ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 356 ถูกติดตาม!
“ฟ้ามืดแล้ว ไม่รู้ว่าจะออกจากเมืองได้ก่อนฟ้าสางหรือเปล่า?” เมิ่งหยวนหยวนพึมพำกับตัวเอง
ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดลง การมองเห็นเริ่มพร่ามัว ภายในเมือง ไม่มีไฟถนน ประกอบกับวันนี้ลมแรง พัดพาเมฆมาบดบังแสงจันทร์ จนหมด
อีกเพียงไม่นาน มันคงจะมืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น
เซียวหมิงเยวี่ยมองดูสถานการณ์รอบ ๆ แล้วพูดขึ้นว่า
“เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม ข้างหน้ามีโรงแรม เราไปพักที่นั่นก่อน แล้ว ค่อยออกเดินทางต่อพรุ่งนี้”
เมิ่งหยวนหยวนรู้สึกประหลาดใจ “เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่า อำเภอชิงฮว่าอันตราย เราต้องรีบออกจากที่นี่?”
เซียวหมิงเยวี่ยลดเสียงลง พูดน ้าเสียงจริงจัง
“มีคนติดตามเรามาอยู่ข้างหลัง บนถนนไม่มีที่กำบัง มันอันตราย เกินไป เข้าไปในโรงแรมกันเถอะ”
สีหน้าเมิ่งหยวนหยวนเปลี่ยนไปทันที เธอไม่กล้าหันกลับไปมอง และหักเลี้ยวไปอีกทาง
“ให้ตายเถอะ เธอพูดถูกจริง ๆ ด้วย พวกมันไม่มีทางปล่อยเราไป แน่!”
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวเสี่ยวฮุยฮุยแผ่วเบา เจ้าหมาป่าดูเหมือนจะ รับรู้ถึงอะไรบางอย่างได้ มันลุกขึ้นและหันมองไปทางด้านหลัง
ในความมืดสลัว ดวงตาสีเทาของหมาป่าแวววาวด้วยแสงเย็นยะ เยือก ดูน่าขนลุกยิ่ง
เสี่ยวฮุยฮุยแยกเขี้ยวขู่คำราม แสดงอาการรับรู้ถึงภัยคุกคามที่
อยู่ใกล้ ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยพูดปลอบโยนมันว่า “ใจเย็น ๆ พวกมันมีปืน แก ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันหรอก อย่าเพิ่งใจร้อน”
เสี่ยวฮุยฮุยถูไถมือของเธอ แต่ดวงตาทั้งคู่ยังคงจ้องมองไปทาง ด้านหลังอย่างแน่วแน่
เมิ่งหยวนหยวนหักเลี้ยวที่หัวมุมกะทันหัน ทำให้กลุ่มคนที่
ติดตามมาด้านหลังตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งมีทั้งหมด 5 คน
“พวกมันเปลี่ยนเส้นทางทำไม?”
ชายผู้นำกลุ่มพูดว่า “ยังไงก็ตาม รีบตามให้ทันและจัดการให้ไว ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย เดี๋ยวใช้อวนจับหมาตัวนั้นไว้ แล้วฆ่าไอ้ ผัวเมียสองตัวนั่นทิ้งซะ ชายคนนั้นผอมแห้ง ผู้หญิงก็แข้งขาพิการ แถมยังมีเด็กตัวน้อยติดมาด้วยอีก จ้านไห่ แกคนเดียวเอาอยู่ไหม?”
ชายที่ถูกเรียกว่าจ้านไห่ตอบกลับ “สบายมาก”
“เอาล่ะ พวกเราที่เหลือ 4 คนจะจัดการกับวูล์ฟด็อกตัวนั้นเป็น หลัก ได้ยินจากพี่กงว่ามันฆ่าคนที่นอกเมืองไปมากกว่า 20 คน ดุ ร้ายจริง ๆ ระวังตัวกันให้ดี”
“เข้าใจแล้ว”
“พวกมันตรงไปทางโรงแรมม่านรูดแล้ว ตามไป!”
กลุ่มคนค่อย ๆ แอบย่องติดตามโดยไม่คลาดสายตา
เมิ่งหยวนหยวนจอดรถสามล้อไว้ด้านหน้าโรงแรม แล้วอุ้มเผิงเผิง ลงมา
เซียวหมิงเยวี่ยเร่งรัด “พวกมันตามมาแล้ว รีบเข้าไปด้านใน!”
