ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 372 ปรากฏว่าไป่หลี่โม่เฉินคือหัวหน้าผู้ก่อการร้าย!
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 372 ปรากฏว่าไป่หลี่โม่เฉินคือหัวหน้าผู้ก่อการร้าย!
เซียวหมิงเยวี่ยกลับมาหาครอบครัวเมิ่ง และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ให้พวกเขาฟัง
“อะไรนะ? ข้างหน้ามีการซ่อมถนนเหรอ?”
“เมืองจูหลิงถูกทิ้งร้างแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีการซ่อมถนนล่ะ? มีเจ้าหน้าที่รัฐมาดูแลหรือเปล่า? แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นนะ”
“พวกเขาเป็นใคร? ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยแปลก ๆ…”
สมาชิกตระกูลเมิ่งต่างก็นึกสงสัย พวกเขานึกถึงเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นที่อำเภอชิงฮว่าเมื่อไม่นานมานี้ รู้สึกเหมือนกับเหตุการณ์นี้จะ คล้ายคลึงกัน
ชายฉกรรจ์หลายคนปิดถนน และห้ามไม่ให้ผ่านทางอีกแล้ว
พวกเขารู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
“หรือว่า เราจะลองหาทางอื่นดีไหม? คราวที่แล้วเราโชคดี แต่ถ้า ครั้งนี้โชคร้าย เราจะทำยังไง?” ป้าโม่พูดด้วยความกังวล
“จริงด้วย ถ้าคนในเมืองจูหลิงไม่รังเกียจเนื้อของคนสูงอายุ พวก มันคงจับเราไปทุกคน แล้วครั้งนี้พวกเราคงไม่มีทางหนีรอด” เมิ่ง หยวนหยวนโพล่งขึ้น
เมิ่งคังใช้นิ้วดีดหัวเธอเบา ๆ “พูดอะไรเนี่ย พูดจาให้มันมงคล หน่อยได้ไหม?”
เมิ่งหยวนหยวนลูบหัวตัวเอง “ปัดโธ่ พูดไปก็กลัวเหมือนกันนะ ไม่อยากเจอแบบนั้นอีกแล้ว เราไปอีกทางดีไหม?”
เมิ่งคังพูดด้วยความกังวล “แต่ว่า นี่มันคือเส้นทางหลักไปยังเมือง ฮุ่ยเหวินซาน และเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุด ถ้าเราไปทางอื่น เราจะต้อง ใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือน”
ป้าโม่ตบต้นขาตัวเองเสียงดัง “แต่ยังไงก็ดีกว่าตายนะลูก!”
เมิ่งหยวนหยวนหันมองทางเซียวหมิงเยวี่ย “เสี่ยวเซียว เธอคิดว่า ไง ขอฉันฟังความเห็นเธอหน่อย”
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงคิดไม่ตก เธอพยายามนึกย้อนไปถึง เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ทำไมพี่เหมิ่งและแก๊งของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมถึงต้องซ่อม ถนนด้วย
พวกเขาซ่อมถนนจริงหรือ?
จุดประสงค์ของพวกเขาคืออะไร?
“เสี่ยวเซียว เสี่ยวเซียว เธอกำลังคิดอะไรอยู่?” เมิ่งหยวนหยวน เขย่าตัวเซียวหมิงเยวี่ย
เซียวหมิงเยวี่ยกลับมาได้สติอีกครั้ง “โอ้ ไม่มีอะไร การเดินอ้อม เป็นไปไม่ได้หรอก และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผู้ลี้ภัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้า ต้องเดินสวนกระแสผู้คน คงลำบากมากแน่”
เมิ่งหยวนหยวนลังเลใจ “เธอหมายความว่า พวกเราควรอยู่ที่นี่ หรือให้ผ่านเมืองจูหลิงไป?”
