ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 346 สมาชิกใหม่ : เสี่ยวฮุยฮุย
เสี่ยวฮุยฮุยครางเบา ๆ พลางนอนหมอบลงด้านข้างเซียวหมิง เยวี่ย หลับตาพริ้มราวกับกำลังหลับใหล
เมิ่งหยวนหยวนเพิ่งจะตั้งสติได้ พูดตะกุกตะกักว่า
“มะ… มันมาจากไหน?”
“เราพลัดหลงกันไปช่วงหนึ่ง จากนั้นมันคงดมกลิ่นกลับมาหาฉัน เอง” เซียวหมิงเยวี่ยหาข้ออ้างแบบส่งเดช
เมิ่งหยวนหยวนมองไปที่ศพบริเวณใกล้เคียง กลืนน ้าลายลงคอ อย่างยากลำบาก
“เจ้านี่เป็นหมาบ้านหรือหมาป่ากันแน่เนี่ย กัดคนตายเกลื่อน ขนาดนี้ มันคงจะไม่กัดพวกเราใช่ไหม?”
“ไม่ต้องห่วง เสี่ยวฮุยฮุยเชื่อฟังคำสั่งอย่างดี เป็นวูล์ฟด็อกที่ผ่าน การฝึกมา ลองมองดูสิ พวกที่ตายน่ะ ล้วนเป็นคนที่หวังจะขโมย รถสามล้อเมื่อกี้”
เมิ่งหยวนหยวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “งั้นก็ดี ไม่กัดพวก เราก็ดีไป”
ดวงตาของเธอกลับมาเป็นประกายอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น “มัน ชื่อเสี่ยวฮุยฮุยสินะ น่ารักดีเนอะ ทำไมไม่ตั้งชื่อที่ดูเท่ ๆ หน่อยล่ะ? ทั้ง ๆ ที่มันดู… สง่างามและทรงพลังขนาดนี้”
“ตอนเล็ก ๆ มันน่ารักมากนะ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบ
เมิ่งหยวนหยวนร้องอุทานด้วยความทึ่ง “ให้ตายเถอะ คุณนี่สุด ยอดชะมัด ฉันขอคารวะความเก่งของคุณจริง ๆ คุณมีวูล์ฟด็อกตัว ใหญ่ขนาดนี้! แถมสั่งให้มันไปกัดใครก็ได้ ขย ้าคอขาดในครั้งเดียว เท่สุด ๆ ไปเลย!”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเบา ๆ “เมื่อบ่ายนี้คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่า ใครกล้ามาแย่งก็แค่จัดการมันซะ? ทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้าลงมือล่ะ?”
เมิ่งหยวนหยวนลูบหัวตัวเองด้วยความเขินอาย พูดอธิบายว่า
“มันก็ต้องดูตามกำลังด้วยสิ คุณเองก็เห็นนี่ว่าพวกมันมีจำนวน มากกว่า ถ้าฉันออกไปเผชิญหน้ากับพวกมันตรง ๆ มันจะไม่ดูโง่ เกินไปเหรอ?”
เธอเปลี่ยนน ้าเสียง “แต่ว่าตอนที่คุณทำแบบนี้ คุณเคยฝึกมา เหรอ?”
เธอเลียนแบบท่าทางที่เซียวหมิงเยวี่ยหักแขนของชายชั่วหน้านี้
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้า “เคยฝึกศิลปะการป้องกันตัวไว้บ้าง”
เมิ่งหยวนหยวนสบตากับเมิ่งคัง แล้วพูดออกมาว่า
“ปรากฏว่าเราได้ช่วยเหลือปรมาจารย์มาตลอดเลยสินะ”
เมิ่งคังพยักหน้าเบา ๆ พวกเขาได้บังเอิญช่วยเหลือบุคคลที่น่าทึ่ง เซียวหมิงเยวี่ยไม่ธรรมดาจริง ๆ
เนื่องจากรอบตัวเต็มไปด้วยซากศพสภาพน่าสยดสยอง เมิ่งคัง รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย แต่เซียวหมิงเยวี่ยกลับยังคงท่าทีเฉยเมย แสดงว่าเธอมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก หรือไม่ก็เคยฆ่าคนมาแล้ว จึงชิน ชากับการนองเลือดเช่นนี้
ตอนที่เธอสั่งให้วูล์ฟด็อกไปฆ่าคน ท่าทางของเธอดูใจเย็นมาก เช่นกัน
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เมิ่งคังก็มองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาที่เต็มไป ด้วยความเคารพ
แถมเธอยังมีวูล์ฟด็อกอีกด้วย หากมีสัตว์เลี้ยงน่าเกรงขามขนาด นี้ แล้วใครหน้าไหนจะกล้ามาหาเรื่อง? หรือแย่งชิงสิ่งของของพวก เขา?
