ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 376 ฟังเสียงในใจ มุ่งมั่นที่จะจากไป
วันที่สี่
“ไม่ใช่ว่าผมไม่ให้คุณไปนะ แต่ถนนยังไม่ซ่อมเสร็จ รออีกหน่อย ได้ไหม”
รอยยิ้มของไป่หลี่โม่เฉินดูสบาย ๆ เขายังคงพูดซ ้าคำเดิม
สีหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยเรียบเฉย แต่ภายในใจเริ่มรู้สึกหงุดหงิด เขาเหมือนกับคนขี้เกียจและไร้เหตุผล
เธออยากรู้มากว่าชายคนนี้คิดอะไรอยู่ ทำไมถึงต้องพยายามถ่วง เวลาเธอด้วย?
ดังนั้น เซียวหมิงเยวี่ยจึงใช้โอกาสในการอ่านใจอีกครั้ง
เธอมีโอกาสอ่านใจทั้งหมดหกครั้ง ใช้ไปกับคุณป้าโม่หนึ่งครั้ง กับไป่หลี่โม่เฉินหนึ่งครั้ง ก็จะยังเหลืออีกสี่ครั้ง
แสงสีขาวเรืองรองพุ่งออกมาจากกำไลหยกของเซียวหมิงเยวี่ย ก่อนจะค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายชายหนุ่มเงียบงัน
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งลงบนโซฟาและถามอีกครั้ง
“ถนนยังซ่อมไม่เสร็จจริง ๆ เหรอ?”
“ยังเลย” เขายืนยันด้วยน ้าเสียงที่มั่นใจ
[ที่จริงมันซ่อมเสร็จนานแล้ว]
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
จริง ๆ ด้วย!
“ทำไมถึงไม่ให้ฉันออกไปล่ะ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
ไป่หลี่โม่เฉินทำหน้าตาไร้เดียงสา “ไม่ใช่ว่าผมไม่ให้คุณไปนะ แต่เป็นเพราะถนนหนทางถูกปิดกั้น คุณไม่ชอบอยู่ที่นี่เหรอ? เพราะ อาหารไม่อร่อย หรือนอนไม่ค่อยหลับหรือเปล่า? บอกผมสิ เดี๋ยวผม จัดการให้ทุกอย่าง”
[เพราะว่าไม่อยากให้คุณจากไป อยากให้คุณอยู่ที่นี่ตลอดไปเลย ยิ่งดี]
เมื่อได้ยินเสียงความคิดในใจของเขาอีกครั้ง เซียวหมิงเยวี่ยถอน หายใจหนักอย่างคนหมดหนทาง
“ไป่หลี่โม่เฉิน ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันไม่สามารถเสียเวลา กับที่นี่อีกต่อไป ฉันต้องไปเมืองเกาปาเล่อ เพราะว่าครอบครัวของฉัน อยู่ที่นั่น ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้ ครอบครัวของฉันต้องการฉัน” เซียวหมิง เยวี่ยพูดอย่างจริงจัง เน้นย ้าคำพูดของเธอ
ไป่หลี่โม่เฉินครุ่นคิดอย่างหนัก “แล้วแบบนี้ ผมส่งคนไปรับพวก เขามาได้ไหม?”
[จริงจังมากนะ]
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยน ้าเสียงแผ่วเบา “แสดงว่าคุณยอมรับแล้ว ใช่ไหม? คุณจงใจไม่ให้ฉันออกไป”
ไป่หลี่โม่เฉินไม่ได้สำนึกผิดเลย “ใช่ที่ไหนล่ะ พี่สาว ทำไมพี่ไม่ เชื่อผมเลยล่ะ?”
