ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 333 การอพยพที่โกลาหล รีบไปเร็ว!
เนื่องจากต้องอพยพ สิ่งของที่มีค่าระหว่างการอพยพ ได้แก่ รถยนต์ น ้ามัน เสื้อผ้า อาหาร น ้า และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ
ทันทีที่มีการประกาศออกมา ทองคำยังพอซื้อของได้บางอย่าง แต่ธนบัตรไม่มีประโยชน์มากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงเก็บข้าวของ เครื่องใช้สำคัญ พกทองคำไปด้วยเผื่อไว้ยามฉุกเฉิน เผื่อว่าจะ สามารถซื้อของได้บ้าง
เหล่าเศรษฐีต่างรีบไขว่คว้าสินค้าจากกรมเกษตรกรรม เพื่อเก็บ ไว้เป็นเสบียงสำหรับการอพยพ
ตอนนี้ต้องอพยพไปยังพื้นที่ห่างไกลหลายพันกิโลเมตร ไม่รู้ว่า จะเจอกับสิ่งใด หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรบนท้องถนนบ้าง แล้ว เงินจะไปมีค่าอะไร ในเมื่อเอามากินไม่ได้
ตราบใดที่มีเสบียงเพียงพอ ก็จะรู้สึกสบายใจไปได้เปลาะหนึ่ง
แม้ว่าคนจำนวนมากจะพยายามหาวิธีกว้านซื้อสินค้าจากกรม เกษตรกรรม แต่ท้ายที่สุดแล้วมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถซื้อได้ นับตั้งแต่ประกาศออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง กรมเกษตรกรรมก็หยุด ขายสินค้าทุกชนิด
ตอนนี้เป็นเวลากลางดึก เหล่าคนมีฐานะในเมืองเผิงจิงกำลัง สับสนวุ่นวาย ผู้คนต่างแย่งกันกักตุนอาหาร หาซื้อน ้ามัน ส่วน ประชาชนผู้ยากไร้ยังไม่ทราบเรื่องใด ๆ และยังคงหลับใหลบนที่นอน
…
เมื่อเห็นสีหน้าของครอบครัว เซียวหมิงเยวี่ยจึงลดเสียงลง
“อย่าห่วงเลยค่ะ หนูจัดการเรียบร้อยแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนในครอบครัวมองหน้ากันไปมาและพากัน พูดไม่ออก ถ้าบอกว่าไม่ตกใจก็คงจะโกหก
คงเป็นเพื่อนคนนั้นอีกสินะ เพื่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยพูดถึงอยู่บ่อย ๆ เป็นใครกันแน่?
แต่เซียวหมิงเยวี่ยก็พูดทุกอย่างที่เธอต้องการพูดหมดแล้ว ถ้า เธอไม่พูดอะไร พวกเขาก็จะไม่ถามให้มากความ เพราะต่างก็เชื่อมั่น ในตัวเธอ
ครอบครัวนี้ใช้ลิฟต์ไปทั้งหมดสามตัว โชคดีที่พวกเขาออกมา เร็ว ตอนนี้ยังไม่มีใครใช้ลิฟต์มากนัก
ลิฟต์เคลื่อนตรงลงไปที่โรงจอดรถ เมื่อเห็นรถบ้าน ทั้งครอบครัว ก็ต้องตะลึง
คุณพ่อเซียวตาโต ลูบคลำรถด้วยความไม่เชื่อ ผนังภายนอกทำ จากใยแก้วเสริมความแกร่ง แค่สัมผัสก็รู้สึกถึงความแข็งแรงทนทาน
“ใหญ่ขนาดนี้เลย?! ลูกสาวพ่อสุดยอดจริง ๆ ไปหามาได้ยังไง เนี่ย”
เซียวหมิงเยวี่ยเปิดประตูรถ “แน่นอนค่ะ ขึ้นรถเถอะ! แม่ คุณยาย ไม่ต้องขึ้นไปข้างบนหรอก อยู่บนรถเพื่อทำความคุ้นเคย เก็บข้าว ของให้เข้าที่ รอถึงเวลาเดินทางตอนตีห้า เดี๋ยวหนูสอนทุกคนใช้ สิ่งของต่าง ๆ ภายในรถ”
คุณแม่เซียวและคุณยายมองหน้ากัน “ได้จ้ะ”
คุณพ่อเซียวและคุณตาช่วยกันขนของขึ้นรถ ขณะที่คุณยาย และคุณแม่เซียวเก็บของเข้าที่
“รถคันนี้หรูหราถึงขนาดนี้เลย นี่ใช่ตู้เย็นหรือเปล่า? แถมมีครัว ด้วย เตียงก็ใหญ่มาก…” คุณพ่อเซียวมองสำรวจทั่วทั้งคัน
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เธอพบว่ามีสายที่ไม่ได้ รับมากกว่ายี่สิบสาย และยังมีข้อความอีกสิบกว่าข้อความ ซึ่งล้วนมา จากจี้เหวินซีและจี้ซานซาน
พวกเขาติดต่อเธอด้วยความกังวล
ทันทีที่ได้เห็นประกาศจากรัฐบาล เธอก็ยุ่งอยู่กับการเก็บข้าวของ และเตรียมรถบ้าน โดยไม่มีเวลาได้ดูโทรศัพท์เลย อีกทั้งยังตั้งค่าเป็น โหมดเงียบไว้ เธอจึงไม่รู้ว่าพวกเขาพยายามติดต่อมา
เซียวหมิงเยวี่ยลงจากรถบ้าน และรีบโทรกลับหาชายหนุ่ม หลังจากสายเชื่อมต่อแล้ว เธอรีบพูดอย่างขอโทษ
“เมื่อกี้ฉันยุ่งอยู่กับการเก็บของ เลยไม่เห็น คุณมีอะไรหรือเปล่า คะ?”
