ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 336 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน!
เซียวหมิงเยวี่ยตื่นขึ้นมาตอนบ่ายแก่ ๆ เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เธอ นอนหลับเกือบทั้งวัน
เมื่อดึงผ้าม่านออก ท้องฟ้าด้านนอกยังคงเป็นสีแดงก ่า ไม่มีฝน น ้ามูกตกลงมา และไม่มีฟ้าร้องฟ้าผ่า ที่น่าตกใจคือ ดูเหมือนว่า สภาพอากาศวันนี้จะ ‘ดี’ กว่าเมื่อวาน
กล่องข้อความส่วนตัวของมูนฟาร์มแทบระเบิด ผู้คนต่างโอด ครวญ เสียใจ โศกเศร้า และกรีดร้องเต็มหน้าจอพร้อมถามว่า ทำไม ทำไม ไม่นะ ได้โปรด…
แม้แต่บัญชีที่เคยปรึกษากับเซียวหมิงเยวี่ยเกี่ยวกับความร่วมมือ ก็กังวลมากเช่นกัน
[แล้วแสงสว่างจะสาดส่องในที่สุดหมายเลข 3] : ฟาร์มปิด ให้บริการชั่วคราวหรือครับ? ตอนนี้ผู้ประสบภัยในเมืองเผิงจิงกำลัง
อพยพ ผมมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากฟาร์มของคุณ แล้วแบบ นี้ความร่วมมือของเรายังดำเนินต่อไปได้หรือไม่?
[มูนฟาร์ม] : ขออภัย เกรงว่าคงไม่ได้แล้ว
[แล้วแสงสว่างจะสาดส่องในที่สุดหมายเลข 3] : เข้าใจแล้วครับ เมื่อไหร่ที่เราสามารถร่วมมือกันได้ กรุณาติดต่อผมด้วย
[มูนฟาร์ม] : รับทราบ
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอับจนหนทาง เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มูน ฟาร์มไม่สามารถเปิดให้บริการต่อได้ในขณะนี้ ทำให้ไม่สามารถ ร่วมมือกับทางการได้เช่นกัน
หลังจากเหตุการณ์ที่เธอช่วยผู้บังคับการซ่ง เธอและบัญชี [แล้ว แสงสว่างจะสาดส่องในที่สุดหมายเลข 3] เคยร่วมมือกันอีกครั้ง ซึ่งก็ เป็นลักษณะเดียวกันกับครั้งก่อน และได้รับค่าตอบแทนที่สูงมาก
ดังนั้นเซียวหมิงเยวี่ยจึงรู้สึกเสียดาย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“ถึงเวลาจอดรถพัก!!!”
หลังจากขับรถมาเป็นเวลานาน ก็ถึงเวลาจอดพักรถอีกครั้ง
ใช้เวลาพักครึ่งชั่วโมงนี้เพื่อตรวจเช็กรถ เติมน ้ามัน พักทาน อาหาร เข้าห้องน ้า และให้คนขับรถสลับกันพัก
และยังมีการแจกจ่ายอาหารอีกด้วย
สำหรับผู้ที่ไม่มีรถบ้าน การนั่งรถนาน ๆ ก็ต้องลงมาขยับร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย และเข้าห้องน ้า
แม้ว่าจะมีเวลาพักเพียงครึ่งชั่วโมง แต่ก็ยังมีงานที่ต้องทำอีก มากมาย
บังเอิญเวลานี้ไม่มีน ้ามูกแดงตกลงมา ผู้คนที่นอนหลับก็ตื่นกัน หมดแล้ว ทุกคนรู้สึกสดชื่น บรรยากาศภายนอกรถจึงคึกคักขึ้นมา อย่างเห็นได้ชัด ผู้คนต่างลงจากรถมาพูดคุยกันบ้าง เดินเล่นบ้าง
“หมิงเยวี่ยตื่นแล้วเหรอ? แม่ทำบะหมี่ผักใส่ไข่ทานกันง่าย ๆ ไป ล้างหน้าแปรงฟันก่อนเถอะ” คุณแม่เซียววางชามบะหมี่ที่เพิ่งต้มเสร็จ ใหม่ ๆ ลงบนโต๊ะ
บนรถมีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด แค่ได้ทานบะหมี่ร้อน ๆ สัก ชามก็ถือว่าดีมากแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยตอบรับแล้วถามว่า “แล้วเสี่ยวเฉิงล่ะคะ?”
