ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 321 งานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปี
ไม่กี่วันต่อมา งานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีก็เริ่มต้นอย่าง เป็นทางการ
พิธีการนั้นยิ่งใหญ่ อลังการ และเหนือจินตนาการ
เหล่าคุณหญิงคุณนายต่างสวมใส่ชุดราตรีสุดหรู ประดับประดา ด้วยอัญมณีราคาแพง พูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนานและพบปะเพื่อน ฝูง
เหล่าสุภาพบุรุษแต่งกายด้วยสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้า ประดับรอยยิ้มอันอบอุ่นและสุภาพ พูดคุยทักทายกันอย่างเป็นมิตร
บรรยากาศในงานนี้ไม่เหมือนงานเลี้ยงวันเกิดทั่วไป แต่เหมือน งานเลี้ยงการกุศลสุดหรูหราที่รวบรวมบุคคลชั้นสูงจากทั่วท้องถิ่นไว้ ด้วยกัน ชนชั้นสูงของสังคมต่างมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่เคยเห็นงานอะไรแบบนี้มาก่อน เมื่อเทียบกับ งานเลี้ยงวันเกิดที่ยิ่งใหญ่อลังการนี้ การประมูลครั้งก่อนแตกต่างราว กับอยู่คนละโลก
ระหว่างทางเดินเข้ามา เธอได้ยินบทสนทนาของผู้คน ซึ่งล้วน เป็นผู้มีอำนาจดำรงตำแหน่งสูงทั้งนั้น มีทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจ มารวมตัวกัน
เซียวหมิงเยวี่ยหาที่นั่งเงียบ ๆ มุมหนึ่ง ได้ยินมาว่าวันนี้มีพ่อครัว หลายคนถูกส่งมาจากตระกูลจี้ พวกเขาจะเสิร์ฟอาหารอันโอชะที่ไม่มี ขายในโรงแรม เธอเคยทานอาหารที่ตระกูลจี้มาก่อน และทักษะของ เชฟเหล่านั้นก็ดีกว่าโรงแรมมากโข ดังนั้นจะพลาดไปได้อย่างไร
แขกคนอื่น ๆ ต่างรวมกลุ่มกันพูดคุยและทักทายกันตามประสา แต่เซียวหมิงเยวี่ยกลับนั่งรออาหารอยู่คนเดียว
“เสี่ยวเซียว? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” เสียงชายคนหนึ่งดัง กังวานขึ้น
เซียวหมิงเยวี่ยหันมองตามเสียงนั้น พบว่าเป็นผู้กำกับเหยียน และเว่ยจวิน พวกเขายืนอยู่ด้วยกัน คาดว่าคงมางานนี้พร้อมกัน
เธอรู้สึกประหลาดใจ “ท่านผู้กำกับเหยียน คุณก็มาด้วยหรือคะ? อ้าว ผู้อำนวยการเว่ยก็มาด้วย ไม่ได้เจอกันนานเลย”
ผู้กำกับเหยียนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว มาร่วมงานวันเกิด อาจารย์น่ะ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่”
นิ้วมือของเว่ยจวินขดเข้าหากันโดยไม่ตั้งใจ น ้าเสียงของเขาเต็ม ไปด้วยความประหลาดใจ
“นานมากทีเดียวที่ไม่ได้เจอกันเลย ผมไม่รู้ด้วยซ ้าว่าคุณย้าย ออกจากชุมชนแล้ว อยู่ที่เมืองบันเทิงเป็นอย่างไรบ้าง?”