การได้พบกับเซียวหมิงเยวี่ย บางทีพวกเขาอาจจะเป็นฝ่ายโชคดี
บนเส้นทางการหลบหนีหลังจากนี้ พวกเขาน่าจะปลอดภัยมาก ขึ้น ไม่ต้องคอยพะว้าพะวัง หรือคอยระแวดระวังกังวลตลอดเวลาอีก ต่อไป
“ผมเองก็เคยเลี้ยงวูล์ฟด็อกมาก่อนเหมือนกัน แต่ตัวเล็กกว่าของ คุณเยอะ ดีนะที่มีมันอยู่ด้วย ไม่งั้นเราคงไม่รู้จะทำยังไง” เมิ่งคังพูด
เซียวหมิงเยวี่ยคว้าขวดน ้าจากกระเป๋า เทน ้าลงบนอุ้งเท้าของ เสี่ยวฮุยฮุย เช็ดคราบเลือดรอบปาก และเทน ้าใส่ชามให้มันดื่ม
“ในเมื่อเรามีเสี่ยวฮุยฮุยอยู่ด้วย ก็ไม่ต้องผลัดกันเฝ้าเวรยามอีก ต่อไป” เธอพูดเสียงเรียบ
เมิ่งหยวนหยวนมองเสี่ยวฮุยฮุยที่นอนหมอบอย่างเรียบร้อย ด้านข้างเจ้าของ เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นมาก หัวเราะอย่างร่าเริงและพูดว่า
“ขอบคุณนะพี่ฮุย ในที่สุดฉันก็จะได้กลับไปนอนตอนกลางคืน!”
เสี่ยวฮุยฮุยเอียงตัว แล้วล้มลงนอนบนพื้นเพื่อพักผ่อน
คุณป้าโม่เพิ่งรวบรวมวิญญาณทั้งเจ็ดของตนกลับมา พูดด้วย เสียงสั่นเครือ
“เสี่ยวเซียว มะ… มันจะไม่กัดคนมั่วซั่วใช่ไหมลูก?”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณป้าโม่ มันเชื่อฟังมาก ชี้ทางไหนก็ไปทางนั้น หนูไม่มีทางบอกให้มันกัดคุณป้าแน่นอน และมันจะไม่มีทางกัดพวก เราเด็ดขาด” เซียวหมิงเยวี่ยอธิบาย
เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะหวาดกลัว มันเป็นสุนัขพันธุ์วูล์ฟด็อก แถมเพิ่งฆ่าคนไปสด ๆ ร้อน ๆ แล้วใครบ้างที่จะไม่กลัว
แต่หลังจากพวกเขาได้ลองอยู่กับเสี่ยวฮุยฮุยสักหนึ่งวัน พวกเขา จะไม่กลัวมันอีกต่อไป
คุณป้าโม่ยังคงหวาดกลัวอยู่ แต่เนื่องจากเซียวหมิงเยวี่ยพูด อย่างนั้น และวูล์ฟด็อกตัวนี้ก็เพิ่งช่วยชีวิตพวกเขาไว้ เธอจึงไม่อยาก พูดอะไรอีก
“ละ… แล้วพวกเราจะเปลี่ยนที่นอนกันใหม่ไหม ที่นี่มัน…”
เธออ ้าอึ้งพูดไม่ออก
ที่นี่เต็มไปด้วยศพนอนเกลื่อนกลาด ซึ่งน่าพรั่นพรึงเกินไป
เมิ่งหยวนหยวนโบกมือ “ช่างเถอะ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก! พอเห็น คนตายอยู่ที่นี่ คงไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้อีก ปลอดภัยดี มันก็แค่ศพ ไม่ใช่เหรอ หลายปีมานี้ก็เห็นมาตั้งเยอะนี่?”
