ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 349 กฎแปลก ๆ ของอ ำเภอชิงฮว่ำ
“ข้ำงหน้ำเหมือนจะเป็นเขตเมืองนะ”
วันนี้ เป็นครำวของเมิ่งหยวนหยวนที่ขี่รถสำมล้อ ส่วนเมิ่งคังขี่
จักรยำนพำสวีลี่ไปด้วย เนื่องจำกสวีลี่ไม่กล้ำขึ้นหรือแตะรถสำมล้อ อีกเลย
ระหว่ำงกำรเดินทำง พวกเขำพบผู้คนมำกมำยบนถนน ทั้ง รถสำมล้อและจักรยำนต่ำงก็ดูโดดเด่น ดึงดูดสำยตำผู้คน ย่อม ก่อให้เกิดควำมโลภของโจรผู้ร้ำย แต่โชคดีที่มีเสี่ยวฮุยฮุยคอย ค ำรำมขู่ จึงไม่มีใครกล้ำหำเรื่องระหว่ำงทำง ท ำให้กำรเดินทำงจึง รำบรื่นโดยไม่มีอุปสรรค
ข้ำงหน้ำมีผู้คนจ ำนวนมำกรวมตัวกันอยู่บนถนน มองไปทำง ไหนก็เห็นแต่ผู้ลี้ภัยเรียงรำยกันแน่นจนสุดสำยตำ ทุกคนต่ำงพำกัน อพยพหนีภัย เสียงเอะอะอึกทึกดังไปทั่ว
ถนนสำยนี้เป็นทำงผ่ำนที่จ ำเป็นไปยังเมืองฮุ่ยเหวินซำน หำก ต้องกำรเลี่ยงไปทำงอื่น ก็ต้องกลับรถและเพิ่มระยะทำงอีกกว่ำหนึ่ง ร้อยกิโลเมตร ซึ่งถือว่ำเสียเวลำและไม่คุ้มค่ำ
เมิ่งหยวนหยวนลดควำมเร็วลง
“พวกเรำถึงอ ำเภอชิงฮว่ำแล้ว แต่ท ำไมทุกคนถึงไม่ไปต่อกัน แต่ กลับมำยืนรออยู่บนถนนท ำอะไรกัน?”
เมิ่งคังลงจำกจำกรถจักรยำน แล้วฝำกไว้กับสวีลี่
“ผมจะไปถำมคนข้ำงด้ำน ทุกคนรออยู่ตรงนี้ก่อน”
หลังจำกหำยไปสักพัก เมิ่งคังก็กลับมำพร้อมกับเหงื่อท่วมตัว
เมิ่งหยวนหยวนถำมอย่ำงร้อนใจ “พี่ ในที่สุดก็กลับมำสักที ข้ำงหน้ำเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เมิ่งคังเช็ดเหงื่อที่หน้ำผำก “ที่นี่มันแปลกจริง ๆ พวกเขำบอกว่ำ ห้ำมผ่ำนในตอนนี้ เพรำะเป็นช่วงปิดเมือง สำมวันถึงจะเปิดถนนที หนึ่ง”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจ
มีกำรห้ำมผ่ำน แสดงว่ำเมืองนี้มีผู้ปกครอง ขณะที่ส่วนอื่น ๆ ใน เมืองใหญ่ล้วนวุ่นวำย แต่เมืองเล็กเช่นนี้กลับมีกำรจัดกำรดูแล และยัง มีกฎระเบียบบังคับอีกด้วย มันแปลกจริง ๆ
ท ำไมถึงเปิดถนนแค่สำมวันครั้ง?
“คุณได้ถำมหรือเปล่ำว่ำท ำไมเป็นแบบนั้น?” เซียวหมิงเยวี่ยถำม
“พวกเขำบอกว่ำเป็นกฎของที่นี่ จ ำเป็นต้องแยกทำงกัน คนอำยุ 35 ปีขึ้นไปเดินทำงหนึ่ง คนที่อำยุน้อยกว่ำ 35 ปีเดินไปอีกทำงหนึ่ง ห้ำมเดินด้วยกัน ต้องออกจำกเมืองแล้วถึงจะรวมกันบนทำงสำยหลัก ได้ยินแล้วสับสนจริง ๆ”
เมิ่งหยวนหยวนพูดด้วยควำมประหลำดใจ “เอ๋? ครอบครัว เดียวกันห้ำมเดินด้วยกันเหรอ? พวกเขำควบคุมอะไรขนำดนั้น? พวก เรำแค่ผ่ำนทำงไปเฉย ๆ เอง ท ำไมต้องให้พวกเรำแยกกันเดินด้วย?”