“แต่ว่า ถ้าพวกเขาเป็นคนเลวล่ะ?” เมิ่งหยวนหยวนถามด้วย ความกังวล
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ พวกมันเป็นคน เลวจริง ๆ นั่นแหละ
แต่เธอไม่รู้ว่าพวกมันต้องการทำอะไร
ก่อนที่เซียวหมิงเยวี่ยจะทันได้พูดอะไร ผู้คนรอบข้างก็พูดคุยกัน เสียงดังเซ็งแซ่
ท่ามกลางกลุ่มผู้ลี้ภัยที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและผอมแห้งจน เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ชายหนุ่มหน้าใสผิวขาวปรากฏตัวขึ้นอย่าง กะทันหัน ซึ่งสะดุดตาทุกคน
ริมฝีปากของเขาแดงระเรื่อ ฟันขาวสะอาด เขาเดินย้อนทิศทาง ผู้คนราวกับกำลังตามหาใครบางคนอยู่
พี่เหมิ่งและลูกน้องอีกสองสามคนเดินตามชายหนุ่มไปอย่าง ใกล้ชิด ด้วยรูปลักษณ์อันโหดเหี้ยมของชายฉกรรจ์เหล่านี้ ทำให้ ผู้คนรอบข้างต่างพากันหลีกทาง
“ลูกพี่ ผมอาจจะมองผิดไปก็ได้”
ขณะที่ไป่หลี่โม่เฉินกำลังจะหันไปดุลูกน้อง หางตาของเขาก็ เหลือบเห็นร่างของบุคคลหนึ่ง เขาจึงรีบเดินตรงไปหา
“เซียวหมิงเยวี่ย เป็นเธอจริง ๆ หรือเนี่ย?”
ไป่หลี่โม่เฉินยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาของเขาวาววับ
“พี่สาว มาทำอะไรอยู่ที่นี่?”
เซียวหมิงเยวี่ยประหลาดใจไม่แพ้กัน อุทานออกมาว่า
“ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?”
พี่สาว?
สมาชิกตระกูลเมิ่งสบตากับไปมา พวกเขาเคยได้ยินเซียวหมิง เยวี่ยพูดว่าเธอไม่มีพี่น้อง แล้วทำไมถึงมีน้องชายโผล่ขึ้นมาตอนนี้ แถมยัง…. หน้าตาดีเสียด้วย
ทันใดนั้น พี่เหมิ่งก็เดินเข้ามา ชี้ไปทางเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความ ประหลาดใจ
“เฮ้ย ฉันไม่ได้มองผิดไปจริง ๆ เป็นนางผู้หญิงตัวดีคนนั้นจริง ด้วย! ลูกพี่ ผมบอกแล้วไงว่าเป็นเธอจริง ๆ”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยก็เบิกกว้างด้วยความ ประหลาดใจ ลูกพี่?
ไป่หลี่โม่เฉินเป็นหัวหน้าของพี่เหมิ่งเหรอ?
ถ้างั้น ไป่หลี่โม่เฉินก็คือหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายใช่ไหม?
เซียวหมิงเยวี่ยคาดเดาไว้แล้วว่าตัวตนของไป่หลี่โม่เฉินไม่ใช่คน ธรรมดา เพราะตอนที่เขาปรากฏตัวขึ้นในรังรื่นรมย์สุขฤดี ทุกคน รวมถึงผู้เฒ่ากุ่ยต่างก็เปลี่ยนท่าทีมาให้ความเคารพเธอเป็นพิเศษ
แต่เธอไม่คาดคิดว่า แม้แต่พี่เหมิ่งก็ยังเป็นลูกน้องของเขา
เข้าใจแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างได้เชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และไป่หลี่โม่ เฉินก็คือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง!
เป็นเขานี่เอง ผู้ที่เริ่มการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ในชีวิตก่อน เขาคือคนที่สังหารผู้คนในเมืองเผิงจิง!
เซียวหมิงเยวี่ยจะไม่มีวันลืมภูเขาซากศพและทะเลเลือดในชุมชน หวาฮั่นในชีวิตชาติภพก่อน
แม้เธอจะกลับมาเกิดใหม่ และแจ้งเตือนรัฐบาลล่วงหน้า แต่ยังมี ผู้คนเสียชีวิตมากมายด้วยน ้ามือของพวกเขา
เขาเป็นคนทำทั้งหมดจริง ๆ หรือ?
