ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 374 ท้องฟ้าแดงฉานคือสัญญาณเตือนก่อนแผ่นดินไหว
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 374 ท้องฟ้าแดงฉานคือสัญญาณเตือนก่อนแผ่นดินไหว
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ ไป่หลี่โม่เฉินคิดว่าเธอไม่รู้จักจี้เหวินซี
“พี่สาว ไม่รู้จักจี้เหวินซีหรือครับ? คนในเมืองเผิงจิงต่างก็รู้จักเขา ไม่ใช่เหรอ?”
ดวงตาของเซียวหมิงเยวี่ยสั่นระริก “เอ่อ… เคยได้ยินแหละ เคย ได้ยินมาบ้างเหมือนกัน”
เธอเปลี่ยนน ้าเสียง “ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ในวันสิ้น โลก นายทุ่มเทตั้งใจทำมาก รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อยู่อาศัยนั้น ไม่ใช่การเสแสร้ง ถ้าเมืองเผิงจิงไม่มีปัญหาเรื่องน ้ามูกแดงก็คงดี อยากกลับบ้านจัง”
หากไม่มีน ้ามูกแดงในเมืองเผิงจิง เธอคงจะได้อยู่กับครอบครัว ใช้ชีวิตอันแสนธรรมดาและมีความสุขเหมือนกับชาวนาเหล่านั้น
และคงไม่ต้องหนีตายแบบนี้
เธอคงไม่ต้องปรากฏตัวขึ้นในดินแดนแปลก ๆ อันแสนห่างไกล ตามลำพัง และพลัดพรากจากคนที่เธอรัก
สายตาของไป่หลี่โม่เฉินยังคงจ้องมองใบหน้าของเธอ
“เมืองเผิงจิง? เมืองเผิงจิงหายไปแล้ว ไม่มีทางกลับไปได้อีกแล้ว พี่ไม่รู้หรือครับ?”
เซียวหมิงเยวี่ยสับสน “อะไรนะ? มันจะหายไปได้ยังไง?”
“ดูเหมือนว่าพี่จะไม่รู้จริง ๆ สินะ”
ไป่หลี่โม่เฉินพูดช้า ๆ “ท้องฟ้าสีแดงฉานเป็นสัญญาณเตือน ก่อนภัยพิบัติร้ายแรง ทุกที่ที่มีแสงสีแดงจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งไม่เคยพบเจอมาก่อนในประวัติศาสตร์ และแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ สามารถวัดระดับได้ด้วยมาตรฐานที่มนุษย์กำหนดไว้ เอาเป็นว่า พื้นผิวโลกแตกแยกและพังทลายลงทั้งหมด และกลายเป็นหลุมลึกไป หมดแล้ว”
ดวงตาเซียวหมิงเยวี่ยเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน ไม่สามารถ สงบสติอารมณ์ได้
ปรากฏว่า ภัยพิบัติร้ายแรงนั่นคือแผ่นดินไหว!
แผ่นดินไหวระดับไหนกันนะ ถึงขนาดทำให้พื้นผิวโลกยุบตัวลง ได้?
โอ้พระเจ้า…
“นายรู้ได้ยังไง?” เซียวหมิงเยวี่ยถามด้วยความประหลาดใจ
ไป่หลี่โม่เฉินยกยิ้มอย่างเกียจคร้าน “ไม่มีอะไรที่ผมไม่รู้”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบถามต่อว่า “แต่ว่า นายแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่มี ภัยพิบัติอื่นอีก? ถ้าเกิดภัยพิบัติคล้าย ๆ กันเกิดขึ้นที่นี่ การทำงาน หนักของนายก็จะสูญเปล่าไม่ใช่เหรอ?”
“อีกอย่าง นายมาสร้างเขตอยู่อาศัยที่นี่ ทางการจะยอมนิ่งเฉยได้ ยังไง?”
เธอรู้สึกว่า เขามีความกล้าหาญมากเกินไป!