พูดจบเธอก็เปิดปากหาว “พี่ฮุย คืนนี้รบกวนหน่อยนะ ฉันง่วง นอนแล้ว”
เสี่ยวฮุยฮุยยกอุ้งเท้าหน้าขึ้น นอนไปเถอะน้องสาว คืนนี้พี่จะ เฝ้ายามให้เอง นอนได้เลยไม่ต้องห่วง
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองเมิ่งคัง “เมิ่งคัง พวกนั้นตายกันหมดแล้ว คุณลองไปตรวจดูข้าวของของพวกมันสิ เผื่อว่ามีอะไรที่พวกเรา พอจะใช้ได้บ้าง เอามาทั้งหมดเลยนะ”
เมิ่งคังเพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนี้เอง จริงด้วย พวกนั้นตายไปแล้ว พวก เขาก็สามารถเอาของของพวกมันมาเป็นของรางวัลแห่งชัยชนะ นี่ถือ เป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ
“คุณพูดถูก ทำไมผมคิดเรื่องนี้ไม่ได้นะ งั้นเดี๋ยวผมมา พวกมัน น่าจะมาจากทางนั้นใช่ไหม?”
เมิ่งหยวนหยวนได้ยินดังนั้น ความง่วงก็หายไปหมดสิ้น “ฉันไป ด้วย ฉันไปด้วย! ก่อนหน้านี้ฉันกลัวโดนปล้นของ แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่
เราจะปล้นคนอื่นบ้างแล้ว!”
พี่น้องคู่นั้นเดินจากไปพร้อมกัน เซียวหมิงเยวี่ยจึงหันมายิ้มให้ คุณป้าโม่
เสียงความคิดของคุณป้าโม่ดังขึ้นอีกครั้ง [ดูเหมือนว่าเราจะช่วย เด็กดีไว้ได้ซะแล้ว พี่ใหญ่พาน้องเล็กมาด้วย วูล์ฟด็อกตัวนี้น่ากลัว มาก แม้แต่ฉันยังหวาดกลัวเลย แล้วใครหน้าไหนจะกล้ามาหาเรื่อง เราอีก?]
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกขำขันทันที เธอเป็นพี่ใหญ่เหรอ? ส่วนเสี่ยว ฮุยฮุยก็เป็นน้องเล็ก?
ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าคุณป้าโม่เหมือนกับคุณยายของเธอมาก นิสัยคล้ายกัน แถมพูดจาคล้ายกันอีก
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกคิดถึงบ้านอีกแล้ว
คุณป้าโม่อึกอัก “เสี่ยวเซียว ป้าขอโทษแทนลี่ลี่ด้วยนะ หล่อน เป็นคนแบบนั้นแหละ อย่าไปถือสาอะไรนักเลย ครั้งหน้าถ้าหล่อนทำ อีก ป้าจะดุด่าให้หลาบจำ ไม่ปล่อยให้มาสร้างความรำคาญได้อีก”
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูสวีลี่ที่ยังสลบอยู่ “คุณป้าโม่ คุณช่วยชีวิต หนูไว้ หนูจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้ ส่วนสวีลี่ ต่อให้มีความกล้าแค่ ไหน แต่เธอคงไม่กล้าทำอีกแล้ว”
เธอเป็นคนประเภทชอบรังแกคนอ่อนแอ และหวาดกลัวคน แข็งแกร่ง
พูดตรง ๆ ก็คือสันดานต ่า
ถ้าเรายอมอ่อนข้อให้บ่อย ๆ ก็จะคิดว่าเอาเปรียบเราได้ง่าย แล้ว แสดงความกร่างออกมา โดยไม่รู้จักประมาณตน
จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเพื่อกดขี่เธอ ทำให้เธอหวาดกลัว เธอ ถึงจะยอมจำนนโดยดี หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนท่าทีมาเอาใจ
สันดานต ่าจริง ๆ
สีหน้าคุณป้าโม่ดูซับซ้อน “สวีลี่เด็กคนนี้ ไม่ควรทำอย่างนั้นเลย แต่ก็น่าสงสาร เธอมีพี่ชายสองคน ทั้งพ่อและแม่ไม่รักเธอเลย ปีที่มี คลื่นความร้อนสูง ข้าวปลาอาหารขาดแคลน พ่อแม่จึงขายเธอให้ ชายให้ชายโสดเพื่อแลกกับข้าว สุดท้ายเธอหนีออกมาได้ จนหมด สติอยู่ข้างถนน ตอนที่เราไปเจอ เธอเกือบถูกชายชั่วทำมิดีมิร้าย…”
คุณป้าโม่หยุดไปชั่วครู่ แล้วพูดต่อ
“ตอนนั้นเธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ก้มลงกราบขอร้องให้ฉันช่วยเธอ ไม่อยากให้ฉันทิ้งเธอไว้คนเดียว ฉันใจอ่อนจนพาเธอมาด้วยกัน ตอนแรก ๆ เธอก็ยังดีอยู่ เธอขยันขันแข็ง และคล่องแคล่ว ปากหวาน เอาใจใส่ ฉันทั้งรักทั้งเอ็นดู ต่อมาคังจื่อตกหลุมรักเธอ ตอนนั้นฉันดี ใจมากที่ได้ลูกสะใภ้ดี ๆ แบบนี้”
พูดจบ คุณป้าโม่ก็ถอนหายใจยาว
“เฮ้อ ไอ้เราก็คิดว่าเธอเป็นเด็กที่ผ่านความลำบากมา จึงมีจิตใจ โอบอ้อมอารี คิดไม่ถึงว่าความจริงแล้ว เธอแค่เสแสร้งแกล้งทำดีใน ตอนแรก แต่ในเมื่อพวกเขามีลูกด้วยกัน ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”
ได้รับฟังอย่างนั้น เซียวหมิงเยวี่ยไม่รู้จะพูดอะไรดี บางทีนี่อาจ เป็นพลังของยีน?
