ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 364 ไม่ต้องเกรงใจ เข้ามาเอารถตู้ได้เลย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 364 ไม่ต้องเกรงใจ เข้ามาเอารถตู้ได้เลย
“แค่มีรถขับ แล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ? ฉันก็อยากจะเห็น หน่อยว่า พวกแกจะกร่างได้สักกี่น ้า!”
ชายวัยกลางคนพูดด้วยน ้าเดือดดาลและดวงตาแดงก ่า ด้วย ความมั่นใจในตัวลูกชายทั้งสามที่อายุน้อยและร่างกายล ่าสัน ท่าทาง ของเขาจึงดูเย่อหยิ่งอย่างมาก
ผู้คนจำนวนมากต่างหยุดยืน และมองมาด้วยความอยากรู้อยาก เห็น บ้างก็ซุบซิบนินทา พูดคุยกันด้วยสำเนียงท้องถิ่น
“แปลกจัง สมัยนี้แล้วยังมีคนขับรถอยู่อีกเหรอ คงจะรวยน่าดูเลย”
“ก็อีแค่มีรถขับ จะอวดเบ่งอะไรนักหนา!”
“แต่ขับรถได้ แสดงว่ารถยังดี และต้องมีน ้ามันด้วยนะ น ้ามันสมัย นี้หายาก มีแค่คนกลุ่มน้อยจำนวนหยิบมือเท่านั้นที่ครอบครอง คน ธรรมดาอย่างเราไม่ได้เห็นน ้ามันมานานแค่ไหนแล้ว? คนที่ขับรถ พวกนี้ได้ คงไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ๆ”
ชายคนนั้นกระแทกเสียงด้วยความดูถูก “ไม่ใช่คนธรรมดาเหรอ? จะไม่ธรรมดาแค่ไหน? ต่อให้ไม่ธรรมดา สุดท้ายก็โดนดักจนหนี ไม่ได้ สมน ้าหน้า! รอดูละครสนุก ๆ ต่อไปดีกว่า”
“ตีเลย ทุบตีพวกมันให้ตาย ยกพวกตีกันเลย! ไอ้พวกคนรวย เห็นแก่ตัวหนีไปไหนไม่ได้หรอก ไอ้พวกเวร แค่มีรถขับ มาทำตัวหยิ่ง อะไรนักหนาวะ?”
คนจำนวนหนึ่งรู้สึกพึงพอใจกับความทุกข์ยากของผู้อื่น ยิ่ง เซียวหมิงเยวี่ยและคณะประสบความทุกข์ยากมากเท่าไหร่ คนเหล่านี้
ก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ผู้ลี้ภัยเดินเท้าบนถนนปกติ จู่ ๆ ก็ มีคนขับรถผ่านมา แน่นอนว่าพวกเขาจะมองคุณเป็นศัตรู นี่คือ ธรรมชาติของมนุษย์
ในปีที่สามของภัยพิบัติ ด้านมืดของธรรมชาติมนุษย์ถูกขยาย ใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด หลายคนมีจิตใจที่บิดเบี้ยวไปมาก
เราต้องทุกข์ทรมานด้วยกัน ทำไมชีวิตแกถึงดีกว่า? ฉันเกลียด แกที่มีชีวิตดีกว่า
เพราะงั้นฉันจะฆ่าแกให้ตาย
เมิ่งคังคว้ามีดของเขาออกมาแล้วชี้ไปทางอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล พูดน ้าเสียงดุดัน
“พวกแกคิดจะทำอะไร!”
ชายวัยกลางคนหัวเราะเยาะ เขาชักมีดออกมาเช่นกัน เห็นดังนั้น ลูกชายทั้งสามก็หยิบอาวุธป้องกันตัวของพวกเขาออกมา
“จะทำอะไร? พวกแกขับรถมาซึ่งหน้า ๆ ยังจะมาถามพวกเรา ทำไมอีก?”
กลุ่มคนที่กำลังรับชมด้วยความตื่นเต้น รีบตะโกนส่งเสียงเชียร์ อย่างดุเดือด
“ใช่แล้ว! ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก จะได้เลิกพูดโม้โอ้อวดสักที พวก เราสนับสนุนคุณ!”
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็ยืดหลังตรงขึ้นทันที ราวกับว่าเขา คือตัวแทนแห่งความยุติธรรม
ในตอนนั้น เสี่ยวฮุยฮุยกระโดดลงจากรถ จ้องมองคนกลุ่มนั้น ด้วยสายตาที่ดุร้าย
คนทั้งสี่คนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
“เวรเอ๊ย ไอ้หมาเชี่ย อย่าคิดว่าเพราะพวกแกมีหมาบ้าตัวเดียว แล้วพวกเราจะทำอะไรไม่ได้!” ชายวัยกลางคนพูดเตือน
เมิ่งหยวนหยวนแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “เดี๋ยวนะ พวกแกยัง สติดีอยู่หรือเปล่า? พวกเราขับรถของตัวเอง ไม่ได้ไปขับรถของพวก แกสักหน่อย การที่เรามีรถขับไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแกเลย แล้วมาวิ่ง ตะโกนโหวกเหวกโวยวายหาพระแสงอะไร? น่ารำคาญจริง!”
ชายวัยกลางคนยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ผู้คนที่มามุงดูคล้ายกับ ถูกเหยียบหาง จึงเริ่มตะโกนด่าทอทันที
“พวกแกพูดไร้สาระอะไร เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเราเต็ม ๆ! พวก เราลำบากตรากตรำกันแทบตาย แล้วพวกแกมีสิทธิ์อะไรมาขับรถ? จงใจกลั่นแกล้งพวกเราเหรอ? แกจงใจมาอวดเบ่งใส่หน้าพวกเรา คิด ว่าตัวเองดีกว่าเรานักหรือไง?”
“จริงด้วย จริงด้วย เป็นใครมาจากไหนถึงได้ดูถูกคนอื่น ก็อีแค่มี รถขับ ทำกร่างไปได้ ตราบใดที่เรายังอยู่ที่นี่ พวกแกก็อย่าหวังจะหนี ไปไหนได้!”
“ยังอยากขับอีกไหม? ไอ้เวร! แน่จริงก็ขับไปสิวะไอ้สวะ”
“ทุบรถมันเลย!”
ฝูงชนเริ่มโกรธแค้น พวกเขาตะโกนด่าทอด้วยความโมโห
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียด เซียวหมิงเยวี่ยคว้าแขนของ เมิ่งหยวนหยวนที่กำลังพับแขนเสื้อขึ้นเพื่อจะโต้เถียงต่อ
“ไม่ต้องเสียเวลาพูดกับพวกมันหรอก พูดไปก็เปลืองแรงเปล่า”
ตอนนี้เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนอพยพ รัฐบาลถึงสั่ง ให้ผู้ที่มีรถยนต์ออกเดินทางก่อน ไม่ใช่เพราะต้องการให้พวกเขา ได้รับการอำนวยความสะดวก แต่เป็นการคำนึงถึงความปลอดภัย ของพวกเขาเอง
ความอยุติธรรมเป็นบาปที่น่ากลัว มันปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความ อิจฉาริษยา และสามารถทำให้คนบ้าคลั่งได้
ใช่แล้ว ทำไมล่ะ?
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้าให้เมิ่งหยวนหยวน มันไม่ได้หมายความ ว่าพวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้ แน่นอนว่าพวกเขามีความสามารถนั้น
เพียงแต่ไม่มีความจำเป็น
ท้ายที่สุดก็ขับรถตู้ต่อไปไม่ได้แล้ว ทำไมต้องสร้างความโกรธ แค้นให้กับทุกคนล่ะ?
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปที่ชายวัยกลางคน พูดเสียงดังด้วยความจง ใจ
“อะไรนะ แกอยากได้รถตู้ของฉันเหรอ? งั้นเข้ามาเอามันได้เลย เอาไปสิ ฉันเบื่อจะขับรถแล้ว อยากลงไปเดินเล่นสักหน่อย”
ชายวัยกลางคนเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้แล้ว โดยคิดว่าเขามีลูก ชายหลายคน แล้วจะต้องกลัวอะไร?
แต่พอเขาได้ยินเซียวหมิงเยวี่ยพูดแบบนั้น เขาก็ตกตะลึงไปชั่ว ครู่ ร่างกายแข็งข้างอยู่กับที่ แม้แต่คำพูดที่เตรียมไว้ก็ลืมไปหมด
ลูกชายทั้งสามของเขามองหน้ากัน สับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก
จะมอบรถให้พวกเขาเหรอ? มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่สุด!
ชายวัยกลางคนกลั้นความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “พูดจริงเหรอ? อย่า มาหลอกกันนะ”
ในเวลานี้ สมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ และลูกสะใภ้ต่างก็วิ่งเข้ามา สายตากลิ้งกลอกไปมาอย่างรวดเร็ว
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างเย็นชา “พวกคุณมีกันหลายคน ฉันจะไป หลอกคุณได้อย่างไร อีกอย่าง รถตู้คันนี้ก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ ส่วนนี่คือ กุญแจรถ เอาไปขับเลยสิ”
เธอเปลี่ยนน ้าเสียง “แต่ว่า ของของพวกเรา ต้องให้พวกเราเอา ไป ตกลงไหม? เราให้รถตู้คันนี้กับพวกคุณแล้ว รถสามล้อกับ จักรยาน พวกคุณก็คงไม่อยากได้หรอก”
ดวงตาของชายวัยกลางคนเป็นประกาย เขาคว้ากุญแจรถจาก มือเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความดีใจ โบกมือไปมาแล้วพูดว่า
“เอาไปเลย เอาไปเลย!”
