ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 345 เสี่ยวฮุยฮุยผู้สง่างาม
ชายหน้าเนื้อใจเสือเอื้อมมือไปลูบรถสามล้อ “แต่ว่าสามล้อคันนี้
ก็ดีนะ ช่วงนี้ฉันปวดขาพอดี อยากนั่งพักอยู่เหมือนกัน”
เขาคิดว่ารถสามล้อคันนี้เป็นของตัวเองไปแล้วเรียบร้อย
คุณป้าโม่และคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกหวาดกลัว พวกเขาไม่กล้าพูด อะไรออกมา พวกโจรกลุ่มนี้หมายตารถสามล้อคันนี้แล้ว แม้จะไม่เต็ม ใจแค่ไหน แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
น่าสงสารเซียวหมิงเยวี่ยจริง ๆ ถ้าไม่มีรถ แล้วเธอจะเดินทาง ต่อไปอย่างไรขณะยังบาดเจ็บ?
ชายหน้าเนื้อใจเสือหันไปมองถุงนอนที่วางอยู่ใต้ตัวเซียวหมิง เยวี่ย สายตาบ่งบอกถึงความโลภ
“นางคนพิการ ถุงนอนของแกดูดีเลยไม่ใช่เหรอ? รู้แล้วก็รีบ คลานออกมาซะ แล้วกระเป๋าของแกมีอะไรบ้าง เอาออกมาให้ดูหน่อย เผื่อมีอะไรที่ฉันพอใจ”
ชายที่มีรอยแผลเป็นเดินเข้ามาด้วยเช่นกัน เขามองดูถุงนอน ของเซียวหมิงเยวี่ยแล้วนึกอยากได้
“เฮ้ย สภาพแบบนี้ยังกล้าลี้ภัยอีกเหรอ สมองแกมีปัญหาหรือไง หรือโดนหมูแทะไปแล้ว?”
ทันทีที่เขาพูดจบ เหล่าชายฉกรรจ์ก็หัวเราะออกมาอย่างพร้อม เพรียง
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบางแล้วพูดว่า “พ่อแกน่ะสิที่โดนหมูแทะ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ท่าทางของเหล่าชายฉกรรจ์เปลี่ยนไปทันใด พวก เขาต่างก็เดือดดาลอย่างมาก นางคนพิการกล้าดียังไงถึงมาพูดแบบ นี้?
ชายที่มีรอยแผลเป็นใบหน้าบิดเบี้ยว พ่นคำสาปแช่งออกมา
“แกว่าไงนะ แน่จริงก็พูดอีกครั้งสิวะ?!”
ไม่ใช่แค่เหล่าชายฉกรรจ์ที่ตกตะลึง คุณป้าโม่และเมิ่งหยวน หยวนต่างก็เบิกตากว้างและเกือบลืมที่จะหายใจ
เซียวหมิงเยวี่ยกล้าหาญเกินไปแล้ว คนพวกนี้ดูยังไงก็เป็นพวก ต ่าทรามและปล้นสะดมไปทั่ว ไม่ควรไปเผชิญหน้ากับพวกมันแบบซึ่ง ๆ หน้า
คุณป้าโม่ตกใจจนเหงื่อเย็นไหลอาบหน้า เธอรีบเดินเข้าไปเพื่อ คลี่คลายสถานการณ์
“นี่ลูกสาวฉันเองจ้ะ เธอโดนตีหัวอย่างแรง จนกลายเป็นคนสติ ฟั่นเฟือน ดุด่าทุกวันจนเหนื่อย พ่อหนุ่มเอ๋ย พวกเธออย่าเสียเวลา เถียงกับเธอเลย เธอไม่รู้ด้วยซ ้าว่าตัวเองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร และ ชอบพูดเรื่องไร้สาระตลอดทั้งวัน”
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มปาก “…”
ชายที่มีรอยแผลเป็นพ่นลมหายใจเย็นชา “ที่แท้ก็เป็นแค่คน ปัญญาอ่อน เอาหล่อนออกจากถุงนอนซะ! ส่วนรถสามล้อนี่เป็นของ เราเหมือนกัน วันนี้ฉันไม่อยากฆ่าใคร งั้นจะไว้ชีวิตพวกแกก็ได้ นับว่าพวกแกยังโชคดีนะ!”
