ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 365 ราษฎรเดิมไม่มีความผิด แต่เพราะมีหยกกับตัวจึงมี ความผิด
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 365 ราษฎรเดิมไม่มีความผิด แต่เพราะมีหยกกับตัวจึงมี ความผิด
เซียวหมิงเยวี่ยก้าวขึ้นนั่งบนรถสามล้อ โบกมือลาพวกเขาด้วย ท่าทางที่เป็นมิตร
“พวกเราไปก่อนนะ พวกคุณขับรถไปคงจะถึงเร็ว ๆ นี้ ขอให้ เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ”
ท่าทางที่เป็นมิตรของเซียวหมิงเยวี่ย ยิ่งทำให้ฝูงชนที่มุงดูโกรธ มากขึ้น
ง่าย ๆ แค่นี้เองเหรอ?
มันเป็นความรู้สึกหงุดหงิดสำหรับสิ่งของที่ควรจะได้มาอย่าง ง่ายดาย แต่กลับถูกคนอื่นคว้าไปก่อน แล้วใครบ้างจะไม่โกรธ?
เมิ่งหยวนหยวนอัดแน่นไปด้วยความโมโหจนจะกลายเป็นเนื้อ งอกที่เต้านม เธอปั่นรถสามล้อมุ่งตรงไปข้างหน้ายังถนนสายหลัก พลางถามว่า
“เสี่ยวเซียว ทำไมเราถึงต้องให้รถตู้กับพวกมันด้วยล่ะ? แม้ว่าเรา จะต้องทิ้งมันไว้ ก็ไม่ควรให้พวกมันฟรี ๆ สิ เธอดูสิ ไอ้แก่คนนั้นมัน กร่างขนาดไหน ฉันอยากจะเอาไม้ฟาดหัวมันให้ตายจริง ๆ!”
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปยังกลุ่มคนดูที่พร้อมจะเคลื่อนไหว
“เธอดูสิ คนพวกนั้นไม่ยอมให้พวกมันเอารถไปแน่ ๆ รอดูความ วุ่นวายกันเถอะ รถตู้มีคันเดียว แต่มีคนอยากขับมันจนนับไม่ถ้วน วันนี้รถตู้คงถูกทุบจนพัง ไม่มีใครเอาไปได้หรอก ยกเว้นจะต่อยตีกัน จนเลือดโชกเพื่อข่มขู่คนอื่น ๆ รอดูกันเถอะ ครอบครัวนั้นจะได้เจอ เรื่องเดือดร้อนแน่ ๆ”
เสน่ห์ดึงดูดอันมหาศาลของรถตู้ กระตุ้นให้ผู้คนกล้าลองเสี่ยง
หากมีสมบัติอยู่ในมือ แต่ไม่มีความสามารถในการรักษามันไว้ สมบัติเหล่านั้นก็ไม่ใช่สมบัติ แต่เป็นระเบิดเวลาที่จะทำลายพวกเขา จนสิ้นซากในที่สุด
รถสามล้อกับจักรยานของเซียวหมิงเยวี่ยและคณะ ถึงแม้จะเป็น ของหายาก และมีผู้ลี้ภัยบางส่วนที่เท่านั้นที่ได้ใช้มัน แต่เมื่อเทียบกับ รถตู้แล้ว มันไม่ต่างจากของเด็กเล่น คุณค่าของมันเทียบกันไม่ได้เลย
เมิ่งหยวนหยวนเข้าใจในที่สุด “ที่แท้มันก็เป็นแผนการของเธอ นี่เอง! แต่ก็น่าเสียดายน ้ามันพวกนั้นนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยหลับตาพักผ่อน ไม่จำเป็นหรอก น ้ามันเป็นของดี เธอไม่มีทางปล่อยให้เสียเปล่าแน่นอน
คุณป้าโม่ยิ้มอย่างเอ็นดู “เด็กคนนี้ ฉลาดมากจริง ๆ หยวนหยวน ลูกควรเรียนรู้จากเสี่ยวเซียวบ้างนะ”
เมิ่งหยวนหยวนยิ้มอย่างขี้เล่น “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ดูนั่นเร็ว! พวก เขาเริ่มทะเลาะกันแล้ว อย่าเพิ่งรีบไปกันเลย ให้หนูดูเรื่องสนุก ๆ ก่อน!”
เธอจอดรถข้างถนน ดึงเบรกอย่างแรง ก่อนหันไปมองด้วยคอที่
ยืดยาวเพื่อดูละคร
ครอบครัวใหญ่ต่างพากันขึ้นรถตู้กันอย่างคึกคัก รถตู้คันนั้นเต็ม ไปด้วยผู้คน
ทว่าพวกเขาเพิ่งจะหย่อนก้นนั่งลง และยังไม่ทันได้ขับรถไปไหน เหล่าผู้ลี้ภัยที่ยืนดูอยู่ก็อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป
“เฮ้ย พวกแกคิดจะขึ้นรถไปไหนไม่ทราบ?” เสียงหนึ่งพูดจาแขวะ
มีคนตะโกนว่า “ลงมา ลงมาเลย! ถ้าพวกเราไม่พูดให้ พวกแกจะ มีรถขับกันเหรอวะ? ตอนนี้แย่งรถของคนอื่นมาได้ พวกแกคิดจะ สะบัดตูดหนีไปเฉย ๆ เหรอ? เรื่องดี ๆ แบบนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก ลงมา เดี๋ยวนี้!”
