ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 377 เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน!!!
เซียวหมิงเยวี่ยอุ้มเสี่ยววั่งและพาเสี่ยวฮุยฮุยไปยังบ้านพัก ชั่วคราวของครอบครัวเมิ่ง
บ้านหลังนี้กว้างขวาง สนามหญ้าใหญ่โต และถูกครอบครัวเมิ่ง จัดแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมาถึง คุณป้าโม่กำลังกวาดพื้นอยู่
“คุณป้าโม่ หยวนหยวน เตรียมตัวเก็บของกันเถอะ พวกเราจะ ออกเดินทางแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยพูด
คุณป้าโม่หยุดกวาดทันที “เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
เธอมองไปสนามที่เพิ่งจัดเก็บข้าวของเรียบร้อย “อยู่ที่นี่มาสาม วัน ป้าชอบทุกมุมเลย กว้างขวางกว่าบ้านเก่าหลายเท่า น่าเสียดายที่
จะจากไปนะ”
เมิ่งหยวนหยวนพูดเสียงดัง “แม่ ไม่ใช่แค่แม่คนเดียวหรอก หนูก็ ด้วย อยู่ที่นี่มีเนื้อสัตว์ให้กินทุกมื้อ ผักผลไม้ครบครัน สุดยอดไปเลย! เสี่ยวเซียว เธอรู้อะไรไหม เมื่อคืนฉันซัดข้าวเปล่าไปสามถ้วย สาม ถ้วยเลยนะ! ข้าวสวยนุ่ม ๆ หอม อร่อย หากเป็นสมัยก่อน ใครจะกล้า คิดฝันว่าจะได้กินแบบนี้?”
“ทำไมล่ะ เมื่อวานยังมาถามอยู่เลยว่าจะไปกันเมื่อไหร่ วันนี้ไม่ อยากจากไปซะแล้วเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยพูดแซว
สำหรับครอบครัวเมิ่ง ช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้ในบ้านพักชั่วคราว ช่างน่าดึงดูดใจ ใครก็ไม่อยากจากไป
มีคำกล่าวที่ว่า ถ้าเราไม่เคยเห็นแสงสว่าง เราก็จะทนอยู่ในความ มืดมิดได้
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเผชิญกับความยากลำบาก กินแต่อาหาร ที่ประทังชีวิต กินขนมเปี๊ยะดำที่ทำจากแมลงสาบ น ้าดื่มก็ต้องตักจาก แม่น ้ามาต้มเอง ยังต้องเผชิญกับความอดอยาก ชีวิตเต็มไปด้วย ความขมขื่น
มีบ้าน มีสวน มีอาหารกินครบสามมื้อ มีทั้งเนื้อสัตว์และผัก มี ที่ดินให้ปลูกผัก
ใครบ้างจะไม่หลงรักมัน?
สำหรับคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้ายในวันสิ้นโลก ชีวิต แบบนี้เป็นเหมือนดั่งฝัน พวกเขายอมตายเพื่อสิ่งนี้
แต่ถึงอย่างไร ก็ต้องจากไปอยู่ดี
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจดีว่าทำไมไป่หลี่โม่เฉินถึงดูแลครอบครัวเมิ่ง เป็นพิเศษ นั่นเพราะเห็นแก่หน้าเธอ ผู้ประสบภัยทั่วไปไม่สามารถ คาดหวังถึงการต้อนรับที่อบอุ่นและอาหารที่ดีขนาดนี้ได้
แม้ว่าเมืองฮุ่ยเหวินซานจะดูแลผู้ประสบภัยทั่วไปได้ไม่ดีเท่าที่นี่ แต่ก็มีความสะดวกสบายและปลอดภัยมีมากกว่า เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึก สบายใจกว่าที่ครอบครัวเมิ่งจะไปที่นั่น
ในเวลานี้ เมิ่งคังเดินออกจากห้องและพูดว่า “เอาล่ะ มีอะไรให้ เสียดายกันนัก ถ้าเสี่ยวเซียวบอกให้ไปก็ไปกันเถอะ เธอมีเหตุผลของ เธอ รีบเก็บข้าวของกันได้แล้ว”
เมิ่งหยวนหยวนยกมือตะเบ๊ะ “รับทราบค่ะ ดิฉันจะไปเก็บของ เดี๋ยวนี้!”
