ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 355 การรั้งตัวของนายอำเภอพาน
เมิ่งหยวนหยวนหมดความอดทน “สรุปจะไปด้วยหรือไม่ไป?”
สวีลี่กลอกตา “ฉันไม่ไป! อำเภอชิงฮว่าดีขนาดนี้ คิดว่าฉันจะบ้า จี้ตามพวกแกไปหรือไง? พูดตามตรง ฉันเบื่อพวกแกเต็มทนแล้ว เมิ่งคังเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ แกกับแม่ก็ไม่ชอบฉัน ไม่ว่าฉันจะทำอะไรพูด อะไรก็ผิดไปหมด แกคิดว่าฉันอยากจะอยู่กับพวกแกเหรอ!”
เธอรู้สึกไม่พอใจ จึงพูดจาเหน็บแนมต่อว่า
“การไม่มีแม่สามีใจร้าย ไม่มีน้องสาวสามีที่เอาแต่ใจ นี่แหละคือ ชีวิตที่ฉันใฝ่ฝัน ทำไมฉันถึงต้องทิ้งชีวิตที่ดีไว้ข้างหลัง แล้วไปลำบาก กับพวกแกด้วย? ต้องถูกพวกแกกลั่นแกล้งทุกวัน แกหรือฉันที่สมอง ไม่ดีกันแน่?”
เมิ่งหยวนหยวนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “แม่ฉันเนี่ยนะใจร้าย? ฉันเนี่ยนะเอาแต่ใจ? เธอจำไม่ได้เหรอว่าตอนที่กำลังใกล้ตาย ใคร เป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้? เธอมันไม่มีหัวใจเลยหรือไง!”
สวีลี่พูดด้วยความรังเกียจ “พูดซ ้าพูดซาก ก็อีแค่เคยช่วยชีวิตไว้ ครั้งเดียว เอามาพูดทำไมซ ้า ๆ ฉันไปขอให้พวกแกช่วยฉันไว้เหรอ? เอาแต่อ้างบุญคุณเล็กน้อยนั่น มาเล่นละครเรียกร้องความเห็นอกเห็น ใจทุกวัน น่ารำคาญจะตาย”
อย่างไรก็ตาม คณะเดินทางได้แยกกันแล้ว เธอไม่ต้องการพึ่งพา ครอบครัวเมิ่งอีกต่อไป สวีลี่จึงเลิกเสแสร้ง และแสดงธาตุแท้ของ
ตัวเอง เธอรู้สึกดีมากที่ได้พูดความจริง เธออยากพูดแบบนี้มานาน แล้ว
เมิ่งหยวนหยวนอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง “ให้ตายเถอะ นี่แกเสียสติ ไปแล้วหรือไง นี่คือความคิดที่แท้จริงในใจแกสินะ!”
สวีลี่พูดอย่างเหยียดหยาม “แล้วจะทำไม? ไม่ใช่ว่าฉันไม่ตอบ แทนพวกแกสักหน่อย ไม่อย่างนั้นจะคลอดเผิงเผิงให้เหรอ? ฉันให้ลูก ชายกับครอบครัวเมิ่งไปแล้ว ยังไม่พออีกหรือไง?”
“เมิ่งหยวนหยวน ที่แกไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ ต้องมีอะไรแอบแฝง กันแน่ แกคงจะอิจฉาฉันใช่ไหม?” สวีลี่ถามกลับ
เมิ่งหยวนหยวนหัวเราะออกมาอีกครั้ง รู้สึกขี้เกียจที่จะเถียงกับ คนแบบนี้ เธอเดินออกไปขวางด้านหน้าสวีลี่และพูดว่า
“ได้ ฉันจะไม่ขัดขวางแกไม่ให้มีความสุขที่นี่ แกสมควรได้รับมัน แต่เผิงเผิงอยู่ที่นี่กับแกไม่ได้ เขาเป็นคนของตระกูลเมิ่ง แกอยากจะไป ไหนก็ไป แต่เผิงเผิงห้ามไป”
เธอพยายามพูดดี ๆ ด้วยแล้ว แต่สวีลี่ยืนกรานที่จะจากไป และยัง พูดจาให้ร้ายตระกูลเมิ่ง ความเมตตาที่เมิ่งหยวนหยวนเคยมีให้ไม่ หลงเหลืออีกแล้ว ถ้าหล่อนอยากตายนักก็ไปตายซะ
หรือว่าต้องให้เธอพูดว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย? แต่ถึงอย่างนั้นสวีลี่คง ไม่เชื่ออยู่ดี แถมยังมีโอกาสสูงที่จะตะโกนโวยวาย ทำให้นายอำเภอ พานและคนอื่น ๆ หันมาสนใจ ซึ่งอาจทำให้เรื่องราวยุ่งยากยิ่งกว่าเดิม
ไม่ไปก็ช่าง ตามใจหล่อนแล้วกัน!
