ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 354 การคาดเดาและแผนการของเซียวหมิงเยวี่ย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 354 การคาดเดาและแผนการของเซียวหมิงเยวี่ย
เหมือนกับเมืองใหญ่ ๆ ก่อนเกิดภัยพิบัติ เมื่อหลายสิบปีก่อน การย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองเหล่านั้นค่อนข้างง่ายดาย ราคาบ้านไม่ แพง และไม่มีนโยบายมากมายที่เป็นอุปสรรค ผู้คนสามารถกลายเป็น คนท้องถิ่นได้อย่างง่ายดาย ส่งผลดีต่อลูกหลาน
ตอนนี้พวกเขาก็เผชิญกับตัวเลือกแบบเดียวกันใช่ไหม? มีแต่คน โง่เท่านั้นที่จะไม่เลือก!
หากรอให้อำเภอชิงฮว่าพัฒนาแล้ว คงสายเกินไปที่จะเข้าร่วม
“เยี่ยมไปเลย ผมเคยทำงานในฟาร์มเป็ด ผมไปทำงานที่โรงฆ่า สัตว์ได้นะครับ!”
“ผมจบปริญญาตรี สามารถทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศได้ ครับ”
“ผมทำอาหารพอได้ ไปทำงานในครัวได้ไหมครับ?”
“…”
เสียงพูดคุยกันดังระงมอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา เมิ่งหยวนหยวนก็รู้สึกโกรธขึ้นมา
“ให้ตายเถอะ พวกเขามันหน้าซื่อใจคด ปากพูดถึงครอบครัว แต่ จริง ๆ แล้วทุกคนก็คิดถึงแต่ตัวเอง ต่างก็อยากอยู่และทำงานที่นี่ ยอม ทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง เสแสร้ง!”
เซียวหมิงเยวี่ยกลับดูสงบมาก “มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ใคร บ้างจะไม่อยากอยู่ที่นี่เพื่อชีวิตที่ดี? แล้วจะไปสนใจครอบครัวอีก ทำไม”
เมิ่งหยวนหยวนเดินเข้าหาเซียวหมิงเยวี่ย แล้วกระซิบ
“นายอำเภอพานคนนี้ดูสุภาพ พูดจาเป็นระบบ ฟังดูแล้วเหมือน จริง แต่ฉันกลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่ตลอดเวลา”
เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ตาลง ไม่ใช่แค่แปลก แต่มันแปลกมาก
“คนที่ทิ้งครอบครัวไว้เพื่ออยู่ที่นี่ ถือว่ากล้าหาญเด็ดเดี่ยว สร้าง ความเจริญรุ่งเรืองให้ลูกหลาน แต่คนที่คำนึงถึงความปลอดภัยของ ครอบครัว ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของเขา ถือว่าด้อยกว่า คนอื่น นี่คือกลยุทธ์การล้างสมองแบบคลาสสิก เขาเก่งมากในการ โน้มน้าวใจคน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเสียงเรียบ
เมิ่งหยวนหยวนคิดตามและพูดว่า “เธอพูดถูก ทุกอย่างตรง ประเด็นเลย ไม่รู้ว่าพี่ชายกับแม่จะยังสบายดีหรือเปล่า?”
“คุณป้าโม่กับเมิ่งคังจะต้องสบายดี ป่านนี้พวกเขาคงออกไปรอ นอกเมืองแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยตอบ
คนที่น่าเป็นห่วงคือพวกเราต่างหาก หนุ่มสาวที่เข้ามาในเมือง
“งั้นก็ดี”
เมิ่งหยวนหยวนถามอีกว่า “เธอคิดว่าชายแซ่พานคนนั้นเป็น นายอำเภอจริง ๆ หรือเปล่า?”
เซียวหมิงเยวี่ยหัวเราะเยาะ “ไอ้นายอำเภอห่วย ๆ นั่นน่ะเหรอ ก็ แค่หัวหน้าโจรเท่านั้นแหละ”
แถมยังเป็นหัวหน้าโจรที่ไร้หัวใจ สวมหนังมนุษย์ปกปิดสันดาน ดิบ
พวกมันยึดรังนกกาเหว่า ไม่รู้ว่าไปรวบรวมคนพวกนี้มาได้ยังไง แล้วยังมีหน้ามาเล่นละครอีก เอาความกล้าจากไหนมาอ้างตนว่าเป็น นายอำเภอ?
เรียกคนแบบนี้ว่านายอำเภอ ถือว่าดูหมิ่นคำว่านายอำเภอมาก
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางหม้อซุปเนื้อ เธอเคยเห็นโลกมา พอสมควร ถึงแม้จะไม่พูดอะไร แต่ก็พอจะเดาได้คร่าว ๆ แค่ไม่กล้า ฟันธงเท่านั้น
ฟังคำพูดของนายอำเภอพานแล้ว มันรู้สึกแปลก ๆ เต็มไปด้วย พิรุธ เซียวหมิงเยวี่ยยิ่งมั่นใจในสิ่งที่เธอคาดเดา
เพราะพวกมันไม่ใช่พวกแรกที่ปรุงซุปเนื้อมนุษย์ เถียนเหลียงซั่น เคยต้มมาก่อนแล้ว
แต่ดูจากสถานการณ์ พวกมันน่าจะลงมือกับผู้ลี้ภัยที่ผ่านทางมา และคงไม่ใช่ครั้งแรก เหยื่อคงมีจำนวนมหาศาล ไม่งั้นจะเลี้ยงพวกมัน ให้อ้วนพีแบบนี้ได้ยังไง?