ทันใดนั้น เสียงของเมิ่งหยวนหยวนพูดด้วยความตื่นเต้นก็ดังขึ้น
“ทุกคนมาดูนี่เร็ว ว่าพวกเราได้อะไรมาบ้าง!”
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปมองตามเสียง เห็นเมิ่งหยวนหยวนเข็น จักรยานมา ส่วนเมิ่งคังถือถุงสองใบ ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไร
คุณป้าโม่อุทานด้วยความตกใจ “จักรยานเหรอ?”
เมิ่งหยวนหยวนตาเป็นประกาย “วันนี้โชคดีแบบสุด ๆ พวกมันมี จักรยานด้วย แต่ตอนนี้เป็นของเราแล้ว!”
เมิ่งคังเปิดถุงออก “มีน ้าขวดหลายขวด เนื้อแห้งสามชิ้น นี่คงเป็น ผลไม้ป่าอะไรสักอย่าง น่าจะกินได้ ก็เลยขนมาหมดเลย”
เขารู้สึกดีใจมาก เพราะเนื้อเป็นของมีค่า พวกเขาไม่ได้กินเนื้อ มานานหลายปี แทบจะลืมรสชาติของมันไปแล้ว
คุณป้าโม่ยิ่งตกใจ “ว่าไงนะ ยังมีเนื้อด้วยเหรอ!?”
เมิ่งหยวนหยวนยิ้มจนเห็นฟัน “หนูถึงบอกไงว่าวันนี้โชคดีแบบ สุด ๆ”
เมิ่งคังหยิบเนื้อแห้งชิ้นหนึ่ง แล้วยื่นไปให้เซียวหมิงเยวี่ยด้วย ความระมัดระวัง เขาไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนัก เพราะเสี่ยวฮุยฮุยจ้อง มองอยู่
“เอาให้มันกินสิ”
คุณป้าโม่และเมิ่งหยวนหยวนเห็นด้วยกับการกระทำของเมิ่งคัง
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้ปฏิเสธ รับเนื้อแห้งมาแล้วมอบให้กับเสี่ยวฮุย ฮุย “กินสิ พวกพี่ชายกับน้องสาวเขาให้แกกินนะ ต่อไปแกต้องดูแล พวกเขาให้ดี เข้าใจไหม?”
เสี่ยวฮุยฮุยเลียเนื้อแห้ง รู้สึกว่ารสชาติใช้ได้ เอางั้นก็ได้ เจ้านาย อยากให้ดูแลก็จะดูแล
ทุกคนพากันหัวเราะ
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบมันเทศออกมาสองหัวและแบ่งให้พวกเขากิน โชคดีที่ผู้ลี้ภัยใกล้ ๆ หนีตายออกไปเพราะกลัวเสี่ยวฮุยฮุย จึงไม่มีใคร เห็น และไม่จำเป็นต้องแอบซ่อน
ยกเว้นสวีลี่ที่ยังสลบอยู่ ไม่มีใครสนใจเธอ และไม่ต้องพูดถึงการ ปลุกเธอขึ้นมา เพราะเธอคือคนที่ทำให้เกิดภัยพิบัติในครั้งนี้
ทุกคนทานอาหารจนอิ่มหนำสำราญ จากนั้นก็หลับใหลฝันดี