คุณแม่เซียวเช็ดน ้าที่มือด้วยผ้าขนหนู “เสี่ยวเฉิงไปพักแล้ว เดี๋ยว มีคนขับอีกคนมาแทนที่ ขับรถมาทั้งวันทั้งคืนคงเหนื่อยแย่ เมื่อกี้เรียก ให้มากินบะหมี่ด้วยกัน ยังไม่ยอมมา บอกว่ามีข้าวกล่องแจกที่ทีม เด็กคนนี้ขี้เกรงใจจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ เธอแปรงฟันไปด้วย เปิดหน้าต่าง ระบายอากาศไปด้วย ตรวจสอบถังน ้าและเติมน ้าให้เต็ม ใส่บะหมี่กึ่ง สำเร็จรูป 20 ห่อลงในลิ้นชักคลังสินค้าบนรถให้เรียบร้อย
ระหว่างการอพยพ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นตัวเลือกที่สะดวก มาก เพียงแค่ต้มน ้า เติมเครื่องปรุง ก็อิ่มท้องได้ง่าย ๆ แถมยังไม่มี กลิ่นควันอีกด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงที่โต๊ะอาหาร หยิบตะเกียบขึ้นมาถามว่า
“พ่อกับคุณตาไปไหนคะ?”
“พวกเขาไปทิ้งน ้าเสียน่ะ” คุณยายตอบ
“เพิ่งจะผ่านมาไม่ถึงหนึ่งวัน ยังไม่จำเป็นต้องเทบ่อยขนาดนั้นก็ ได้ค่ะ มันจะมีน ้าเสียมากมายแค่ไหนกันเชียว สักสองสามวันค่อยเท ทิ้งครั้งหนึ่ง”
เมื่อวานนี้เธอสอนวิธีใช้รถบ้านให้คุณพ่อกับคุณตา รวมไปถึง วิธีการเททิ้งน ้าเสียซึ่งต้องทำเป็นประจำ แบ่งเป็นน ้าเสียจากครัว น ้า เสียจากห้องน ้า และน ้าเสียจากชักโครก
คุณแม่เซียวยิ้มตอบ “พวกเขาสองคนอยากจะลองทำดู ก็ปล่อย ให้พวกเขาทำไปเถอะ แต่ไม่รู้ว่าไปเทกันที่ไหน อาจต้องเดินไปไกล หน่อย”
เซียวหมิงเยวี่ยกินอิ่มแล้ว จึงอยากลงไปยืดเส้นยืดสาย “เดี๋ยวหนู ไปเดินเล่นแป๊บนะคะ”
“อย่าไปไกลนักนะ เดี๋ยวต้องออกเดินทางต่อแล้ว” คุณยายพูด ขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“รู้แล้วค่ะ”
เธอไม่ใช่เด็กสามขวบ จะวิ่งหนีหายไปที่ไหนได้?
