ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 35 สัญญาณเตือนพายุทราย
“ด้านนอกมียุงเยอะแยะ หยุดออกไปทำงานดีไหม” พ่อเซียวว่า อย่างเป็นกังวล
เซียวหมิงเยวี่ยหันไปหยิบชุดกันยุง 5 ชุดจากห้องเก็บของ เธอ ยื่นชุดหนึ่งให้แม่เซียว
มันคือชุดกันยุงชั้นเยี่ยมที่เธอซื้อมาจากเถาเป่าก่อนตายชาติ ก่อน ทำมาจากตาข่ายสองชั้น มีตาข่ายคลุมศีรษะและแผ่นพลาสติก ใสอยู่ด้านหน้า ป้องกันตั้งแต่หัวจรดเท้า มั่นใจได้เลยว่าจะไม่มียุงตัว ไหนได้เข้ามาฉวยโอกาส
ทั้งยังมีซิปอยู่ด้านหน้า ทำให้ใส่และถอดง่าย
“ลูกรัก ลูกมีกระเป๋าโดราเอมอนหรือไง ทำไมถึงได้มีทุกอย่าง เลย?” แม่เซียวถามด้วยความแปลกใจ
เซียวหมิงเยวี่ยกะพริบตาอย่างขี้เล่นก่อนบอก “แม่ไม่ต้องห่วง เรื่องไปทำงานนะคะ หนูจะคอยสนับสนุนแม่เอง!”
“แล้วก็พกยากันยุงไปเองด้วยนะ พ่นตรงข้อมือกับข้อเท้า เอาน ้า อบกันยุงพกพาไปด้วย ถึงฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จะมีมาตรการ ป้องกันยุง แต่ว่ามันก็เป็นภัยฉุกเฉิน อย่าประมาทโดนมันกัดจะดีกว่า ค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยอธิบายด้วยความเป็นห่วง
“แม่รู้แล้ว ๆ ลูกนี่ขี้บ่นจัง” แม่เซียวอดค่อนแคะไม่ได้
เซียวหมิงเยวี่ยพองแก้ม “…”
“เอาน่า ๆ แม่จะเอาของกินมาให้ เอาไปกินระหว่างทำงานนะ”
ยายหยิบถุงเล็กมาให้ ด้านในบรรจุแอปเปิล เมล็ดแตงโม ขนมปัง 2 ชิ้น วอลนัต 2 ถุง โยเกิร์ต 2 ถุง และน ้าเปล่าอีกขวดหนึ่ง
แม่เซียวรู้สึกจนใจ “แม่คะ หนูออกไปทำงานนะ ไม่ได้ออกไป เที่ยวฤดูใบไม้ผลิ”
ยายยัดเยียดมันใส่มือแม่เซียวพลางบอก “ทำงานวันแรกก็ต้อง เอาใจเพื่อนร่วมงานและสานสัมพันธ์อันดีเอาไว้สิ!”
“ของพวกนี้เป็นของดีทั้งนั้น ทุกวันนี้หลายคนไม่มีปัญญาได้กิน เราต้องอย่าทำตัวโดดเด่นให้เป็นที่สนใจ”
เซียวหมิงเยวี่ยมองของด้านในถุงแล้วรีบฉวยของส่วนใหญ่
ออกมา
“เอาไปแค่วอลนัตกับน ้าก็พอค่ะ ที่เหลือเอาไปด้วยไม่ได้”
แม่เซียวเห็นด้วย จากนั้นพ่อเซียวก็ได้รับการวางใจให้ไปส่ง ภรรยาทำงาน
พ่อเซียวสวมชุดกันยุง เมื่อเปิดประตูออกไป ยุงก็บินกรูกันเข้ามา
โชคดีที่ระหว่างกินมื้อเช้า พ่อเซียวติดตั้งประตูมุ้งลวดกันยุง ขนาดหนึ่งเมตรเอาไว้กับประตู ตรงกลางมีแม่เหล็กดูดติดกัน ประตู แบบนี้นิยมใช้ในแถบชนบท ทั้งราคาถูกและได้ผลดี
ตรงกลางระหว่างประตูกับมุ้งลวด เซียวหมิงเยวี่ยจุดยากันยุง 2 ขดเอาไว้ เอาไปตั้งขนาบข้างซ้ายขวา ทั้งบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นยา กันยุงซึ่งเป็นที่รังเกียจของพวกยุง แม้แต่ตัวที่บินเข้ามาด้านในยังได้ แต่ถอยหนี