เซียวหมิงเยวี่ยนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เรื่องนี้ฟังดูน่ำสงสัย คงมีอะไร บำงอย่ำงซ่อนอยู่ หวังว่ำจะผ่ำนเมืองนี้ไปได้โดยรำบรื่น ไม่อยำกให้ เกิดอะไรขึ้นเลย
เดินทำงมำถึงขนำดนี้แล้ว ถ้ำจะย้อนกลับไป ก็ไม่รู้ว่ำจะใช้ เวลำนำนแค่ไหน มันเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ จ ำเป็นต้องผ่ำนทำงนี้เท่ำนั้น
คุณป้ำโม่ตกใจมำก “กฎอะไรกันนี่ ต้องให้คนแก่ ๆ อย่ำงฉันเดิน แยกกับพวกเธอไปตำมล ำพังเหรอ? ไม่ได้นะ!”
ไม่ใช่แค่คุณป้ำโม่ที่ไม่เต็มใจ เมิ่งคังไม่เต็มใจเช่นกัน เขำจะ ปล่อยให้คุณแม่สูงอำยุเดินแยกทำงไปคนเดียวได้อย่ำงไร?
เมิ่งคังหน้ำตำเคร่งเครียด “ผมก็พูดแบบนี้เหมือนกัน เจ้ำหน้ำที่
คนนั้นบอกว่ำ อยำกผ่ำนก็ผ่ำน ไม่อยำกผ่ำนก็ไม่เป็นไร ถ้ำอยำก ผ่ำนทำงนี้ต้องท ำตำมกฎของพวกเขำ บอกว่ำเพื่อปกป้องกลุ่ม เปรำะบำง”
เซียวหมิงเยวี่ยพ่นค ำออกมำเบำ ๆ
“ไร้สำระ”
บนเส้นทำงลี้ภัย ครอบครัวไม่ได้อยู่ด้วยกันยิ่งจะเป็นอันตรำย
“แล้วเมื่อไหร่พวกเรำจะผ่ำนเข้ำไปได้?” เมิ่งหยวนหยวนถำม
“เวลำบ่ำยโมงวันนี้ ตอนนี้เพิ่งเก้ำโมง ยังต้องรออีกหลำยชั่วโมง” เมิ่งคังตอบ
“งั้นก็ดีเลย ดูเหมือนว่ำโชคดี แต่ว่ำแม่จะท ำยังไงล่ะ?” เมิ่งหยวน หยวนกังวล
คุณป้ำโม่ถอนหำยใจด้วยควำมกังวล เธอไม่อยำกเดินแยกกับ ลูก ๆ
เมิ่งคังคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เอำแบบนี้แล้วกัน ฉันจะบอกว่ำตัวเองอำยุ 36 ปี และจะปั่นจักรยำนไปพร้อมแม่ พวกเธอไปด้วยกันบนรถสำมล้อ มีเสี่ยวเซียวอยู่ด้วย ฉันก็วำงใจได้ แต่ถ้ำให้แม่ไปคนเดียว ฉันไม่ยอม หรอก”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่ำ เมิ่งคังจะยอมรับในควำมสำมำรถของเธอมำก ถึงขนำดวำงใจให้เธอ ดูแลทุกคนในครอบครัว
“เอำแบบนั้นก็ได้ พี่เองก็ดูแก่แล้วด้วย แถมยังมีผมหงอกแซม ประปรำย บอกไปแบบนั้นน่ำจะรอดได้นะ” เมิ่งหยวนหยวนพูดติด ตลก
เธอเองก็คิดว่ำไอเดียนี้เข้ำท่ำ
“ไม่ได้นะ!”
คนที่คัดค้ำนก็คือสวีลี่ ทุกคนหันไปมองเธอ สวีลี่จึงพูดด้วยควำม กังวล
“คุณไปแล้วฉันจะท ำยังไง? แล้วใครจะปกป้องฉัน? ห้ำมไป เด็ดขำดนะ!”