ในเมื่อมีรถตู้แล้ว ใครจะอยากได้รถสามล้อกับรถจักรยานอีก เกะกะ!
“พ่อ น ้ามันล่ะ ถ้าไม่มีน ้ามัน รถก็วิ่งไม่ได้นะ” ลูกชายของเขาพูด เตือนขึ้น
ชายวัยกลางคนกลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง เขากระแอมและ ถามว่า
“น ้ามันมีพอไหม? ถ้าไม่มีน ้ามัน รถคันนี้ก็เป็นแค่ก้อนเหล็ก ฉัน ไม่เอาหรอก”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างเป็นมิตร “มีแน่นอน”
เธอเดินไปเปิดฝาถังน ้ามัน และเปิดท้ายรถ
“ยังมีน ้ามันอยู่ในนั้นมากกว่าครึ่งถัง และยังมีถังน ้ามันเต็มถังอีก ใบอยู่ท้ายรถ”
ชายวัยกลางคนยิ้มอย่างมีความสุข “ดี ๆ ๆ มีอยู่เหลือเฟือเลย! พวกคุณรีบขนรถสามล้อกับจักรยานลงมาสิ ใครจะไปอยากได้ของ พวกนั้น? รีบหน่อยนะ อย่ามัวเสียเวลาพวกเรา!”
เซียวหมิงเยวี่ยเลิกคิ้ว และส่งสัญญาณให้เมิ่งคังเร่งการกระทำ ของเขา
ใบหน้าของเมิ่งหยวนหยวนดำสนิท เธอจิกตาใส่ชายวัยกลางคน อย่างแรง และเข้าไปช่วยเมิ่งคังขนย้ายข้าวของต่าง ๆ
เมื่อญาติของชายวัยกลางคนเห็นว่ามีทั้งรถและน ้ามัน พวกเขาก็ ไม่พูดอะไรอีก ต่างคนต่างหายใจแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และความโลภ
ในใจนึกสงสัยว่าครอบครัวของพวกเขาต้องโชคดีขนาดไหน ถึง มีรถขับในยุคสมัยนี้?
แม้ว่าจะเป็นแค่รถตู้ แต่ในยุคของภัยพิบัติ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมี โอกาสได้นั่งรถยนต์สบาย ๆ
“ตาเฒ่ายังมีความสามารถอยู่มาก ช่างโชคดีเหลือเกิน ช่างโชค ดีจริง ๆ!”
ภรรยาของชายวัยกลางคนตื่นเต้นจนหน้าแดงก ่า แทบจะเต้นรำ ด้วยความดีใจ
ผู้คนที่มุงดูต่างพากันอ้าปากค้าง เพียงแค่นี้ก็ยกรถตู้ทั้งคันให้ พวกเขาแล้วเหรอ?
ง่ายดายขนาดนั้นเลย?
ก่อนหน้านี้พวกเขารู้สึกเพียงแค่ตาร้อนอิจฉา แต่ตอนนี้พวกเขา รู้สึกหงุดหงิด เสียใจ และโกรธแค้น
ความโกรธของผู้คนเพิ่มเป็นทวีคูณ
รู้แบบนี้พวกเขาจะเป็นฝ่ายบุกไปหาเรื่องเอง! ใครจะอยากโง่มา มุงดูอยู่ตรงนี้?
ถ้าคนที่บุกเข้าไปเมื่อกี้เป็นพวกเขา ตอนนี้คนที่ได้ขับรถตู้ ออกไปก็คงเป็นพวกเขาเอง!
ครอบครัวของชายวัยกลางคนต่างดื่มด ่ากับความดีใจที่มีรถยนต์ ใช้ โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขาได้กลายเป็นศัตรูร่วมของทุกคน เป็น เป้าหมายของความอิจฉาริษยา
ส่วนเซียวหมิงเยวี่ยและคณะ ได้หลบหนีออกไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อมองดูครอบครัวนั้นที่กำลังดีใจ เซียวหมิงเยวี่ยเผยยิ้มอย่างมี เล่ห์เหลี่ยม
พวกเขาสมควรได้รับสิ่งนี้
ครอบครัวเมิ่งขนของลงจากรถทั้งหมดแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยฉวย โอกาสตอนที่ไม่มีใครสนใจ เก็บน ้ามันในถังท้ายรถเข้าไปในมิติ
รวมถึงน ้ามันในถังเชื้อเพลิงของรถด้วย เธอเก็บไปทั้งหมด ไม่ เหลือไว้ให้สักหยดเดียว