ไป่หลี่โม่เฉินโน้มตัวเข้ามาใกล้ “พี่สาว ดูเหมือนว่าพี่จะไม่ค่อยรู้ ข่าวสารอะไรเลยนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยงุนงงไปหมด “หมายความว่ายังไง?”
“พี่รู้ไหมว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องการสร้างเขตที่พักอาศัยขึ้น? และ ทำไมถึงเลือกสร้างที่เมืองเกาปาเล่อในมณฑลหลงเจียง” ไป่หลี่โม่ เฉินถาม
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้า รอฟังคำอธิบายต่อ
“เพราะว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จู่ ๆ ก็มีเทพธิดาปรากฏตัวขึ้น เธอ อ้างว่ามาจากอนาคต ตอนแรกพวกตาแก่ในประเทศไม่เชื่อ แต่ หลังจากเทพธิดาทำนายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น พวกเขาก็ไม่มี ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อ”
ไป่หลี่โม่เฉินหยุดชั่วคราว “ไม่อย่างนั้น ทำไมรัฐบาลถึงประกาศ อพยพย้ายถิ่นฐานกะทันหันล่ะ สัญญาณเตือนภัยท้องฟ้าสีแดงฉาน ก็คือสิ่งที่เธอทำนายไว้”
เซียวหมิงเยวี่ยอุทาน “มาจากอนาคต???”
น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
อย่างไรก็ตาม การที่เธอสามารถกลับมาเกิดใหม่ ไม่อาจอธิบาย ด้วยสามัญสำนึก เผื่อว่าจะมีหญิงสาวข้ามมิติมาจากอนาคตจริง ๆ ก็ เป็นได้นะ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เซียวหมิงเยวี่ยก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ไป่หลี่โม่เฉินพยักหน้า “เทพธิดาบอกว่า ฤดูกาลของโลกจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ จะไม่มีภัยพิบัติร้ายแรงระดับทำลายล้างอีกแล้ว แต่จะมีภัยพิบัติเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นบ้าง เพราะโลกต้องการเวลาใน การฟื้นฟู มันกำลังพักฟื้นอยู่ นอกจากนี้ รัฐสภาสาธารณรัฐประชา ชนจีนจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นมหาอำนาจ ของโลก เพราะเธอสามารถทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีกหลาย สิบปีข้างหน้า พวกตาแก่จึงปกปิดมันจากประชาชน”
เซียวหมิงเยวี่ยกลอกตา คิ้วขมวดมุ่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ดังนั้น วันสิ้นโลกใกล้จะจบลงแล้วเหรอ?
มันใกล้จะจบแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?
โลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงมาหลายปี ประเทศที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
หลังจากภัยพิบัติ เกิดความรกร้างว่างเปล่า จึงจำเป็นต้องมีการ ฟื้นฟูอย่างกว้างขวาง หากบอกว่าประเทศจีนจะใช้โอกาสนี้ก้าวขึ้นสู่ มหาอำนาจ มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยังมีเทพธิดาคนดังกล่าวอีก…
ไป่หลี่โม่เฉินพูดต่อ “ยังไงก็ตาม ดูเหมือนว่าเทพธิดาคนนั้นจะ สมองไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอตะโกนทุกวันว่าตัวเองเป็นนางเอกของ โลกนี้ เป็นลูกสาวแห่งโชคชะตา แล้วยังพูดอีกว่าจะตามหาพระเอก ของเธอ? เหมือนคนบ้าชัด ๆ”
ไป่หลี่โม่เฉินเบ้ปาก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบเทพธิดาคนนั้นเลย
เซียวหมิงเยวี่ยเบิกตาโต “…”
ข้อมูลเหล่านี้สร้างความตกตะลึงให้เธอมาก เธอต้องใช้เวลาใน การย่อยพวกมัน
