ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 359 เสี่ยวฮุยฮุยเผชิญหน้ากับนายอำเภอพาน
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 359 เสี่ยวฮุยฮุยเผชิญหน้ากับนายอำเภอพาน
นายอำเภอพานพูดด้วยน ้าเสียงที่ฟังดูคลุมเครือ “ตอนนี้ไม่ต้อง ครับ เดี๋ยวพวกคุณรอก่อน”
สิ้นเสียง เขาไม่สนใจเสียงโหวกเหวกโวยวายของเหล่าผู้ลี้ภัยอีก ต่อไป ก่อนหันหลังเดินจากไป
แต่ก่อนที่จะเดินถึงประตู ขาของเขาก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน ขณะมองไปที่ประตูด้วยความประหลาดใจ
มันคือสุนัข สุนัขวูล์ฟด็อกตัวใหญ่ที่ฆ่าคนไปกว่ายี่สิบคน มันมา ทำอะไรที่นี่?
เวลานี้ เสี่ยวฮุยฮุยยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ดวงตาสีเทาวาววับ แสงเย็นเยือก จ้องมองนายอำเภอพานเขม็งโดยไม่ละสายตา
นายอำเภอพานถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว “เกิดอะไร ขึ้น?”
สยงป้าเองก็งุนงง จึงสบถด่าทอออกมา “พวกมันจับหมามาแล้ว เหรอ? ไอ้ฉิบหาย พวกโง่เง่า ทำไมถึงไม่มัดหมาไว้วะ? เฮ้ย! แล้วพวก เอ็งหดหัวกันอยู่ที่ไหน!”
ชายทั้งสองไม่กล้าแสดงท่าทีหุนหันพลันแล่น ลูกน้องที่ติดตาม มาด้วยก็ค่อย ๆ ถอยหลัง พวกเขาต้องการสุนัขตัวนี้ก็จริง แต่ก็อยาก รอให้อดอาหารสักระยะก่อนแล้วค่อยฝึกให้เชื่องเพื่อรับใช้ตัวเอง
แทนที่จะมาถูกสุนัขตัวนี้จ้องตาเขม็ง แถมมันยังแยกเขี้ยวคำราม ขู่ ท่าทางคล้ายกับจะพุ่งเข้าตะครุบพวกเขาได้ทุกเมื่อ
ผู้ลี้ภัยในกรงก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เช่นกัน
“นี่มันไม่ใช่หมาบ้านแล้ว แต่เป็นหมาป่า!” หนึ่งในผู้ลี้ภัยตะโกน ขึ้น
สีหน้านายอำเภอพานเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงพร้อมถามว่า “คุณ กำลังพูดถึงอะไร?”
“ผมเคยทำงานในสวนสัตว์มาก่อน จำได้แม่นยำเลย หางของ หมาป่าสั้นและหนา ห้อยตกลงมา ใบหูตั้งตรง ต่างจากสุนัขบ้าน แม้ว่าผมจะไม่เคยเห็นหมาป่าตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แต่ก็แน่ใจว่า มันคือหมาป่า นายอำเภอพานรีบหนีเถอะครับ มันคือหมาป่าจริง ๆ!” ชายคนนั้นพูดอีกครั้ง
เมื่อได้ฟังสิ่งนี้ นายอำเภอพานก่นด่าใบหน้าบิดเบี้ยว
“ฉันมันโง่จริง ๆ! นางสารเลวนั่น มันกล้าหลอกฉัน มีดอยู่ไหน เฮ้ย รีบออกไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้ เร็วสิวะ”
เขาไม่ปิดบังอีกต่อไป และเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริง
เมื่อได้ยินคำพูดของนายอำเภอพาน เหล่าผู้ลี้ภัยต่างก็ตกตะลึง เขาพ่นคำหยาบคายออกมาหน้าตาเฉย แล้วนายอำเภอพานผู้สุภาพ และอ่อนโยนคนเดิมหายไปไหนแล้ว?
