ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 378 กองกำลังรัฐบาลกำลังมา!
เซียวหมิงเยวี่ยเงยหน้ามองเฮลิคอปเตอร์จู่โจมบนท้องฟ้า ไม่ คาดคิดเลยว่ากองกำลังรัฐบาลจะมาถึงเร็วขนาดนี้ เธอนึกในใจ ก็ แหงล่ะ ไป่หลี่โม่เฉินก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ที่เมืองจูหลิง แล้วทางการจะ ไม่รู้ได้ยังไง
แต่เซียวหมิงเยวี่ยคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะดำเนินการเร็วขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม กองกำลังรัฐบาลจะรู้หรือไม่ว่าไป่หลี่โม่เฉินกำลัง สร้างเขตที่พักอาศัย? ถ้าพวกเขาคิดว่าพลเรือนที่นี่ล้วนเป็น ผู้ก่อการร้าย แล้วยิงถล่มไม่เลือกหน้าจะทำยังไง?
เผิงเผิงชี้ไปบนท้องฟ้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ป๊ะป๊า นั่น อะไรฮะ?”
“นั่นคือเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ครับ” เมิ่งคังอธิบาย
เผิงเผิงปรบมือร้องดีใจ “ว้าว บินบนฟ้าได้ด้วย!”
“เกิดอะไรขึ้น? มีอะไรเหรอ? เอาเด็กเข้าไปในบ้านเถอะ เดี๋ยวเผิง เผิงจะกลัว” ป้าโม่แนะนำ
เซียวหมิงเยวี่ยพูดออกมาโดยไม่คิด “ไม่ได้! อยู่ในสนามนี่แหละ ห้ามวิ่ง”
จำเป็นต้องแสดงให้ทหารรัฐบาลเห็นว่าพวกเขาเป็นเพียงคน ธรรมดา ไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มก่อการร้าย ด้วยวิธีนี้พวกเขาจึงจะ ปลอดภัย
เมิ่งคังอุ้มเผิงเผิงแล้วยกขึ้นสูง “ไม่เห็นต้องกลัวเลย ดูลายพราง บนเฮลิคอปเตอร์สิ นักบินจะต้องเป็นทหารแน่นอน ที่นี่เป็นเขตพัก อาศัย จะมีอะไรเกิดขึ้นได้ล่ะ?”
ยกเว้นเพียงเซียวหมิงเยวี่ย ไม่มีใครรู้ว่าเขตพักอาศัยนี้ไม่ได้ถูก สร้างขึ้นโดยรัฐบาล แต่สร้างโดยกลุ่มก่อการร้าย
หากได้รู้ความจริง พวกเขาคงหวาดกลัวจนแทบตาย
“เผิงเผิง ดูเฮลิคอปเตอร์โน่นสิ ลูกรีบโบกมือให้คนบนเครื่องบิน หน่อยเร็ว” เขาร้องบอกอีกครั้ง
เผิงเผิงดีใจสุด ๆ เขายังไม่เคยเห็นเครื่องบินมาก่อน เด็ก ๆ มักจะ อยากรู้อยากเห็นเสมอ
เขาโบกแขนไปมาพลางหัวเราะคิกคัก
“เครื่องบินเท่จัง! พวกคุณกินข้าวกันหรือยังฮะ? พวกเรากินแล้ว อร่อยมากเลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเผิงเผิง ทุกคนก็หัวเราะออกมา พวกเขา ทั้งหมดต่างเงยหน้ามองดูบนท้องฟ้า เฮลิคอปเตอร์จู่โจมเรียงแถว สร้างเสียงลมดังสนั่น บรรยากาศช่างน่าเกรงขาม
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แต่แทบจะทุกคนที่อาศัยอยู่ในละแวก นั้น ต่างก็ออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนวิ่งออกมาจาก บ้าน บางคนยืนนิ่งอยู่กับที่บนถนน บางคนหยุดทำงานที่ไร่นา และ เงยหน้าขึ้นมองดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ
แม้แต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ พวกเขาก็ไม่เคยเห็นเฮลิคอปเตอร์จู่โจม มาก่อน ยิ่งมาเป็นฝูงใหญ่ขนาดนี้ จะไม่ให้พวกเขาสงสัยได้อย่างไร?
…
บนเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธลำหนึ่ง
“หัวหน้า ข้างล่างนั่นยังมีพลเรือนอยู่ มีทั้งเด็ก ทั้งชาวนา ผมยัง เห็นคนกำลังทำงานในไร่ด้วยซ ้า เราบุกมาผิดที่หรือเปล่าครับ? ที่นี่
คือเมืองจูหลิงแน่หรือ?” ทหารหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น
“ไม่ผิดแน่นอน ที่นี่คือรังของพวกไวเปอร์ แผนปราบปรามไว เปอร์ครั้งนี้ เราห้ามพลาดเด็ดขาด เราต้องจับไอ้ไวเปอร์จอมเจ้าเล่ห์ และอำมหิตนั่นให้ได้!”
