ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 375 เมืองจูหลิงอันตรายเกินกว่าจะอยู่ต่อ!
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 375 เมืองจูหลิงอันตรายเกินกว่าจะอยู่ต่อ!
ณ ห้องลับแห่งหนึ่ง
“ลูกพี่ พวกมันเร่งเราอีกแล้ว ให้เราไปโจมตีเขตที่พักอาศัยใน เมืองฮุ่ยเหวินซาน และต้องทำลายให้สิ้นซาก นี่คือคำสั่งตายที่ส่งมา ครั้งสุดท้าย เราจะทำอย่างไรดี?”
ผู้พูดก็คือพี่เหมิ่ง
ไป่หลี่โม่เฉินเคาะนิ้วบนโต๊ะ ก่อนถามว่า
“พวกมันส่งเสบียงมาให้เราหรือยัง?”
พี่เหมิ่งพยักหน้า เขาพูดพลางขมวดคิ้ว
“อีกแค่สามวันก็ถึงแล้ว ลูกพี่ เราได้เสบียงมาแล้ว แต่ถ้าไม่ทำ อะไรสักอย่าง คงไม่มีทางส่งมอบงานที่สำเร็จได้แน่ ๆ”
ไป่หลี่โม่เฉินแค่นหัวเราะและยกยิ้มมุมปาก “ฉันต้องการแค่ เสบียงเท่านั้น ถ้าพวกมันมีปัญหา ก็มาที่ประเทศจีนเพื่อฆ่าฉันเองสิ คิดว่าฉันเป็นตัวเบี้ยของพวกมันหรือยังไง?”
“แกไปบอกพวกมันซะว่า เขตที่พักอาศัยของจีนมีการรักษา ความปลอดภัยแน่นหนามาก พวกเราแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เสบียงก็ ไม่เพียงพอ ต้องการเสบียงเพิ่มเป็นสองเท่า บอกให้พวกมันส่งมาซะ”
พี่เหมิ่งเบิกตากว้าง “จะไม่ทำอะไรจริง ๆ เหรอ? จะให้ไปพูดแบบ นั้นได้ยังไง? ลูกพี่ มีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องคุณอยู่ ทหารรับจ้าง พวกนั้นล้วนมาจากต่างประเทศ ถ้าเกิด…”
ไป่หลี่โม่เฉินเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึง พวกเขาทั้งหมดมาจากกอง กำลังต่างประเทศ แม้ว่าคนเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การปกครองของเขา และยกย่องเขาเป็นหัวหน้า แต่ทุกคนยังมีนายเหนือหัวร่วมกันอยู่ที่
ต่างประเทศ
ผู้คนเหล่านั้นแสดงท่าทีเคารพและเชื่อฟังเขาต่อหน้า แต่ใครจะรู้ ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ลึก ๆ
อาจจะมีสายลับแฝงตัวอยู่ คอยจับตามองทุกคำพูดทุกการ กระทำของเขา
แม้จะอยู่ในตำแหน่งสูง แต่ก็เหมือนถูกล้อมรอบไปด้วยหมาป่า ร้ายที่จ้องมองด้วยสายตาอันเหี้ยมโหด
ไป่หลี่โม่เฉินพูดด้วยน ้าเสียงที่เย็นชา “ฉันแค่อยากจะใช้ชีวิตที่ดี ในตอนนี้ ไม่ได้อยากขายวิญญาณให้พวกมัน มีปัญหาอะไรเหรอ? ใครก็ตามที่อยากอยู่กับฉัน ฉันก็จะถือเป็นพี่น้องกัน แต่ถ้าใครคิด ทรยศ ก็แค่ฆ่ามันทิ้ง ถึงเวลาต้องจัดการพวกขี้ขลาดแล้ว”
ดวงตาของเขาฉายแววมืดหม่น แฝงไปด้วยจิตสังหารแรงกล้า
เขาตั้งใจใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของอีกฝ่ายเพื่อแก้แค้น ตอนนี้
เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานให้อีกต่อไป
เขาจะได้อะไรจากการเอาชีวิตเข้าแลก? สุดท้ายก็แค่ถูกใช้เป็น เครื่องมือ
พูดกันตามตรง ในสายตาพวกนั้น เขาเป็นเพียงแค่เครื่องมือ เป็น ปืนที่ยิงกระสุนเหล็ก
ใช้เสร็จก็โยนทิ้ง แล้วเปลี่ยนอันใหม่
ไม่มีใครเห็นคุณค่าชีวิตเขา แต่เขาเห็นคุณค่าชีวิตตัวเอง
ความจงรักภักดี? เฮอะ!