หลังพ่อเซียวกับแม่เซียวออกไป เซียวหมิงเยวี่ยให้ยายใส่ชุดกัน ยุง ก่อนตามออกไปซื้อข้าวลดราคาที่เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต
ยายเป็นคนขยันขันแข็ง ประหยัด และอดออม มักออกไปซื้อข้าว ลดราคาทุกวัน ไม่พลาดไปแม้แต่วันเดียว เซียวหมิงเยวี่ยต้องตามไป ด้วย เพราะกลัวว่ายายจะถูกรังแกเหมือนคราวก่อน
ระหว่างเดินออกไป ยายก็ตกใจกับสภาพด้านนอกบ้านจนกุมมือ หลานสาวเอาไว้แน่น
บนฟ้าเนืองแน่นไปด้วยฝูงยุง ราวกับฉากที่หลุดมาจากหนังภัย พิบัติ พื้นดินอ้างว้างกว้างไกล เสียงหึ่ง ๆ ฟังดูน่ากลัวดังขึ้นไม่หยุด ราวกับถูกฝูงตั๊กแตนบุก
ดูเหมือนยุงพวกนี้จะฉลาดมาก เมื่อเห็นคนก็บินกรูเข้าหา แต่ พวกมันดันติดอยู่กับชุดของพวกเธอ ทุรนทุรายด้วยต้องการดูดเลือด
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นชายคนหนึ่งเดินมาทางเธอ มือหนึ่งถือถุงข้าว เอาไว้ อีกมือสะบัดเสื้อผ้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง
เขาใช้เสื้อพันศีรษะเอาไว้ แต่เพราะพันไว้ไม่แน่นพอ ยุงหลายตัว จึงบินผ่านช่องโหว่เข้าไปกัดศีรษะเขา
เนื่องจากเจ็บเกินทน เขาปลดผ้าออกแล้วสะบัดไม่หยุดมือ พยายามไล่ยุง แต่มันกลับยิ่งบินเข้าหาเขา ตอมเกาะเต็มศีรษะ ดูน่า สยดสยองมากทีเดียว
ยายตกใจแทบลมจับ “พระเจ้าช่วย! ยุงพวกนี้จะกัดคนตายไหมนี่ ตั๊กแตนบุกปี 1986 ยังไม่น่ากลัวเท่านี้เลย”
หญิงชราหยิบยากันยุงออกมาและตั้งท่าจะเข้าไปช่วย เซียวหมิง เยวี่ยกลับรั้งแขนไว้ก่อนบอก
“อย่าค่ะยาย หนูไปเอง”
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนแปลกหน้า หากเห็นว่าในมือยายมียากัน ยุงและสวมชุดกันยุง แล้วเกิดอิจฉาขึ้นมาจะทำอย่างไร?
ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน
เซียวหมิงเยวี่ยกินยาชูกำลังไปแล้ว สามารถล้มผู้ชายตัวโตได้ใน หมัดเดียว ให้เธอทำจึงปลอดภัยกว่า
เธอเดินเข้าไป ชูยากันยุงขึ้นพ่นใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเขา
ยุงร่วงกราวลงมา ตัวกระตุกใกล้ตายเต็มที พวกมันไร้ซึ่งท่าที หยิ่งผยองอย่างเมื่อครู่ ยุงที่อยู่รอบ ๆ ได้กลิ่นยากันยุงก็พากันบินหนี ไป
“ขอบคุณครับ”
เมื่อยุงที่เกาะอยู่บนหน้าของเขาหายไป เซียวหมิงเยวี่ยจึงได้เห็น ใบหน้าของเขาเต็มตา
“คุณเองเหรอ?”
ก่อนหน้านี้เธอขายแผงโซลาร์เซลล์ให้เขาไปในราคา 160,000 หยวน แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้พบอีกฝ่ายในสถานการณ์แบบนี้
เว่ยจวินถูกกัดไปทั้งศีรษะ หน้าบวมเป่ง ตาหรี่ลงเป็นขีด ดูน่า สงสารแต่ก็ตลกในคราวเดียวกัน
“คุณเซียวเหรอ? ขอบคุณครับ คุณช่วยผมไว้อีกแล้ว!” เว่ยจวิน เอ่ยด้วยความซาบซึ้ง
“ไม่เป็นไรคะ พ่อคุณเป็นยังไงบ้างคะ?”