เซียวหมิงเยวี่ยจ้องมองเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ชายหนุ่ม หน้าตาดีท่าทางไม่มีพิษไม่มีภัยตรงหน้าคนนี้ กลับกลายเป็นผู้ ก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจและฝันร้ายซ ้า ๆ ของเธอ
โชคดีที่พี่เหมิ่งยังไม่รู้ว่า เธอนั้นรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว
บนภูเขาด้านหลัง เธอได้เห็นพี่เหมิ่งอยู่ที่นั่น แต่เขาไม่เห็นเธอ
ชายหนุ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของเซียวหมิงเยวี่ย จึงเอ่ยถามเบา ๆ
“พี่สาว เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ปะ เปล่าหรอก” เซียวหมิงเยวี่ยตอบอย่างใจเย็น
แม้ในใจเธอจะรู้สึกหวาดหวั่นราวกับคลื่นลมพัดโหม แต่เธอก็ พยายามเก็บสีหน้าให้เรียบเฉย
หากเขารู้ว่าเธอเป็นคนบอกความลับให้กับผู้กำกับเหยียน เขาจะ แค้นเคืองจนฆ่าเธอทิ้งหรือเปล่า?
ผู้บังคับการซ่งเคยบอกเธอว่า ผู้ก่อการร้ายมีความสัมพันธ์กับ กองกำลังต่างประเทศ และอาจเป็นคนของกองกำลังต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและทรงพลังขนาด นี้ได้ยังไง
ไป่หลี่โม่เฉินก้มตามองเด็กทารกในอ้อมแขนของเซียวหมิงเยวี่ย แววตาของเขาหมองหม่นลงขณะถามว่า
“นี่คือลูกของพี่สาวหรือครับ? ผ่านมาหนึ่งปีกว่า พี่สาวมีลูกกับ ใครหรือครับ?”
เขาหันไปมองเมิ่งหยวนหยวน แล้วมองเมิ่งคังอีกครั้ง
เมิ่งหยวนหยวนและเมิ่งคังต่างก็ตกใจกับสายตาของเขา พวกเขา ไม่เคยเห็นสายตาที่น่ากลัวขนาดนี้ มันทั้งเย็นชา และแฝงไปด้วย ความพยาบาท
เมิ่งหยวนหยวนเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วตอบว่า
“พวกเราเก็บเด็กคนนี้มาได้ระหว่างทาง”
ไป่หลี่โม่เฉินอุทานว่าโอ้ เขาหันไปมองเซียวหมิงเยวี่ยแล้วพูด ด้วยรอยยิ้ม
“พี่สาวทั้งสวยและใจดีจริง ๆ”
เกิดอารมณ์หลากหลายในใจเซียวหมิงเยวี่ย เธอเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไร
“หมาป่าตัวนี้ คงจะเป็นลูกหมาป่าที่ผมเคยให้ไปสินะ?” เขาเห็น เสี่ยวฮุยฮุยอยู่ใกล้ ๆ
เซียวหมิงเยวี่ยใจลอยเล็กน้อย “ใช่ เป็นตัวที่นายให้มา”
ไป่หลี่โม่เฉินพูดต่อ “โตขึ้นมากขนาดนี้แล้ว คุณเลี้ยงดูมันได้ดี จริง ๆ ตัวมันใหญ่กว่าพ่อแม่ของมันเสียอีก”
เสี่ยวฮุยฮุยมองดูไป่หลี่โม่เฉินด้วยความสงสัย อะไรนะ? ฉันเป็น ของขวัญจากคุณเหรอ?
ฉันยังมีพ่อแม่ด้วยเหรอ?
เมื่อได้ยินคำพูดของไป่หลี่โม่เฉิน ครอบครัวของเมิ่งก็อดไม่ได้ที่
จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง
หมาป่า???
พี่ฮุยเป็นหมาป่า!
“พะ… พี่ฮุยไม่ใช่สุนัขเหรอ…” เมิ่งหยวนหยวนตกตะลึง
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงสุภาพแต่แฝงไว้ด้วยความห่างเหิน
“ขอบคุณที่นายมอบเสี่ยวฮุยฮุยให้ฉันเมื่อตอนนั้น บนเส้นอพยพ นี้ เขาช่วยปกป้องฉันมาตลอด”
“แล้วครอบครัวของคุณล่ะ ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่? เมืองเผิงจิงอยู่ ไกลจากที่นี่มากนะ” ไป่หลี่โม่เฉินถามด้วยความสงสัย
เซียวหมิงเยวี่ยสีหน้าเรียบเฉย “เรื่องมันยาวน่ะ เอาเป็นว่าฉัน ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ฉันเจอกับพวกเขาบนเส้นทางอพยพนี้พอดี เลยเดินทางมาด้วยกัน พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมทางของฉัน”
หลังจากพูดจบ เธอก็พูดประโยคเพิ่มเติมว่า
“พวกเราจะไปเมืองฮุ่ยเหวินซาน ถนนข้างหน้าเป็นอย่างไรบ้าง นายพอจะรู้ไหม? เมื่อไหร่จะผ่านทางไปได้เหรอ?”