“แต่นายกลับรู้ข้อมูลนี้งั้นเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจด้วย ความทึ่ง
แน่นอนว่านี่ต้องเป็นความลับระดับสูงของรัฐบาล ซึ่งคนธรรมดา ไม่สามารถเข้าถึงได้ คนที่รู้เรื่องภายในมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
และก็ไม่ใช่ว่าเทพธิดาถูกปกปิดเป็นความลับไว้เหรอ เขาทำ เหมือนเคยเจอเธอมาแล้ว
ไป่หลี่โม่เฉินพูดด้วยน ้าเสียงภูมิใจ
“แน่นอนครับ”
“ส่วนที่อยู่ของผม พวกเขายังไม่มีเวลามาจัดการ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ผมทำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร”
เซียวหมิงเยวี่ยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างสีหน้าครุ่นคิด ดู เหมือนว่าเธอต้องรีบไปที่เมืองเกาปาเล่อโดยเร็วที่สุด
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงสถานที่อันเป็นจุดหมาย มันเป็นบ้านพัก ตากอากาศชนบท ในสวนมีดอกไม้หลากสีสัน มีต้นไม้ผลไม้ และ แปลงผัก การจัดวางพืชพรรณต่าง ๆ ดูเหมือนจะได้รับการออกแบบ มาอย่างพิถีพิถัน มันจึงดูสวยงามมาก
“จุ๊ ๆ ๆ ดูสิว่าใครมากันนะ?”
หญิงสาวสวมชุดกิโมโนสีดำเดินออกมาจากสวน เธอสวม รองเท้าแตะ รูปร่างผอมเพรียว ดวงตาสีอัลมอนด์ของเธอช่างน่า ดึงดูดเป็นพิเศษ
ไป่หลี่อันหรันมีเสน่ห์เย้ายวนและเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ คนประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
“นี่พี่สาวของผม ไป่หลี่อันหรัน ส่วนนี่คือเพื่อนผม เซียวหมิง เยวี่ย” ไป่หลี่โม่เฉินแนะนำ
ไป่หลี่อันหรันแทบไม่อยากเชื่อ “แกมีเพื่อนกับเขาด้วยเหรอ? เป็นแฟนกันใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยแทบสำลักน ้าลาย “…”
เป็นแฟนซะที่ไหนล่ะ
ไป่หลี่อันหรันหันไปหาเซียวหมิงเยวี่ยด้วยรอยยิ้มสดใส
“คุณคนสวย ยินดีต้อนรับนะคะ เพิ่งมีแขกมาเยี่ยมบ้านเป็นครั้ง แรกเลย! อ้าว นี่ลูกของคุณเหรอ?”
เธอหันไปมองไป่หลี่โม่เฉินและพูดด้วยสายตาว่า เจ้าหนูนี่ รสนิยมไม่เหมือนใคร ชอบสไตล์หญิงมีอายุ ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง คุ้มค่า
ไป่หลี่โม่เฉินขยับมุมปาก ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ว่าไม่น่าจะใช่ ความคิดที่ดีเท่าไหร่
ไป่หลี่อันหรันยื่นนิ้วเรียวเรียวยาวไปลูบศีรษะเด็กน้อยเล่น “นี่แน่ะ ๆ ๆ น่ารักจังเลย เรียกคุณป้าสิคะ”
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
“ไม่ใช่ลูกฉันค่ะ บังเอิญเจอเด็กคนนี้บนถนน” เธออธิบาย
ไป่หลี่โม่เฉินรู้สึกเซ็งจัด “พี่ อย่าทำให้แขกของผมกลัวสิ”
ไป่หลี่อันหรันหัวเราะคิกคัก “ไปเถอะ เข้าบ้านกัน”
เธอพาเซียวหมิงเยวี่ยเข้าไปในบ้าน โดยทิ้งไป่หลี่โม่เฉินไว้ข้าง หลัง
บ้านหลังนี้ใหญ่มาก ตกแต่งสไตล์จีน มีเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็ง เต็มไปหมด
ไป่หลี่อันหรันค่อนข้างกระตือรือร้น และสนิทสนมง่าย
“มาเถอะ น้องหมิงเยวี่ย มาดื่มชากัน”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอ่อนหวาน “ขอบคุณค่ะ”
เธอรับแก้วชาก้อนพูดว่า “รู้สึกว่าเราอายุใกล้เคียงกันนะคะ”
ไป่หลี่อันหรันยกมือขึ้นเท้าคาง “จริงเหรอ? งั้นลองทายดูสิว่าฉัน อายุเท่าไหร่?”
