ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 360 ผู้ลี้ภัยได้รับรู้ความจริง
“นายอำเภอพาน นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณพูดในตอนบ่าย แล้วคุณฆ่า คนได้ยังไง เด็กน้อยคนนั้นทำอะไรผิด? นึกจะฆ่าก็ฆ่าโดยไม่ลังเล คุณต้องให้คำอธิบายแก่เรา!”
“ใช่ ทำไมถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้?”
ตอนนี้พวกเขาเริ่มตระหนักได้แล้วว่า นี่คือตัวตนที่แท้จริงของ นายอำเภอพาน
แน่นอนว่ายังมีบางส่วนที่ยังคงเชื่อมั่นในตัวนายอำเภอพาน เพราะพวกเขาถูกซื้อด้วยซุปเนื้อแสนโอชะ ต่อให้ต้องนอนในกรง เหล็กก็ช่างปะไร ขอแค่มีเนื้อให้กินทุกวันก็พอ
“นายอำเภอพานก็คงมีเหตุผลของเขา ไม่เช่นนั้นจะทำอะไรได้? พวกแกก็เห็นแล้วนี่ว่า หมาป่าตัวนั้นมันดุร้ายขนาดไหน อีกอย่าง พวกแกลืมไปแล้วเหรอว่าใครเป็นคนให้ซุปเนื้อเรากิน เป็นคนก็ต้อง หัดสำนึกในบุญคุณบ้างสิ”
บุคคลที่พูดประโยคนี้ หวังจะเอาใจนายอำเภอพาน และได้รับ ความโปรดปรานจากเขาเป็นพิเศษ
เหล่าผู้ลี้ภัยถกเถียงกันไม่หยุดหย่อน บางคนตั้งคำถามกับ นายอำเภอพาน บางคนก็พูดปกป้องเขาอย่างหน้ามืดตามัว จนเกิด เสียงดังเอะอะโวยวาย
ทันใดนั้น เสียงคำรามของเสือที่ก้องกังวานและน่าสะพรึงกลัวก็ ดังมาจากด้านนอก ทุกคนรีบปิดปากเงียบในทันที
นายอำเภอพานหยุดชะงัก โพล่งถามออกมาทันใด
“นั่นเสียงอะไร?”
น ้าเสียงของเขาแตกพร่า
เสียงคำรามของเสือหรือ? เขาอาศัยอยู่ที่นี่มานาน ไม่เคยได้ยิน เลยว่ามีเสืออยู่ใกล้ ๆ นี้
หรือจะฟังผิดไป ใช่ เราจะต้องฟังผิดไปแน่ ๆ
“เฮ้ย!” เสียงร้องอุทานดังขึ้น
ชายคนนั้นชี้ไปทางประตู “มันคือเสือ! สะ… เสือตัวใหญ่มาก ด้วย!”
ทุกคนหันไปมองที่ประตูเป็นตาเดียว ก่อนเห็นเสือตัวใหญ่เดิน เข้ามาอย่างช้า ๆ
เสือโคร่งลำตัวใหญ่โต ใต้ชั้นหนังที่หนาแน่นเต็มไปด้วย กล้ามเนื้อที่แข็งแรงปรากฏชัด ซึ่งเต็มไปด้วยพลังอำนาจและความ กดขี่
“โฮก!!…”
เสียงคำรามของเสือดังก้องขึ้นอีกครั้ง สร้างความหวาดกลัว ให้กับทุกคนจนหน้าซีดเผือด พลังอำนาจของเสือช่างยิ่งใหญ่ เหลือเกิน!
เมื่อฟู่กุ้ยเดินผ่านสยงป้าที่อยู่บนพื้น เขาเหยียบลงกลางอกอย่าง แรงจนสยงป้ากระอักเลือดกองโต หน้าอกของเขายุบลงไปเป็นหลุม และเสียชีวิตคาที่ทันที
เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว
“ไม่เป็นไรครับ ทุกคนอย่ากลัว พวกเราอยู่ในกรงเหล็ก ปลอดภัย แน่นอน!” ใครบางคนพูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ
นายอำเภอพานตะลึงงัน อ้าปากค้าง มันเป็นเสือจริงด้วย! งั้นที่
เสียงดังเอะอะข้างนอกเมื่อกี้ ก็เป็นเพราะเสือตัวนี้เหรอ?
เสือมาจากไหน และมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเขาไม่เคยรู้มาก่อน เลย!
ทันใดนั้น นายอำเภอพานก็หันไปทางเสี่ยวฮุยฮุย เขาแสยะยิ้ม ด้วยความตื่นเต้น ต่อให้เป็นหมาป่า ก็คงเอาชนะเสือไม่ได้หรอกใช่ ไหม?
งั้นก็ฆ่ากันสิ ต่อสู้กันเองซะ!
