ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 337 เซียวหมิงเยวี่ย หญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 337 เซียวหมิงเยวี่ย หญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย
จริงด้วย แฟลช!
ก่อนหน้านี้เธอเคยซื้อทักษะแฟลชจากร้านค้าปริศนาในราคาถูก โดยจ่ายไปเพียง 10,000 เหรียญปริศนา
ในเสี้ยววินาทีนั้น สมองของเธอทำงานอย่างรวดเร็ว และพบกับ ทางออกที่ดีกว่า
เซียวหมิงเยวี่ยหันหลังคิดที่จะกระโดดลงจากสะพานโดยไม่ลังเล ใต้สะพานมีเสาหิน ตอนที่เดินมา เธอเห็นว่าบริเวณเสาหินนั้นมีพื้นที่
ว่างพอสำหรับคนหนึ่งคนลงไปยืนได้
หลังจากนั้น เธอสามารถอ้างว่าถูกน ้ามูกแดงพัดร่างกายออกไป ติดตรงนั้น
แต่เธออยู่ห่างจากเสาหินค่อนข้างไกล การกระโดดในครั้งเดียว คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องใช้ทักษะแฟลชที่ซื้อจากร้านค้า ปริศนาเมื่อนานมาแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโอกาสได้ใช้มัน
อย่างไรก็ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นใต้สะพาน
ด้วยความว่องไว เซียวหมิงเยวี่ยพลิกตัวและกระโดดลงจาก สะพานทันที ในวินาทีที่เธอลงจากสะพาน น ้ามูกสีแดงก็ไหลหลาก มาถึงพอดี
แม้แต่รถบรรทุกขนาดใหญ่และน ้าหนักมากยังไม่สามารถ ต้านทานพลังของมันได้ ก่อนจะถูกพัดพาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็น ภาพที่น่ากลัวมาก
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนไม่มีใครมีเวลาตั้งตัว
ในวินาทีที่กระโดดลงจากสะพาน เซียวหมิงเยวี่ยตัดสินใจใช้ แฟลช เธอไม่เคยใช้มาก่อน และนี่ถือเป็นครั้งแรก ทว่าด้วย สถานการณ์คับขัน เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
เธอเลือกแฟลชไปยังเสาหินทางด้านหน้าที่อยู่ซ้ายมือ
ทันใดนั้น หน้าผากและเข่าของเซียวหมิงเยวี่ยได้รับแรงกระแทก อย่างรุนแรง ความเจ็บปวดทำให้เธอวิงเวียนศีรษะ และสูญเสียการ มองเห็นไปชั่วขณะ
ก่อนที่จะหมดสติ ประโยคหนึ่งผุดขึ้นในใจเธอ
“บ้าเอ๊ย ดันแฟลชมาชนกำแพงซะได้”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้สังเกตเลยว่า ก่อนที่เธอจะสลบ ท้องฟ้าไม่ได้ เป็นสีแดง แต่เป็นสีฟ้าคราม และยังมีเมฆปุยบาง ๆ ล่องลอยอยู่…
…
ในชั่วพริบตา ถนนที่เคยราบเรียบก็จมลงไปในน ้ามูกแดงที่ไหล เชี่ยว ฉากนี้ช่างคล้ายกับเหตุการณ์หิมะถล่มที่ผู้บังคับการซ่งเคย เผชิญ
หลายคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกกลืนหายเข้าไปในน ้ามูกแดง มัน ทั้งเหนียวหนืดและหนา สามารถอุดตันจมูกและปากของผู้คนได้ง่าย
พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน น ้ามูกแดงก็ไหลเข้ามาเต็ม ปากเต็มคอ และเสียชีวิตด้วยความสิ้นหวัง
ผู้คนบนรถบรรทุกต่างก็โชคร้าย รถบรรทุกพลิกคว ่าไปมา ถูก พัดพาไปไกลหลายเมตร ผู้คนบนรถย่อมไม่มีทางรอด ตอนนี้เป็น เวลาพักรถ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จึงไม่มี ใครคาดเข็มขัดนิรภัย ถึงแม้จะโชคดีรอดชีวิตมาได้ แต่ก็คงต้อง บาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายท่อน
