ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 33 แม่เซียวมีงานทำแล้ว
“หาช่างมาซ่อมได้ไหม?”
“วันอากาศร้อนระอุแบบนี้ จะหาช่างที่ไหนมาซ่อมได้ พวกเขา หยุดงานกันหมดแล้ว!”
“แล้วเราจะทำยังไงกันดี ทั้งฝ่ายการจัดการอสังหาริมทรัพย์มีแผง โซลาร์เซลล์แค่ 8 แผง เสีย 7 แผงเข้าไปแล้ว เราจะใช้แอร์กันได้ยังไง ฉันทนไม่ไหวหรอกนะ ฉันจะลาออก”
“ลาออกด้วยปัญหาหยุมหยิมแค่นี้เนี่ยนะ เด็กยุคหลังปี 2000 นี่
ไม่มีน ้าอดน ้าทนเอาเสียเลย!”
“ฉันมาทำงานที่ฝ่ายการจัดการอสังหาริมทรัพย์ก็เพียงเพื่อจะ ตากแอร์ ไม่อย่างนั้นคิดว่าจะเพราะอะไรอีกล่ะ รีบไปหาช่างมาซ่อม ไม่อย่างนั้นฉันจะลาออก!”
“ไอ้เด็กอวดดี แกเป็นหัวหน้าหรือฉันเป็นหัวหน้ากันแน่ มาสั่งฉัน ได้ยังไง?”
“ฉันไม่สนใจหรอก”
เซียวหมิงเยวี่ยและครอบครัวเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เมื่อเดินผ่าน ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ยินคนสองคนทะเลาะกันอยู่
เด็กสาวในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ โวยวายว่าจะลาออกถ้าไม่ได้ตากแอร์ ในขณะที่ผู้จัดการวัยราว 30 ปี ที่อยู่ข้าง ๆ ดูจะเอือมระอาเธอเป็นอย่างมาก
เซียวหมิงเยวี่ยเงยมองตัวอักษรสามตัวโตบนป้ายชื่อของฝ่าย จัดการอสังหาริมทรัพย์ ในใจมีแผนผุดขึ้นมาทันที
“ขอฉันดูหน่อย บางทีฉันอาจจะซ่อมได้” เธอบอกเสียงเรียบ
ผู้จัดการจางกับหลี่เหวินจิ้งหันขวับมาโดยพร้อมเพรียง สีหน้าดู แปลกใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนหนึ่งเป็นคนพูด
“คุณซ่อมได้เหรอ?”
“ซ่อมได้จริงเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วแล้วบอก “จะให้ลองดูก็ได้นะคะ”
หลี่เหวินจิ้งเอ่ยด้วยความลิงโลด “พี่สาว ถ้าพี่ซ่อมได้จริง ฉัน เลี้ยงไอศกรีมพี่เลย! ฉันเก็บไอศกรีมเอาไว้ในตู้เย็นของฝ่ายจัดการ อสังหาริมทรัพย์เยอะ ตอนนี้มันละลายหมดแล้ว แต่ถ้ากลับมาแข็งก็ ยังกินได้อยู่”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบอก “น้องสาวใจกว้างคนนี้ จะแบ่งให้ฉันถ้วย เดียวเองเหรอ?”
เธอชูสองนิ้วพลางบอก “ฉันอยากได้ 2 ถ้วย”
หลี่เหวินจิ้งหัวเราะคิกคักก่อนตอบว่า “ก็ได้ 2 ถ้วยพอแล้วนะ! พี่
ต้องซ่อมให้ได้ โชคของฉันทั้งหมดขึ้นอยู่กับพี่! ยังมีหมูสามชั้นแช่ แข็ง 2 ถุงในตู้เย็นที่ฉันยังไม่ได้กินเลย”
ผู้จัดการจางมองครอบครัวของเซียวหมิงเยวี่ย พวกเขาแต่งตัว เรียบร้อย ผมสะอาดสะอ้าน ไม่น่าจะขาดแคลนไฟฟ้าและน ้า ลูกบ้าน ที่นี่ส่วนใหญ่มักมีสภาพมอมแมม แสดงว่าครอบครัวนี้ต้องเป็นคน พิเศษแน่นอน
บางทีพวกเขาอาจมีแผงโซลาร์เซลล์ที่บ้าน ถึงได้รู้วิธีซ่อมแซม
ผู้จัดการจางยิ้มบอก “สวัสดีครับ ผมผู้จัดการจาง พวกคุณเป็น ลูกบ้านที่นี่เหรอครับ? ถ้าซ่อมได้จริง ๆ เราจะให้ค่าตอบแทนที่
สมน ้าสมเนื้อแน่นอนครับ”
“ค่าตอบแทนอะไรเหรอคะ?”
“ขอแค่ทำสุดความสามารถ จะให้ตอบแทนยังไงก็ได้หมดครับ ว่า แต่คุณชื่ออะไรเหรอครับ?”