เซียวหมิงเยวี่ยมองใบหน้าของเธอ “25?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป่หลี่อันหรันก็หัวเราะเสียงใสเหมือนระฆังเงิน
“ฉันดูเด็กขนาดนั้นเลยเหรอ? นี่ใกล้จะ 28 แล้วนะ ฉันขอเรียก เธอว่าน้องสาวได้ใช่ไหม?”
“จริงเหรอคะ? ดูไม่ออกเลยค่ะ ฉันอายุน้อยกว่าคุณไม่กี่ปี ฉัน อายุ 25 ยังไม่ถึง 26 เลย” เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยความจริงใจ
ไป่หลี่อันหรันยิ้มหวาน “งั้นเธอก็อายุห่างกับน้องชายฉันสินะ เขา แก่กว่าเธอหลายปี เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ พวกเธอไปเจอกันได้ยังไง?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกงุนงง “เขาแก่กว่าฉันหรือคะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ เราเป็นฝาแฝดกัน เขาไม่ได้บอกเธอเหรอ?” ไป่หลี่อัน หรันกล่าว
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็อดขำไม่ได้ โอ้ โห ไป่หลี่โม่เฉินเรียกเธอว่าพี่สาวตลอดเวลา แต่เขากลับอายุ มากกว่าเธอนี่นะ?
เขาคงต้องรู้อยู่แล้ว แต่ยังเรียกเธอว่าพี่สาวอยู่อีก นี่มันอะไรกัน คิดจะแกล้งเธอเหรอ?
แต่ว่า เขาใกล้จะ 28 แล้วนะ ทำไมถึงได้ยังดูเด็กขนาดนั้นล่ะ?!
ในตอนนั้น ไป่หลี่โม่เฉินเดินเข้ามาและพูดว่า “ผมจัดการให้ พวกพ้องของคุณพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว รวมถึงลูกหมาป่าตัวนั้น ด้วย…”
เขายังพูดไม่จบประโยค ก็พลันสังเกตเห็นสายตาแปลก ๆ ของ เซียวหมิงเยวี่ย
ไป่หลี่โม่เฉินรู้สึกขนลุกซู่ สายตาอะไรกันเนี่ย เธอกำลังมอง อะไร?
“มีอะไรเหรอ?” เขาเอื้อมมือแตะใบหน้าตัวเอง
“พวกเรากำลังคุยกันอยู่พอดี คุยเรื่องอายุกันด้วย น้องหมิงเยวี่
ยเด็กกว่าพวกเราอีกนะ” ไป่หลี่อันหรันพูดอย่างไม่ใส่ใจ
สีหน้าของไป่หลี่โม่เฉินเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาหันไปมอง เซียวหมิงเยวี่ย
“จริงเหรอ? ดูไม่ออกเลยนะ…” เขาพูดเสียงแข็ง
เซียวหมิงเยวี่ยกระตุกยิ้มแล้วพูดว่า
“ฮ่า ๆ ฉันดูแก่นี่เนอะ ไม่แปลกใจเลย”
ไป่หลี่โม่เฉินเหงื่อตก “…”
“เอ่อ ผมมีธุระอื่นต้องทำ” สิ้นเสียงเขาก็รีบจ ้าอ้าวจากไป
เซียวหมิงเยวี่ยอึ้งไป เขารู้ดีว่าเธออายุน้อยกว่า แต่ยังเรียกเธอว่า พี่สาวตลอดเวลา นี่เขากำลังแกล้งอะไรเธออยู่เนี่ย
นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาเขาทำกันนะ!