[จริงด้วย จริงด้วย]
เซียวหมิงเยวี่ยรีบยกมือขึ้น “เอาล่ะ พี่ชาย อย่าเรียกฉันว่าพี่สาว อีกเลย ขนลุกไปหมดแล้ว โดนคนแก่กว่าเรียกพี่สาวเนี่ย”
“ก็ได้” ไป่หลี่โม่เฉินยักไหล่
[เธอน่ารักจัง]
เซียวหมิงเยวี่ยคิ้วกระตุกอย่างแรง บ้าจริง! คราวนี้เธอขนลุกไป ทั่วทั้งตัวแล้วเนี่ย
การพูดคุยกับชายกะล่อนช่างยากเย็นจริง ๆ!
เซียวหมิงเยวี่ยลุกขึ้นยืน เดินจากไปด้วยใบหน้าเย็นชา
“เดี๋ยว คุณจะไปไหน?” ไป่หลี่โม่เฉินตกใจ
เซียวหมิงเยวี่ยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ ไป่หลี่โม่เฉินก็รู้ว่าหลอกเธอไม่ได้อีก ต่อไป
“ก็ได้ ๆ ๆ ให้ผมไปส่งคุณจะได้ไหม?” เขาพูดอย่างไม่เต็มใจ
[แล้วถ้าคุณไปถึงเมืองเกาปาเล่อ เราจะมีโอกาสได้เจอกันอีก ไหม? เขตที่พักอาศัยของผมก็ไม่เลวนะ เทียบกับเมืองเกาปาเล่อแล้ว คุณสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสุขสบายไร้กังวล ทำไมถึงไม่ยอมอยู่ที่นี่
ด้วยกันล่ะ?]
เสียงในใจของเขาแฝงไปด้วยความน้อยใจและไม่เต็มใจให้เธอไป
เซียวหมิงเยวี่ยหยุดยืนอยู่ตรงนั้น ที่นี่เป็นชานเมือง เธอไม่คุ้นเคย กับเส้นทางของเมืองจูหลิง จึงจำเป็นต้องให้เขาส่งเธอไปยังถนนสาย หลัก
ไป่หลี่โม่เฉินพยายามรั้งเธอไว้ “คุณนั่งรอก่อนสิ ผมจะให้คนไป ส่งคุณที่เมืองเกาปาเล่อ ผมมีเฮลิคอปเตอร์อยู่ จริง ๆ นะครับ”
“ไม่ต้องหรอก แค่ส่งฉันไปที่ถนนสายหลักก็พอ พวกเราจะไป กันเอง”
แม้ว่าเฮลิคอปเตอร์จะเร็ว แต่พอเป็นเฮลิคอปเตอร์ของไป่หลี่โม่ เฉิน เธอไม่กล้าขึ้นจริง ๆ เผื่อว่าถูกทางการจับได้ แล้วโดนยิงให้ตก ด้วยปืนใหญ่ขึ้นมาจะทำยังไง?
แม้ว่าจะไม่ได้ยิง แต่หากถูกค้นพบ เธอก็อาจถูกมองว่าเป็นผู้ต้อง สงสัย และเป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเองโดยไม่จำเป็น
ไป่หลี่โม่เฉินถอนหายใจเบา ๆ พูดเสียงอ่อน
“คุณอยากไปขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แล้วคุณอยากให้ฉันอยู่ที่นี่เหรอ? มันจะมีประโยชน์อะไรกับ คุณ?” เซียวหมิงเยวี่ยถามกลับ
ไป่หลี่โม่เฉินพูดด้วยน ้าเสียงสบาย ๆ ตอบกลับอย่างขำขันว่า
“คุณช่วยชีวิตผมไว้ ผมเลยอยากตอบแทนด้วยร่างกายนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยตั้งใจรอสองวินาที แต่ก็ไม่มีเสียงในใจอีกต่อไป หมายความว่าประโยคนี้ของเขาไม่ใช่เรื่องตลก แต่มันออกมาจากใจ จริง
มันทำให้เธอรู้สึกเขินอาย
ปฏิกิริยาแรกของเซียวหมิงเยวี่ยคือการหนี
พูดตามตรง เธอไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้ายแม้แต่ น้อย เผลอ ๆ อยากจะแจ้งความด้วยซ ้า เพราะจุดยืนทางการเมืองของ พวกเขาไม่ตรงกัน
“… คุณก็เคยช่วยชีวิตฉันไว้เหมือนกัน ถือว่าหายกันแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มแห้ง
