ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 36 โฉมหน้าที่แท้จริงของชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 36 โฉมหน้าที่แท้จริงของชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่
หลังบอกลาเว่ยจวิน เซียวหมิงเยวี่ยกับยายก็เดินทางมาถึงเหมย หม่านซูเปอร์มาร์เก็ต
ลูกค้าต่อแถวยาวด้านหน้า ส่วนหนึ่งคือต้องการซื้อข้าวราคา พิเศษ อีกส่วนคือต้องการซื้อยากันยุงและน ้าอบกันยุง
เนื่องจากทางการจะปล่อยน ้าในช่วงสี่โมงเย็นจึงยังไม่มีน ้าใช้
เซียวหมิงเยวี่ยกับยายเข้าแถวเพื่อซื้อข้าว
ฝูงยุงด้านบนส่งเสียงหึ่ง ๆ คนที่ต่อแถวด้านล่างงัดสารพัดวิธีมา ใช้ ศีรษะและเนื้อตัวถูกปกคลุมด้วยของแปลก ๆ เรียกได้ว่าพวกเขา ทำทุกทางเพื่อป้องกันตัวจากการถูกยุงกัด
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นชายคนหนึ่งเอาถังพลาสติกครอบหัว แล้วใช้ มุ้งคลุมปิดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
สร้างสรรค์มาก!
เธอลอบยกนิ้วชื่นชมเขา
ยังมีเด็กสาวคนหนึ่งยัดตัวเองลงไปในลังกระดาษที่เอาไว้ใส่ตู้เย็น เจ้าตัวค่อย ๆ ขยับตัวเดินเชื่องช้า เจาะช่องไว้ด้านหน้าให้เห็นทางและ อากาศถ่ายเท
เป็นความคิดที่ดี!
เซียวหมิงเยวี่ยชื่นชมเด็กสาวคนนี้
หลายคนสวมเสื้อผ้าป้องกัน ไม่ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนก็ยังสวม เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว โดยยัดปลายขาเอาไว้ในถุงเท้า หด มือเข้าไปในชายแขนเสื้อ และมีผ้าพันศีรษะเอาไว้
บางคนพันเอาไว้ไม่แน่น ยุงจึงบินลอดเข้าไปได้ พวกเขาต่างตก อยู่ในอาการอับอาย เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นให้ได้ยินเป็นระยะ ยุงถูก ตบเมื่อบินมาปะทะเข้าหน้า
เทียบกับความลำบากของคนรอบข้างแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยกับยาย สบายกว่ามาก
ไม่นานก็มีคนสังเกตเห็นชุดกันยุง พวกเขาอดพูดขึ้นมาไม่ได้
“แม่หนู ชุดที่สวมอยู่ดีจังเลย มีอีกไหม ขายให้ฉันสักชุดได้หรือ เปล่า?”
“ชุดพวกนั้นดีมาก เหมาะจะเอาไปให้ลูกชายฉันใช้” คุณลุงคน หนึ่งจ้องเซียวหมิงเยวี่ยเขม็งด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ทันได้ตอบ ยายก็ปฏิเสธแทนว่า
“ที่บ้านฉันก็มีอยู่แค่นี้ ฉันชอบออกไปปิกนิก ด้านนอกมียุงเยอะ ก็เลยซื้อชุดกันยุงเก็บเอาไว้บ้าง ไม่ได้มีมากกว่านี้หรอก”
ยายมีไหวพริบ เธอกับแม่เซียวปรึกษากันเมื่อเช้า ถ้าใครถามถึง ให้ยกเหตุผลนี้ขึ้นมาปฏิเสธ
อีกฝ่ายว่าเสียงแข็ง “คุณมีแค่ชุดเดียวก็พอ ทั้งครอบครัวสลับกัน ใส่ ส่วนอีกชุดก็ขายให้ผม ลูกชายผมจะได้ไม่ถูกยุงกัด”
เขาชี้เซียวหมิงเยวี่ยแล้วกล่าวต่อว่า “คุณมีอีกชุดอยู่นี่ไง”
ยายขมวดคิ้ว “ฉันบอกไปแล้วไงว่าไม่ขาย ฟังไม่เข้าใจหรือไง”
เขาเบิกตากว้าง “คุณนี่มันนิสัยแย่จริง ๆ! ผมคุยกับแม่หนูคน สวย ไม่ได้คุยกับคุณ ยายเฒ่า!”
เขาหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ยพร้อมรอยยิ้ม
“แม่หนูคนสวย กลับไปบ้านกับฉันนะ ถอดชุดออกแล้วขายให้ ฉัน ฉันให้ 200 หยวนเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตามอง แววตาทอประกายเย็นชา ชายท่าทาง มาดร้ายคนนี้คงอยากจะซื้อชุดกันยุงเต็มที
เธอดึงผ้าพันศีรษะเขาออกแล้วบอกเสียงเรียบ
“คุณพูดอู้อี้อยู่ในผ้า ฉันได้ยินไม่ชัดเลย ไหนพูดอีกครั้งสิคะ”
ยุงกรูกันบินมาหาเขา เจ้าตัวรีบยกมือปิดหน้าขณะตะโกน
“อ๊าก! ยุงมากันใหญ่แล้ว! เอาผ้าคืนมานะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว “นี่เป็นราคาที่คุณต้องชดใช้ที่ปากเสียค่ะ ในเมื่อปากเหม็น ๆ มันคันมากนัก คุณก็ควรรักษา ให้ยุงกัดปากสัก หน่อยก็แล้วกัน”
เด็กสาวในลังกระดาษลั่นหัวเราะจนกล่องสั่นตามจังหวะหัวเราะ เมื่อคนรอบข้างเห็นแบบนี้ก็แสร้งเป็นไม่เห็นเธอ เพราะไม่อยากจะหา เรื่องใส่ตัวด้วยเกรงกลัวเซียวหมิงเยวี่ย
ชายแก่คนนั้นยังคงร้องโหยหวน เขาล้มลงกับพื้นพร้อมฝูงยุงรุม ล้อม คำพูดที่หลุดจากปากไล่ตั้งแต่สบถไปจนถึงเว้าวอน กระทั่งเขา พูดไม่ชัด คงจะถูกกัดปากจนบวมไปแล้ว
“คุณยายได้โปรด คืนผ้ามาให้ฉันเถอะ!”
ยายทนดูไม่ไหว แต่เซียวหมิงเยวี่ยกุมมือเธอเอาไว้และมองดู ต่อไปด้วยท่าทีเฉยชา
คนพรรค์นี้หากไม่สอนให้หลาบจำก็คงยังไม่สำนึก หลังจากนี้ก็ ไม่รู้ว่าจะมีเด็กสาวใสซื่อคนใดถูกข่มเหงรังแกอีก
คนรอบตัวเขาพากันหลีกเลี่ยง ทว่าชายคนนั้นกลับลุกขึ้นอย่าง ทุลักทุเล โผเข้าไปหาคนรอบข้าง พยายามยื้อแย่งผ้าคลุมศีรษะของ ผู้อื่น
“เอามาให้ฉัน!”
หากแต่ทุกคนพยายามจับเขาไว้ เขาจึงคว้าน ้าเหลวซ ้าแล้วซ ้า เล่า
ในที่สุดเขาก็จ้องไปยังลังกระดาษขนาดใหญ่ด้วยสายตาวาว โรจน์
เด็กสาวในลังกระดาษขยับตัวยากกว่าคนอื่น เมื่อเขากระโจนมา ทางเธอ เซียวหมิงเยวี่ยก็ได้ยินเสียงตะโกนขึ้นขณะตั้งท่าจะไปขวาง
“อย่ามาทางนี้นะ ฉันมีมีด!”
“คิดว่าแกกำลังหลอกใครกัน เอาลังกระดาษมาให้ฉัน!” เขาเอื้อม มือมาคว้ามัน
ทันใดนั้นช่องเล็ก ๆ ด้านหน้าก็เปิดออก ก่อนมีดหั่นผลไม้จะแทง ออกมาด้านนอก
“อ๊าก! มือฉัน!” เขากรีดร้อง
เด็กสาวในลังกระดาษกระชับด้ามมีดไว้ด้านในพลางบอก “บอก แล้วว่าฉันมีมีด”
เธอขยับไปข้างหน้าทีละนิดเพื่อไล่ล่าเขา มีดในมือถูกแกว่งไปมา
“ว่ายังไง… ยังจะกล้าเข้ามาลองดีอีกไหม?”