สวีลี่หน้าตาบิดเบี้ยว “เผิงเผิงเป็นลูกชายของฉัน แกจะแยกแม่ ลูกออกจากกันได้ยังไง?”
เมิ่งหยวนหยวนพูดด้วยน ้าเสียงเย็นชา “เผิงเผิงใช้แซ่เมิ่ง พวก เราจะดูแลเขาเอง แกรีบไปต่อคิวซะ ไม่งั้นจะไม่เหลือน ้าซุปให้แกกิน”
สวีลี่มองเผิงเผิงที่นอนอยู่บนรถสามล้อด้วยความไม่พอใจ เสี่ยว ฮุยฮุยกอดเขาไว้แน่น ขณะที่เด็กน้อยกำลังนอนหลับสนิท
เธอเพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง ว่าทำไมเมิ่งหยวนหยวนถึงแย่งเผิงเผิง จากเธอไปเมื่อก่อนหน้านี้ ก็เพราะรู้ว่าเธอกลัวไอ้พี่ฮุย ไม่กล้าเข้าไป อุ้มลูกกลับมา จึงตั้งใจกันเธอออกจากลูกชาย!
สวีลี่พยายามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความโกรธ เธอมองไปยัง แถวที่รอรับซุปเนื้อ สายตาที่ลังเลตอนแรกเปลี่ยนเป็นแน่วแน่
“งั้นพวกแกต้องดูแลเผิงเผิงให้ดี”
สิ้นเสียง เธอหันหลังและเดินจากไปโดยไม่ลังเล
เมิ่งหยวนหยวนตะลึงงัน และอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง
“ผู้หญิงคนนี้ แม้แต่ลูกชายก็ทิ้งได้ลงคอ จิตใจโหดเหี้ยมจริง ๆ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นในที่สุด “ในเมื่อเธอยืนกรานที่จะอยู่ต่อ แม้ แต่เผิงเผิงก็ไม่สามารถฉุดรั้งเธอไว้ได้ งั้นก็อย่าฝืนเลย ทุกคนมีชะตา ของตัวเอง”
เมิ่งหยวนหยวนถ่มน ้าลาย “นางคนเนรคุณ ตอนนั้นไม่น่าช่วย มันมาเลย อะไรกันวะเนี่ย!”
ใบหน้าของเธอหม่นหมองราวกับก้นหม้อ “เสี่ยวเซียว พวกเราไป กันเถอะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางนายอำเภอพาน “เกรงว่าจะไม่ง่าย ขนาดนั้น…”
คนเกือบทั้งหมดไปต่อคิวลงทะเบียนและรอรับซุปเนื้อ บริเวณ รอบ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยว่างเปล่า พวกเธอไม่ได้ขยับไปไหน สิ่งนี้ดึงดูด ความสนใจของนายอำเภอพานและพรรคพวก
“ชายหญิงคู่นั้นทำไมถึงยังไม่ไปต่อคิวอีก?”