คุณป้าโม่ลุกขึ้นติดตามไปเก็บของ พวกเขาไม่ได้มีของอะไร มากนัก เพียงไม่นานก็เก็บเสร็จ
สองคนแม่ลูกยังคงพูดคุยกัน แม้จะรู้สึกเสียดายที่นี่ แต่ก็ต้องจาก ไป
เพราะพวกเขาเชื่อฟังเซียวหมิงเยวี่ย ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร พวก เขาก็ทำตาม
เผิงเผิงวิ่งปรู๊ดปร๊าดมาหาเซียวหมิงเยวี่ย แล้วยื่นมะเขือเทศสีแดง สดใสให้เธอ
“พี่สาว กินอันนี้สิ อันนี้อร่อยมาก!”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่างเอ็นดู “โอ้โห เผิงเผิงน่ารักที่สุด ขอบใจ สำหรับมะเขือเทศนะจ๊ะ”
เผิงเผิงบีบมือเล็ก ๆ ของเขาพลางยิ้มอย่างเขินอาย จากนั้นวิ่งไป โผกอดผู้เป็นพ่อ
ในตอนนั้น เพื่อนบ้านข้างเคียงมาเยี่ยม ซึ่งเป็นหญิงชราร่างผอม คล ้า ริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตากลิ้งกลอก ดูแล้วรู้ทันทีว่าเป็นคนพูด เก่ง อยู่ไม่สุข ชอบนินทาชาวบ้าน
ในมือของเธอยังถือจอบอยู่ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งกลับจากการดาย หญ้า
“ป้าโม่ พวกเธอทำอะไรกันอยู่หรือ? เก็บของมาหลายวันแล้ว ยัง ไม่เสร็จอีกเหรอ?”
คุณป้าโม่ตอบอย่างสุภาพ “พี่หวัง พวกเราต้องเดินทางต่อ ไม่ได้ อยู่ที่นี่แล้ว กำลังจะไปเมืองฮุ่ยเหวินซานค่ะ”
พี่หวังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“น้องสาว พวกเธอเพิ่งมาอยู่ที่นี่เอง ทำไมจะย้ายออกไปแล้วล่ะ? เกิดอะไรขึ้น บอกพี่หน่อยสิ”
คุณป้าโม่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาข้อแก้ตัว
“เรามีญาติอยู่ที่เมืองฮุ่ยเหวินซาน จะได้คอยดูแลกัน”
พี่หวังพูดด้วยน ้าเสียงผิดหวัง “น้องสาวเอ๊ย เธอสับสนอะไรอยู่ หรือ? รู้ไหมว่ามีคนอยากมาอยู่ที่นี่มากมายแค่ไหน? อย่าทำอะไรโง่ ๆ เชียว ที่นี่เขามีเกณฑ์รับคนเข้มงวดมาก โชคดีแค่ไหนที่ได้อยู่ แถม
ชีวิตที่นี่ก็ดี๊ดี มีคนข้างนอกใฝ่ฝันอยากมาอยู่ตั้งเยอะ ทำไมไม่คิดบ้าง เล่าว่าตัวเองโชคดีขนาดไหน!”
เธอพยายามเกลี้ยกล่อมต่อ “ลองนึกดูสิ คนข้างนอกไม่มีข้าวให้ กินด้วยซ ้า แต่พวกเราได้กินอิ่มหนำสามมื้อทุกวัน ช่างเหมือนกับ ดินแดนในฝันในตำราเรียนเลย! สามีฉันบอกว่าเราโชคดีมากที่ได้มา อยู่ที่นี่ ฉันตั้งใจจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต แล้วทำไมเธอถึงอยากไปนัก เล่า!”
คุณป้าโม่ยิ้มเขิน “ที่นี่สุขสบายจริง ๆ นั่นแหละค่ะ แต่พวกเรา อยากไปหาญาติ”
พี่หวังยกมือโบกไปมา น ้าลายปลิวว่อน
“น้องสาวเอ๊ย ญาติพี่น้องทุกวันไว้ใจได้ที่ไหน! ไม่หลอกลวงจน เธอหมดตัวก็โชคดีมากแล้ว ฉันเห็นว่าเธอจริงใจ คุยกันถูกคอ ถึง ได้มาบอก กับคนอื่นฉันไม่พูดหรอก อยากไปก็ไป ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน เธอว่าจริงไหมล่ะ?”
“จริงค่ะ พี่หวัง ฉันรู้ว่าพี่มีจิตใจที่ดีงาม” คุณป้าโม่ตอบ
พี่หวังทำท่าลึกลับ จงใจลดเสียงลง แต่ด้วยเสียงอันดังของเธอ ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยได้ยินชัดเจน
“ฉันจะเตือนให้นะ ห้ามไว้ใจญาติพี่น้องเด็ดขาด! ปีที่แล้ว ฉัน เกือบถูกครอบครัวพี่สาวคนโตหลอกจนตาย! พูดถึงหลานสาวคนนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เด็กเวรนั่นเลือดเย็น ใจไม้ไส้ระกำ พอเจอคนเลว พวกมันก็ผลักฉันออกไป ไม่สนใจฉันเลยสักนิด!”
