ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 353 กลวิธีการล่อลวง
ผู้คนด้านล่างตื่นเต้นมาก มีคนตะโกนถาม
“นายอำเภอพานครับ เงื่อนไขการคัดเลือกคืออะไร? ผมอยาก ซดน ้าซุปเนื้อหมูจะแย่แล้ว ขอแค่น ้าซุปเนื้อหมู จะให้ผมทำอะไรก็ ยอม!”
“ใช่ครับ นายอำเภอพาน พวกเราอยากอยู่ที่นี่ต่อ แต่พ่อแม่ผม ไปอีกทางแล้ว พวกเขาไปไหนครับ ผมอยากอยู่ที่นี่กับพ่อแม่เพื่อใช้ ชีวิตที่ดี ได้ไหมครับ?” อีกคนถามขึ้น
“…”
ทุกคนต่างพูดจ้อถามคำถามกันอย่างวุ่นวาย และแทบรอไม่ไหว
นายอำเภอพานดันกรอบแว่น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูอบอุ่น แต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์
“ทุกท่านใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ผมจะตอบคำถามทุกคนทีละข้อ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้สำคัญมาก เพื่อสร้างเมืองที่สวยงามเหมือนกับ ดินแดนในฝันอย่างธารดอกท้อ เราจำเป็นต้องมีการคัดเลือกอย่าง รอบคอบ เพราะทุกคนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ จะกลายเป็นสมาชิกของชุมชน แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นการรักษาความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในเขต อำเภอชิงฮว่าของเรา เราจึงละเลยไม่ได้”
“ประการแรก เราต้องการผู้อยู่อาศัยใหม่ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดีว่า โลกภายนอกนั้นช่างโหดร้าย เมื่อทุก คนมาที่นี่ เราจะต้องแบ่งปันงานตามความสามารถ ทุกคนต้อง ทำงาน”
“ดังนั้นเราจึงต้องการคนหนุ่มสาวที่มีพลัง มาเป็นพลังใหม่ให้กับ เขตอำเภอชิงฮว่า เพื่อพัฒนาเมืองให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น! แน่นอนว่า งานของเราทุกคนจะเหมาะกับความสามารถ ไม่เหนื่อยยาก และ อาจจะเรียกได้ว่าสบายมากด้วยซ ้า”
นายอำเภอหยุดหายใจ ก่อนพูดต่อว่า “ดังนั้นขอแสดงความยินดี กับทุกท่าน ทุกท่านที่อยู่ในนี้ล้วนผ่านการคัดเลือกในรอบแรกแล้ว!”
สิ้นเสียงกล่าว ผู้คนด้านล่างต่างก็พูดกันเซ็งแซ่ หลายคนเพิ่งจะ เข้าใจว่า มันเป็นแบบนี้นี่เอง
บางคนถึงกับเริ่มรู้สึกภูมิใจ โชคดีที่พวกเขายังหนุ่มสาว ไม่งั้นคง ไม่มีโอกาสได้เจอกับสิ่งดี ๆ แบบนี้!
สวีลี่ยิ่งรู้สึกเชื่อมั่น หันกลับมาพูดกับเซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่ง หยวนหยวนด้วยน ้าเสียงเสียดสี
“ฟังสิ พวกเธอฟังดู ทุกคนไม่ได้รับเนื้อหมูฟรีนะ ต้องทำงานใช้ แรงงานตัวเองแลกมา พูดเองไม่ใช่เหรอว่าของฟรีไม่มีในโลก?”
เมิ่งหยวนหยวนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่เซียวหมิงเยวี่ยส่งสายตา บอก ก่อนมองไปทางเผิงเผิงตัวน้อยในอ้อมแขนสวีลี่ เมิ่งหยวนหยวน เข้าใจในทันที
“พี่สะใภ้พูดถูก พวกเราคิดมากไปหน่อย พี่อุ้มเผิงเผิงตั้งนานแล้ว หนักไหม? เผิงเผิงง่วงนอนหรือเปล่า? ให้นอนพักบนรถสามล้อเถอะ แล้วห่มผ้านอนอุ่น ๆ”
“เผิงเผิงจ๋า มาหาคุณอาเร็ว”
สวีลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนคลายมือออกจากเผิงเผิง
“ทีนี้พวกเธอเชื่อกันหรือยัง? ฉันบอกแล้วว่าชีวิตดี๊ดีของฉัน มาถึงแล้ว พี่ชายเธอพูดอยู่ทุกวันให้ฉันใช้สมองคิดบ้าง แต่ดูสิ เขา ต่างหากที่ไร้สมอง!”