สองคำนี้ไม่ได้มีอยู่ในพจนานุกรมของไป่หลี่โม่เฉิน
ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศ หรือแม้แต่จีน เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
เขามักทำอะไรตามใจชอบ อยากทำอะไรก็ทำ
เพราะว่าเขาได้แก้แค้นสำเร็จแล้ว ชีวิตที่เหลือของเขา แค่ใช้ชีวิต อย่างอิสรเสรี ไร้กังวล ไม่มีใครควบคุมเขาได้
ส่วนสาเหตุที่เขาสร้างที่อยู่อาศัยในแผ่นดินจีน เพราะว่ามันคือ บ้านเกิดเมืองนอนของแม่ เขาอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่นี่
และเขาได้สร้างเขตที่อยู่อาศัยนี้เสร็จแล้ว
ดวงตาของพี่เหมิ่งมืดลงครั้งแล้วครั้งเล่า “ลูกพี่ คิดดีแล้วเหรอ? จะล้างมือจากการเป็นโจรจริง ๆ เหรอ?”
ไป่หลี่โม่เฉินพูดด้วยน ้าเสียงจริงจังแบบที่หาได้ยาก “อาเหมิ่ง ยัง ไม่เข้าใจอีกเหรอ? ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครสนใจชีวิตของเรา เลย พวกเราคือพี่น้องร่วมสาบานที่ผ่านนรกมาด้วยกัน ใช้ชีวิตบนคม ดาบมาตลอด ไม่มีใครสนใจชีวิตของเรา เราต้องดูแลตัวเอง!”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน ้าเสียงอ่อนเพลียว่า
“ฉันเหนื่อยแล้ว ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนั้นอีกต่อไป ฉันอยากมี ชีวิตที่สงบสุข ตอนนี้มันคือสิ่งที่ฉันต้องการ”
อาเหมิ่งกำหมัดแน่น สีหน้าเปลี่ยนจากลังเลเป็นแน่วแน่
“ลูกพี่ คุณช่วยชีวิตผมไว้ ผมจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง”
เขากล่าวต่อ “แต่ว่า ประเทศจีนจะยอมรับพวกเราเหรอ? ลูกพี่ คนแบบเราไม่มีบ้านให้กลับหรอกนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของไป่หลี่โม่เฉินตึงเครียดขึ้น แววตา ของเขามีความสับสน
เขาไม่ได้พูดอะไร
แน่นอนว่าเขารู้คำตอบสำหรับคำถามนี้ดี
ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือ เขาจะกลายเป็นอาชญากรข้ามชาติ ถูกตามล่าทุกที่
แต่จะรู้ได้อย่างไรถ้าไม่ลอง?
หากต้องการตั้งรกรากอย่างมั่นคงใต้จมูกของประเทศจีนและ สร้างบ้านที่นี่ มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น…
ไป่หลี่โม่เฉินมีแผนการในใจแล้ว และเขาอยากลองดู
…
สามวันต่อมา
คุณป้าโม่และคนอื่น ๆ เข้ามาหาเซียวหมิงเยวี่ย
“เสี่ยวเซียว พวกเขาชักชวนให้เราอยู่ที่นี่ แล้วยังจะให้บ้านสร้าง เองในชนบทแก่เราด้วย สนามก็กว้างใหญ่ และยังแบ่งที่ดินให้เราอีก หลายไร่ด้วยนะ และพวกเขายังบอกอีกว่า จะแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวและ ผัก ช่วงแรกที่เรามาอยู่ที่นี่ จะมีอาหารให้กินจนกว่าเราจะมีผลผลิต ของตัวเอง ป้าคิดว่าเพื่อนบ้านแถวนี้ต่างก็เป็นคนดี อบอุ่น และสุภาพ มากด้วย”
เธอลังเลเล็กน้อย “หนูว่าเราควรจะอยู่ที่นี่ดีไหม? เมืองฮุ่ยเหวิน ซานยังอีกตั้งไกล และพอไปถึงที่นั่น ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการดูแลที่ดี แบบนี้หรือเปล่า พวกเขาบอกว่าที่เอาใจใส่เรามากเป็นพิเศษเพราะ เห็นแก่หน้าหนู พวกเราคุยเรื่องนี้กันมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังหาข้อสรุป ไม่ได้ เสี่ยวเซียว พวกเรารอฟังหนูนะ เราควรไปต่อดีไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย ตามหลักเหตุผลแล้ว พวกเขาควรจะออกเดินทางในวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้พี่เหมิ่งพูดว่าอีก สองสามวันถนนจะกลับมาใช้งานได้
แต่ไป่หลี่โม่เฉินกลับบอกว่าถนนยังซ่อมไม่เสร็จ และพยายามทุก วิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้เธอไป เลยทำให้เสียเวลาไปหนึ่งวัน
เธอจะต้องไปแน่นอน เธอต้องไปที่เมืองเกาปาเล่อ
ส่วนคุณป้าโม่และคนอื่น ๆ…
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมองและพูดอย่างจริงจังว่า “ไปเถอะ ยังไงก็ต้องไป ทุกคนกลับไปรอหนูก่อน เดี๋ยวหนูไปหาเขาและถาม เกี่ยวกับสถานการณ์”
ถามว่าเขาต้องการอะไรกันแน่
ช่วงนี้เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้อยู่เฉย เธอออกไปเดินเล่นและสำรวจดู รอบ ๆ อยู่เสมอ
เธอเห็นด้วยตาตัวเองว่าผู้คนที่นี่มีความเป็นอยู่ที่ดี ใช้ชีวิตอย่าง เรียบง่ายในชนบทเหมือนก่อนวันสิ้นโลก
แต่ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถลบล้างความชั่วร้ายที่ไป่หลี่โม่เฉินกับ พวกเขาเคยทำไว้ หากวางมีดลงแล้วกลายเป็นพระอรหันต์ทันที กฎหมายจะมีไว้ทำไม?