ขณะที่สยงป้าและคนอื่น ๆ ชักมีดออกมา เสี่ยวฮุยฮุยก้าวไป ด้านหน้าต่อเนื่อง แยกเขี้ยวแหลมคมพลางคำรามต ่า ๆ
พวกเขาหยุดชะงัก ก่อนรีบถอยอย่างรวดเร็ว
นายอำเภอพานขมวดคิ้วจนเส้นเลือดปูดขึ้น “ไอ้พวกเวร ถอย ทำไม รีบไปจัดการมันสิวะ”
ขณะที่พูด เขาก็ก้าวถอยหลังไปเงียบ ๆ
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน แต่ไม่มีใครกล้าเริ่มก่อน หากเป็นหมา บ้านคงไม่เป็นไร แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นหมาป่า พวกเขาก็เริ่มรู้สึก หวาดกลัว
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังเคยได้ยินมาว่า มีหมาป่าตัวหนึ่งฆ่าคน ไปกว่ายี่สิบคนเมื่อตอนกลางวัน ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับหมาป่า ตรงหน้า แล้วใครบ้างจะไม่กลัว?
สยงป้าขบฟันแน่น ตอนที่ออกมาเขาไม่ได้หยิบมีดยาว แต่กลับ เป็นเพียงมีดสั้นเท่านั้น
เขาขยับขาเพียงเล็กน้อย เสี่ยวฮุยฮุยก็ตอบสนองทันที โก่งตัว เตรียมตะครุบ จนสยงป้าไม่กล้าขยับเขยื้อน
เสี่ยวฮุยฮุยหยุดนิ่ง พวกเขาก็ไม่กล้าขยับตัว บรรยากาศ โดยรอบเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างประหลาด
เหล่าผู้ลี้ภัยในกรงขังต่างก็นิ่งงัน ไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ เมื่อครู่ยังมี คนบ่นพึมพำว่าทำไมถึงถูกขังไว้ แต่ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า นายอำเภอพานทำเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง ข้างนอกนั้น อันตรายเกินไป อยู่ในกรงยังปลอดภัยเสียกว่า
นายอำเภอพานช่างมีความชอบธรรมจริง ๆ
…
ห้องครัว
“พวกคุณกำลังทำฉันเจ็บนะ ฉันเดินเองได้” สวีลี่ลูบไหล่ที่ถูกบีบ จนเจ็บ
คนทั้งสี่ ซึ่งเป็นชายสองหญิงสอง ถูกนำตัวมาที่ห้องครัว
ชายฉกรรจ์ที่พาพวกเขามาต่างเพิกเฉยโดยสมบูรณ์ ก่อน ตะโกนเรียกคนที่อยู่ด้านใน
“เหล่าซุน เอาหมูตัวใหม่ที่เพิ่งมาถึงมาให้แล้ว”
เหล่าซุนเดินออกมาจากด้านในอย่างช้า ๆ เขาเป็นชายร่างใหญ่ พุงหนา ใบหน้าอวบ
เขาสวมผ้ากันเปื้อนที่อาบไปด้วยเลือดบริเวณลำตัวท่อนบน ข้างล่างใส่กางเกงตัวใหญ่ และสวมรองเท้าแตะ
เหล่าซุนถือมีดเลาะกระดูกไว้ที่มือขวา ใบหน้าเต็มไปด้วยความ โหดร้าย
“รู้แล้วน่า คืนนี้จะฆ่าให้เสร็จ พรุ่งนี้ยังต้องทำกับข้าวอีก มีหมูมา ให้ฆ่าทุกวี่ทุกวัน” เหล่าซุนพูดอย่างหงุดหงิด
คนทั้งสี่ต่างก็สับสน ก่อนถูกผู้ชายกลุ่มหนึ่งผลักให้เข้าไปใน ห้องครัว
เมื่อเข้าไปในห้องครัว พวกเขาก็ตะลึงงัน เพราะที่นี่ไม่สามารถ เรียกว่าห้องครัวได้เลย แต่เป็นโรงฆ่าสัตว์ชัด ๆ