เธอเปลี่ยนรองเท้าแตะเป็นรองเท้าบู๊ทยาง แล้วก้าวเดินลงจากรถ บ้าน อากาศด้านนอกรู้สึกสดชื่นกว่าในรถมาก
เมื่อลงจากรถบ้านแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยเพิ่งสังเกตเห็นว่า ขบวนรถ กำลังแล่นผ่านสะพานข้ามแม่น ้าพอดี รถบ้านของเธอจอดอยู่ ด้านหน้าค่อนไปทางขวา ห่างจากถนนประมาณ 20 เมตร
เธอมองลงไปที่ใต้สะพาน สิ่งที่ไหลอยู่ใต้สะพานนั้นไม่ใช่สายน ้า ธรรมดา แต่เป็นน ้ามูกแดงข้นเหนียว
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตาลง มองไปยังทิวทัศน์อันไกลโพ้น น ้ามูกแดง ที่เหมือนกับวุ้นทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ช่างเป็นภาพที่แปลกตาน่าทึ่ง จริง ๆ
ท้องฟ้าสีแดงก ่า ทั่วทุกหนแห่งถูกปกคลุมไปด้วยน ้ามูกสีแดง แม้กระทั่งแม่น ้าทั้งสาย
เซียวหมิงเยวี่ยหันกลับมา เห็นภูเขาสูงตั้งตระหง่านอยู่เฉียงหน้า สะพานข้ามแม่น ้า ทว่ามันแทบไม่สามารถเรียกว่าภูเขาธรรมดาได้อีก ต่อไป และควรจะเรียกว่าภูเขาน ้ามูกแดง
เพราะทั้งภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยน ้ามูกแดงหนาแน่น เหมือนกับ ซอสสตรอว์เบอร์รีราดบนไอศกรีม เหนียวข้น และไหลเยิ้มลงมา ต่อเนื่อง
หลายคนลงจากรถ และรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ยืดเส้น ยืดสาย และพูดคุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ บ้างก็พูดถึงเรื่องมูนฟาร์มหยุด ให้บริการ
สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือรองเท้าบูตยาง เพื่อป้องกัน ไม่ให้น ้ามูกแดงบนพื้นเปรอะเปื้อนเท้า
เมื่อน ้ามูกแดงสัมผัสกับผิวหนังจะทำให้เกิดอาการคัน ดังนั้น ผู้คนส่วนใหญ่จึงสวมรองเท้าบูตยางหรือรองเท้าส้นสูงเพื่อป้องกัน ไม่ให้สัมผัสกับน ้ามูกแดงโดยตรง
ทว่าสำหรับผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพด้วยการเดินเท้า พวกเขาไม่ มีโอกาสได้รับการดูแลที่ดีเท่านี้ พวกเขาต้องใส่รองเท้าที่มี เพราะถือ ว่ามีรองเท้าให้ใส่ก็ดีมากแล้ว
หลายคนยังคงสวมรองเท้าบูตที่แจกจ่ายให้ในช่วงฤดูหนาวจัด ถึงแม้ว่าจะหนาและอึดอัด แต่ก็เป็นรองเท้าเพียงชนิดเดียวที่สามารถ ป้องกันน ้ามูกแดงได้
ตอนที่แจกจ่ายสิ่งของกันหนาวก่อนหน้านี้ หลายคนทิ้งรองเท้า และเสื้อผ้าเก่า ๆ ของตัวเองไป ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเสียดาย หรือไม่
ติ๊ง ~
โทรศัพท์มือถือของเซียวหมิงเยวี่ยดังขึ้น ซึ่งเป็นข้อความจากจี้
ซานซาน
[พี่หมิงเยวี่ย มาหาฉันหน่อยสิ ฉันอบคุกกี้ด้วยเตาอบในรถเยอะ เลย คุณปู่บอกว่าอร่อยมาก พี่รีบมาชิมเร็วเข้า!]