เซียวหมิงเยวี่ยเคยเห็นภาพฉากแบบนี้มาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นที่
ไหนใหญ่โตขนาดนี้ มีการวางแผนล่วงหน้า มีระบบระเบียบ ผู้ลี้ภัย ที่นี่มีไม่ต ่ากว่าหลายร้อยคน หลายร้อยคนเลยนะ!
หลอกลวงคนทีเดียวหลายร้อยคน สัตว์เดรัจฉานพวกนี้มันช่าง โลภมากจริง ๆ!
แม้แต่เซียวหมิงเยวี่ยที่ผ่านโลกมาเยอะ ยังรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
จากที่เคยเป็นอำเภอชิงฮว่าที่สวยงาม กลับกลายเป็นถ ้ากินคน อันเหี้ยมโหด โลกใบนี้ ช่างน่ากลัวยิ่งกว่าขุมนรก
เหยื่อเหล่านี้ต่างก็ดีใจร่าเริง คิดว่าวันดี ๆ กำลังจะมาถึง โดยไม่รู้ เลยว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร
สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยเคร่งเครียดขึ้น เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ
ถ้าเธอไม่บาดเจ็บก็คงดี จะได้ทำอะไรก็ได้อย่างกล้าหาญ เหมือนกับตอนที่เกิดเรื่องในรังรื่นรมย์สุขฤดี ไม่ได้โอ้อวดนะ แต่เธอ คิดว่าเธอสามารถบุกถล่มที่นี่ได้
แต่ตอนนี้เธอทำไม่ได้ แผลที่หัวเข่ายังไม่หายดี และงอเข่าไม่ได้ เพราะมันเจ็บเกินไป เวลาเดินต้องใช้ไม้เท้าค ้ายันไปทีละนิด สิ่งนี้
จำกัดการเคลื่อนไหวของเธอลงอย่างมาก
ถึงแม้ว่าเธอจะมีปืน แต่พวกมันก็มี แถมมีจำนวนมากกว่า เป็น เรื่องยากสำหรับสองหมัดที่จะเอาชนะสี่มือ ตอนนี้เธอเองก็เคลื่อนไหว ไม่สะดวก ยังไงก็ไม่มีทางสู้
เซียวหมิงเยวี่ยจะไม่ทำสิ่งที่เธอไม่แน่ใจ สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ป้องกันตัวเอง รอให้แผลหายสนิทแล้วค่อยกลับมาจัดการพวกมันที หลังก็ไม่สาย แต่ตอนนี้ห้ามใจร้อนเด็ดขาด
ไม่เช่นนั้นต่อให้มีพลังพิเศษจากมิติ ก็อาจพลาดท่าเสียชีวิตได้ ง่าย ๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอกังวลคือ ตอนนี้เธอต้องปกป้องตัวเอง และ เพียงต้องการหนีออกจากที่นี่ แต่พวกมันคงไม่ยอมปล่อยพวกเธอไป ง่าย ๆ
เข้าถ ้าแมงมุมยักษ์ได้ง่ายดาย แต่การจะออกมานั้นยาก
ถ้าเป็นแบบนั้นก็มีทางเดียวคือ สู้จนตายกันไปข้าง อดทนความ เจ็บปวดที่เข่า แล้วฆ่าพวกมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
บนรถบรรทุก
นายอำเภอพานกำลังมองดูผู้คนด้านล่าง รอยยิ้มของเขาไม่ ได้มาจากใจจริง
สยงป้าผู้ติดตามของเขาพูดว่า “ไอ้พวกโง่เอ๊ย”
นายอำเภอพานพูดอย่างแช่มช้า “พวกมันเลือกเอง เฮอะ คนเรา มีราคาต้องจ่ายสำหรับความโลภของตัวเอง”
ดวงตารูปสามเหลี่ยมคว ่าของสยงป้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่
ไม่อาจควบคุมได้
“คงมีงานให้เหล่าซุนที่โรงฆ่าสัตว์ทำเพียบ”
มีคนรอไม่ไหวแล้ว “นายอำเภอพานครับ พวกเราผ่านการ คัดเลือกหรือยังครับ? น ้าซุปคงเย็นชืดหมดแล้ว ผมได้กลิ่นมาตลอด มันหอมจนแทบทนไม่ไหวแล้ว เร็ว ๆ หน่อยสิครับ!”