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่ยังมีคนอีกมากมายที่ตั้งตารอคอยอยาก เห็นว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมาป่าปะทะกับเสือ?
ฟู่กุ้ยและเสี่ยวฮุยฮุยสบตากัน ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความ ตื่นเต้นของนายอำเภอพาน ทั้งเสือและหมาป่ากลับเดินตรงมาทาง เขาพร้อมกัน ก่อนยืนนิ่งอยู่หน้ากรงเหล็ก จ้องมองเขาด้วยสายตาที่
น่าพรั่นพรึง
ภาพเหตุการณ์อันน่ากลัวนี้ ทำให้นายอำเภอพานขนลุกซู่
“ไป! ชิ่ว! ไปทางคนเยอะ ๆ โน้น ไปกินพวกมันสิ อย่ามาทางฉัน”
นายอำเภอพานพูดด้วยน ้าเสียงที่สั่นเครือ ขาทั้งสองอ่อนแรงไป หมด “มายืนจ้องหาพระแสงอะไร ไปกินพวกนั้นไป!”
ในเวลานี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็เดินตามเข้ามา
“โห อะไรกันเนี่ย คนเยอะแยะมารวมกันอยู่ที่นี่กันหมดเลย”
ทุกคนหันไปมองที่ประตูอีกครั้ง เห็นว่าเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แถมยังขาพิการเดินไม่สะดวก จึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
“ชู่ว อย่าเสียงดังไปสิ ที่นี่มีทั้งหมาป่าและเสือ คุณอย่าเข้ามานะ รีบหนีไปซะเถอะ” ผู้หญิงคนหนึ่งพูด
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่มีคนจิตใจดีมาพูด เตือนให้เธอรีบหนีไป
แต่หญิงสาวยังคงเดินตรงเข้าไปทางกรงเหล็ก โดยใช้ไม้เท้าค ้า ยัน
“แกนั่นเอง! หมาป่าตัวนี้เป็นของแก!” นายอำเภอพานตะโกน ด้วยความโกรธ
แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนความคิด พูดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “นาง แพศยา แกกลับมาได้ทันเวลาพอดี จะได้เป็นอาหารเสือไปซะ”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้วขวาขึ้นเล็กน้อย “งั้นเหรอ?”
ภายใต้การจ้องมองด้วยความประหลาดใจของนายอำเภอพาน เธอเดินตรงเข้าไปหาฟู่กุ้ยและลูบลำตัวของมันเบา ๆ
“เก่งจังนะ รู้ด้วยว่ามันเป็นหมาป่า แต่ว่านายอำเภอพานผู้สง่า งาม กลับกลัวเสือจนวิ่งหางจุกตูดเลยเหรอเนี่ย?”
ขณะเดียวกัน เสี่ยวฮุยฮุยเดินเข้ามาหาเซียวหมิงเยวี่ยและคลอ เคลียเธอด้วยความเสน่หา
เมื่อเห็นว่าเสือไม่ได้ทำร้ายเซียวหมิงเยวี่ย นายอำเภอพานก็ตะลึง งันราวกับเห็นผี เขารีบถอยหลังไปหลายก้าว
“กะ… แก…”
“เจ้าพวกนี้เป็นของแกเหรอ? หมาป่าเป็นของแก และเสือตัวนี้
ก็…”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธ
สีหน้านายอำเภอพานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หล่อนยังเป็นคนอยู่ หรือเปล่าเนี่ย!
แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ นายอำเภอพานรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ผมดูคนไม่ผิดจริง ๆ คุณเป็นคนมีความสามารถ ก่อนหน้านี้
เป็นเพียงความเข้าใจผิดกัน หากคุณเต็มใจที่จะอยู่ต่อ ผมยินดีมอบ ตำแหน่งรองนายอำเภอให้ทันที สถานะเป็นเพียงรองจากผมเท่านั้น คิดว่าอย่างไร?”
เซียวหมิงเยวี่ยแค่นหัวเราะอย่างดูถูก “เมื่อกี้ยังเรียกว่านาง แพศยาอยู่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อะไร กำลังพยายามเกลี้ยกล่อมฉัน หรือไง? ฉันแนะนำให้แกดูสถานการณ์ให้ชัดเจน ตอนนี้ ชีวิตของแก อยู่ในกำมือฉันแล้ว”
นายอำเภอพานสีหน้าตึงเครียด “คุณผู้หญิง ผมไม่เคยทำให้คุณ ขุ่นเคืองไม่ใช่หรือ? แล้วคุณต้องการสิ่งใด?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเหมือนเพิ่งได้ฟังเรื่องตลกขบขัน
“ไม่เคยทำให้ขุ่นเคือง? แล้วเมื่อกี้ที่ตามล่าพวกเรา ไม่ใช่คนที่แก ส่งไปหรอกเหรอ?”