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นอบอวลอยู่ในอากาศ ทั่วทุกแห่งเต็มไปด้วย เลือดสีแดง และยังมีเนื้อสับที่มีเศษกระดูกปนอยู่
มีตะขอเหล็กขนาดใหญ่หลายอันห้อยลงมาจากหลังคา บาง ตะขอมีเนื้อแขวนอยู่ เลือดจากเนื้อยังคงหยดลงมาบนพื้นช้า ๆ ทำให้ พื้นชื้นแฉะ
บนเขียงมีชิ้นเนื้อหนา ๆ ปนเปื้อนไปด้วยเลือด ดูน่ากลัวมาก
ที่มุมห้องมีถังขนาดใหญ่สี่ใบ ถังนั้นน่าจะเป็นถังน ้าเสีย ข้างในมี ไส้หมูจำนวนมาก
แม้ว่าที่นี่จะเป็นโรงเชือดหมู แต่สวีลี่ก็ยังรู้สึกกลัวมาก ทนไม่ได้ กับบรรยากาศที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยเลือดเช่นนี้
“นี่คือห้องครัวเหรอ? เตาอยู่ที่ไหน ฉันทำอาหารไม่เป็นนะ ไปก่อ ไฟที่เตาได้ไหม?”
เหล่าซุนยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยและตอบว่า
“เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอก็ได้เห็นเตาแล้ว”
ในบรรดาคนทั้งสี่ ชายคนหนึ่งเสนอตัวด้วยความเต็มใจว่า
“ได้ยินว่าหมูมาถึงแล้ว หมูอยู่ที่ไหนครับ พวกเราพอจะช่วยอะไร ได้บ้างไหม? พวกเราตั้งใจมาช่วยงานอย่างเต็มที่”
เหล่าซุนยิ้มอย่างเย็นชา รอยยิ้มนั้นช่างเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก
เขาขยิบตาให้ลูกน้องที่พาคนเหล่านี้มาส่ง ลูกน้องเหล่านั้นก้าว ออกมาด้านหน้า และจับมัดคนทั้งสี่ที่ดูสับสน
“เฮ้ย ๆ ๆ พวกคุณทำอะไรกัน? มัดฉันทำไม?” สวีลี่ตะโกนถาม
“ทำไมถึงมัดพวกเราล่ะ?”
“หุบปาก!”
ลูกน้องโยนสวีลี่และพวกอีกสามคนไว้ข้างถังขยะ
“โอ๊ย!”
สวีลี่ล้มลงข้างถังน ้าใบนั้น พื้นเต็มไปด้วยเลือดสกปรก และ ร่างกายของเธอครึ่งหนึ่งก็เปื้อนคราบพวกนั้น
สวีลี่เดือดดาล “เชื่อไหมว่าฉันจะฟ้องนายอำเภอพานว่าพวกแก ทำร้ายเรา! เรามาที่นี่เพื่อทำงาน แล้วทำไมถึงมัดเราไว้แบบนี้? แก ต้องมีคำอธิบายเรื่องนี้ให้กับฉัน”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ชายฉกรรจ์ต่างก็หัวเราะเยาะ
เมื่อเห็นรอยยิ้มอันชั่วร้ายของพวกเขา สวีลี่ก็รู้สึกหวาดกลัว เล็กน้อย
ในเวลานี้ เหล่าซุนเข้ามานั่งยอง ๆ และตบหน้าของสวีลี่ด้วยมีด แล่กระดูก
“นางหน้าโง่ แกนี่มันพูดมากจริงนะ งั้นเริ่มที่แกก่อนเลยแล้วกัน”
สวีลี่หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว “กะ… แกหมายความว่าไง? เอามีดออกไปห่าง ๆ นะ อย่ามาทำให้ฉันกลัว”
ในเวลานี้ หญิงสาวอีกคนที่ถูกพามาด้วยกรีดร้องเสียงดังด้วย ความหวาดผวา
“กรี๊ด! มีมือคนอยู่ในถังด้วย!”
