พี่คือผู้มีพระคุณของฉันนะ คุณปู่กำชับเป็นพิเศษว่า พี่ต้องไปให้ได้ ขาดคนอื่นไม่เป็นไร แต่ห้าม ขาดพี่เด็ดขาด!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูบัตรเชิญอีกครั้ง บัตรเชิญใบนี้ดูหรูหรา อลังการมาก
“แล้วฉันต้องเตรียมของขวัญอะไรไปบ้าง?”
เธอไม่เคยไปงานเลี้ยงวันเกิดของผู้ใหญ่มาก่อน เลยไม่มี ประสบการณ์
จี้เหวินซีหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องหรอก คุณแค่ไปในฐานะคนรุ่น หลัง ไม่จำเป็นต้องเตรียมของขวัญไปก็ได้”
จี้ซานซานพยักหน้ารัว ๆ เหมือนไก่จิกข้าว
“ใช่ พี่หมิงเยวี่ย พอถึงเวลาพี่ไปนั่งโต๊ะเดียวกับฉันก็ได้ พวกเรา สองคนเป็นเด็ก แค่รับผิดชอบเรื่องกินอย่างเดียวก็พอ ส่วนเรื่องการ เข้าสังคม ปล่อยให้พี่ชายเขาจัดการไปเถอะ”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ”
จี้ซานซานวางคุกกี้ตรงหน้าเซียวหมิงเยวี่ย “พี่หมิงเยวี่ยลองกินสิ ฉันอบเองเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบคุกกี้รูปหมีขึ้นมากัด
จี้ซานซานถามด้วยความตื่นเต้น “อร่อยไหมคะ?”
หญิงสาวพยักหน้า “อร่อยดีนะ”
จี้ซานซานดีใจมาก “พี่หมิงเยวี่ยมีรสนิยมจริง ๆ พี่ชายฉันติว่า หวานเกินไป”
สิ้นเสียง เธอหันไปจ้องมองคนเป็นพี่ชาย
จี้เหวินซีรู้สึกอึดอัด “พี่แค่บอกว่ามันหวานไปหน่อย…”
เขาแค่ไม่ชอบทานของหวานเท่านั้นเอง
“มันก็ความหมายเดียวกันนั่นแหละ” จี้ซานซานเถียงอย่างไม่ ลดละ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
จี้ซานซานลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “หนูไปเปิดประตูให้”
เมื่อเปิดประตูออก พบชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่หน้าประตู และเธอ ไม่รู้จักพวกเขา
เซิ่งเผิงและหลี่ซิ่งจื่อสบตากัน จากนั้นถามด้วยรอยยิ้ม
พวกเขาคือผู้คิดค้นและจดสิทธิบัตร ‘นวัตกรรมละลายหิมะ’ ซึ่ง เซียวหมิงเยวี่ยซื้อมาจากพวกเขาในงานประมูล
“สวัสดีค่ะ นี่คือห้องของคุณจี้ใช่ไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ พวกคุณคือใครคะ?” จี้ซานซานถาม
เสียงของจี้เหวินซีดังมาจากด้านใน “ซานซาน เชิญพวกเขาเข้า มาสิ พี่เป็นคนขอให้พวกเขามาเอง”
จี้ซานซานขยับไปด้านข้าง “เชิญค่ะ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
เซิ่งเผิงและหลี่ซิ่งจื่อกล่าวขอบคุณและเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น พวกเขาก็ต้องประหลาดใจที่ได้เห็น ใบหน้าที่คุ้นเคย นั่นคุณเซียวหมิงเยวี่ยใช่ไหม?