“ได้ ๆ ๆ” คุณป้าโม่รีบตอบรับอย่างรัวเร็ว
ตราบใดที่ไม่ทำร้ายใคร เงินทองก็เป็นเพียงสิ่งของนอกกาย
ชายหน้าเนื้อใจเสือทำท่าจะคว้าถุงนอนของเซียวหมิงเยวี่ย แต่ เธอคว้าแขนของเขาไว้แน่นและบิดมันจนหัก จากนั้นผลักเขาออกไป อย่างแรง กระดูกและเส้นเอ็นที่แขนเสียหายหนัก จนไม่สามารถต่อ กลับได้อีก
“กล้าดียังไงจะมาแตะต้องของของฉัน?”
“อ้าก!!!”
ชายหนุ่มแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น กุมแขนแน่น ด้วยความทรมานแสนสาหัสจนแทบจะหมดสติ แขนของเขาบิดงอผิด รูปอย่างชัดเจน
ทุกคนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
เมิ่งหยวนหยวนจ้องมองเซียวหมิงเยวี่ยแทบไม่กะพริบตา เมื่อกี้
เกิดอะไรขึ้น เธอทำแบบนั้นได้ยังไง? หรือว่านี่กำลังฝันอยู่?
เซียวหมิงเยวี่ยดูไม่แยแส ก่อนหันมองไปที่ชายหัวหน้ากลุ่มผู้มี แผลเป็น
“วันนี้ฉันไม่อยากฆ่าใคร ถ้ารู้แล้วก็รีบไสหัวไปซะ”
ใบหน้าของชายผู้มีแผลเป็นพลันบิดเบี้ยวดูน่าเกลียดยิ่ง เขาเป็น คนพูดประโยคพวกนี้ออกไปเมื่อครู่ เหล่าลูกน้องร่างใหญ่โกรธแค้น ถึงขีดสุด
ชายผู้มีแผลเป็นชักมีดออกมาตรงหน้า จิตสังหารท่วมท้น ออกมาทางแววตา
“ไอ้พวกสารเลว ในเมื่อแกเบื่อชีวิตนัก ฉันก็จะฆ่าแกให้เอง!”
ชายด้านข้างพูดแนะนำ “ลูกพี่ ถึงหน้าจะเสียโฉม แต่มันก็ยังเป็น ผู้หญิง ข่มขืนก่อนค่อยฆ่าทิ้งเถอะ ให้พี่น้องได้มีความสุขกันบ้าง”
เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจเบา ๆ แล้วตะโกนขึ้นว่า
“เสี่ยวฮุยฮุย~”
ตอนนี้เธอเดินเหินไม่สะดวก ดังนั้นจึงควรมีเพื่อนร่วมทางที่ดูน่า เกรงขาม เพื่อช่วยลดปัญหาบนท้องถนนที่ไม่จำเป็น เห็นได้ชัดว่าคน ธรรมดาจะยอมแพ้ได้ก็ต่อเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่อันตรายกว่า
งั้นก็คงต้องส่งเจ้าเสี่ยวฮุยฮุยลงสนามแล้วล่ะ
เพียงสิ้นเสียงของเซียวหมิงเยวี่ย ทันใดนั้นก็มีหมาป่าตัวใหญ่ กระโจนออกมาจากที่ไหนสักแห่ง
ขาทั้งสี่ของเสี่ยวฮุยฮุยแข็งแกร่งมาก มันกระโจนออกไปใน พริบตา และล้มชายหัวหน้ากลุ่มลงกับพื้น
“ฆ่าพวกมัน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเบา ๆ
เสี่ยวฮุยฮุยได้รับคำสั่ง มันคำรามเสียงต ่าในลำคอและขย ้าเหยื่อ ที่อยู่ใต้เท้าทันที จากนั้นจึงเงยหน้ามองเป้าหมายถัดไปด้วยดวงตาสี เทาเข้ม แล้วพุ่งโจมตีอย่างรวดเร็ว