เมิ่งคังสีหน้ำเคร่งขรึม “ตอนนี้ไม่ใช่เวลำให้คุณมำงอแง มีหยวน หยวนกับเสี่ยวเซียวอยู่ด้วย คุณกับเผิงเผิงจะปลอดภัยดี แต่แม่ตัวคน เดียว คุณจะให้ผมทิ้งแม่หรือไง!”
สวีลี่กัดริมฝีปำกแน่น เธอไม่กล้ำขึ้นสำมล้อหรอก แถมหยวน หยวนก็คงไม่ปกป้องเธอ เซียวหมิงเยวี่ยยิ่งไม่ต้องพูดถึง คงจะกลั่น แกล้งเธอแน่ ๆ แถมอำจจะทิ้งเธอไว้ข้ำงหลังก็ได้
“ฉัน…” เธออยำกแย้งสำมี
“ตกลงกันตำมนี้” เมิ่งคังพูดด้วยน ้ำเสียงเด็ดขำด
สวีลี่ต้องกลืนค ำพูดกลับเข้ำไปด้วยท่ำทำงไม่เต็มใจนัก
ระหว่ำงที่พวกเขำก ำลังคุยกัน อยู่ ๆ ก็มีกลุ่มคนใหม่มำถึง ภำยในกลุ่มมีทั้งชำย หญิง เด็ก และคนชรำ รวมกันประมำณสิบกว่ำ คน น่ำจะเป็นญำติพี่น้องที่อพยพหนีภัยมำด้วยกัน หรืออำจจะเป็น เพื่อนบ้ำน
“โห! พวกคุณมีทั้งรถสำมล้อ ทั้งรถจักรยำน อู้ฟู่กันซะเหลือเกิน ไม่เหมือนพวกเรำ มีแค่รถเข็นสองคันส ำหรับขนสัมภำระ”
ชำยชรำหลังค่อมที่เป็นหัวหน้ำกลุ่มเดินเข้ำมำทักทำย
เมิ่งคังตอบรับเขำแบบส่ง ๆ พยำยำมไม่พูดอะไรมำก
ชำยชรำหลังค่อมถำมถึงสถำนกำรณ์ข้ำงหน้ำ เมิ่งคังจึงบอกเขำ เมื่อกลุ่มคนจ ำนวนนับสิบทรำบว่ำจะต้องรอถึงบ่ำยโมงจึงจะข้ำมไปได้ ต่ำงก็น ำเสื่อมำปูนั่งพักผ่อนกัน
“สุดยอดเลย พวกคุณไปได้หมำตัวใหญ่นี้มำจำกไหนเนี่ย!”
ชำยหลังค่อมเพิ่งสังเกตเห็นเสี่ยวฮุยฮุยบนรถสำมล้อ ตอนนี้เจ้ำ หมำป่ำนอนขดตัวหลับอยู่ นิ่งสนิท มุดตัวอยู่ใต้กองผ้ำห่มหนำ ๆ เลย ท ำให้เขำไม่เห็นตอนแรก
เมื่อได้ยินชำยชรำตะโกนเสียงดัง ทุกคนก็หันมำมองทำงเซียวห มิงเยวี่ย บำงคนถึงกับวิ่งมำเพื่อดู
เมื่อเห็นสุนัขตัวจริง ตำของเขำก็สว่ำงวำบ เต็มไปด้วยควำม ตื่นเต้นและกระตือรือร้น
“เจ้ำตูบตัวนี้อ้วนจริง ๆ กินได้หลำยมื้อเลย”
“นำนแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่ได้กินเนื้อเลย ได้ยินมำว่ำเนื้อสุนัข อร่อยมำก ทั้งนุ่มทั้งหอม!”
“ขำเจ้ำหมำตัวนี้ใหญ่มำก เต็มไปด้วยเนื้อล้วน ๆ เลย”
มีบำงคนน ้ำลำยไหลย้อยออกจำกมุมปำก สีหน้ำเต็มไปด้วย ควำมโลภ รำวกับว่ำเสี่ยวฮุยฮุยเป็นของของพวกเขำแล้ว
ในตอนนั้น เด็กชำยวัยสิบกว่ำขวบคนหนึ่งดึงแขนของชำยชรำ หลังค่อม
“ปู่ครับ ผมอยำกกินเนื้อหมำ!”