“อื้ม”
เมิ่งหยวนหยวนไม่กล้ารีรอ รีบวิ่งเข้าโรงแรมทันที พวกเขาขึ้น ลิฟต์ไปชั้นสอง เซียวหมิงเยวี่ยเลือกห้องที่ดูไม่สะดุดตา เปิดประตูห้อง แล้วเดินเข้าไป
แม้จะเป็นโรงแรม แต่ภายในถูกปล้นสะดมจนแทบไม่เหลืออะไร แม้แต่ผ้าห่มก็ไม่มี เหลือเพียงโครงเตียงเปล่า ๆ ผ้าม่านขาด และไม่มี สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันถูกปล้นในช่วงภัยพิบัติครั้งไหน
“เธออยู่ที่นี่กับเผิงเผิง ห้ามออกมาเด็ดขาด”
เมิ่งหยวนหยวนไม่สบายใจ “แล้วเธอล่ะ? แผลที่ขาเธอยังไม่หาย ดี ฉันจะอยู่กับเธอ ฉันมีมีดติดตัวด้วย ไม่จำเป็นต้องให้เธอคอย ปกป้อง”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากชั้นล่าง และยังมีเสียงผู้ชายพูดคุยกัน
“พวกมันอยู่ไหน?”
“ไอ้พวกชั่ว คิดว่าจะซ่อนจากเราได้หรือไง? รีบขึ้นไปบนชั้น สอง!”
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้า โบกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ จากนั้นปิดประตูเบา ๆ รอคอยเหยื่อที่หลงเข้ามาติดกับดัก
ไม่นาน พวกมันก็ขึ้นไปชั้นสอง เซียวหมิงเยวี่ยพอจะเดาจำนวน คนได้จากการฟังเสียงฝีเท้า มีประมาณ 4 ถึง 5 คน เสียงฝีเท้าดู วุ่นวาย
แสงไฟสลัว ๆ จากภายนอกลอดผ่านเข้ามา แสดงว่าพวกมันมี ไฟฉาย
ยุ่งยากเสียแล้ว
โครม!
ใครคนหนึ่งใช้เท้าถีบประตูเสียงดังสนั่น
จากนั้นเสียงสบถด่าทอดังขึ้น “ฉิบหาย ไปซ่อนตัวที่ไหนวะ? รีบ ๆ ออกมาโดยดีซะ ไม่งั้นถ้าจับพวกเอ็งได้ ระวังจะตายไม่ดี!”
ชายกลุ่มนั้นเริ่มค้นหาไปตามห้องต่าง ๆ โดยเตะไปประตูด้วย และด่าทอไปด้วย
พวกเขาไม่ได้สนใจเซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่งหยวนหยวน แต่กลัวจะ ถูกเสี่ยวฮุยฮุยโจมตีเท่านั้น
“พวกแกคงจะกลั้นเสียงร้องไห้อย่างสุดความสามารถอยู่ที่ไหน สักแห่งสินะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ออกมาได้แล้ว บอกตามตรงนะ หัวหน้าเรา ชอบวูล์ฟด็อกของพวกแกมาก แค่ส่งหมามาให้เรา แล้วพวกแกจะถูก ปล่อยตัวออกไปอย่างปลอดภัย”
ชายกลุ่มนั้นหัวเราะเยาะ พูดจาหยาบคาย และพูดลามปาม
“นี่คือโอกาสสุดท้ายของพวกแก ไม่เช่นนั้นถ้าฉันหาตัวเจอ พวก เอ็งไม่ได้ตายดีแน่ จะออกมาเอง หรือให้ฉันหาจนเจอแล้วฆ่า พวกแก เลือกเอาเองแล้วกัน!”
“จะออกหรือไม่ออก? ฉันเริ่มหมดความอดทนแล้วโว้ย จะนับ ถอยหลังสามวิ ใครออกมาเองจะไว้ชีวิตให้ สาม สอง…”
ไม่มีใครโง่พอที่จะเชื่อคำพูดของพวกเขาจริง ๆ
เมิ่งหยวนหยวนใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกจากอก เหงื่อเย็นไหล อาบหน้าด้วยความตึงเครียดสุดขีด เพราะเธอกลัวว่าพวกมันอาจ มาถึงห้องนี้ในไม่ช้า
“จะทำยังไงดี?”
ไม่รู้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยหยิบปืนพกออกมาจากตรงไหน เธอถือมัน ด้วยมือเดียว ขึ้นลำกล้องเตรียมยิง
“แล้วเธอคิดว่าไง?”