เมิ่งหยวนหยวนไม่พูดอะไร เธอวางเผิงเผิงไว้ด้านข้างเสี่ยวฮุยฮุย แล้วห่มผ้าให้
“เผิงเผิง หนูอยากนอนกับพี่ฮุยไหมจ๊ะ?”
เผิงเผิงอ้าปากหาว “ฮะ~”
เขาโอบกอดเสี่ยวฮุยฮุย ซุกหน้าลงที่แผงคอปุกปุยแล้วหลับตา ลง
เมิ่งหยวนหยวนยิ้มพลางลูบหัวเขาเบา ๆ “เด็กดี”
หลังจากจัดการให้เผิงเผิงนอนแล้ว เมิ่งหยวนหยวนหันไปมอง เซียวหมิงเยวี่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เซียวหมิงเยวี่ยเงียบฟัง เธออยากรู้ว่า ‘นายอำเภอ’ คนนี้จะพูด อะไรอีก
นายอำเภอพานมีวาทศิลป์ยอดเยี่ยม สามารถลดการป้องกันทาง จิตใจของผู้คนทีละขั้น การเสนอเนื้อหมูให้กินฟรีคงดึงดูดคนได้ส่วน หนึ่ง แต่แน่นอนว่ายังมีคนฉลาดอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าจะมีของ ฟรีบนโลกนี้
แต่แล้วเขาก็พูดต่อว่าเนื้อหมูต้องแลกมาด้วยแรงงาน ทุกคนต้อง ทำงาน ซึ่งก็ช่วยคลายความระแวงของคนอีกกลุ่มลงไปได้ทันที ทำให้ ยากที่จะไม่เชื่อเขา
“นายอำเภอพานครับ แล้วคนที่เดินไปอีกทาง พวกเขาไปไหน กันครับ?” ชายคนหนึ่งถาม
“น่าเสียดาย พวกเขาไม่ตรงตามคุณสมบัติที่เรากำหนดไว้ จึง ต้องไปตามทางนอกเมือง ปล่อยให้พวกเขาออกจากเขตอำเภอชิงฮ ว่า พวกเขาแก่เกินไป และไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าเมือง”
เสียงของนายอำเภอดังก้องไปทั่วทุกมุม
ชายหนุ่มคนหนึ่งรู้สึกผิดหวังอย่างมาก จึงพูดอ้อนวอน “พ่อแม่ ผมแก่ขนาดนี้แล้ว ยังต้องไปอพยพไปยังเมืองฮุ่ยเหวินซานอีกหรือ? ถ้าไม่มีผม พวกเขาจะทำยังไง? นายอำเภอพานครับ ผมจะแบ่งเนื้อ
ส่วนของผมให้พวกเขาเอง ขอร้องกรุณาผ่อนผันให้พ่อแม่ผมอยู่ที่นี่
กับผมได้ไหม?”
นายอำเภอพานส่ายหน้า “ผมเข้าใจดีว่าคุณเป็นคนกตัญญูต่อ พ่อแม่ แต่กฎก็คือกฎ ถ้าทุกคนมาขอแบบนี้ ผมก็ลำบากใจสิครับ”
เมื่อเขาพูดจบ ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกหดหู่มากขึ้น เขาพยายามจะ พูดเพื่อขอโอกาสอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นก็มีคนก่นด่าเขา
“อย่ามาทำตัวเรื่องมากนักเลย! นายอำเภอพานใจดีมากที่ให้เรา ทานเนื้อสัตว์และยังให้โอกาสเราทำงานด้วย แกไม่รู้สึกละอายใจบ้าง หรือไงที่ตั้งข้อเรียกร้องมากมายขนาดนี้? พ่อแม่แกทำอะไรได้บ้าง แก่แล้วก็ยังมาเป็นภาระ! พูดให้กว้าง ๆ ก็คือเป็นภาระต่อการพัฒนา ของอำเภอชิงฮว่า แกนี่มันแกะดำของสังคม!”
บางคนเริ่มหงุดหงิด มองชายหนุ่มด้วยสายตาเหยียดหยาม รำคาญที่เขาพูดมาก ทำให้เสียเวลากันหมด
ชายหนุ่มก้มหน้าลง จำเป็นต้องกลืนคำพูดไว้ เขาอยากอยู่ที่นี่
ต่อ แต่ก็อยากอยู่กับพ่อแม่ด้วย เขาไม่กล้าปล่อยให้พ่อแม่เดินทาง ต่อไปตามลำพัง เมืองฮุ่ยเหวินซานนั้นอยู่ไกลโพ้น หากไม่มีเขาคอย ดูแล พ่อแม่ชราจะอยู่กันอย่างไร?