“สบายดีค่ะ ดีมากเลย ที่นี่มีครบทุกอย่างแล้ว คุณล่ะคะ?” เซียวห มิงเยวี่ยยิ้มอ่อนโยน
เพราะได้พบเจอกับเพื่อนเก่า เธอจึงรู้สึกดีใจเป็นธรรมดา
ดวงตาของเว่ยจวินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาพูดอย่างเขินอายว่า
“ผะ… ผมก็สบายดีเหมือนกัน”
“ฉันกำลังคิดอยู่ว่าคงไม่มีคนรู้จักมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับฉัน นั่ง ทานด้วยกันสิคะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
เว่ยจวินรีบตอบตกลง “ได้เลย”
ผู้กำกับเหยียนเอ็ดเบา ๆ ว่า “งั้นพวกเธอสองคนนั่งคุยกันที่นี่ก็ แล้วกัน ส่วนฉันน่ะ รอทานอาหารเหมือนพวกเธอไม่ได้หรอก”
แม้จะพูดแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองใด ๆ
“ผู้กำกับ หรือว่าให้ผมไปทานกับท่านด้วยดีไหมครับ?” เว่ยจวิน เสนอ
ผู้กำกับเหยียนปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก เธอนั่งคุยกับเสี่ยวเซียวไป เถอะ ฉันจะไปคุยกับเพื่อนเก่าสักหน่อย นั่งลงเถอะ นั่งลง”
“ไปดีมาดีนะคะผู้กำกับ” เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือ
เว่ยจวินหมุนแก้วน ้าไปมาพลางพูดว่า “ไม่กี่วันก่อนได้ยินซ่ง เทียนกังบอกว่าเจอคุณในเมืองบันเทิง ผมยังคิดอยู่เลยว่าวันนี้จะได้ เจอคุณหรือเปล่า ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ คุณมาร่วมงานวันเกิด
ครบรอบ 90 ปีของท่านนายพลอาวุโสแบบนี้ แสดงว่าได้รับเชิญมา เหมือนกันสินะ?”
“ประมาณนั้นค่ะ เรื่องนี้ค่อนข้างยาว…”
เซียวหมิงเยวี่ยเล่าเรื่องที่เธอช่วยชีวิตจี้ซานซานให้เว่ยจวินฟัง คร่าว ๆ
“แบบนี้นี่เอง”
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขา “ว่าแต่ผู้อำนวยการเว่ย คุณกับผู้บังคับ การซ่งอายุใกล้เคียงกันใช่ไหมคะ? น่าจะประมาณ 30 กว่า ๆ สินะ?”
เว่ยจวินพยักหน้าด้วยความสงสัย “ใช่แล้ว”
“แม้แต่ผู้ชายปากแข็งอย่างผู้บังคับการซ่งยังมีแฟนแล้ว และแฟน ของเขายังสวยมากด้วย ทำไมคุณถึงไม่หาแฟนบ้างล่ะ? ไม่มีใคร แนะนำให้หรือคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดหยอกล้อ
เว่ยจวินมีสีหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ “ผะ… ผมงานยุ่ง และผมก็มี คนที่ชอบอยู่แล้วด้วย”
“คุณมีคนที่ชอบแล้วเหรอ? โห อย่างนี้ต้องรีบ ๆ หน่อยนะ เริ่มแก่ แล้วด้วย” เซียวหมิงเยวี่ยแซวเขาด้วยน ้าเสียงแบบผู้ใหญ่
เว่ยจวินอดที่จะขำกับท่าทางของเธอไม่ได้ ดวงตาทั้งสองเปล่ง ประกายแวววาว
“จริงเหรอ? แต่ผมก็แก่จริง ๆ นั่นแหละ ถ้าจู่ ๆ พูดออกไปเธอคน นั้นอาจจะกลัว”
เซียวหมิงเยวี่ยจิบน ้าและถามเขาว่า “ทำไมล่ะ คนที่คุณชอบอายุ น้อยกว่ามากเหรอ?”
เว่ยจวินครุ่นคิดอยู่นาน พูดอย่างระมัดระวังว่า
“ผมอยากถามคุณหน่อย พวกผู้หญิงเขายอมรับรับช่วงอายุที่
ห่างกันได้มากแค่ไหนเหรอ?”
“ผู้หญิงแต่ละคนรับช่วงอายุที่ห่างกันได้ไม่เหมือนกัน”
เว่ยจวินพูด “แล้วคุณยอมรับอายุที่ห่างกันได้มากเท่าไหร่”
เขาพูดเสริม “เพื่อเป็นกรณีศึกษาน่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน คงประมาณ 6 ปีล่ะมั้ง เกินกว่านั้นคงไม่ไหว”
จู่ ๆ เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เธอไม่เคยรู้ด้วยซ ้าว่าจี้เหวินซีอายุ เท่าไหร่ และไม่เคยถามมาก่อน แต่พิจารณาจากใบหน้าของเขา ก็คง ไม่เกินสามสิบหรอกมั้ง?