นายอำเภอพานส่งสัญญาณให้สยงป้า จากนั้นสยงป้าจึงกระโดด ลงจากรถบรรทุก เดินไปหาเซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่งหยวนหยวน ก่อน พูดด้วยรอยยิ้มว่า
“คุณทั้งสอง ซุปเนื้อใกล้จะหมดแล้ว รีบไปต่อแถวเถอะครับ เดี๋ยว จะไม่ทันเอานะ”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงไม่เต็มใจเล็กน้อย “เราก็อยากดื่ม น ้าซุปเหมือนกันค่ะ แต่ว่านัดกับคนในครอบครัวไว้แล้ว ว่าจะไปเมือง ฮุ่ยเหวินซานด้วยกัน ดังนั้นเราจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องออก จากเมือง”
เมิ่งหยวนหยวนพูดเสริม “ใช่แล้ว น่าเสียดายจัง สถานที่ดี ๆ แบบ นี้ ฉันไม่อยากจากไปเลยจริง ๆ แต่ก็เป็นห่วงพ่อแม่ด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น หน้ากากมิตรภาพที่สยงป้าปลอมแปลงไว้ก็ แตกร้าวไปชั่วครู่ แต่แล้วก็กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง
“ในฐานะพ่อแม่ ต่างก็อยากให้ลูกมีความสุขไม่ใช่หรือครับ ตราบใดที่คุณและภรรยาสบายดี พวกเขาก็ต้องดีใจแน่นอน และอีก อย่าง คุณยังมีลูกน้อยด้วย พวกคุณอยากให้ลูกน้อยต้องทนทุกข์ ทรมานกับคุณหรือครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยกับเมิ่งหยวนหยวนมองหน้ากัน สามีภรรยา? พวก เขาคิดว่าเมิ่งหยวนหยวนเป็นผู้ชาย ส่วนเซียวหมิงเยวี่ยเป็นภรรยา และเผิงเผิงเป็นลูกของพวกเธอ
ทั้งคู่เข้าใจตรงกัน จึงไม่ได้ปฏิเสธ
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้า “เราคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณพูดแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังเป็นห่วงคนแก่ ถ้ามีโอกาสในอนาคต พวกเราจะกลับมา แน่นอน”
สยงป้าไม่ยอมแพ้ “นายอำเภอพานรู้สึกประทับใจพวกคุณมาก บุคคลที่มีความสามารถอย่างพวกคุณ การจากไปถือเป็นความ สูญเสียของอำเภอชิงฮว่า”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปทางนายอำเภอพาน และเห็นว่ามีชายคน หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านข้างนายอำเภอ เขาคือกงซาน คนที่เข้ามาคุยกับ เธอตอนอยู่นอกเมือง
ทั้งสองคนกำลังคุยกัน และมองมาทางเธอเป็นระยะ ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางคิดในใจ หรือว่ากำลังถูกจับ ตามอง? พวกเขาพูดอะไรกันอยู่?
ทันใดนั้นบทสนทนาระหว่างทั้งสองคนก็หยุดลง นายอำเภอพาน หันมามองเซียวหมิงเยวี่ยด้วยสายตาที่แฝงความนัย คนทั้งสองสบตา กัน ก่อนที่หญิงสาวจะแสร้งหลบสายตาไปทางอื่น
นายอำเภอพานจัดแจงเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย แล้วเดินตรง มาหาเซียวหมิงเยวี่ย
“สวัสดีครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยเพียงพยักหน้ารับ ท่าทีของเธอเฉยชา
นายอำเภอพานตรงเข้าประเด็น “คุณผู้หญิง มีอะไรทำให้คุณไม่ อยากอยู่ที่อำเภอชิงฮว่าหรือครับ? เมื่อครู่กระผมได้ยินจากลูกน้องว่า คุณมีหมาป่าที่เก่งกาจ ฆ่าคนไปตั้งมากมาย นั่นถือว่าเป็นข้อ ได้เปรียบของคุณเลยนะ”
“กระผมชื่นชมผู้มีความสามารถเสมอ หากคุณพาหมาป่าของ คุณมาอยู่ที่นี่ด้วย กระผมจะให้คุณเข้าทำงานในแผนกรักษาความ
ปลอดภัยได้โดยตรง เงินเดือนถือว่ายอดเยี่ยม มีเนื้อให้กินไม่ขาด แถมงานก็ง่าย ๆ แค่เดินตรวจตรา และรักษาความสงบเรียบร้อยใน ช่วงเวลาเคอร์ฟิวเท่านั้นเอง งานสบาย ๆ แบบนี้ ลองคิดดูอีกทีดีไหม ครับ?”