สวีลี่มองตามด้วยความกลัว เห็นว่าในถังขนาดใหญ่ทั้งสี่ใบไม่ เพียงแต่มีลำไส้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีมือมนุษย์ เท้ามนุษย์ หนังศีรษะที่
มีผม และขากรรไกรล่างครึ่งหนึ่งอีกด้วย!
“กรี๊ด!” สวีลี่กรีดร้องผวาสุดขีด
“พวกแกจะฆ่าเรางั้นเหรอ? พวกแกทำกับเราเหมือนหมูเหมือน หมา!” ในที่สุดชายคนหนึ่งก็ตอบสนอง
ได้ยินสิ่งนี้ ร่างกายสวีลี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ลืมคราบสกปรก บนตัวไปชั่วขณะ
“อย่าฆ่าฉัน อย่าฆ่าฉัน…”
ตอนนี้เธอเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมเซียวหมิงเยวี่ยและเมิ่งหยวนหยวน ถึงอยากออกไป พวกมันรู้ตั้งนานแล้วใช่ไหม?
สวีลี่ร้องไห้สะอื้นจนควบคุมไม่อยู่ ใจรู้สึกทั้งกลัวทั้งเกลียด
พวกมันพูดแบบนั้นเพราะรู้อยู่ก่อนแล้ว ถ้างั้นทำไมถึงไม่พาเธอ ไปด้วย!
เธอเสียใจมาก ถ้ารู้แบบนี้เธอคงไปด้วยแล้ว จากนั้นเธอจะยังคงมี สามี มีลูกชาย และเมื่อไปถึงเมืองฮุ่ยเหวินซาน เธอคงจะยังมีชีวิตอยู่ ได้อีกนาน
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขอดีต
เมื่อเห็นเธอร้องไห้ฟูมฟาย เหล่าซุนก็หัวเราะเย้ยหยัน และพูดจา ดูถูกว่า
“เมื่อกี้ยังทำเป็นเก่งอยู่เลยนี่? บอกว่าจะฟ้องนายอำเภอพานด้วย ฮ่า ๆ ทำฉันขำแทบตาย”
ลูกน้องรอบข้างพากันหัวเราะเยาะ
“นางโง่เอ๊ย กินแล้วสมองจะไม่ฝ่อใช่ไหมวะ?”
สวีลี่ตกใจกลัวจนน ้าตาไหลอาบน ้า “อย่ามาแตะต้องฉันนะ ช่วย ด้วย ใครก็ได้ช่วยที…”
“อย่ากลัวเลย มันเจ็บแค่ครั้งเดียว ฉันใช้ได้มีดเร็วมาก”
เหล่าซุนยกมีดขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว…
…
ภายในห้องของนายอำเภอพานนั้นเงียบสงบ พวกเขายังคง เผชิญหน้ากับเสี่ยวฮุยฮุย
แต่ภายนอกกลับวุ่นวายขึ้นมากะทันหัน เสียงร้องโหยหวนและ เสียงกรีดร้องแหลมดังระงมไปทั่ว
“เกิดอะไรขึ้น?” นายอำเภอพานหน้าตึงเครียด
“ไม่รู้สิครับ เจ้าหมา… หมาป่าตัวนี้มันขวางทางอยู่ พวกเรา ออกไปไม่ได้” สยงป้าตอบตะกุกตะกัก
ยิ่งทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันนานเท่าไหร่ เสียงร้องโหยหวนจาก ภายนอกก็ยิ่งดังระงมไปทั่ว
นายอำเภอพานเริ่มโมโห การนั่งรอแบบนี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เขา อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
หมาป่ามันจะไปต้องการอะไรอีก นอกจากกินเนื้อ ที่นี่มีเนื้อ มากมายเหลือเฟือ