“ฉันแซ่เซียวค่ะ เรียกฉันว่าหมิงเยวี่ย พ่อคะ มาช่วยหนูหน่อย”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกพล่ามแล้วขึ้นไปชั้นบนกับพ่อเซียวเพื่อดูแผง โซลาร์เซลล์
แค่ได้ยินพวกเขาพูดกันว่าพัง 7 แผงจาก 8 แผง เธอก็คาดเดา ได้ว่าน็อตยึดแผงหลักน่าจะหลวม ไม่เช่นนั้นจะเสียทีเดียว 7 แผง พร้อมกันได้อย่างไร
เพราะแบบนั้นเธอถึงได้กล้าตกลงช่วยเหลือเรื่องนี้
แล้วก็เป็นไปตามคาด เธอเจอจุดที่หลวมอย่างรวดเร็ว น็อตหลุด ออกไปตัวหนึ่ง มีเพียงแผงโซลาร์เซลล์ที่ใกล้ที่สุดที่ยังเชื่อมต่ออยู่ ในขณะที่แผ่นที่เหลือขาดการเชื่อมต่อไปแล้ว
แต่ละชุดมีแผงโซลาร์เซลล์ 4 แผง มีเพียง 1 ใน 2 ชุดที่ยังใช้การ ได้ ซึ่งมีกำลังไฟเพียงพอให้เปิดไฟได้เท่านั้น ไม่แปลกที่จะไม่สามารถ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ ขนาดตู้เย็นยังใช้ไม่ได้ นับประสา อะไรกับเครื่องปรับอากาศ
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบไขควงมาไขยึดแผงกลับเข้าไปให้แน่นอย่าง คล่องแคล่ว
“ลองดูซิว่ามีไฟเข้าหรือยัง” เธอตะโกนลงไปด้านล่าง
หลังจากนั้นไม่นานหลี่เหวินจิ้งก็ร้องตะโกนด้วยความดีใจ
“ติดแล้ว! แอร์ใช้ได้แล้ว! พี่สาว พี่เป็นเทพเจ้าของฉันเลย!”
ทันทีที่เธอลงมาด้านล่าง ผู้จัดการจางก็เดินมาหาด้วยสีหน้า ซาบซึ้งใจ เขากำลังจะเอื้อมไปเขย่ามือเธอ แต่กลับถูกพ่อเซียวคว้า ไว้
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ” พ่อเซียวบอก
ผู้จัดการจางอึ้งไปชั่วขณะก่อนกล่าวขอบคุณเขาซ ้า
“ขอบคุณที่คุณทั้งคู่ช่วยซ่อมแผงโซลาร์เซลล์นะครับ ไม่อย่างนั้นฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์คงทำงานกันไม่ได้ พอไม่มี แอร์แล้วคนพวกนี้ก็พานจะลาออกกัน”
“ไม่เป็นไรครับ เราถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน ต้องช่วยเหลือกันอยู่ แล้วครับ”
หลังกล่าวเป็นมารยาท เซียวหมิงเยวี่ยก็พูดเข้าประเด็น
“ว่าแต่ผู้จัดการจางคะ คุณยังขาดคนอยู่หรือเปล่า แม่ฉันบอกว่า อยู่ว่างที่บ้าน อยากจะหางานใกล้บ้านทำน่ะค่ะ เธอบอกบ่อย ๆ ว่า ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ดีมาก อยู่ในชุมชนเดียวกันนี่เอง หัวหน้า ก็เป็นคนใจดี เลยอยากจะลองมาสัมภาษณ์งาน แต่กลัวว่าจะสู้ใคร ไม่ได้น่ะค่ะ”
เธอระบายยิ้มจนยากที่จะปฏิเสธ
พ่อเซียวมองลูกสาวด้วยความตกใจ ภรรยาเขาพูดอย่างนั้น ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
แม่เซียวที่นั่งตากแอร์ในรถได้ยินแล้วงุนงง เธอบ่นว่าไม่อาจอยู่ ว่างที่บ้านได้ตลอดก็จริง ทั้งครอบครัวมีค่าใช้จ่าย เธอไม่ได้มีรายได้ ไม่ช้าก็เร็วอาจต้องหางานทำ
ตอนนั้นเซียวหมิงเยวี่ยกำลังดูโทรทัศน์อยู่ นี่ลูกเก็บเอาคำของ เธอมาใส่ใจด้วยหรือ?
แม่เซียวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ ลูกสาวคนนี้กำลังช่วยแม่หา งานอยู่จริง ๆ
ผู้จัดการจางอึ้งไป ตอนนี้ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ไม่ขาดคน เพราะมีเครื่องปรับอากาศ ทุกครั้งที่เปิดรับสมัครงานก็มีคนแห่แหน กันมาสมัคร รวมถึงลูกบ้านในชุมชน หลายคนเข้ามาไม่ได้ก็ พยายามเบียดหัวเข้ามาทางประตูหลัง
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีตำแหน่งว่างเลย
ผู้จัดการจางวางแผนอย่างรอบคอบ ครอบครัวนี้ต้องไม่ธรรมดา แน่ การรับเข้ามาทำงานอาจเป็นผลดีต่อฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ ต่อไปถ้าแผงโซลาร์เซลล์พังอีกจะได้มีคนซ่อมแซม
อย่างไรเสียแม่เธอทำงานอยู่ที่นี่ จะทนปล่อยให้แม่ไม่ได้ตากแอร์ ได้อย่างไร
“แม่คุณคงเป็นคนเก่ง เป็นเกียรติของเราที่ได้เธอมาทำงานที่นี่!”