เมื่ออ่านข้อความ เซียวหมิงเยวี่ยอดที่จะขำออกมาไม่ได้ คงมี เพียงคุณหนูคนนี้เท่านั้นสินะ ที่ยังมีอารมณ์อบคุกกี้ระหว่างการ อพยพ
ช่วงนี้จี้ซานซานชอบทำขนมหวาน ทั้งคุกกี้ ทั้งเค้ก และอีกหลาย ๆ อย่างเพื่อฆ่าเวลา เธอทำจำนวนค่อนข้างมากและแบ่งปันให้เซียวห มิงเยวี่ยอยู่บ่อย ๆ และหญิงสาวก็ยินดีเป็นหนูทดลองชิม
รถบ้านหรูของจี้ซานซานใหญ่กว่าของเซียวหมิงเยวี่ยสองเท่า ความยาวถึง 20 เมตร มีอุปกรณ์ครัวครบครัน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เท่าไหร่
[ได้สิ]
เซียวหมิงเยวี่ยตอบข้อความเสร็จก็เดินไปข้างหน้า รถของ ตระกูลจี้จอดอยู่ค่อนไปทางหน้าขบวน ส่วนรถของตระกูลเซียวอยู่ ตรงกลางขบวน ดังนั้นเธอจึงต้องเดินไปไกลพอสมควร ถือว่าเป็นการ เดินออกกำลังกายไปด้วย
“เฮ้ย! นั่นมันอะไรน่ะ???”
ทันใดนั้นก็มีคนร้องเสียงตกใจ ทำเอาเซียวหมิงเยวี่ยสะดุ้งโหยง
ชายคนนั้นมองไปทางภูเขาด้วยความหวาดกลัว เซียวหมิงเยวี่ย รีบหันมองตามสายตาของเขา เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอ ก็เบิกกว้างขึ้นทันที
เธอเห็นน ้ามูกแดงบนภูเขากำลังไหลทะลักลงมา และมุ่งหน้าลงสู่ เชิงเขา น ้ามูกแดงจำนวนมหาศาลนี้เหมือนหิมะถล่ม อีกไม่นานคงพุ่ง ลงมาถึงถนน
และบังเอิญเซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ตรงกลางกระแสน ้ามูกแดงพอดี
หากถูกกระแสน ้ามูกแดงถล่มใส่ด้วยจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เซียวหมิงเยวี่ยเท่านั้น แต่รถยนต์ขนาดใหญ่หลายคันทั้ง หน้าหลังก็จะถูกฝังกลบอยู่ใต้น ้ามูกแดง และถนนเส้นนี้จะถูกปิดตาย
น ้ามูกแดงนั้นเหนียวข้นและทำความสะอาดยาก อย่างน้อยต้อง ใช้เวลาสองวันในการเคลียร์ถนน
และผู้คนที่ถูกฝังอยู่ด้านล่างก็คงเสียชีวิตไปแล้ว
ในวินาทีที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เซียวหมิงเยวี่ยเตรียมจะใช้ พลังพิเศษเข้าไปในมิติส่วนตัว แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจ!
ประการแรก เธอยืนอยู่ตรงจุดที่ทุกคนจับจ้อง อีกแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึง พื้นถนนแล้ว ตอนนี้เธอยืนอยู่บนสะพาน ตรงจุดเชื่อมระหว่างสะพาน กับถนน
มีผู้คนอยู่ทั้งหน้าและหลังตัวเธอ ถ้าจู่ ๆ เธอหายวับไปในอากาศ แล้วกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งโดยไม่มีร่องรอยน ้ามูกแดง มันจะ กลายเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเกินกว่าจะอธิบายด้วยเหตุผลทั่วไป
ขบวนรถนี้ยังมีทหารมาด้วย แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ก็ยังมี ทหารของรัฐบาลคอยยืนรักษาการณ์และลาดตระเวนอยู่
พวกเขาล้วนเป็นคนฉลาดหลักแหลม และตอนนี้ก็อยู่ในช่วงที่
มูนฟาร์มปิดให้บริการ เธอไม่ควรดึงดูดความสนใจจากทางการ เด็ดขาด
มิฉะนั้นผลที่ตามมาอาจหมายถึงหายนะ
กฎของมิติส่วนตัวกำหนดไว้ว่าเธอต้องเข้าและออกจากมิติ ส่วนตัว ณ จุดเดิม เธอจึงไม่สามารถใช้พลังดังกล่าวในพื้นที่โล่งโจ้ง เช่นนี้ได้