“คุณเซียว? อยู่ที่นี่ด้วยหรือคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองทั้งคู่ครู่หนึ่ง และทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ
“คุณเซิ่ง คุณหลี่ ไม่ได้เจอกันนานเลย พวกคุณดูเปลี่ยนไปมาก คุณเซิ่งดูหล่อเหลาขึ้นเยอะเลยนะคะเนี่ย ส่วนคุณหลี่ก็สวยวันสวยคืน จริง ๆ”
ในงานประมูลครั้งก่อน ทั้งเซิ่งเผิงและหลี่ซิ่งจื่อต่างก็เดินตัวงอ ไม่ กล้าสบตาใคร ดูเหมือนจะเป็นคนขี้อาย อีกทั้งการแต่งกายก็ดูไม่โดด เด่น
เมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้ง ทั้งสองคนดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคน ละคน เต็มไปด้วยพลังและความมั่นใจ แววตาเปล่งประกาย ไม่ใช่แค่ เสื้อผ้าที่ดูดีขึ้น แต่แม้แต่เส้นผมก็ยังถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อย
เห็นได้ชัดว่าความมั่นใจจากภายใน สามารถเปลี่ยนแปลง รูปลักษณ์ภายนอกของบุคคลได้จริง
ตอนนี้ทั้งคู่ดูมีบุคลิกท่าทางเหมือนคนประสบความสำเร็จ จน เซียวหมิงเยวี่ยแทบจำไม่ได้
“ดูคุณพูดเข้าสิ ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำของคุณเซียว พวกเรา คงไม่มีวันนี้หรอกครับ พวกเราต้องขอบคุณคุณเซียวมาก ตอนนั้น โชคดีที่คุณช่วยพวกเราไว้ได้ทันเวลา คุณคือผู้มีพระคุณของพวก เราสองคนจริง ๆ ครับ!”
เซิ่งเผิงพูดด้วยใบหน้าที่แดงก ่า รู้สึกขอบคุณอย่างยิ่ง
หลี่ซิ่งจื่อพูดเสริม “จริงค่ะ ตอนนั้นถ้าไม่มีคุณ พวกเราคงไม่มี เงินซื้อข้าวกินด้วยซ ้า”
ตอนนั้นพวกเขาต้องทนหน้าด้านไปขอร้องทุกวิถีทาง กว่าจะได้ สิทธิ์เข้าร่วมงานประมูล พวกเขาจนตรอก ล้มละลาย เหลือเพียง ความหวังที่จะขาย ‘นวัตกรรมละลายหิมะ’ ในครอบครอง เพื่อหาเงิน ประทังชีวิต
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นผู้ประมูล ‘นวัตกรรมละลายหิมะ’ และขอซื้อ สินค้าคงเหลือทั้งหมดในโกดัง สิ่งนี้ช่วยคลี่คลายวิกฤตเร่งด่วนของ พวกเขาได้เป็นอย่างมาก
ดังนั้น เมื่อได้พบกับเซียวหมิงเยวี่ยอีกครั้ง พวกเขาสองคนจึง รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง และยกย่องเชิดชูเธอราวกับเป็นผู้มีพระคุณ
และสิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือ ด้วยคำแนะนำของเซียวหมิงเยวี่ย ทำ ให้พวกเขาตัดสินใจชะลอการขายเครื่องจักรสำหรับผลิตสารละลาย หิมะไว้ก่อน มิฉะนั้นกิจการของพวกเขาคงไม่ถูกจี้กรุ๊ปขอซื้อไป และ คงไม่มีชีวิตที่ดีอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
“ไม่เป็นไรค่ะ นั่นเป็นสิ่งที่พวกคุณสมควรได้รับ” เซียวหมิงเยวี่ย พูด
ท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถในการผลิตสิ่งของอย่าง ‘นวัตกรรม ละลายหิมะ’ ขึ้นมาในช่วงภัยพิบัติพายุหิมะรุนแรง ถือการกระทำอัน ทรงคุณค่าและช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้มากมาย
เมื่อเห็นสีหน้าที่งุนงงของจี้เหวินซีและจี้ซานซาน เซิ่งเผิงจึง หัวเราะและอธิบายว่า
“ในตอนแรกหากไม่ได้คำแนะนำจากคุณเซียว พวกเราคงขาย เครื่องจักรผลิตไปแล้ว จากนั้นพอเกิดพายุหิมะ มันจะมีประโยชน์ อะไรอีกที่จะถือสิทธิบัตร แต่ไม่มีเครื่องจักรผลิต”
จี้เหวินซียิ้มน้อย ๆ “เป็นแบบนี้นี่เอง”
“เธอมักคิดการณ์ไกล และเก่งเรื่องการลงทุนมาก สารละลาย หิมะชุดแรกที่นำไปใช้งาน เธอก็เป็นคนขายต่อให้ผมเอง” จี้เหวินซี พูดแซว
ในขณะที่พูดประโยคนี้ เขาก็จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเซียวห มิงเยวี่ย
หญิงสาวรู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงลุกขึ้นยืนและพูดว่า
“อย่างไรก็ตาม พวกคุณคงมีเรื่องงานจะคุยกันใช่ไหม? งั้นฉันขอ ตัวก่อนนะ”
เธอไม่ลืมหยิบการ์ดเชิญติดตัวไปด้วย
“ได้สิ”
จี้ซานซานเก็บกล่องคุกกี้ขึ้นมาแล้วพูดว่า “งั้นหนูขอตัวด้วย เหมือนกัน”
จี้เหวินซีพลันนึกถึงคุณปู่ขึ้นมา “อ้อ ซานซาน ตอนนี้คุณปู่ทำ อะไรอยู่เหรอ?”