ผู้จัดการจางหัวเราะแล้วตอบตกลงในทันที
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเบิกบานพลางบอก “ขอบคุณมากค่ะ ผู้จัดการ จาง”
พ่อเซียวยังคงงุนงง แต่เพราะอยู่ต่อหน้าคนนอกจึงไม่ได้พูดอะไร มาก
เซียวหมิงเยวี่ยเป็นคนที่ใช้ชีวิตมาสองครั้งแล้ว วิสัยทัศน์ของเธอ ย่อมก้าวไกลกว่า
เมื่อเกิดอุทกภัยในปีที่สองหลังวันสิ้นโลก ผู้ประสบภัยนับล้านจะ อพยพเดินทางลงไปเมืองทางใต้ ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จะ รวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายถิ่นฐาน มีหน้าที่จัดหา ที่อยู่ให้ผู้ประสบภัย
แม้สถานะของเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายถิ่นฐานไม่ได้สูง แต่พวกเขา ก็พอเชิดหน้าราวกับเป็นหัวหน้าได้ หลายคนมอบของกำนัลให้ เจ้าหน้าที่เหล่านี้เพื่อให้หาที่อยู่ให้ คำของเจ้าหน้าที่จึงล้วนไม่ซื่อตรง
ชาติก่อนเซียวหมิงเยวี่ยริษยาคนที่มีตำแหน่งนี้ที่สุด ผลประโยชน์ที่ได้รับน่าอิจฉา สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในได้ก่อน ใคร ทำให้ได้เปรียบคนทั่วไปเป็นร้อยเท่า
เวลานี้เธอจึงต้องส่งคนในครอบครัวเข้าไปปูรากฐานก่อน จะได้ ไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก หากเธอมีเจ้าหน้าที่ทางการในบ้าน ผู้คนยัง ต้องไว้หน้าอีกด้วย
ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม ประโยชน์ของการเป็นเจ้าหน้าที่
จัดการอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ปรากฏชัดเจน ถ้ารอจนถึงปีหน้าที่จะ เกิดอุทกภัยและมีการรวมตัวของเจ้าหน้าที่จัดการอสังหาริมทรัพย์ ก็ คงสายเกินกว่าจะเข้าทำงานนี้แล้ว ถึงตอนนั้นมันคงยิ่งยากเกินเอื้อม
แม่เซียววิ่งมาหาก่อนบอก “สวัสดีค่ะ ผู้จัดการจาง ฉันแซ่เจี่ยง เรียกว่าเสี่ยวเจี่ยงก็ได้ค่ะ…”
แม่เซียวแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มกว้าง ลูกสาวปูทางมาให้ทุกอย่าง แล้ว เธอจะทำให้ผิดหวังได้อย่างไร
เธอเล่าว่าจบมหาวิทยาลัยจากที่ไหน และได้รางวัลอะไรมาบ้าง วาจาฉะฉานของเธอราวกับกำลังสัมภาษณ์งาน ทำให้ผู้จัดการจาง ประทับใจ
เดิมทีผู้จัดการจางคิดว่าแม่ของเซียวหมิงเยวี่ยคงเป็นหญิงวัย กลางคนธรรมดา นึกไม่ถึงว่าจะนิสัยใจคอแบบนี้ ทั้งยังจบ มหาวิทยาลัยและช่างเจรจาไม่น้อย
“เคยชนะที่หนึ่งในการแข่งโต้วาทีด้วยเหรอครับ?” เขาถาม
“ค่ะ ฉันนำทีมไปประชันฝีปากมา ตอนเราไปแข่งขันระดับ มณฑลกัน เราท้าชนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้สบายเลยค่ะ ปีนั้นทีมเราได้ที่หนึ่งระดับประเทศ พอกลับไปโรงเรียน ครูใหญ่ก็ให้ รางวัลฉันมา 500 หรือ 700 หยวนนี่แหละ ยุคนั้นเงินไม่กี่ร้อยหยวนก็ ถือว่าก้อนโต หลายคนเงินเดือนแค่ไม่กี่ร้อยเอง”
แม่เซียวย้อนเล่าความหลังอันยิ่งใหญ่อย่างภาคภูมิใจ
ผู้จัดการจางพึงพอใจมากก่อนบอก “พี่เจี่ยง บริษัทเราจะเปิด ตำแหน่งผู้ประสานงานเดือนหน้า ผมคิดว่าพี่เหมาะสมมาก ในฐานะ ตัวแทนของฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ ผมยินดีต้อนรับคุณครับ!”
“ขอบคุณค่ะ ผู้จัดการจาง” แม่เซียวยกยิ้มตาหยี