เขาเลิกคิ้ว “อย่างนั้นเหรอ งั้นก็ดีเลย ฮีโร่ช่วยนางเอก คะแนน สองเท่า ยิ่งต้องตอบแทนด้วยร่างกายมากขึ้นไปอีก”
ริมฝีปากของเซียวหมิงเยวี่ยขยับสองสามที แต่ไม่ได้พูดอะไร
ไป่หลี่โม่เฉินยกขาขึ้นไขว่ห้าง แล้วพูดจาโอ้อวดว่า
“ทำไมล่ะ? ทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น คิดว่าผมไม่คู่ควรกับคุณ หรือ? รู้ไหมครับว่าหน้าตาแบบนี้ เคยทำให้ผู้หญิงมากมายหลงใหล แค่ไหน? ตั้งแต่สตรีวัย 80 จนถึงเด็กสาวอายุ 18 ต่างก็พยายาม คลานมากองแทบเท้าของผมกันหมด”
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงนิ่งเฉย
ไป่หลี่โม่เฉินรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ รีบพูด กลบเกลื่อนว่า
“ล้อเล่นนะครับ คุณคงไม่คิดจริงจังหรอกนะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยแค่นหัวเราะ พูดปัด ๆ ว่า
“ฮ่า ๆ คุณนี่ช่างมีอารมณ์ขันจริง ๆ พ่อหนุ่มรูปหล่อ ไว้พวกเรา มาเจอกันใหม่นะ ถ้าวันไหนคุณมาเที่ยวที่เมืองเกาปาเล่อ บอกฉัน แล้วกัน ฉันจะต้อนรับขับสู้อย่างดี”
ไป่หลี่โม่เฉินยิ้มแห้ง ๆ อารมณ์ในแววตาเขาซับซ้อน
“ได้สิ”
เมื่อเห็นว่าเขาตกลง เซียวหมิงเยวี่ยก็โล่งใจ ทั้งคู่ต่างทำ เหมือนว่าเมื่อกี้เป็นแค่เรื่องตลก ไม่อยากพูดถึงมันอีก
“พวกคุณเลิกใช้รถสามล้อขยะ ๆ กับรถจักรยานซอมซ่อนั่นเถอะ กว่าจะถึงก็ปีหน้านู้น ไปไหนมาไหนก็ลำบาก ผมจะให้รถพวกคุณ หนึ่งคัน จะได้เดินทางเร็วขึ้น ตกลงตามนี้นะ?” ไป่หลี่โม่เฉินพูด
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกไม่ดีที่ต้องปฏิเสธเขาอีก แต่เธอก็รู้ดีว่าไม่ สามารถขับรถได้
“แต่ว่าบนถนนเต็มไปด้วยผู้อพยพ รถมันขับไม่ได้หรอก เดิมที พวกเราเองก็มีรถเหมือนกัน”
“แล้วจะทำยังไง คุณไม่ยอมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ กลัวว่าจะมีระเบิด เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดตามตรงว่า “มันเด่นเกินไป กลัวว่าจะโดนยิง ตก เอาสามล้อดีกว่า ถึงจะช้าแต่ก็ปลอดภัยกว่า เห็น ๆ กันอยู่ว่าเรา ผ่านอะไรมาบ้างแล้ว”
ไป่หลี่โม่เฉินไม่รู้จะพูดอะไรกับเธอต่อ
“เซียวหมิงเยวี่ย คุณนี่ระวังตัวสุด ๆ ไปเลย”
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่เล็กน้อย “ก็แหงล่ะ ถ้าไม่ระวังตัว จะรอดมา จนถึงตอนนี้ได้ยังไง”
“งั้นฉันไปหาเพื่อน ๆ ก่อนนะ ยังไงก็รบกวนช่วยจัดการเรื่องรถ โดยเร็วที่สุด ขอบคุณมากนะ” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มบาง
ไป่หลี่โม่เฉินพูดพึมพำตอบรับด้วยน ้าเสียงแหบพร่า
หลังจากเซียวหมิงเยวี่ยออกไปได้ไม่นาน พี่เหมิ่งก็เข้ามาด้วย ท่าทีรีบร้อน
“แย่แล้วลูกพี่ วันนี้ของยังมาไม่ถึงเลย แถมติดต่อคนส่งของไม่ได้ ด้วย สัญญาณขาดหายไป หรือว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว?”