คุณป้าโม่พูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น “โอ้โห จริงเหรอคะ?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ พี่หวังก็กัดฟันแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยว
“ก็จริงน่ะสิ ตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็เข้าใจแล้ว ญาติพี่น้องอะไรกัน ไม่ สนใจแม่งแล้ว เธอฟังฉันนะ อย่าไปเลย ญาติพี่น้องไม่มีใครน่าไว้ใจ หรอก!”
“แล้วเมืองฮุ่ยเหวินซานไกลตั้งขนาดนั้น เธอจะไปให้เหนื่อย ทำไม แถมยังพาเด็กไปอีก อยู่ที่นี่สบาย ๆ ดีกว่า เผื่อว่าเมืองฮุ่ยเหวิน ซานไม่ดีเท่าบ้านเรานะ! ถ้าเกิดเจอเรื่องไม่คาดฝันระหว่างทางขึ้นมา จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้แล้วนะ”
คุณป้าโม่หัวเราะ ก่อนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“พี่หวัง นี่พี่ไปดายหญ้ามาเหรอคะ?”
พี่หวังตอบ “เพิ่งจะกลับมาเอง”
“นี่ก็เกือบเที่ยงแล้ว พี่จะอยู่กินข้าวด้วยกันไหม?” ป้าโม่กล่าว ชวนโดยมีนัยแฝง
พี่หวังตบขาตัวเอง “ลืมไปเลยว่าจะเที่ยงแล้ว ฉันต้องกลับไป ทำกับข้าว ไว้คราวหน้าฉันจะมาคุยด้วยใหม่นะ!”
คุณป้าโม่ยิ้มหวาน “ได้ค่ะพี่หวัง กลับบ้านดี ๆ นะคะ”
“จ้า ไปก่อนนะน้องสาว!”
พี่หวังตอบรับเสียงดัง แล้วก็รีบร้อนออกไป
หลังจากพี่หวังจากไป คุณป้าโม่กับเซียวหมิงเยวี่ยก็ยิ้มให้กัน
“แค่ไม่กี่วัน ไม่คิดเลยทุกคนจะสนิทสนมกับเพื่อนบ้านเร็วขนาด นี้” เซียวหมิงเยวี่ยกล่าว
คุณป้าโม่เก็บกวาดข้าวของในสนามหญ้าให้เรียบร้อย พยายาม ทำทุกอย่างให้เหมือนกับตอนที่เธอมาถึง เธอพูดขณะยังเก็บกวาดว่า
“คนชนบทก็เป็นแบบนี้แหละจ้ะ บ้านใครบ้านมัน ว่าง ๆ ก็ไปมา หาสู่กัน เจอกันไม่กี่ครั้งก็สนิทกันแล้ว พี่หวังคนเมื่อกี้ ดูแล้วก็คงเคย ทำงานหนักในไร่นามา ชอบพูดอะไรตรง ๆ ขวานผ่าซาก แต่ไม่มีพิษ มีภัยอะไรหรอก”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เธอเองก็คิดถึงวิถีชีวิต แบบชนบทที่เรียบง่ายแบบนี้ พอไปถึงเมืองเกาปาเล่อ เธออยากมีบ้าน สวนในชนบทแบบนี้สักหลัง ไว้ให้ครอบครัวอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่าง สบายใจ
ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ไป่หลี่โม่เฉินพูดเกี่ยวกับเทพธิดานั้นเชื่อถือได้ มากน้อยแค่ไหน หากสิ่งที่เธอบอกเป็นความจริง หมายความว่าจะไม่ มีภัยพิบัติร้ายแรงระดับล้างโลกอีกต่อไป สิ่งนี้แสดงว่ายุคสิ้นโลก กำลังจะจบลงแล้ว และนำพาโลกไปสู่อนาคตใหม่
เธอคงจะสามารถใช้ชีวิตเรียบง่ายที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น เสียงไซเรนเตือนภัยแหลมสูงก็ดังระงมไป ทั่ว เสียงหนึ่งดังกว่าอีกเสียง จนรู้สึกเจ็บที่เยื่อแก้วหู
“เกิดอะไรขึ้น?”
“มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
เมิ่งคังและเมิ่งหยวนหยวนวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความตื่น ตระหนก เสี่ยวฮุยฮุยพลันถลันตัวลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางระวัง
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าวัตถุบางอย่างบน ท้องฟ้า เธอก็ตกใจสุดขีด
เวลานี้ เฮลิคอปเตอร์จู่โจมบินมาเป็นแถวจากระยะไกล และค่อย ๆ บินเข้าใกล้ จนมาถึงเหนือน่านฟ้าเมืองจูหลิง
มันคือกองกำลังของรัฐบาล!