“คุณปู่มาถึงเมืองบันเทิงแล้ว เห็นว่าไปยังห้องที่เรียกว่าสโมสร หมากรุก คงไปเล่นหมากรุกกับกลุ่มชายชรา!” จี้ซานซาน
…
ณ สโมสรหมากรุก
คุณปู่จี้กำลังดวลฝีมือกับชายชราฝั่งตรงข้ามอย่างดุเดือด เมื่อ มองดูดี ๆ จะพบว่าชายชราที่เล่นหมากรุกกับคุณปู่จี้ก็คือคุณตาของ เซียวหมิงเยวี่ย
ชายชราทั้งสองต่างก็ขมวดคิ้วมุ่น แสดงท่าครุ่นคิดอย่างหนัก เผชิญหน้ากับกลยุทธ์ของอีกฝ่ายโดยไม่มีใครยอมใคร
บรรยากาศในอากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้ชมรอบข้าง ต่างก็ลุ้นระทึก และวิเคราะห์สถานการณ์บนกระดานหมากรุกทั้งสอง ฝ่ายอย่างตั้งใจ
เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ในช่วงที่ดุเดือดที่สุด
ในตอนนั้น คุณตาสังเกตเห็นจุดอ่อน “ฮ่า ๆ ๆ ท่านนายพล ผม ชนะแล้วล่ะ ยอมเถอะครับ!”
คุณปู่จี้ผมหงอกขาว แววตาของเขามีประกายสดใส
“น้องชาย ลองดูอีกทีดีไหม?”
คุณตาร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อเขาสังเกตเห็นว่ามีบางอย่าง ผิดปกติ พอเขาย้ายหมากตัวนั้น เขาก็ประกาศชัยชนะทันที แต่แล้ว เขาก็เผลอเปิดเผยจุดอ่อนของตัวเอง
ผู้ชมรอบข้างก็สังเกตเห็นสิ่งนี้เช่นกัน
“โอ้โห เสมอกันแล้ว”
“จริงด้วย เสมอกัน น่าตื่นเต้นจริงเชียว!”
“เสมอแล้ว เสมอแล้ว”
คุณตาหัวเราะร่า พูดเสียงดังก้องกังวาล
“พี่ชาย เกมนี้เสมอแล้ว คุณไม่ได้ชนะและผมก็ไม่ได้แพ้ เป็นการ เล่นหมากรุกที่สนุกที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมาเลย ทำไมผมถึงไม่เคย เห็นคุณมาก่อนเลยล่ะ?”
คุณปู่จี้เก็บหมากรุก “เพิ่งย้ายมาที่นี่เดี๋ยวเดียวเอง ฉันก็ไม่คิดว่า จะได้เจอคู่ต่อสู้สมน ้าสมเนื้อที่นี่ พวกเรามีวาสนาต่อกัน ไว้มาเล่น ด้วยกันอีกนะ!”