ไป่หลี่โม่เฉินลุกพรวดขึ้นจากโซฟา สีหน้าหม่นหมองลงอย่าง เห็นได้ชัด
ของที่ควรจะมาถึงเมื่อวานนี้ วันนี้ก็ยังมาไม่ถึง ถึงแม้จะล่าช้าไป หนึ่งวันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ปัญหาคือ สัญญาณการติดต่อขาด หายไป นั่นหมายความว่า เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว
…
เซียวหมิงเยวี่ยตรงไปที่สวนหลังบ้านก่อนเพื่อพบกับเสี่ยวฮุยฮุย ตอนนี้เสี่ยวฮุยฮุยสนิทสนมกับหมาป่าทุกตัวอย่างมาก และดูเหมือน จะกลายเป็นผู้นำกลุ่มด้วย
ก็เพราะว่ามันเป็นตัวที่สง่างามและน่าเกรงขามที่สุดในบรรดา หมาป่าเหล่านี้ โลกของสัตว์ก็เป็นแบบนี้เสมอ ผู้แข็งแกร่งคือเจ้าป่า
เสี่ยวฮุยฮุยเป็นลูกของโก่วเซิ่งกับชุ่ยฮวา เด็กที่หายไปนานหลาย ปีได้กลับมาแล้ว ทั้งคู่รักและเอ็นดูมันมาก พวกเขาอยู่กับเสี่ยวฮุยฮุย แทบตลอดเวลา ทำให้เด็กอีกสองตัวอิจฉา
“เสี่ยวฮุยฮุย เราต้องไปกันแล้วนะ” เซียวหมิงเยวี่ยโบกมือเรียก เสี่ยวฮุยฮุย
เสี่ยวฮุยฮุยกระโดดโลดเต้นกลับมาหาเซียวหมิงเยวี่ย มันมี ความสุขมากที่ได้เล่นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
เถี่ยตั้น โก่วเซิ่ง เอ้อร์ยา และชุ่ยฮวาต่างก็จำเธอได้ พวกมันยืน นิ่งอยู่ที่เดิม
แต่ในสายตาของโก่วเซิ่งกับชุ่ยฮวาเต็มไปด้วยความอาลัย อาวรณ์
ในวินาทีนั้น เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกค้ามนุษย์ ที่ลักพาตัวเด็ก และกำลังก่ออาชญากรรมร้ายแรง
“ฉันจะดูแลเขาอย่างดี” เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวเสี่ยวฮุยฮุยเบา ๆ
เสี่ยวฮุยฮุยหันกลับมามอง ก่อนจะถูตัวกับมือของเซียวหมิงเยวี่ย ด้วยความเสน่หา
หญิงสาวหนึ่งคนและหมาป่าหนึ่งตัวจากไป เหลือเพียงพ่อแม่ที่
สิ้นหวัง และพี่น้องสองตัวที่ชื่นชมยินดีกับความสูญเสียของพวกเขา
พี่น้องหมาป่าคู่นั้นรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ ในที่สุดก็ไปสักที