นายอำเภอพานหัวเราะแห้ง ๆ “อ๋อ เรื่องนั้น เข้าใจผิดครับ มัน เป็นเรื่องเข้าใจผิด กระผมแค่ชอบสุนัขของคุณมาก ใครจะรู้ว่าพวก มันดันโง่เขลา เข้าใจความหมายของผมผิด พวกมันไม่ได้ทำอะไร คุณใช่ไหมครับ? เดี๋ยวผมจะสั่งสอนพวกมันให้เข็ดหลาบ ไม่สิ คุณมี สิทธิ์ลงโทษพวกมันเอง ลงโทษยังไงก็ได้ตามที่คุณต้องการ ตกลง ไหมครับ?”
“ไม่จำเป็น ฉันฆ่าพวกมันหมดแล้ว และตอนนี้ก็ถึงตาของแก” เสียงของเซียวหมิงเยวี่ยแฝงไว้ด้วยความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก
นายอำเภอพานหายใจติดขัด เหงื่อเย็นไหลซึมเปียกหลัง
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงคนนี้โหดเหี้ยมเหลือเกิน! ไม่น่าเชื่อเลยว่า จะต้องมาเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้
ตอนนี้นายอำเภอพานรู้สึกเสียใจจนท้องไส้ปั่นป่วน ปรากฏว่า เธอไม่ได้มีแค่หมาป่า แต่ยังมีเสืออีกด้วย เธอไปหามันมาจากไหนกัน นะ เติบโตมาจากครอบครัวฝึกสัตว์ในสวนสัตว์หรือเปล่า?
ถ้ารู้มาก่อน คงไม่ให้คนไปจับหมาป่าของเธอ และปล่อยเธอไป
ตอนนี้หลังชนกับกำแพงเหล็กแล้ว มันสายเกินกว่าจะเสียใจ
“เธอจะทำอะไร? คิดจะทำอะไรกับนายอำเภอพาน?”
มีคนตะโกนขึ้นเสียงดัง โดยคิดว่าตัวเองเป็นตัวแทนของความ ยุติธรรม
เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาราวกับเห็นคนโง่เขลาที่สุดในโลก เธอ เหลือบมองผู้คนในกรง สวีลี่ล่ะ ทำไมเธอถึงไม่ได้อยู่ที่นี่?
ในขณะที่เสี่ยวฮุยฮุยเข้ามาคนเดียว เธอกับฟู่กุ้ยจัดการสังหาร สมาชิกแก๊งปีศาจจนเกือบสิ้นซาก พวกเขาพบหญิงสาวเปลือยกาย นับสิบคนในห้องหนึ่ง และยังมีผู้ชายอีกหลายคน
แต่สวีลี่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้น
“แกโดนล้างสมองไปแล้วหรือไง ถึงกับบอกไม่ได้ว่าใครดีหรือ ใครเลว? นี่มันคอกหมู และพวกแกก็คือหมูที่มันเลี้ยงไว้ โง่เง่าชะมัด!” เซียวหมิงเยวี่ยกลอกตา
ชายคนนั้นถูกด่าจนหน้าเสีย “เลี้ยงหมูอะไรกัน พวกเราเป็นคน นะ ทำไมถึงเป็นหมูได้ล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเดินเข้าไปช้า ๆ เธอเคาะกรงเหล็กและพูดว่า
“ก็ลองใช้สมองหมูของแกคิดดูสิ เขาบอกว่ามีฟาร์มเลี้ยงหมูใน อำเภอชิงฮว่า แต่ที่นี่ไม่มีหมูแม้แต่ตัวเดียว ไม่มีแม้กระทั่งขนหมู ใน เมื่อไม่มีหมู งั้นลองทายสิว่าหมูคืออะไร?”
สิ้นเสียงกล่าว ผู้คนในกรงขังต่างตกตะลึง คนที่ยังพอเฉลียว ฉลาดเริ่มเข้าใจในที่สุด
“เธอกำลังจะบอกว่า… ซุปเนื้อหมูที่เรากินเมื่อตอนบ่ายคือ…?”
เซียวหมิงเยวี่ยเผยยิ้ม บอกเป็นนัยว่าเขาเดาถูก
พวกเขามองดูหญิงสาวลึกลับตรงหน้าด้วยความตกใจ ที่แท้ก็ เป็นแบบนี้ มันเป็นแบบนี้นี่เอง!
หลายคนเริ่มตระหนักถึงความจริง สีหน้าของพวกเขายากจะ บรรยาย บางคนถึงกับอาเจียนออกมาด้วยความสะอิดสะเอียน
“ไอ้ชั่ว! แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าวะ!”
“ไอ้นายอำเภอเวร แกมันสัตว์ดิรัจฉาน ขอให้ตกนรกขุมที่ 18 ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”
“น่าขยะแขยง แหวะ…”