เหล่าลูกน้องร่างใหญ่หลายคนตกใจกับการปรากฏตัวอย่าง กะทันหันของเสี่ยวฮุยฮุย เมื่อเห็นหัวหน้าของตัวเองถูกกัดตายในครั้ง เดียว เส้นผมทุกเส้นบนศีรษะลุกตั้งชัน บางคนหวาดกลัวจนแขนขา อ่อนแรง บางคนล้มลุกคลุกคลานกับพื้น พยายามคลานหนีด้วยมือ และเท้า
แต่ไม่ว่าจะวิ่งเร็วแค่ไหน ก็ไม่มีทางเอาชนะฝีเท้าของหมาป่า เสี่ยวฮุยฮุยไล่ตามไปกัดชายฉกรรจ์อีกสองคนจนตายคาที่
ผู้คนรอบข้างที่อยากชมการแสดงในตอนแรก เวลานี้ต่างก็ตกใจ กลัววิ่งหนีกันอลหม่าน แม้แต่กระเป๋าสัมภาระก็ไม่ทันคว้า หนีตายไป กันละทิศละทาง
“เฮ้ย! มีหมาป่า!”
“คนตาย หมาป่ากัดคนตาย!”
“นั่นคือสุนัขใช่ไหม?”
“จะหมาป่าหรือหมาบ้านก็ไม่สำคัญ มันขย ้าคนตาย วิ่งหนีเร็ว!”
เหล่าชายฉกรรจ์ที่เคยวางท่าใหญ่โต ตอนนี้ถูกเจ้าเสี่ยวฮุยฮุย จัดการทีละคนอย่างรวดเร็ว
เซียวหมิงเยวี่ยออกคำสั่งให้กัดคนชั่วพวกนั้น เสี่ยวฮุยฮุยจึงไล่ ตามกัดอย่างว่าง่าย สำหรับผู้เห็นเหตุการณ์ที่หวาดกลัว เสี่ยวฮุยฮุย ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังวิ่งไปเพื่ออะไร และตัวมันเองไม่ได้ไล่ตามคน เหล่านั้นด้วยซ ้า
ในคืนอันเงียบสงบ เสียงหมาป่ากัดทึ้งชิ้นเนื้อและเสียงกรีดร้อง ของผู้คนประสานกัน เป็นบทเพลงยามค ่าคืนที่ไพเราะยิ่ง
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองครอบครัวเมิ่งที่ตกใจกลัวจนตัวแข็ง
“อย่ากลัวเลยค่ะ มันเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน ไม่กัดคนมั่วซั่ว”
คุณป้าโม่ลิ้นพันกัน พูดไม่ออก แม้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะไม่พูด แบบนั้น เธอก็ไม่มีทางวิ่งหนีไปได้ เพราะขาทั้งสองอ่อนแรงจนลุกไม่ ขึ้น
คุณป้าโม่หลับตาปี๋ พร้อมเอามือปิดตาและหูของเสี่ยวเผิงเผิง ไม่ให้เขาได้ยินหรือเห็นอะไรทั้งสิ้น
พี่น้องตระกูลเมิ่งต่างตกตะลึงพรึงเพริด นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขา เห็นฉากนองเลือดเช่นนี้ จนสมองของพวกเขาว่างเปล่าประมวลผล ไม่ได้
สำหรับสวีลี่ ตั้งแต่ที่เสี่ยวฮุยฮุยกัดชายคนแรกตาย หล่อนก็กรีด ร้องเสียงดัง แล้วเป็นลมหมดสติไปทันที
ในเวลาไม่นาน เสี่ยวฮุยฮุยจัดการเหล่าชายชั่วอย่างรวดเร็ว โดย ไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
ชายชั่วที่เมื่อครู่ยังทำท่าเย่อหยิ่งวางอำนาจ ตอนนี้กลายเป็นศพ นอนเกลื่อนพื้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