เธอจงใจเปลี่ยนหัวข้อ เพราะอยากรีบ ๆ ออกเดินทางจากที่นี่
ถือว่าเก่งมากแล้วที่เซียวหมิงเยวี่ยสามารถรักษาความเยือกเย็น พูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเองได้
เพราะในใจของเธอตอนนี้ ไป่หลี่โม่เฉินเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือน ซาตานชั่วร้าย เป็นปีศาจที่น่ากลัว เขามองชีวิตมนุษย์เป็นเพียงฟาง ข้าว เป็นวิญญาณร้ายที่ไร้ปรานี
ไป่หลี่โม่เฉินจ้องมองเธอตรง ๆ อ้าปากพูดว่า
“ข้างหน้ากำลังซ่อมถนน คงต้องใช้เวลาซ่อมนานพอสมควร พี่
มาพักที่นี่กับผมก่อนสิ เดี๋ยวผมจะดูแลพี่เป็นอย่างดีเอง”
พี่เหมิ่งเอามือถูจมูก นานพอสมควร? ก็แค่สองสามวันเองไม่ใช่ เหรอ?
ไป่หลี่โม่เฉินหันไปมองครอบครัวเมิ่ง แล้วพูดอย่างเป็นกันเอง
“พวกคุณด้วย เผื่อว่าพวกคุณดูแลเธออยู่ งั้นก็มาด้วยกันสิครับ”
ครอบครัวเมิ่งมองหน้ากัน พวกเขายิ่งเชื่อในสิ่งที่เดาไว้ก่อนหน้า นี้มากขึ้นไปอีกว่า เซียวหมิงเยวี่ยจะต้องเป็นคนใหญ่คนโตมีอำนาจ ตัวตนของเธอไม่ธรรมดาแน่นอน!
ไม่งั้นเธอจะรู้จักคนแบบนี้ได้ยังไง
เซียวหมิงเยวี่ยปฏิเสธอย่างสุภาพว่า “ไม่ต้องลำบากหรอก พวก เราจะรอกันอยู่ที่นี่แหละ เมื่อไหร่ถนนใช้งานได้ ก็จะออกเดินทางต่อ ทันที”
ดูเหมือนว่าเมืองจูหลิงจะอาณาเขตของเขาจริง ๆ ไม่งั้นเขาจะพูด เหมือนตนเองเป็นเจ้าของได้ยังไง
ไป่หลี่โม่เฉินอึ้งไปชั่วครู่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง
“พี่สาว พี่กำลังปฏิเสธผมเหรอ? ไม่ได้เจอกันตั้งเป็นปี ทำไม พี่สาวถึงห่างเหินกับผมถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนพี่เคยช่วยชีวิตผมไว้ ผม ก็เลยอยากดูแลพี่สาวบ้าง มันไม่ใช่เรื่องปกติหรือครับ? พี่อย่าปฏิเสธ ผมเลยนะ”
จากท่าทางและน ้าเสียงของเขา ดูเหมือนว่าการที่เซียวหมิงเยวี่ย ปฏิเสธเขาจะเป็นเรื่องเลวร้ายมาก
ด้านข้าง ฟันกรามของพี่เหมิ่งบดกันจนแทบแตกร้าว ทำไมไว เปอร์ถึงกลายเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เจอผู้หญิงคนนี้?
ก็ลักพาตัวไปเลยสิ ทำไมต้องพูดมากให้เสียเวลาด้วย?
พี่เหมิ่งไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า แท้จริงแล้วเซียวหมิงเยวี่ยทราบถึงตัวตน ของพวกเขาหมดแล้ว
“อีกอย่าง พี่ไม่อยากให้ลูกหมาป่าตัวนี้ได้พบพ่อแม่ที่แท้จริงของ มันเหรอ? มันไม่เคยเจอพวกเขาตั้งแต่เกิดเลย น่าสงสารจริง ๆ” ไป่ห ลี่โม่เฉินกล่าวเสริม