ทหารหนุ่มมองลงไปอีกครั้ง “มันแปลกประหลาดจริง ๆ กลุ่มก่อ การร้ายที่โหดเหี้ยมพวกนี้ กลับดูแลพลเรือนด้วยเหรอ? ลองดูเด็กคน นั้นสิ ยิ้มร่าเริงขนาดนั้น ไม่เหมือนถูกกดขี่ข่มเหงเลย ยังมีผู้หญิงอุ้ม เด็กอยู่ด้วยอีกต่างหาก”
หัวหน้าพูด “อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม ต้องพิจารณาให้แน่ชัดว่า คนเหล่านี้เป็นพลเรือนจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริง เราต้องรับรองความ ปลอดภัยของพลเรือนก่อน”
ทหารหนุ่มพยักหน้า กดปุ่มสื่อสาร
“รายงานจากหน่วยเคลื่อนที่ พบพลเรือนปรากฏตัวในหมู่บ้าน ชานเมือง อาจเป็นประชาชนทั่วไป โปรดใช้วิจารณญาณ ระวังอย่า ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทราบแล้วเปลี่ยน ทราบแล้วเปลี่ยน”
หัวหน้าจิบชา แล้วพูดด้วยน ้าเสียงที่ซับซ้อน
“เหล่าหยวนยังไม่หายดี ผ่าตัดใหญ่ขนาดนั้น ยังดื้อดึงจะมาด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
“ก็ไม่มีทางอื่นนี่ครับ เหล่าหยวนมีไอ้ไวเปอร์เป็นลูกชายคนเดียว โชคชะตาอะไรก็ไม่รู้ เหล่าหยวนเป็นคนดี ทำคุณประโยชน์ให้กับ ประเทศมากมาย แต่ทำไมลูกชายถึงกลายเป็นผู้ก่อการร้าย? แถมยัง พยายามฆ่าพ่อตัวเองอีก ครอบครัวนี้ยุ่งเหยิงจริง ๆ!”
ทหารหนุ่มถอนหายใจ
สีหน้าของหัวหน้าเย็นเยือกลง “อย่าพูดจาไร้สาระ อยู่ข้างนอก อย่าพูดไปเรื่อย รู้อะไรก็ทำเป็นไม่รู้”
ทหารหนุ่มรีบปรับท่าทางให้เรียบร้อย “ครับ ๆ หัวหน้าพูดถูก ครับ”
หัวหน้าหยุดชะงัก ครุ่นคิดด้วยสีหน้าสงสัย
“แค้นอะไรกันขนาดนี้ ถึงต้องเอาคืนพ่อแท้ ๆ ของตัวเอง ไอ้หนุ่ม คนนั้นมันทรยศชาติ หันไปหนุนหลังศัตรู คอยขัดแย้งกับพ่อตัวเอง ได้ยินว่าเหล่าหยวนเกิดปีชวด ส่วนไอ้ลูกชายก็ใช้ชื่อไวเปอร์ นายคิด ว่ามันจงใจหรือเปล่า…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ทหารหนุ่มก็หัวเราะคิกคักและพูดว่า
”
“หัวหน้า อย่าพูดไร้สาระ คนอื่นได้ยินจะดูไม่ดีนะครับ”
“แกนี่มันพับผ่าสิ!” หัวหน้าแค่นหัวเราะพร้อมสาปแช่ง
แม้จะพูดเล่นกันบ้าง แต่พอเป็นเรื่องงานก็ต้องเอาจริง
…
ในห้องลับแห่งหนึ่ง
พี่เหมิ่งร้อนรนจนเหงื่อไหลอาบใบหน้า “ลูกพี่ เราจะทำยังไงดี? พวกมันรู้แล้ว! สู้มันเลยเถอะ! อาวุธเราก็ไม่ใช่ของเล่นนะ! ถ้าต้อง ตาย ก็ต้องลากพวกมันลงนรกไปด้วยสักสองสามคน!”
“จริงด้วยลูกพี่ พวกมันบุกมาแล้ว ติดอาวุธมาเต็ม พวกเรารอช้า ไม่ได้แล้วนะครับ ผมจะไปบอกให้เหล่าฉีเตรียมรถถัง ยิงเครื่องบินผุ ๆ ของพวกมันลงมาให้หมด!” ชายอีกคนที่มีนิสัยใจร้อนพูดขึ้น
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!” ไป่หลี่โม่เฉินตะโกน
ชายคนนั้นกัดฟันแน่น “ลูกพี่ เราจะนิ่งเฉยรอความตายไม่ได้นะ ครับ”
ชายร่างใหญ่ที่แขนซ้ายมีรอยสักพูดอย่างดุเดือดว่า
“ผมเห็นด้วยนะลูกพี่ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ พวกเรายังมีคนอยู่ พอสมควร แล้วพลเมืองทั้งหมดเป็นตัวประกัน! ทหารรัฐบาลพวกนั้น
ย่อมคำนึงถึงชีวิตของตัวประกัน ทำให้พวกเรามีโอกาสมากขึ้น ใคร แพ้ใครชนะ ยังไม่แน่นอนหรอก”
“วิธีนี้เข้าท่าดี พวกมันกล้าปล่อยกระสุนหนึ่งนัด เราก็ฆ่าตัว ประกันหนึ่งคน ดูสิว่าพวกมันจะยังกล้าอีกไหม”
ภายในห้องเต็มไปด้วยผู้คนต่างส่งเสียงพูดคุย แสดงความ คิดเห็นกันอย่างวุ่นวาย มีทั้งเสนอแนะและถกเถียงกันไปมา
ไป่หลี่โม่เฉินสีหน้ามืดมน “อาเหมิ่ง แกลืมคำพูดของฉันเมื่อครั้ง ก่อนแล้วหรือไง?”