ทุกคนไปทำชั่วกันหมด แล้วค่อยกลับตัวกลับใจใหม่ โลกนี้มันจะ วุ่นวายขนาดไหนกัน?
จริงอยู่ที่ไป่หลี่โม่เฉินดีกับเธอมาก แต่เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่กล้า ไว้ใจเขา ยังคงระแวงเขาอยู่ เพราะในอดีตชาติ เธอเกือบตายเพราะ น ้ามือเขา เขามีชีวิตของผู้บริสุทธิ์มากมายอยู่ในมือ
ถึงแม้ว่าเขตที่อาศัยของไป่หลี่โม่เฉินจะดีแค่ไหน ก็ไม่ดีเท่าของ รัฐบาล ที่พักพิงของรัฐบาลอย่างน้อยก็มีระบบการจัดการที่ดี มีสิทธิ มนุษยชน และทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัย
ลูกน้องของไป่หลี่โม่เฉินล้วนเป็นคนอันตรายที่ฆ่าคนโดยไม่ต้อง กะพริบตา
มันไม่ต่างจากการปล่อยฝูงแกะขนาดใหญ่ให้ฝูงหมาป่าดูแล
หมาป่าใช้ชีวิตด้วยการล่าเหยื่อที่อ่อนแอ พวกเขาได้รับการ ฝึกฝนเหมือนกับหมาป่ามาตั้งแต่เด็ก มีเพียงการต่อสู้และการเข่นฆ่า เท่านั้นที่จะทำให้พวกมันจะอยู่รอดได้
ส่วนฝูงแกะนั้นก็ได้รับการฝึกฝนมาแบบแกะ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
แล้วหมาป่าจะดูแลฝูงแกะได้อย่างไร?
สองกลุ่มนี้ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแน่นอน ปล่อยไว้แบบนี้
ต่อไปนาน ๆ ย่อมต้องเกิดเรื่อง
แม้ว่าไป่หลี่โม่เฉินจะตั้งใจบริหารจัดการเขตที่พักอาศัยแห่งนี้
อย่างดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า ลูกน้องของเขาก็ย่อมต้องมี
การเล่นนอกกฎ เขาจะบริหารจัดการเขตที่พักอาศัยอันกว้างใหญ่นี้
ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร?
สันดานหมาป่าไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว
พวกมันจะปกป้องคนอ่อนแอ จะสนับสนุนคนอ่อนแอหรือ? อาจจะพอทำทีได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นานกว่านั้นล่ะ?
แม้ว่าไป่หลี่โม่เฉินจะทำได้ แต่เซียวหมิงเยวี่ยยังไม่เชื่อว่าลูกน้อง ของเขาจะประพฤติตนอยู่ในกรอบกฎเกณฑ์
เพราะว่าพวกเขาเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นกองกำลังต่างประเทศ ไม่ น่าไว้ใจเลย!
ดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยจึงไม่เชื่อว่าพวกเขาจะสามารถบริหาร จัดการเขตที่พักอาศัยได้ดีเป็นเวลานาน รวมถึงปฏิบัติต่อผู้อยู่อาศัย ในเขตปลอดภัยอย่างเท่าเทียมและเมตตา
พวกเขาล้วนเป็นคนที่ไม่เห็นคุณค่าชีวิต แล้วจะมาพูดเรื่องสิทธิ มนุษยชน หรือเคารพผู้อื่นได้อย่างไร? ช่างไร้สาระ
การที่ไป่หลี่โม่เฉินต้องการใช้บุคลากรและวัสดุจากต่างประเทศ เพื่อสร้างเขตที่พักอาศัยในประเทศจีน ถือเป็นการเสี่ยงโชคอย่างเห็น ได้ชัด
เขามันบ้ามาก!
ไม่ใช่แค่บ้า แถมยังกล้าบ้าบิ่น เสมือนเดินบนเชือกบนตึกสูง อันตรายถึงขีดสุด
ไม่ช้าก็เร็วสถานที่แห่งนี้จะต้องเกิดเรื่องวุ่นวาย ไม่ใช่ที่ที่ควร อาศัยอยู่
นี่คือข้อสรุปที่เซียวหมิงเยวี่ยได้มาจากการคิดวิเคราะห์อย่าง รอบคอบในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เป็นผลลัพธ์ที่เธอไตร่ตรอง อย่างถี่ถ้วน
ดังนั้น เธอต้องพาครอบครัวเมิ่งออกจากที่นี่ เมืองจูหลิง อันตราย เกินกว่าจะอยู่ต่อ!