ชำยหญิงหลำยสิบคนกลุ่มนั้น ต่ำงมีท่ำทีกระตือรือร้น ประหนึ่ง ว่ำมีของล ้ำค่ำตกลงมำจำกฟ้ำ รำวกับว่ำได้ของฟรีมำโดยไม่ต้องเสีย อะไร พวกเขำอยำกจะเอำเสี่ยวฮุยฮุยตัวไปต้มกินเสียเดี๋ยวนี้ แบ่งกัน คนละค ำ กินจนหมดไม่ให้เหลือ
ชำยชรำหลังค่อมหัวเรำะเบำ ๆ “พวกคุณจัดกำรเนื้อหมำไม่เป็น เหรอ? มีหลำยวิธีเลยที่ใช้ฆ่ำหมำ พวกคุณทำนกันไม่หมดหรอก อำกำศร้อนแบบนี้คงเก็บรักษำยำก เอำอย่ำงนี้ไหม กินด้วยกันเถอะ ถือว่ำมีวำสนำได้เจอกัน ผมจะช่วยคุณเชือดมันเอง”
เขำพูดเหมือนกับว่ำตัวเองจิตใจดี อำสำอยำกช่วยเหลือ
ยุคสมัยนี้แค่จะหำข้ำวกินให้พออิ่มท้องยังยำก คงไม่มีใครมำ เลี้ยงสัตว์หรอก ปีแรกของกำรเกิดภัยพิบัติ ผู้คนอดอยำกหิวโหย เลย จับสัตว์เลี้ยงทั้งใหญ่และเล็กมำฆ่ำกินเนื้อ จึงไม่เห็นหมำหรือแมวมำ หลำยปีแล้ว
พวกเขำเลยคิดไปเองว่ำ นี่คงเป็นสัตว์ป่ำที่เซียวหมิงเยวี่ยล่ำมำ ได้ เลยอยำกจะมำแบ่งปันผลประโยชน์ด้วย
ในช่วงภัยพิบัติและปีที่อดอยำก แค่ได้กินเนื้อสัตว์สักนิดก็ดีแค่ ไหน แม้จะเป็นเนื้อหนูก็ไม่เป็นไร ยิ่งเนื้อสุนัขด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูด ถึง
เมิ่งหยวนหยวนเบ้ปำก พูดอย่ำงตรงไปตรงมำ
“พวกคุณจะล ้ำเส้นเกินไปแล้ว นี่คือสัตว์เลี้ยงของเรำ เป็นสมำชิก ในครอบครัว เข้ำใจไหม? ไม่มีเนื้อสุนัขให้พวกคุณกินหรอก!”
ชำยชรำหลังค่อมเปลี่ยนสีหน้ำ ตวำดดังลั่น
“ไร้สำระ! หมำก็คือหมำ เอำไว้กินเนื้อเท่ำนั้นแหละ เด็กสมัยนี้นี่
น้ำ ท ำไมเห็นแก่ตัวกันไปหมด”
ชำยฉกรรจ์วัยกลำงคนหน้ำตำไม่เป็นมิตรหลำยคนถือจอบ เสียม และอุปกรณ์อื่น ๆ เดินเข้ำมำ
เมิ่งหยวนหยวนคว้ำมีดปังตอขึ้นมำแล้วโพล่งออกด้วยควำม โกรธ
“พวกแกคิดจะใช้ก ำลังปล้นกันงั้นรึ?”
ดวงตำชำยชรำหลังค่อมฉำยแววดุร้ำย “ไม่ยอมดื่มสุรำคำรวะ ชอบสุรำลงทัณฑ์ เดิมทีฉันอยำกจะแบ่งปันบำงส่วนกับพวกแกอยู่ หรอก ตอนนี้ไม่จ ำเป็นต้องพูดกันแล้ว ส่งหมำมำเดี๋ยวนี้”
พวกเขำอำศัยจ ำนวนคนที่มำกกว่ำ ใบหน้ำแต่ละคนเต็มด้วย ควำมดูถูกและควำมมุ่งมั่นที่จะเอำชนะ คิดว่ำจะสู้พวกเขำได้งั้นเหรอ?
บรรดำผู้หญิงในกลุ่มมองเซียวหมิงเยวี่ยและคนอื่น ๆ ด้วยสำยตำ ไม่เป็นมิตร และถึงกับมองพวกเขำด้วยสำยตำเหยียดหยำม ท ำไมถึง ไม่ยอมแบ่งเนื้อหมำมำดี ๆ?
งั้นก็อย่ำมำโทษที่พวกเขำต้องปล้นเลย