นายอำเภอพานกล่าวอย่างใจเย็น “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ชายหนุ่ม มีความคิดแบบนี้ถือว่าปกติ เป็นหนึ่งในเกณฑ์การคัดกรองด้วย คนที่
ได้เสพสุขย่อมต้องสละบางสิ่งบางอย่างไป โลกนี้มีอะไรบ้างที่สมบูรณ์ แบบ?”
“คนที่ผมต้องการ ควรเป็นแบบชายหนุ่มท่านนั้น ทั้งเด็ดเดี่ยว และกล้าหาญ จงรู้ไว้ว่าทางเลือกที่คุณเลือกแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจ ส่งผลต่อชีวิตคุณทั้งชีวิต! หรือแม้แต่รุ่นลูกรุ่นหลาย คนเราน่ะ จะ ตัดสินใจอะไรต้องคิดเผื่อลูกหลานด้วย!”
“หากทุกท่านเลือกที่จะเชื่อใจผม เชื่อใจอำเภอชิงฮว่า ผมขอ สัญญาที่นี่วันนี้ ว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างแน่นอน! ทุกคนจะ ได้ใช้ชีวิตที่สุขสบาย กินอิ่มนอนหลับ ยิ่งกว่าคนในเมืองฮุ่ยเหวินซาน เสียอีก!”
“หากใครไม่อยากอยู่ต่อ สามารถเดินตามถนนสายนี้ เราจะไม่ ขัดขวาง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เพียงแต่ว่าหากเลือกที่จะ ออกไปแล้ว จะไม่สามารถกลับมาได้อีก และเราจะไม่รับคุณกลับมา”
คำพูดของนายอำเภอพานทำให้หลายคนปรบมือชื่นชม
ชายหนุ่มก้มหน้าลงต ่ากว่าเดิม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความ ลังเล
ชายที่ก่นด่าเด็กหนุ่มถูกนายอำเภอพานยกย่องว่าเป็นคนเด็ด เดี่ยวและกล้าหาญ เขาเชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความภาคภูมิใจ
“สมกับที่เป็นนายอำเภอ ดูสิเขาพูดจาช่างคล่องแคล่ว!”
“ในเมื่อนายอำเภอพูดมาเอง มันจะเป็นคำโกหกได้ยังไง? การ จำกัดอายุไม่เกิน 35 ปีนั้นก็เพื่อการพัฒนาเมืองของเราเอง ถึงแม้ฉัน จะไม่อยากห่างจากครอบครัว แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ครอบครัวก็คง เข้าใจ ไม่งั้นอยากให้ฉันต้องลำบากไปกับพวกเขาเหรอ?”
“ใช่แล้ว มีกฎก็ต้องทำตาม ไม่อยากให้นายอำเภอลำบากใจไป ด้วยหรอก ครอบครัวทุกคนคงเข้าใจดี แม้จะไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ก็ ทำเพื่อลูกหลานไง!”
“…”
เสียงพูดคุยกันดังระงมไปทั่ว บางคนลังเลที่จะตัดสินใจ บางคน ตัดสินใจทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร ครอบครัวอะไรกัน ใครไม่มีวาสนา ก็อดทนไป นี่แหละคือโชคชะตา
“นายอำเภอพานครับ มีงานอะไรให้ทำบ้างหรือครับ? พวกเรา พอจะทำอะไรได้บ้าง?” ชายคนหนึ่งถาม
“เรามีงานให้ทำมากมาย หลากหลายแผนก เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ เกษตรกรที่ปลูกพืช ผลไม้ ห้องครัว พนักงานทำความ สะอาด พนักงานเลขานุการในออฟฟิศ และอีกมากมาย ตอนนี้
อำเภอชิงฮว่าขาดแคลนกำลังคน จึงเปิดรับสมัครผู้อยู่อาศัยใหม่ จำนวนมาก”
“เมื่อประชากรมีจำนวนเพียงพอแล้ว เงื่อนไขการคัดเลือกจะ เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ ดังนั้น
ทุกคนโชคดีมากที่ได้มาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เหมือนกับโอกาส ทอง ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป ก็ไม่มีโอกาสแบบนี้ให้คุณอีกแล้ว” นายอำเภอพานกล่าว
ได้รับฟังดังนั้น ทุกคนยิ่งมั่นใจและตื่นเต้นมากขึ้น รู้สึกเหมือน ถูกก้อนเค้กจากสวรรค์หล่นใส่หัว
การได้เข้าร่วมในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา หมายความว่าพวก เขาจะเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิม ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีสิทธิพิเศษและ ผลประโยชน์มากมาย