บางคนอาจโชคร้ายกว่านั้น ขณะยังไม่ทันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูก รถบรรทุกที่เสียการทรงตัวล้มทับจนเสียชีวิตคาที่
รถส่วนหนึ่งในขบวนประสบเคราะห์ร้าย โดยมีห้าคันถูกน ้ามูก แดงท่วมเสียหายยับเยิน ณ บริเวณเกิดเหตุนั้นอย่างน่าสลดหดหู่ใจ
ผู้ที่รอดพ้นจากกระแสน ้ามูกแดงไหลหลากต่างตกตะลึงกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในที่สุดก็มีคนได้สติ เริ่มกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว พวกเขา ล้มลุกคลุกคลานพยายามวิ่งหนีสุดแรงเกิด เพราะกลัวว่าจะถูกน ้ามูก แดงซัดเข้าใส่
คนขับบางคนรถรีบสตาร์ทเครื่องยนต์ บ้างเคลื่อนตัวไปข้างหน้า บ้างก็ถอยหลัง ทุกคนพยายามหนีห่างจากน ้ามูกแดงเหล่านี้ให้มาก ที่สุด
“ข้างนอกเสียงดังอะไรกัน?” คุณยายกำลังล้างจานอยู่ในครัว
ในตอนนั้น คุณพ่อเซียวกับคุณตากลับมาแล้ว และกำลังทาน บะหมี่อยู่
คุณแม่เซียวโผล่หัวออกไปนอกหน้าต่าง “น ้ามูกแดงฆ่าคนหรือ อะไรสักอย่างละมั้ง? ไปเถอะ ลงไปดูกัน”
ในใจของเธอปรากฏลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
“อะไรนะ ใครฆ่ากัน?” คุณยายรีบลุกตามลงจากรถ
คุณพ่อเซียวกับคุณตาหยุดกินบะหมี่ แล้วรีบตามพวกเธอลงจาก รถเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
เมื่อทั้งสี่คนลงจากรถ และเห็นภาพสยดสยองตรงหน้า พวกเขาก็ พากันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
น ้ามูกแดงบนถนนข้างหน้าทับถมกันจนดูเหมือนเนินย่อม ๆ ซึ่ง ปิดกั้นถนนทั้งสาย หากมองดูใกล้ ๆ จะเห็นซากยานพาหนะที่ถูกบด ขยี้เสียรูป แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์ผู้บอบบาง แน่นอนว่าต้อง เสียชีวิตคาที่
คุณแม่เซียวได้สติ รีบมองไปรอบ ๆ เพื่อหาร่างของเซียวหมิง เยวี่ยในฝูงชน
“หมิงเยวี่ยล่ะ หมิงเยวี่ยอยู่ไหน! หมิงเยวี่ย!”
เมื่อเห็นท่าทางของภรรยา คุณพ่อเซียวรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า กลางตัว เขารีบคว้าแขนเธอไว้และถามว่า
“หมิงเยวี่ยลูกเราไปไหน?”
คุณยายมองหาไปรอบ ๆ ด้วยความร้อนรน น ้าตาสองสายไหล อาบแก้ม
“หลานบอกว่าจะออกไปเดินเล่นแป๊บเดียว แล้วจะหายไปไหน ได้?”
คุณยายร้องไห้พลางตะโกน “หมิงเยวี่ย! เซียวหมิงเยวี่ย! หลาน ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน อย่าทำให้ยายตกใจแบบนี้ รีบออกมาเร็ว!”
“ว่าไงนะ? เร็ว รีบโทรไปหาเธอสิ!” คุณตาแข้งขาอ่อนแรงจน เกือบทรงตัวไม่อยู่
คุณพ่อเซียวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือออกมา ขณะกดเบอร์ของ เธอ มือทั้งสองของเขาสั่นเทาอย่างยิ่ง
สมาชิกในครอบครัวต่างไม่กล้าหายใจออกมา ขณะจ้องมองคุณ พ่อเซียวโทรศัพท์
[ขออภัย ไม่สามารถติดต่อเลขหมายที่ท่านเรียกได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ…]
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับซ ้าแล้วซ ้าเล่า สีหน้าของสมาชิกครอบครัว ค่อย ๆ หมดหวัง คุณยายพลันทรุดตัวลงบนพื้นและปล่อยโฮออกมา
“ทำไมถึงติดต่อไม่ได้ล่ะ ทำไมถึงติดต่อไม่ได้? รีบไปหาเธอเร็ว รีบไปหาหมิงเยวี่ยหลานสาวของฉัน!”