นายอำเภอพานค่อย ๆ ก้าวเท้าออกไป เดินไปเปิดกรงขังห้อง หนึ่ง แล้วลากตัวเด็กชายคนหนึ่งออกมา เด็กคนนี้คือหลานชายของ ชายชราหลังค่อมเมื่อตอนกลางวัน
เด็กชายอยู่ในอาการช็อกกับเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน มึนงง และไม่ตอบสนองต่อสิ่งใด ขณะที่ถูกนายอำเภอพานลากออกมา อย่างไม่ไยดี
แต่เมื่อเห็นเสี่ยวฮุยฮุยตรงหน้า เขาตะโกนร้องด้วยความตกใจ โดยไม่รู้ตัว กุมหัวตัวเองและพยายามวิ่งหนี คล้ายกับถูกกระตุ้นให้ตก อยู่ในอาการตึงเครียด
นายอำเภอพานมีสีหน้าโหดเหี้ยม เขาคว้าผมเด็กชายคนนั้นไว้ แน่น ยกมีดขึ้นแล้วฟันลงอย่างรวดเร็ว ปรากฏแผลเหวอะหวะบน ลำคอพร้อมเลือดสีแดงพุ่งกระฉูด
เสร็จสิ้น เขาโยนร่างของเด็กชายไปทางเสี่ยวฮุยฮุยโดยไม่ลังเล
“กินซะ”
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จแล้ว สีหน้าของนายอำเภอพานยังคง นิ่งเฉย ดูไร้อารมณ์ แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความ โหดเหี้ยม เลือดของเด็กชายยังคงหยดย้อยลงจากมีดสั้นในมือ
ฉากการฆาตกรรมของนายอำเภอพาน ทำให้บรรดาผู้ลี้ภัยใน คุกตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างมาก พวกเขาถึงกับไม่เชื่อสายตา ตัวเอง
พวกเขาจ้องมองนายอำเภอพานด้วยสายตาหวาดกลัว ราวกับ กำลังมองเห็นยมทูต ความเคารพและความเชื่อใจที่เคยมีหายไปหมด สิ้น
“กรี๊ดดดดด!!”
“ตายแล้ว! นายอำเภอพานฆ่าคนได้ยังไง?”
“ตายแล้วเหรอ นี่คุณฆ่าคนจริง ๆ เหรอ?”
นายอำเภอพานจ้องเขม็ง “หุบปาก! ใครพูดมากอีกจะฆ่าทิ้งซะ”
บรรดาผู้ลี้ภัยต่างก้มหน้าก้มตาปิดปากสนิท พวกเขารู้สึก หวาดกลัวจนไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ ออกมา
บางคนเริ่มรู้สึกเอะอะใจ คิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พวกเขา เริ่มสงสัยว่านายอำเภอพานอาจจะหลอกลวงพวกเขามา
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมหมาป่ามันถึงไม่กินเนื้อ?”
นายอำเภอพานเริ่มหงุดหงิด ฉากที่เขาคาดหวังไว้ไม่ได้เกิดขึ้น เสี่ยวฮุยฮุยไม่ได้รีบเข้ามากินเนื้อเด็กชาย แต่กลับจ้องมองพวกเขา ด้วยสายตาเฉยเมยราวกับไม่เห็นเนื้อชิ้นนั้น
บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมไปทั่ว ทุกคนต่างรอคอยอย่างใจจด ใจจ่อ เวลาแต่ละวินาทีช่างดูยาวนาน
ในที่สุดสยงป้าก็หมดความอดทน โพล่งคำด้วยความโกรธ
“มันก็แค่สัตว์เดรัจฉาน คิดว่าฉันจะกลัวมันเหรอ? พวกเราไปกัน เถอะ ทุกคนล้วนมีมีด รีบฆ่ามันให้ตาย จะได้รู้ว่าข้างนอกมันมีเรื่อง วุ่นวายอะไรกันนักหนา!”