“มีอะไรเหรอ? ทำไมเขาเหมือนทำอะไรผิดมา?” ไป่หลี่อันหรัน รู้สึกงุนงง
“ไม่มีอะไรค่ะ ไม่มีอะไร” เซียวหมิงเยวี่ยจิบชา
หอมจัง
“อ้อ ฉันชอบเด็กคนนี้จัง ชื่อแปลกดี ซีวั่ง เสี่ยววั่งตัวน้อย คุณอา หาน ช่วยจ้างผู้หญิงมีอายุที่เลี้ยงเด็กเก่ง ๆ มาให้หนูหน่อยสิคะ”
ไป่หลี่อันหรันตะโกนเรียกแม่บ้านและออกคำสั่ง
“ได้ค่ะ” คุณอาหานตอบรับด้วยความเคารพ
ไป่หลี่อันหรันมองเซียวหมิงเยวี่ยแล้วยิ้มหวาน
“นี่ น้องหมิงเยวี่ย ลองชิมมะเขือเทศลูกเล็ก ๆ นี่ดูสิ มันเป็นพันธุ์ ต่างประเทศ ฉันปลูกเองเลยนะ มันหวานมาก”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มตอบ เธอแอบมองดูการออกแบบบ้านของ ตระกูลไป่หลี่ ขณะพูดคุยกับหญิงสาวสวยตรงหน้า
สนามหลังบ้าน…
ในที่สุดเสี่ยวฮุยฮุยก็ได้พบกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ มันมองหมาป่า หกตัวนั้นอย่างระแวดระวัง สี่ตัวเป็นหมาป่ามีอายุ อีกสองตัวยังเด็ก
สี่ตัวในนั้นแสดงท่าทีเป็นศัตรูต่อเสี่ยวฮุยฮุย ซึ่งเป็นหมาป่ามีอายุ สองตัว และหมาป่าเด็กอีกสองตัว ราวกับว่ามีศัตรูมาบุกรุกอาณาเขต ของพวกมัน
หมาป่ามีอายุทั้งสี่ตัวล้วนเป็นหมาป่าที่เคยถูกฟู่กุ้ยข่มขู่ และเป็น หมาป่าที่เซียวหมิงเยวี่ยตั้งชื่อให้ว่า เถี่ยตั้น โก่วเซิ่ง เอ้อร์ยา และชุ่ยฮ วา
ส่วนอีกสองตัวที่ยังอายุน้อยก็คือพี่น้องร่วมคอกเดียวกันกับเสี่ยว ฮุยฮุย
พวกมันไม่รู้จักเสี่ยวฮุยฮุย และจำไม่ได้ว่ายังมีพี่น้องอีกตัวที่ถูก มอบให้คนอื่น
อาจเป็นเพราะขนาดและรูปร่างของเสี่ยวฮุยฮุยที่ใหญ่โตกว่าพวก มัน ทำให้พวกมันรู้สึกถึงภัยคุกคาม พวกมันแยกเขี้ยวเล็กน้อย แต่ก็ เกรงกลัวรูปร่างที่แข็งแรงของเสี่ยวฮุยฮุย และไม่กล้าทำอะไร
ส่วนหมาป่ามีอายุสองตัวนั้นต่างออกไป พวกมันดมกลิ่นของ เสี่ยวฮุยฮุย ขณะพยายามเข้าหาอย่างระมัดระวัง
โดยเฉพาะแม่หมาป่าตัวนั้น ดวงตาของมันสั่นระริก น ้าตาคลอ เบ้า มันจำเสี่ยวฮุยฮุยได้ดี
เสี่ยวฮุยฮุยรู้สึกสับสน ทำไมพวกเขาน่าเกลียดแบบนี้ ตัวก็เล็ก กินไม่อิ่มหรือไง?