เมื่อยุงเห็นเลือด พวกมันก็ไม่ต่างกับคนติดยาเห็นยาเสพติด บิน กรูเข้าไปหาชายชราคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง ยุงทั้งหมดแถวนั้นถูกดึงดูด กลายเป็นภาพน่าตื่นตาตื่นใจ
เซียวหมิงเยวี่ยเห็นเขาถูกเล่นงานแล้วจึงโยนผ้ากลับไปให้ มอบ บทเรียนไม่ให้ชายคนนั้นไปทำร้ายใครอีก
ชายแก่ตกอยู่ในสภาพน่าอับอาย เขารีบพันผ้าเอาไว้ หดมือเข้า ไปในแขนเสื้อ ลนลานวิ่งกลับบ้าน ไม่แม้แต่จะอยู่ซื้อข้าวต่อ
“คอยดูเถอะ ลูกชายฉันยิ่งใหญ่มาก เขาไม่ปล่อยเธอลอยนวล แน่!”
ก่อนเขากลับไปยังไม่วายมองค้อนเซียวหมิงเยวี่ยราวกับจะฆ่า แกงกัน
หญิงสาวทำเพียงแค่นเสียง เธอไม่กลัวถูกล้างแค้น หากมีปัญญา ก็เข้ามา กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปเสียมากกว่า!
“เขาคงไม่มาแก้แค้นเราหรอกใช่ไหม?” ยายถามอย่างเป็นกังวล
เธอกล่าวปลอบ “ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เราเองก็รังแกไม่ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน”
เด็กสาวในลังกระดาษเพิ่งเคยทำร้ายคนเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเธอ แค่ตกใจ แต่ตอนนี้มันทำให้หวาดกลัว
เซียวหมิงเยวี่ยเคาะลังกระดาษ “เก่งมาก”
มันดูน่ารักดี ทำเอาเธอแทบหลุดขำท่าทางการไล่ฟันคู่กรณีของ อีกฝ่าย โชคดีที่กลั้นขำเอาไว้ได้ทัน
เด็กสาวเม้มปากก่อนบอก “คุณก็เก่งเหมือนกันค่ะ! เมื่อกี้เท่มาก ด่าได้เจ็บแสบสุด ๆ! แล้วก็ฉันชื่อเยี่ยเสี่ยวเหมิงนะคะ”
เซียวหมิงเยวี่ยลังเลก่อนบอกชื่อตนเอง
“ฉันเซียวหมิงเยวี่ยค่ะ”
เยี่ยเสี่ยวเหมิงตาเป็นประกาย “คุณชื่อหมิงเยวี่ยเหรอคะ? ชื่อ เพราะจัง ใช่คุณจันทร์กระจ่างกลางใจหรือเปล่าคะ? ฉันชื่นชมคุณมา นานแล้วค่ะ!”
“คุณคือ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
“ฉันชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่ค่ะ บางครั้งเราก็ช่วยกันรุมแกล้งคน จำได้ไหมคะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพลันนึกได้แล้วถามด้วยความแปลกใจ
“คุณคือชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่เหรอ! เห็นบอกว่าเคยเป็นทหาร ฉันก็นึกว่าคุณเป็นผู้ชายมาตลอด…”
อีกฝ่ายส่งเสียงชู่วแล้วกระซิบบอก
“เพื่อปกป้องตัวเองค่ะ ถ้าฉันไม่ตั้งชื่อว่าชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่ แล้วบอกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงก็คงจะถูกรังแกจริงไหมคะ? ตั้งแต่ฉันตั้ง ชื่อนี้ก็ไม่มีใครหาเรื่องฉันอีกเลย พวกเขาต่างพูดจาสุภาพและให้ เกียรติฉัน เพราะกลัวว่าจะถูกฉันเล่นงาน”
เยี่ยเสี่ยวเหมิงภาคภูมิใจในสติปัญญาของตน
เซียวหมิงเยวี่ยอารมณ์ดี “แล้วให้ฉันรู้แบบนี้จะดีเหรอคะ?”
เธอกับเยี่ยเสี่ยวเหมิงพูดคุยกันอย่างถูกคอ นิสัยเข้ากันได้ดีเป็น ปี่เป็นขลุ่ย
เซียวหมิงเยวี่ยนึกไม่ถึงว่าตนเองจะได้เพื่อนใหม่จากการแค่ ออกมาซื้อข้าวราคาพิเศษ
พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตทายากันยุงทั้งตัว ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังเผลอ เหมยหม่านก็ยัดถุงดำใส่มือเธอ ด้านในมีน ้าอบกันยุง 2 ขวด
หลังเธอกล่าวขอบคุณก็กลับบ้านไปพร้อมยาย แต่นึกไม่ถึงว่าจะ ถูกขวางไว้กลางทาง