เว่ยจวินหรี่ตาลงด้วยความหดหู่ใจ พูดด้วยน ้าเสียงที่ไม่ยอมแพ้
“เพิ่มอีกสักปีไม่ได้เหรอ…”
เขาพูดไม่ทันจบ เสียงโห่ร้องอื้ออึงก็ดังขึ้นขัดจังหวะคำพูดของ เขา
ดูเหมือนว่าเจ้าของวันเกิดจะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยมองตามเสียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่
เว่ยจวินมองใบหน้าด้านข้างของเธอ เขาอ้าปากเหมือนจะพูด บางอย่าง แต่แล้วก็เงียบไป
บริเวณนั้น เห็นเพียงคุณปู่จี้สวมชุดลำลองบุรุษแบบจีน ผมของ เขาถูกปกคลุมไปด้วยน ้าค้างแข็งสีเงิน และใช้ไม้เท้าค ้ายันระหว่าง เดิน บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาว มามาก แต่ใบหน้าของเขายังคงเป็นสีแดงระเรื่อ ดูสุขภาพดี
คุณปู่จี้ดูมีชีวิตชีวา ยิ้มแย้มแจ่มใส พยักหน้าทักทายทุกคนอย่าง เป็นธรรมชาติ บรรยากาศเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ทำให้ทุกคน รู้สึกเคารพ
เสียงอวยพรดังขึ้นต่อเนื่อง ทุกคนต่างอวยพรคุณปู่จี้ที่อายุครบ 90 ปีด้วยคำอวยพรต่าง ๆ ดังก้องไปทั่ว เช่น ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง เหมือนทะเลตะวันออก อายุยืนยาวเหมือนภูเขาทางทิศใต้ คุณปู่จี้ยิ้ม รับคำอวยพรทุกคำ และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน
จี้เหวินซีและจี้ซานซานยืนอยู่ข้างคุณปู่จี้ ทั้งคู่ยิ้มอย่างสุภาพ พูดคุยทักทายแขกอย่างคล่องแคล่ว
พวกเขาได้รับการอบรมมาตั้งแต่เด็ก ให้สามารถรับมือกับ สถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขา นั้นไร้ที่ติ
ลองมองดูกลุ่มคนเหล่านี้สิ แต่ละคนล้วนมีสถานะที่สูงส่ง ในหมู่ พวกเขามีแม้กระทั่งผู้มีอำนาจสูงสุดกำลังพูดคุยกับคุณปู่จี้ ขณะที่ผู้ กำกับเหยียนยืนอยู่ข้าง ๆ
หลายคนเป็นผู้บริหารระดับสูงที่เคยประชุมในห้องลับ และยังมีหัว หน้าที่เคยขอความร่วมมือกับมูนฟาร์มของเซียวหมิงเยวี่ยอีกด้วย
เมื่อเห็นใบหน้าของคุณปู่จี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ เพราะเธอเคยเห็นเขามาก่อนแล้ว ตอนที่เธอไปหาผู้กำกับเหยียน และ ผู้กำกับเหยียนเคยแนะนำอาจารย์ของเขาให้รู้จัก พอเธอคิดถึงเรื่องนี้
ขึ้นมาอีกครั้ง อาจารย์ของผู้กำกับเหยียนก็คือคุณปู่จี้นั่นเอง
นี่เป็นการพบกันครั้งที่สอง
คุณปู่จี้พูดขอบคุณแขกที่มาเยือน พูดคุยทักทายกับผู้คนรอบตัว เขา ยุ่งจนไม่มีเวลาพัก
“เอ๊ะ? เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยหันกลับมาพูดกับเขาอีกครั้ง
เว่ยจวินอ้าปาก แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก
“ไม่มีอะไรครับ”
“ตอนแรกคุณคิดยังไงถึงย้ายมาอยู่ที่เมืองบันเทิงเหรอ ได้ยินมา ว่าคนเยอะแยะแย่งกันหัวชนกันเพื่อให้ได้ห้องพักสักห้อง” เว่ยจวิน เปลี่ยนหัวข้อสนทนา
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้ม “ฉันมองการณ์ไกลไงคะ ดีนะที่ตัดสินใจย้าย มาที่เมืองบันเทิง ไม่งั้นคงถูกฝังอยู่ใต้หิมะแน่ ๆ”
เว่ยจวินเห็นด้วย “ใช่ คุณเป็นผู้หญิงที่มองการณ์ไกลเสมอ ผมดู ออกตั้งแต่ตอนที่อากาศร้อนจัด แผงโซลาร์เซลล์ที่คุณขายให้ มันยัง ใช้งานได้อยู่จนถึงตอนนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดคุยอย่างสบาย ๆ “ตอนนี้สถานการณ์ เปลี่ยนไป แผงโซลาร์เซลล์อาจจะไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่คุณเก็บมันไว้ ก็ดีนะ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต”
เว่ยจวินพยักหน้ารับ “ผมจะเก็บมันไว้อย่างดีเลย”