“จริงด้วย พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาขับรถ? เมื่อกี้พวกเราก็พูดแล้ว ว่า ถ้าจะขับก็ต้องขับกันเป็นกลุ่ม พวกแกต้องพาเราไปด้วย!”
“ใช่ พวกเราก็จะนั่งรถด้วย ไม่อย่างนั้นวันนี้จะไม่มีใครออกไป!”
กลุ่มคนเข้ามาล้อมรอบรถตู้พร้อมตะโกนโหวกเหวกโวยวาย เรียกร้องสิทธิ์นั่งในรถ บางคนตบฝากระโปรงรถดังสนั่น
ชายวัยกลางคนโกรธจนกัดฟันแน่น “ออกไป พวกแกออกไปให้ พ้น! ฉันแย่งรถคันนี้มาด้วยฝีมือตัวเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกแก ไม่ทราบ? ทีเมื่อกี้พวกแกไม่เห็นจะเข้ามา ฉันเป็นคนแย่งรถคันนี้มา ได้ มันก็ต้องเป็นรถของฉัน! รถเต็มแล้วโว้ย ไม่มีที่ให้พวกแกนั่ง หรอก!”
ภรรยาของเขาจะโกนด่าสุดเสียง “ไอ้พวกเวรตะไล ออกไปให้ พ้น! นี่ไม่ใช่รถของพวกแกโว้ย แล้วมาเสนอหน้ากันทำไม? อิจฉาที่
พวกเรามีรถใช่ไหมล่ะ ต่อให้อิจฉาจนกระอักเลือดตาย พวกแกก็ไม่มี วันได้นั่งรถของเราหรอก!”
“ถ้ายังไม่หลบไปอีก ฉันจะทุบตีพวกแกให้เข็ดหลาบ!”
ลูกชายของเขาก็โกรธมากเช่นกัน พากันตะโกนด่าเสียงดัง คอ ตั้งตรง พร้อมจะต่อยคนเหล่านั้นได้ทุกเมื่อ
“บ้าฉิบ พวกแกขึ้นรถไปแล้ว ยังมีหน้ามาด่าเราอีกเหรอ? จะต่อย กันใช่ไหม? มาเลย มา มาต่อยกับฉันตรงนี้ ใครไม่ต่อยไม่ใช่ ลูกผู้ชาย! ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหม?”
“ก็ต่อยเลยสิ กลัวที่ไหน?”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้คนที่ยืนดูอยู่ก็โกรธเคืองมากกว่าเดิม และกรู กันเข้าใส่ทันที
จากนั้นบรรดาผู้ลี้ภัยทุกคนกรูกันเข้ามาทุบรถ ดึงประตูรถอย่าง แรง เขย่ารถจนสั่นสะเทือนไปหมด
ครอบครัวนั้นมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง พวก เขาไม่คาดคิดว่าสิ่งต่าง ๆ จะเลวร้ายขนาดนี้ และความกลัวเริ่มคืบ คลานเข้ามาในใจ
พวกเขาที่เพิ่งยืนอยู่ฝ่ายเดียวกัน ก่อนหน้านี้ยังร่วมมือกันอยู่ แต่ ไม่นานกลับหันหน้ามาต่อสู้กัน ตอนนี้ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของรถตู้ถือ เป็นศัตรูกับทุกคน
“พ่อ จะทำยังไงดี?” ลูกชายของเขาถามด้วยความร้อนรน
ลูกสะใภ้ทั้งหลายก็ไม่กล้าส่งเสียง
หญิงชราที่เพิ่งจ้องตาขวางและด่าทอ ตอนนี้กลับหดคอไม่กล้า พูดอะไร ดูเหมือนว่าจะถูกบรรยากาศที่เกิดขึ้นทำให้ตกใจกลัว
ชายวัยกลางคนพูดอย่างเดือดดาล “ไอ้พวกเวรเอ๊ย รถของฉัน ใครก็ห้ามมาแย่ง ไปให้พ้น!”
เขาเหยียบคันเร่งอย่างแรง ทำให้รถพุ่งตรงออกไป
คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าถูกชนล้มลงกับพื้นในทันที
“ไปให้พ้น!”
ชายวัยกลางคนตาแดงก ่า เหยียบคันเร่งจนมิด ขณะที่รถยังคงวิ่ง ตรงไปยังร่างของใครคนหนึ่ง
ร่างนั้นถูกชนจนล้มกับพื้น หน้าอกถูกลูกล้อทับอย่างแรง ทำให้ เขากระอักเลือดออกมากองโต ไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
“กรี๊ด! มีคนตาย!”