นายอำเภอพานพูดด้วยท่าทีสุภาพและมั่นใจ เขาคิดว่าในช่วง ภัยพิบัติที่ยากลำบาก คงไม่มีใครปฏิเสธข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจเช่นนี้ เว้นแต่จะไม่ใช่คน
“ขออภัยค่ะ ดิฉันยังอยากอยู่กับครอบครัว ครอบครัวของดิฉัน กำลังรออยู่ เราสองคนจะไปพึ่งพาญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในเมืองฮุ่ยเห วินซานค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธอย่างแน่วแน่
นายอำเภอพานสีหน้าตึงเครียด “เป็นแบบนี้นี่เอง กระผมชอบ หมาป่าของคุณมาก ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อจริง ๆ หรือครับ?”
เขาหันไปมองเสี่ยวฮุยฮุยที่นอนขดตัวอยู่บนรถสามล้อ เสี่ยวฮุย ฮุยจ้องมองเขากลับด้วยสายตาที่ระแวดระวัง รู้สึกไม่ไว้ใจคนตรงหน้า
แวบหนึ่งสายตานายอำเภอพานปรากฏความโลภ หมาป่าตัวนี้
ถือเป็นอาวุธสังหารชั้นดีและดูทรงพลังเหลือเกิน
“เจ้าตูบของฉันเป็นเด็กดี มันซื่อสัตย์ และฟังคำสั่งฉันเท่านั้น” เซียวหมิงเยวี่ยพูดเชิงขู่
คิดจะแย่งเสี่ยวฮุยฮุยเหรอ ฝันไปเถอะ
นายอำเภอพานยิ้มน้อย ๆ พูดอย่างเสแสร้งว่า “หากเป็นเช่นนั้น กระผมคงไม่รั้งพวกคุณไว้แล้วกัน พวกคุณแค่เดินไปตามถนนใหญ่ ทางนั้น ระวังตัวด้วยนะครับ”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ขอบคุณค่ะ”
เมิ่งหยวนหยวนขึ้นรถสามล้อและปั่นออกไป เมื่อพ้นสายตาของ คนเหล่านั้น รอยยิ้มบนใบหน้าเซียวหมิงเยวี่ยก็หายวับไปในทันที ก่อนแทนที่ด้วยความเย็นชาสุดขีด
ความกังวลรุนแรงบังเกิดขึ้นในใจของเธอ พวกเขาจะยอมปล่อย แกะอ้วนที่มาจ่อถึงปากออกไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
ดูเหมือนว่าเรื่องสนุก ๆ จะเพิ่งเริ่มต้น
…
เมื่อเห็นว่าพวกเซียวหมิงเยวี่ยเดินจากไป สยงป้าก็รู้สึกไม่พอใจ อย่างยิ่ง
“หัวหน้า จะปล่อยพวกมันไปเฉย ๆ แบบนี้หรือครับ? ไม่เคยมีใคร ปฏิเสธที่จะอยู่ที่นี่ แถมยังไม่มากินเนื้อด้วย”
กงซานด้านข้างพูดเสริม “จริงด้วยหัวหน้า ผมเห็นมันฆ่าคนต่อ หน้าต่อตาเลยนะ กัดคนตายในครั้งเดียว เก่งกาจแบบสุด ๆ ถ้ามัน เชื่อฟังคำสั่งเรา คงจะเจ๋งสุด ๆ ไปเลย!”
สีหน้านายอำเภอพานค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเหี้ยมโหด เขาถอด แว่นตาออก ยกยิ้มมุมปากพลางพูดว่า
“ปล่อย? เมื่อเข้ามาในอำเภอชิงฮว่า ไม่มีใครรอดชีวิตได้ ในเมื่อ พวกมันไม่รักชีวิตตัวเอง ไม่อยากรับใช้พวกเรา งั้นก็จะส่งพวกมันไป โรงเชือดซะเลย”
ได้ยินดังนั้น สยงป้าเลียริมฝีปากแสยะยิ้ม “ที่แท้นี่ก็คือสิ่งที่
หัวหน้าต้องการ เดี๋ยวผมส่งคนไปจัดการทันที”
นายอำเภอพานกล่าวเตือน “คนไม่สำคัญ ขอแค่หมานั้นยังมี ชีวิตอยู่ สัตว์เดรัจฉานก็คือสัตว์เดรัจฉาน ใครให้มันกินเนื้อ มันก็จะ จงรักภักดีต่อคนผู้นั้น”
สยงป้าหัวเราะอย่างสะใจ “จัดไป!”