ทันใดนั้น ความคิดที่ไร้สาระก็ผุดขึ้นในใจของอาเหมิ่ง
“ลูกพี่ คุณคิดจะทำอะไร?!”
ไป่หลี่โม่เฉินลืมตาขึ้นช้า ๆ “ห้ามแตะต้องพลเมืองในพื้นที่ ถ้า พวกแกเคารพฉันในฐานะหัวหน้า ก็จงเชื่อฟังคำสั่งฉัน ฉันจะหาวิธี
พาพวกเราทุกคนรอดชีวิตไปด้วยกัน อาเหมิ่ง เหล่าซ่ง เฟิงโก่ว และ ทุกคนที่นี่ พวกเราเป็นอะไร? ในสายตาของคนในประเทศ M เรามัน ก็แค่สิ่งของ ไม่สิ เป็นแค่เครื่องมือ เป็นขยะใช้แล้วทิ้ง ตายไปก็ไม่ เสียดาย”
“แต่สำหรับพวกเรากันเอง พวกเราคือพี่น้องร่วมสาบาน คือ ครอบครัวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ผ่านนรก และผ่านความตาย ไม่มี ใครสนใจชีวิตพวกแกหรอก แต่ฉันสนใจ ถ้าหากแลกชีวิตพวกแก ด้วยชีวิตฉันได้ ฉันก็จะไม่ลังเลเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของไป่หลี่โม่เฉิน ทุกคนในห้องต่างเงียบลง
“ลูกพี่…”
“ลูกพี่ คุณหมายความว่ายังไง?”
ไป่หลี่โม่เฉินหยุดชั่วครู่ “ตอนนี้ฉันมีเป้าหมายเดียว นั่นคือการมี ชีวิตอยู่ พาพวกแกรอดไปด้วยกัน พวกแกทุกคนคือครอบครัวของ ฉัน ฉันไม่อยากให้ใครต้องตาย ไม่อยากเลย”
สิ้นเสียง เขาเหลือบมองไปรอบ ๆ สังเกตการณ์ท่าทีของทุกคน
“แต่ว่าลูกพี่ ไอ้พวกทหารรัฐบาลมันมากันแล้ว พวกมันไม่มีทาง ปล่อยเราไปแน่ ถ้าถูกพวกมันจับได้ พวกเราต้องตายกันหมด”
“ถ้าเราสู้ตอนนี้ ก็อาจมีคนรอด แต่ถ้ารอช้าไม่ลงมือ เกรงว่าจะมี คนตายมากกว่านี้!”
บางคนอดรนทนไม่ไหวจนโพล่งขึ้น
ดวงตาไป่หลี่โม่เฉินเปล่งประกายแสงเย็นเยือก เขากล่าวเสียง เบา
“จริงอยู่ที่คนชั่วสมควรตาย แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากยังพอมีคุณค่า อยู่บ้าง”
สีหน้าของพี่เหมิ่งแปรเปลี่ยนไปมา เขาเดาได้ว่าไป่หลี่โม่เฉิน กำลังคิดอะไรอยู่ มันเป็นแผนที่เสี่ยงมาก หากพลาดเพียงนิดเดียว ทุกคนจะต้องตาย
ทหารรัฐบาลไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน!
พี่เหมิ่งกำหมัดแน่น หลังจากต่อสู้กับความคิดในใจอยู่นาน เขา ตัดสินใจเชื่อฟังไป่หลี่โม่เฉิน เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไป่หลี่โม่ เฉินคือหัวหน้าของเขา และเป็นเขาเชื่อมั่นใจตัวอีกฝ่ายมาก
“ลูกพี่ ผมจะเชื่อฟังคุณ”
สีหน้าของไป่หลี่โม่เฉินเคร่งขรึมลงมาก เขาไม่รู้ว่าเขตที่พัก อาศัยแห่งนี้จะสามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้หรือไม่?
หากเขตที่พักอาศัยยังไม่พอใช้ต่อรอง แล้วความลับนอกประเทศ ล่ะ?
บางทีนั่นอาจจะเพียงพอแล้ว
เขาก้าวขาเดินออกไป แต่ละก้าวหนักหน่วงและยากลำบาก เสมือนเดิมสู่ประตูนรก แต่ก็เหมือนเดินสู่จุดเริ่มต้นใหม่
พี่เหมิ่งเดินตามไปติด ๆ
คนอื่น ๆ มองหน้ากัน ก่อนจะกัดฟันแล้วรีบเดินตามออกไป