ปากของเสี่ยวฮุยฮุยเต็มไปด้วยเลือด เลือดสีแดงสดหยดย้อยลง มาจากเขี้ยวแหลม แววตาดุร้ายและดูกระหายเลือด
มันเดินเข้ามาหาเซียวหมิงเยวี่ยช้า ๆ และทันใดนั้นก็กลายเป็น เพียงลูกหมาที่ว่านอนสอนง่าย ใช้หัวอันใหญ่โตถูไถเธออย่างออด อ้อน พร้อมส่งเสียงครางเบา ๆ เหมือนพยายามเอาใจ
ดวงตาของเสี่ยวฮุยฮุยเปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ว่า เจ้านายรักมันมากกว่า และมักจะเลือกปล่อยมันออกมากัดคนอยู่ เสมอ แสดงว่าเจ้านายคงรักมันมาก
ในเวลาเดียวกัน ฟู่กุ้ยที่อยู่ในมิติวิ่งไปมาอย่างบ้าคลั่งในป่าด้วย ความโกรธ มันคำรามแล้ว คำรามอีก แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้
ไม่ให้ผมออกไปอีกแล้วเหรอ ครั้งนี้ควรเป็นคนตาของผมสิ แต่ กลับให้เจ้านั่นออกไปแทน!
ถ้ารักกันจริง ทำไมถึงทิ้งผมไว้ข้างหลัง?
ฟู่กุ้ยยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ต้นไม้ทุกต้นต่างตกเป็นเหยื่อ เปลือกไม้ถูก ฉีกกระชากจนเละเทะ ต้นไม้ต้นหนึ่งถึงกับหักกลางลำต้น เสียสละ ชีวิตอย่างกล้าหาญ
สัตว์ตัวเล็กในมิติตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ ฟู่กุ้ย
เจ้าเสือยักษ์อาละวาดอยู่นาน แต่กลับยังไม่พอใจ มันจึงกระโดด ลงไปในธารน ้า ตบใบบัวและดอกบัวจนเละเทะ เจ้านายไม่รักผมแล้ว พอมีหมาตัวใหม่ก็ลืมเสือตัวเก่า เกลียดที่สุด!
ต้องแก้แค้นให้ได้!
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังลูบหัวเสี่ยวฮุยฮุยอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่ รู้เลยว่า ฟู่กุ้ยกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่งในมิติ
หากพ่อแม่ไร้คุณธรรม ลูกหลานอาจขัดแย้งกันเอง แค่การ ลำเอียงโดยไม่ตั้งใจเพียงครั้งเดียว ก็อาจสร้างบาดแผลลึกให้กับ จิตใจอันบอบบางของเด็กน้อย
แน่นอนว่าเซียวหมิงเยวี่ยเคยพิจารณาถึงเรื่องนี้แล้ว เพราะฟู่กุ้ย เป็นเสือขนาดใหญ่ การพามันออกมาข้างนอกจะดูโอ้อวดเกินไป เผื่อ มีคนจับตาดูหรือมีเจตนาร้าย มันอาจสร้างปัญหาที่ไม่จำเป็น
การนำเสี่ยวฮุยฮุยออกมาจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แถมยังอ้างได้ ว่าเสี่ยวฮุยฮุยคือวูล์ฟด็อก เพื่อที่จะได้ไม่สะดุดตามากนัก
“เด็กดี” เซียวหมิงเยวี่ยมองมันอย่างรักใคร่