เธอคุยโทรศัพท์กับจี้เหวินซีไปด้วย พิมพ์ข้อความตอบจี้ซาน ซานไปด้วย อธิบายว่าทำไมเธอถึงไม่ตอบ และตอนนี้กำลังคุยอยู่กับ พี่ชายของอีกฝ่ายอยู่
จี้เหวินซีพูดด้วยน ้าเสียงที่ดูอ่อนเพลีย [ไม่เป็นไรครับ งั้นผมจะ พูดสั้น ๆ แล้วกัน ผมเตรียมรถบ้านไว้ให้คุณแล้ว ใหญ่พอที่จะรองรับ คนในครอบครัวคุณ คนขับกำลังรออยู่ชั้นล่าง พวกคุณแค่ขึ้นไปบน รถก็พอ ถึงเวลาก็แค่ตามขบวนรถออกไป คุณปู่กับซานซานอยู่ใน รถบ้านคันอื่นแล้ว พวกเขาจะดูแลคุณเอง]
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกซาบซึ้งใจ เพราะแผนอพยพย้ายถิ่นฐานนั้น ยุ่งยากซับซ้อน เขายังต้องดูแลกรมเกษตรกรรม รับผิดชอบเรื่อง อาหารทั้งหมด ย่อมต้องทำงานหนักกว่าใคร และแทบไม่มีเวลานอน ด้วยซ ้า
ในช่วงเวลาที่เร่งด่วนขนาดนี้ เขายังไม่ลืมที่จะจัดการตระเตรียม เรื่องต่าง ๆ ให้เธอและครอบครัว
“ฉันมีรถบ้านแล้วหนึ่งคัน พ่อแม่ คุณยาย และคุณตาของฉันอยู่ บนรถบ้าน คุณแค่หาคนขับให้ฉันก็พอค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเบา ๆ
คนขับทุกคนจะปฏิบัติตามคำสั่งจากเบื้องบน เคลื่อนที่ไปพร้อม กับขบวนใหญ่อย่างมีระเบียบ ซึ่งดีกว่าให้พวกเขาขับรถไปเอง
จี้เหวินซีรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าเธอจะมีรถบ้านเช่นกัน
[ได้ครับ คุณปู่เป็นคนจัดหารถบ้านไว้ให้พวกคุณ แต่ไม่คิดว่า คุณจะมีแล้ว งั้นผมจะจัดหาคนขับให้หนึ่งคัน ว่าแต่ ญาติคนอื่น ๆ ของคุณล่ะ?]
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจว่าเขาพูดถึงลุงใหญ่และลุงรอง
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คุณช่วยดูแลพวกเขาทีนะคะ น ้าเสียงคุณฟังดูเหนื่อย ๆ คงกำลังยุ่งอยู่ใช่ไหม?”