เมิ่งหยวนหยวนเบิกตากว้างเมื่อเห็นปืนพกในมือของเซียวหมิง เยวี่ย
“ให้ตายเถอะ ธะ… เธอเอาจริงเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดว่า “เดี๋ยวเธอก็รู้เอง ไป ไปซ่อน ตัวในห้องน ้าซะ”
เมิ่งหยวนหยวนกลืนน ้าลายอย่างแรง “งั้นเธอระวังตัวด้วยนะ!”
เธอโอบกอดเผิงเผิงรีบวิ่งไปที่ห้องน ้าโดยใช้มือขวาปิดปาก เด็กชายไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาส่งเสียงดังเป็นการบอกศัตรู
เซียวหมิงเยวี่ยหมุนคอไปมา ปรับร่างกายให้พร้อมสำหรับการ ต่อสู้
แม้ว่าที่นี่จะมืดมิดไม่มีแสงสว่างเลย แต่เธอก็ยังพอมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้บ้างโดยไม่ต้องใช้ไฟฉาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสี่ยวฮุยฮุย สำหรับมัน แล้ว กลางคืนก็เหมือนกลางวัน
เซียวหมิงเยวี่ยกับเสี่ยวฮุยฮุยแยกกันยืนซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ซึ่ง เป็นตำแหน่งที่เหมาะแก่การโจมตี
“จำสิ่งที่ฉันบอกแกให้ดี หลบปากกระบอกปืน กัดคอ และว่องไว อย่าให้โดนปืนเด็ดขาด” เซียวหมิงเยวี่ยกระซิบ
เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีปืนกี่กระบอก สิ่งนี้ทำให้เธอหวาดกลัว แม้ว่า เสี่ยวฮุยฮุยจะเก่งกาจแค่ไหน แต่ก็สู้กับอาวุธปืนสมัยใหม่ไม่ได้
เสี่ยวฮุยฮุยงอขาหน้าเล็กน้อย จ้องมองประตูอย่างตั้งใจ แยก เขี้ยวแหลมคม เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี
“มาแล้ว”
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยดูคล้ายกับเสี่ยวฮุยฮุย ซึ่งเต็มไปด้วย ความโหดเหี้ยมและจิตสังหาร
โครม!
ประตูถูกถีบให้เปิด
“ทำไมประตูนี้ถึงถีบง่ายจังวะ?”
ชายคนนั้นนึกสงสัย ขณะที่เขาคว้าไฟฉายขึ้นมาเตรียมส่องดู เสี่ยวฮุยฮุยก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และล้มอีกฝ่ายกระแทกพื้น จากนั้นเสียงฉีกทึ้งเนื้อและเลือดกระฉูดก็ดังขึ้นในความมืด ชายผู้นั้น ร้องโหยหวนได้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะถูกกัดคอขาดอย่างโหดเหี้ยม
“นั่นไง! วูล์ฟด็อกอยู่ทางนั้น รีบไปเร็ว เอาอวนมาด้วย!”
“ระวังกันหน่อย หมามันกัดเหล่าโม่ไปแล้ว!”
“ไอ้เวรเอ๊ย! หมาบ้าอะไรดุขนาดนี้วะ แม่งดุยิ่งกว่าหมาป่าอีกมั้ง เนี่ย? อวนจับปลานี่ใช่ไหม? เอาโต๊ะมาบังหน่อย”
ชายอีกสี่คนที่เหลือรีบวิ่งตามเสียงโครมคราม พวกเขาไม่ได้ สนใจเซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่งหยวนหยวนเลย ตอนนี้ศัตรูตัวฉกาจก็ คือวูล์ฟด็อก
ในสายตาพวกเขา การฆ่าเซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่งหยวนหยวนเป็น เรื่องง่ายดาย แต่หมาตัวนั้นต่างหากที่อันตรายที่สุด
ชายหลายคนช่วยกันดันโต๊ะเข้าไปในห้อง ทุกคนต่างกังวลและ หวาดระแวง ขณะมองหาเสี่ยวฮุยฮุยในความมืด
เสี่ยวฮุยฮุยนอนอยู่ด้านข้างเหล่าโม่ที่จมกองเลือด พลางกระดิก หางไปมา
“ตรงนั้น!”
“มันยังไม่รู้ตัว รีบใช้อวนจับมันไว้!”
“มะ… มันกัดเหล่าโม่ตายแล้วเหรอ???”
“ชู่ว ค่อย ๆ ย่องเข้าไป ระวังอย่าให้มันโกรธ หัวหน้าต้องการตัว มันเป็น ๆ”