พอเขาพูดจบ เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นรอบข้าง หลายคนต่างเห็น ด้วยกับเขา คำพูดของเขาสะท้อนความคิดในใจของทุกคน
นายอำเภอพานดันแว่นตาของเขาอีกครั้ง “ใจเย็น ๆ ก่อนครับ พวกเราต้องการแค่คนไม่มีประวัติอาชญากรรม คนที่จะใช้ชีวิตอย่าง สงบสุขที่นี่ ดังนั้นทุกคนต้องต่อแถวเพื่อลงทะเบียน ระบุชื่อ อายุ การศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และทักษะพิเศษของคุณ นี่คือ การคัดเลือกขั้นสุดท้าย ผ่านแล้วคุณจะได้ซดน ้าซุปเนื้อหมู”
“เรื่องง่ายแค่นี้เอง ต้องลงทะเบียนที่ไหนล่ะ ผมจะไปคนแรกเลย!” มีคนตะโกนขึ้น
นายอำเภอพานรู้สึกพึงพอใจกับปฏิกิริยาของผู้คน เขาชูมือขึ้น และพูดว่า
“ต่อแถวทางนี้ครับ ไปลงทะเบียนกับผู้อำนวยการหลง เมื่อ ลงทะเบียนเสร็จแล้ว ให้นำแบบฟอร์มลงทะเบียนของคุณไปรับซุปเนื้อ ได้เลย”
เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งมีคนยืนรออยู่แล้ว บนใบหน้าด้านขวา ของชายคนนั้นมีรอยแผลเป็นน่ากลัว ราวกับถูกอะไรบางอย่างกัด เนื้อออกไปจนเหวอะหวะ รอยแผลเป็นนั้นดูน่ากลัวอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าผู้อำนวยการหลงจะดูน่ากลัว แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคของ ผู้คนที่ต้องการรีบไปต่อแถว
“เป็นทางการมากเลยนะ ต้องลงทะเบียนด้วย เมื่อกี้ใครบอกว่า เขาโกหก นายอำเภอเขาก็สัญญาแล้ว ดีนะที่ฉันไม่เคยทำอะไร เลวร้าย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้อยู่ที่นี่แน่ ๆ”
“แต่ฉันเคยติดคุกมาก่อน จะทำยังไงดีล่ะ?”
“แกนี่โง่เสียจริง แล้วจะเขียนให้เขารู้ทำไม? ดูที่ผู้อำนวยการหลง คนนั้นสิ มีแค่กระดาษกับปากกา พวกเขาไม่มีระบบตรวจสอบข้อมูล อะไรหรอก แค่เขียนลงบนกระดาษเท่านั้น งั้นจะเขียนอะไรก็ได้”
“จริงด้วย!”
“ง่ายจัง ตอนแรกคิดว่าการคัดเลือกจะต้องยากแน่ ๆ เมื่อกี้กังวล แทบแย่ ปรากฏว่าเราทุกคนสามารถผ่านการคัดเลือกได้ เยี่ยมไปเลย ไม่ต้องหนีภัยไปไหนแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่งหยวนหยวนมองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างก็ยืนนิ่ง เฉย
จากการลงทะเบียนในแบบฟอร์มกระดาษ แสดงให้เห็นว่า แม้จะดู เป็นทางการ แต่จริง ๆ แล้วมีช่องโหว่เต็มไปหมด น่าเสียดายที่ไม่มี ใครฉุกคิดเรื่องนี้ได้ ทุกคนเหมือนถูกหลอกเข้าลัทธิ มองว่าคำพูด ของนายอำเภอพานเป็นเหมือนพระบัญญัติ เขาพูดอะไรก็เชื่อ
สวีลี่พูดด้วยความกังวล “พวกเธอมัวทำอะไรอยู่ ถ้าไม่รีบไปเข้า แถว เดี๋ยวซุปเนื้อก็หมดก่อนหรอก!”
“พี่สะใภ้ เราได้ตกลงกับพี่ใหญ่ว่าจะพบกันนอกเมือง พวกเขา จะต้องกำลังรอเราอยู่ข้างนอกอย่างแน่นอน เราต้องออกไป ห้ามอยู่ ที่นี่” เมิ่งหยวนหยวนพูดอย่างใจเย็น
สวีลี่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “สถานที่ดี ๆ แบบนี้ ทำไมเธอถึงไม่อยู่ต่อล่ะ? สมองเธอโดนลาเตะมาหรือไง?”
เมิ่งหยวนหยวนพูดด้วยความโกรธ “ถ้าพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ แล้วพี่ใหญ่ จะทำยังไง พี่ไม่ต้องการพี่ใหญ่แล้วเหรอ?”
สวีลี่พูดทันควัน “เขาอยากทำอะไรก็ปล่อยเขาทำไปสิ ฉันต้อง หนีตามเขาไปทนทุกข์ทรมานเหรอ ถึงจะพอใจ? ใครให้เขาไม่ ตามมาทางนี้เอง ถ้าอยากว่าก็ไปว่าเขาสิ มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย”
เมิ่งหยวนหยวนเห็นว่าสวีลี่ทั้งเย็นชาและไร้หัวใจ ก็รู้สึกสงสาร พี่ชายของตัวเองขึ้นมา นี่น่ะเหรอคือผู้หญิงที่พี่ชายฉันปกป้องมา ตลอดทาง