จี้เหวินซีพูดด้วยน ้าเสียงที่อ่อนโยนลง [ยุ่งนิดหน่อยครับ คุณไป กับขบวนของคุณปู่ก่อนเลย ผมยังเดินทางออกไปตอนนี้ไม่ได้ ยังมี เรื่องอีกมากมายที่ต้องจัดการ ซึ่งล้วนเกี่ยวกับผู้ประสบภัย แต่ไม่ต้อง ห่วงครับ ผมจะรีบตามไป แล้วเจอกันนะ]
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับ “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว คุณดูแลตัวเองดี ๆ นะ ฉันจะรอ”
เธอหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถาม “เอ่อ คุณรู้ไหมคะ ว่าทำไมต้องอพยพเร่งด่วน? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ปลายสายเงียบไปเป็นเวลาหลายวินาที พอเซียวหมิงเยวี่ยคิดว่า เขาคงวางสาย จี้เหวินซีก็พูดด้วยน ้าเสียงที่ฟังดูหนักอึ้ง
[นี่เป็นคำสั่งเร่งด่วนจากรัฐบาลกลาง เพราะรัฐบาลกลางบอกว่า เมืองเผิงจิงกำลังจะเผชิญกับหายนะ และจำเป็นต้องอพยพออก โดยเร็วที่สุด]
“โอ้โห หายนะเลยหรือคะ? นี่มันเป็นภัยพิบัติอะไรกันแน่?”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบถามต่อ เวลานี้เธอตกใจมาก
[ที่ผมรู้มีแค่นี้ ส่วนจะเป็นภัยพิบัติร้ายแรงแบบไหน ผมเองก็ไม่ ทราบเหมือนกัน] จี้เหวินซีตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คิ้วของเซียวหมิงเยวี่ยขมวดเข้าหากัน ไม่ว่าจะ เป็นภัยพิบัติระดับไหน มันก็ร้ายแรงพอที่จะทำลายเมืองเผิงจิง ไม่ แปลกใจเลยที่มีคำสั่งให้อพยพอย่างเร่งด่วน
ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีกต่อไป เว้นแต่จะสร้างเมือง ขึ้นมาใหม่หลังภัยพิบัติ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ ไหน
เธอคิดถึงบ้าน คิดถึงการได้อาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเซียว แต่ ตอนนี้เธอคงไม่มีโอกาสได้กลับไปอีกแล้ว
“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นคุณรีบไปจัดการกับงานต่อเถอะ” เธอพูด
จี้เหวินซีตอบกลับ [รอพรุ่งนี้เช้า รัฐบาลจะจัดการอพยพ ผู้ประสบภัย และผมจะเดินทางออกจากเมืองเผิงจิงเช่นกัน แล้วเจอ กันครับ]
“ค่ะ”
พวกเขาคิดว่าคงได้เจอกันอีกเร็ว ๆ นี้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีก ครั้งเมื่อไหร่ บางทีอาจจะอีกนานแสนนาน…
…
“สวัสดีครับคุณหนูเซียว ผมชื่อเฉิงเจีย คุณจี้ส่งผมมา เรียกผม ว่าเสี่ยวเฉิงก็ได้ครับ”
ชายหนุ่มวัยรุ่นยืนอยู่ตรงหน้าแนะนำตัว เขามีรอยยิ้มที่สดใส อบอุ่น และมีเสน่ห์ดึงดูด
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ ไม่ต้องเรียกฉันว่า คุณหนูหรอก เรียกด้วยชื่อเฉย ๆ ก็พอค่ะ มันเป็นการเดินทางที่
ยาวนาน คงต้องลำบากคุณแล้ว เสี่ยวเฉิง เอาแบบนี้ดีไหม พวกเรา มาสลับกันขับ เวลาเหนื่อยก็ผลัดเปลี่ยนกัน ให้ฉันแนะนำการขับรถ บ้านคันนี้ให้คุณก่อนดีไหม?”
เฉิงเจียโบกมือปฏิเสธ พูดด้วยน ้าเสียงมั่นใจว่า
“ไม่ต้องหรอกครับคุณ… หมิงเยวี่ย ผมขับรถเป็น และคุ้นเคยกับ รถบ้านรุ่นนี้ดีครับ!”
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจ “งั้นก็ดีเลยค่ะ”
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนขับมืออาชีพ เธอจึงสบายใจขึ้น
“อ้อ ถังน ้ามันหลักและถังสำรองต่างก็เต็มแล้วนะ” เซียวหมิงเยวี่ย พูดเสริม
เฉิงเจียพยักหน้า “คุณแค่นั่งในรถเฉย ๆ ก็พอครับ ไม่ต้องกังวล ขบวนรถของตระกูลจี้จะดูแลทุกอย่าง ทั้งน ้ามันและอาหาร เราจะ จัดการให้คุณเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงนะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้ม “ยอดเยี่ยมเลย ขอบคุณค่ะ”
เธอมักกังวลกับทุกสิ่งอย่าง การที่จู่ ๆ ถูกขอให้เป็นคุณผู้หญิงที่
ไม่ต้องทำอะไรเลย ดูจะเป็นเรื่องที่เธอไม่คุ้นเคย