พวกเขามองหน้ากันไปมา และตัดสินใจที่จะลงมือให้เด็ดขาด
สยงป้าก้าวออกไปด้านหน้า ในเวลาเดียวกันเสี่ยวฮุยฮุยพุ่งตัว เข้าโจมตีด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
สยงป้าเบิกตากว้าง และยังไม่ทันได้ยกมีดขึ้น เสี่ยวฮุยฮุยก็ตะปบ เขาด้วยกรงเล็บแหลม ฉีกกระชากใบหูข้างขวาพร้อมผิวหนังบาง ส่วนบนใบหน้าออกไป
ไม่เพียงแค่นั้น เสี่ยวฮุยฮุยยังกัดข้อเท้าของเขาอย่างแรง เกิด เสียงกระดูกหักดังลั่น
“อ๊าก!”
สยงป้าร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและล้มลงบนพื้น บาดแผลบนใบหน้าของเขาลึกจนเห็นกระดูก ดูน่าสยดสยองมาก
ใบหน้าของเขาแทบจะฉีกขาดหายไปครึ่งหนึ่ง
และเท้าของเขาก็เต็มไปด้วยเลือด
เสี่ยวฮุยฮุยเตะชิ้นเนื้อสกปรกออกไปด้วยความรังเกียจ จ้องมอง พวกเขาต่อไป ดูสิว่าใครจะกล้าขยับอีก?
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น คนอื่น ๆ ก็ตกอยู่ในความกลัว ไม่กล้าลงมือ อีกต่อไป ไม่มีใครกล้าริเริ่มหาเรื่องกับเสี่ยวฮุยฮุยอีกเลย
นายอำเภอพานสาปแช่งสยงป้าว่าเป็นขยะ แล้วรีบวิ่งเข้าไปใน คุกเหล็กที่ว่างเปล่า โดยคิดว่าถึงแม้จะฆ่าหมาป่าไม่ได้ แต่หากอยู่ใน นี้ อย่างน้อยก็จะปลอดภัย
เมื่อเห็นท่าทีของเขา คนอื่น ๆ ก็พากันถอยร่น รีบวิ่งเข้าไปในคุก เหล็ก แย่งกันปิดประตูแน่นหนา กลัวเสี่ยวฮุยฮุยจะตามเข้ามา
สู้ไม่ได้ก็ต้องหนี
เสี่ยวฮุยฮุยมองด้วยสายตาเย็นชา มันเดินวนไปมาอย่างสบายใจ อยู่หน้ากรงเหล็ก เหมือนกับพี่ใหญ่ที่รับผิดชอบดูแลนักโทษ
ผู้ลี้ภัยบางคนอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป “ไอ้สารเลวแซ่พาน ทำไมแกถึงขังพวกฉันไว้ที่นี่?”
“ใช่ เมื่อกี้แกฆ่าคนทำไม เด็กคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด แกมีสิทธิ์
อะไรไปฆ่าเขา?”
“ฉันสงสัยมานานแล้ว ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล พวกเขาบอกว่า จะปฏิบัติต่อพวกเราด้วยความเมตตา แต่ทำไมถึงเอาพวกเราขังไว้ใน กรงเหล็กแบบนี้?”
ชายคนหนึ่งเริ่มพูด คนอื่น ๆ ก็เริ่มพูดตามกันเสียงดังโหวกเหวก โวยวาย
นายอำเภอพานขี้เกียจเกินกว่าจะพูดกับพวกเขา “ไอ้พวกโง่ เอ๊ย”
“แกพูดว่าอะไรนะ? เมื่อตอนกลางวันแกยังไม่เคยพูดกับพวกเรา แบบนี้เลย”
“สรุปว่าแกหลอกพวกเราใช่ไหม?”
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”