“หยุดรถตู้คันนั้นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!”
ในเวลานี้ พฤติกรรมของชายวัยกลางคนได้สร้างความโกรธ แค้นให้กับสาธารณชนอย่างแท้จริง
เหล่าผู้ลี้ภัยถูกความโกรธแค้นเข้าปกคลุมจิตใจ ต่างพากันวิ่งไล่ ตาม พร้อมกับตะโกนว่าจะแก้แค้นให้ได้
ชายวัยกลางคนขับรถตู้พุ่งเข้าถนนสายหลัก ขณะเดียวกันก็ ตะโกนด่าทอผู้ลี้ภัยบนถนนสายหลักไปด้วย
“หลีกไป! หลีกไป! ตาบอดหรือไงวะ มองไม่เห็นรถเหรอ? หลีก ไปให้พ้น!”
กลุ่มผู้ลี้ภัยกลัวว่าจะถูกชน จึงรีบหลบไปสองข้างทาง
ชายวัยกลางคนมองผ่านกระจกมองหลัง เห็นผู้ลี้ภัยที่ยังไล่ตาม เขาอยู่ เขาถ่มน ้าลายแล้วพูดว่า
“ถุย อยากนั่งรถเหรอ ไปตายซะไอ้พวกเวร คิดว่าตัวเองเป็นใคร กัน?”
ลูกชายพูดด้วยความตื่นเต้น “พ่อ เจ๋งเป้งไปเลย!”
เซียวหมิงเยวี่ยและคณะเฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ ขณะที่เขาขับรถบน ถนนอย่างบ้าคลั่ง และเกือบชนผู้ลี้ภัยหลายคน
“เธอพูดถูกอีกแล้วเสี่ยวเซียว มีคนเลือดตกยางออกจริงด้วย โหดร้ายมาก เขากล้าเหยียบคนตายตรง ๆ เลย ผู้คนทุกวันนี้จิตใจ โหดเหี้ยมเหลือเกิน!” เมิ่งหยวนหยวนถอนหายใจ
เมิ่งคังขมวดคิ้วแน่น จนแทบจะบีบแมลงวันให้ตายได้
“จะปล่อยให้พวกมันเอารถไปเฉย ๆ เลยเหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย “แบบนั้นมันง่ายเกินไป ทุกคนดู โน่นสิ”
ได้ยินดังนั้น พี่น้องตระกูลเมิ่งก็หันไปทางรถตู้อีกครั้ง ก่อนเห็นว่า รถตู้ค่อย ๆ หยุดลง
“ทำไมพวกมันถึงจอดรถล่ะ?” เมิ่งหยวนหยวนพึมพำ
ภายในรถ
ชายวัยกลางคนเหยียบคันเร่งอย่างบ้าคลั่ง “เกิดอะไรขึ้น? ไป สิวะ! รีบพุ่งไปข้างหน้าได้แล้ว!”
ภรรยาของเขามองกระจกหลังด้วยความหวาดกลัว “เกิดอะไร ขึ้น? รีบขับไปเร็ว ๆ เข้าสิ พวกมันกำลังจะตามเราทันแล้ว”
ชายวัยกลางคนตะโกนด่า “ฉันก็อยากไปเหมือนกันนั่นแหละ! แต่ไอ้รถคร ่าคร่ามันไม่ยอมขยับ! ไปสิ! ขยับสิวะ!”
เขาตบพวงมาลัยด้วยความโมโห
“หรือเป็นเพราะโดนพวกมันทุบเมื่อกี้?” ภรรยาของเขาพูดเบา ๆ
ชายวัยกลางคนมองไปที่หน้าปัดรถด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สี หน้าจะเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว
“น ้ามันหมด? ทำไมถึงน ้ามันหมดได้ล่ะ เมื่อกี้มันยังมีตั้งครึ่งถัง!”
คนที่อยู่ในรถไม่กล้าพูดอะไร เพราะกลัวจะโดนด่า
บนถนน เหล่าผู้ลี้ภัยที่โกรธแค้นเห็นรถตู้จอดลง จึงตะโกนขึ้นว่า
“รถตู้จอดแล้ว! ตามไป!”
“ตามไปเร็ว! มันฆ่าน้องรองของฉัน ฉันต้องเอาชีวิตมันมาชดใช้ ให้ได้!”
“อย่าหนีนะโว้ย!”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนและเสียงไล่ล่าจากด้านหลัง ชายวัย กลางคนก็กลัวจนหน้าซีด เหงื่อเย็นไหลอาบหน้า
เขารีบตรวจสอบว่าประตูและหน้าต่างรถล็อกแน่นหรือไม่
ดวงตาที่เคยฉายแววดุร้ายเมื่อครู่ กลับเริ่มมีความหวาดกลัวเข้า มาแทนที่