คุณยายไม่สนใจน ้ามูกแดงที่กระเด็นมาถูกตัว เธอปาดน ้าตา ออกแบบลวก ๆ และอยากออกไปตามหาหลานสาวด้วยความร้อนรน “ฉันจะไปหา…”
คุณแม่เซียวบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ “แม่ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นข้างหน้า หมิงเยวี่ยจะไม่รู้ได้ยังไง หมิงเยวี่
ยเองก็คงจะเป็นห่วงพวกเราเหมือนกัน เธอจะต้องรีบกลับมาหาแน่ ๆ”
ถึงแม้จะพูดอย่างนั้น แต่จากมือที่สั่นระริกของคุณแม่เซียวก็ พอจะบอกได้ว่า ตอนนี้เธอกำลังหวาดกลัวเพียงใด
“ต้องกลับมาแน่ เธอเป็นเด็กฉลาดเอาตัวรอดเก่ง ยังไงก็ต้อง กลับมา…”
คุณพ่อเซียวไม่กล้าปล่อยให้ความคิดร้ายเข้าครอบงำ และพูด ตามภรรยาซ ้าแล้วซ ้าเล่า
คุณตากำหมัดแน่นขณะกล่าวคำ “ใช่ ตราบใดที่หมิงเยวี่ยปลอด ภัย เธอจะต้องรีบกลับมาทันที ดูสิว่าบนสะพานนั้นชุลมุนวุ่นวาย ขนาดไหน ถ้าจะออกไปหา พวกเราจะไปกันเอง เธออยู่ที่นี่เพื่อรอห มิงเยวี่ยกลับมา ถ้าหลานกลับมาแล้วก็โทรบอกเราด้วย”
เนื่องจากเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นกะทันหัน ทหารของรัฐบาล ทุกคนจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ และยังมีผู้คนจำนวนมากที่ตกใจกลัว ต่างพากันไปมุงดูทางนั้น ทำให้เกิดความชุลมุนบนท้องถนน
ฉากนั้นโกลาหลวุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก
คุณพ่อเซียวและคุณตากำลังจะเดินออกไป แต่แล้วชายวัย กลางคนสวมชุดลำลองสีดำคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
เขาเป็นคนในรถคันหลัง พวกเขาเคยเจอกันมาก่อน และจำหน้า ได้
“หมิงเยวี่ยที่พวกคุณพูดถึงเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่สวมชุด สีขาวใช่ไหมครับ? ผิวพรรณขาวใส หน้าตาดี สวมรองเท้าบูตสี เหลือง เธอเป็นลูกสาวบ้านนี้หรือครับ?” ชายคนนั้นเอ่ยถามอย่างลอง เชิง
ที่เขาจำเซียวหมิงเยวี่ยได้ไม่เพียงเพราะรถบ้านของเขาอยู่ ด้านหลังรถบ้านตระกูลเซียว แต่เป็นเพราะเซียวหมิงเยวี่ยรูปร่างสูง โปร่ง หน้าตาดี ชอบใส่ชุดสีขาว จึงค่อนข้างสะดุดตา
คุณแม่เซียวรีบพยักหน้า “ใช่ ๆ ๆ ใส่ชุดสีขาว พี่ชายเห็นเธอ ไหมคะ?”
ชายวัยกลางคนอึกอัก “ผมเห็นครับ…”
เมื่อครอบครัวเซียวได้ยินดังนั้น ต่างก็รีบกรูเข้ามาหา ความหวัง เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
“ที่ไหนครับ?”
“พี่ชายเคยเห็นเธอที่ไหน?”
ทุกคนต่างถามอย่างใจจดใจจ่อ
ชายวัยกลางคนมองไปที่ครอบครัวนี้ ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วย ความคาดหวัง ทันใดนั้นเขาก็ทนไม่ไหว ร่องรอยของความเสียใจ ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
เขาอ้าปากพูดด้วยความยากลำบาก บอกเล่าความจริง
“ผมเพิ่งเห็นเธอเดินไปทางนั้นครับ”
สิ้นเสียง สีหน้าคุณแม่เซียวซีดเผือดลงราวกับกระดาษ เธอรู้สึก เหมือนมีอะไรบางอย่างรัดคอจนหายใจไม่ออก
เธออ้าปากหอบหายใจ “เป็นไปไม่ได้ คุณโกหก!”
โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่มีคนบอกว่า เห็นเซียวหมิงเยวี่ยเดินไปทางนั้น มันก็ไม่ควรจะเป็นเรื่องบังเอิญแล้ว
พอทราบว่ามีคนเห็นเซียวหมิงเยวี่ยเดินไปที่เกิดเหตุ พวกเขาไม่ อยากคิดถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด แต่แล้วก็อดคิดไม่ได้ เช่นนั้นจะ ไม่ให้สิ้นหวังและเสียใจได้อย่างไร?
ในที่สุดคุณพ่อเซียวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาทรุดลงกับพื้น ร้องไห้สะอื้น
“ลูกพ่อ ลูกสาวของพ่อ…”
คุณพ่อเซียวลุกพรวดยืนขึ้นอีกครั้ง วิ่งโงนเงนไปทิศทางที่น ้ามูก แดงเพิ่งไหลหลาก
คุณตายืนนิ่งตัวสั่นเทา ก่อนจะรีบวิ่งไปทางนั้นโดยไม่พูดอะไรสัก คำ
คุณตาคิดว่า ถึงแม้เซียวหมิงเยวี่ยจะไปที่นั่น แต่เธอจะต้องไม่ ตาย เพราะจิ๊กซอว์นั้นจะปกป้องเธอได้แน่
หากจิ๊กซอว์ไม่สามารถปกป้องหมิงเยวี่ย แล้วการเป็นโรคอัลไซ เมอร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะมีความหมายอะไร?
เขาจะขุดน ้ามูกแดงจนกว่าจะพาตัวหมิงเยวี่ยออกมาให้ได้!
คุณแม่เซียวรีบวิ่งตามไปขณะร้องไห้คร ่าครวญ ปากพึมพำ บางอย่างตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเสียงสะอื้น
คุณยายล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้งระหว่างที่วิ่งตามไป แต่ก็ ลุกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ชายวัยกลางคนมองดูฉากนี้ ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ก ่าขณะถอนหายใจยาว
“น่าเสียดายจริง ๆ หญิงสาวหน้าตาสะสวยขนาดนี้ ช่างเป็นคนที่
มีอายุสั้นนัก”