เขายิ้มเจื่อน “แผงโซลาร์เซลล์ช่วยได้มากเลยครับ แต่ว่าพ่อของ ผมตายแล้วละ ต่อไปนี้ผมคงต้องอยู่ตัวคนเดียวและหมดห่วงแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง “เสียใจด้วยนะคะ”
เว่ยจวินตกอยู่ในอารามสับสน “คุณเซียว กักตุนอาหารไว้ให้ มากนะครับ! กักตุนไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้ามีมุ้งที่บ้านก็จับยุง เอาไว้ ต่อไปอาจเป็นประโยชน์ในอนาคตก็ได้ครับ”
เขาชะงักไปก่อนกล่าวสำทับ “พายุทรายกำลังพัดมาจากทาง เอเชียอาคเนย์ มุ่งหน้ามาทางประเทศเรา เป็นพายุทรายขนาดใหญ่
จะปลูกพืชผลไม่ขึ้นไปอีกนาน ทางการปิดข่าวเอาไว้เพราะกลัวคนจะ แตกตื่น อย่าบอกใครไปนะครับ ข่าวนี้เพื่อนผมในกองทัพบอกมา”
เว่ยจวินสีหน้าเคร่งเครียด เซียวหมิงเยวี่ยตกใจ เธอพยักหน้ารับ ก่อนบอก
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณที่เตือนนะคะ”
ตอนได้มาเกิดใหม่ เธอรู้เรื่องพายุทรายนี้ แต่ไม่รู้ว่าทางการได้ เตรียมการรับมือพายุทรายไว้ มิน่าเล่าถึงได้จับยุงเอาไว้มากมาย ที่
แท้ก็ปูทางเพื่อเอามาทำเค้กยุงในภายหลังนี่เอง
เนื่องจากคลังอาหารของประเทศร่อยหรอเต็มที!
หลังได้มีชีวิตใหม่ เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจหลายสิ่ง ประเทศจีนมี ประชากร 1,400 ล้านคน ไม่ว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้มากแค่ไหนก็ยัง ลำบาก ทางการจึงเตรียมการสำหรับโลกหลังพายุทรายพัดโหม จับ ยุงเพื่อเตรียมทำเค้กยุงไว้ล่วงหน้า
เชื่อว่าทางการคงจะประกาศในอีกไม่กี่วัน ไม่ว่าสัตว์สายพันธุ์ ไหนในจีนก็สามารถจับกินจนสูญพันธุ์ได้!
ส่วนเจ้ายุงอวดดี รอวันที่พวกมันจะถูกกินเป็นอาหารบนโต๊ะก็ แล้วกัน!
“ยากันยุงขวดนี้ฉันให้คุณค่ะ ถือเป็นคำขอบคุณที่บอกข่าวนี้กับ ฉัน” เซียวหมิงเยวี่ยเอ่ย
เว่ยจวินส่ายหัว “ไม่ต้องหรอกครับ ตอนนี้ยุงเยอะ ผมรู้ว่าหาซื้อ ยากันยุงยากแค่ไหน ผมยังมียากันยุงที่บ้านอยู่หลายกล่อง ซึ่งก็ เพียงพอแล้วละครับ ผมแค่ออกไปซื้อข้าวแล้วไม่ได้พันหัวให้ดี ก็เลย ลงเอยในสภาพแบบนี้”
ยายยัดของใส่มือเขา “ดูสิ ถูกกัดถึงขนาดนี้ แม้แต่คนหนุ่มยังถูก กัดซะอ่วม! เก็บไว้ใช้คราวหลังเถอะ จะเกรงใจไปทำไม เดี๋ยวฉันจะ เอายาทาไปให้ทีหลัง ต้องทายาถึงจะอาการดีขึ้น!”
เมื่อยายได้ยินความหลังสุดอาภัพของเขา เธอก็สงสารจับใจ นอกจากนี้ยังทนไม่ได้ที่คราวก่อนขายแผงโซลาร์เซลล์ให้เขาไปใน ราคาแพงหูฉี่
เว่ยจวินยิ้มแหย “ขอบคุณครับคุณยาย ครั้งแรกเลยที่มีคนเป็น ห่วงผมขนาดนี้ ถ้าต่อไปมีอะไรให้ช่วยเหลือก็เรียกนะครับ ผมเป็น อดีตนายทหารและสู้เก่งนะครับ ไม่มีปัญหาแน่นอน”
“เหรอคะ งั้นฉันจ้างคุณเป็นบอดีการ์ดดีไหมคะ?” เซียวหมิงเยวี่ย ว่าหยอก
“คุณว่ายังไงก็ตามนั้นเลยครับ”
เขาเกาหัวพลางขำด้วยท่าทีซื่อ ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร หากเธอเดาไม่ผิด อีกไม่นาน เขาจะต้องเข้าประจำการ
เขาเป็นอดีตนายทหาร หลังวันสิ้นโลกกำลังคนจะไม่เพียงพอ ทางการต้องเกณฑ์คนเหล่านี้มาเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่าง แน่นอน
ทว่าน่าแปลกที่เธอไม่เคยเห็นเขาในชาติก่อน น่าจะเพราะว่าอดีต นายทหารเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกเกณฑ์ไป และปรากฏตัวบ่อยครั้งใน ชุมชนฮว๋าฮั่น
บางทีเธออาจไม่ทันสังเกตเขาเมื่อชาติก่อน หรือไม่เขาก็อาจมี ตำแหน่งสูงจนยากที่คนทั่วไปจะพบเห็นได้