ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 379 อุบัติเหตุ การยอมจำนนล้มเหลว!
“พวกแกถูกล้อมรอบแล้ว! วางอาวุธและยอมจำนนเสียโดยดี! อย่าคิดต่อต้านให้เปล่าประโยชน์ หากสารภาพโทษหนักจะกลายเป็น เบา ขัดขืนไปก็มีแต่โทษ!”
“พวกแกด้านล่างฟังให้ดี พวกแกถูกล้อมรอบแล้ว! วางอาวุธและ ยอมจำนนเสียโดยดี! อย่าคิดต่อต้านให้เปล่าประโยชน์ หากสารภาพ โทษหนักจะกลายเป็นเบา ขัดขืนไปก็มีแต่โทษ!
“…”
เสียงขู่เข็ญดังก้องไปทั่ว สร้างความกดดันอย่างมาก
บริเวณโดยรอบถูกล้อมรอบไปด้วยทหารรัฐบาล แม้แต่ชาวนาที่
อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ก็ถูกควบคุมตัวไว้ พวกเขางุนงง ไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น
เมื่อถูกทหารรัฐบาลซักถาม คำตอบของชาวนาเหล่านี้มี หลากหลาย แต่ความหมายคล้ายคลึงกัน
พวกเขาบอกทหารรัฐบาลว่าที่นี่คือเขตปลอดภัย พวกเขาอาศัย อยู่ที่นี่มานานแล้ว
บางคนคิดว่าทหารรัฐบาลกำลังฝึกซ้อม ชมเชยทหารรัฐบาลว่า เก่งมาก จริงจังเหมือนรบจริง สมจริงยิ่งกว่าในหนัง
แน่นอนว่าทหารรัฐบาลสองคนก็มาที่บ้านที่ครอบครัวเมิ่งอาศัย อยู่ และซักถามสถานการณ์พวกเขาแต่ละคน
แม้ว่าครอบครัวเมิ่งจะไม่เข้าใจว่าทหารรัฐบาลต้องการอะไร แต่ พวกเขาก็ตอบคำถามทุกข้อ
“เอาล่ะ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือของทุกท่าน เพื่อความ ปลอดภัยของพวกท่าน โปรดติดตามเรามาด้วยครับ” ทหารคนหนึ่ง พูดด้วยน ้าเสียงเป็นทางการ
“พวกคุณกำลังฝึกซ้อมหรือคะ?” เมิ่งหยวนหยวนอดไม่ได้ที่จะ ถามขึ้น
เธอคิดว่านี่เป็นการฝึกซ้อมเช่นกัน เพราะทุกคนคิดว่าเขตที่พัก อาศัยแห่งนี้สร้างโดยรัฐบาล
ทหารคนนั้นมองเธอด้วยสายตาแปลกใจ ไม่ได้ตอบคำถามตรง ๆ
“ไปกันเถอะครับ”
เมิ่งหยวนหยวนไม่กล้าถามอีก “โอ้”
เซียวหมิงเยวี่ยอุ้มซีวั่งและจูงเสี่ยวฮุยฮุยเดินตามทหารอย่างเงียบ ๆ เธอรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอรู้สึกกังวลอยู่ในใจ อยากรู้ว่าไป่หลี่โม่เฉินจะทำอย่างไรเมื่อ ถูกทหารรัฐบาลล้อมเช่นนี้?
เขาจะสู้แบบเอาเป็นเอาตาย หรือว่าจะมีแผนอื่น?
เขาคงไม่สู้แบบเอาเป็นเอาตาย ทหารรัฐบาลมาพร้อมอาวุธครบ มือ และโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ไป่หลี่โม่เฉินเป็นฝ่ายเสียเปรียบ คงไม่ มีทางเอาชนะได้
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขาต้องการต่อสู้กับทหารรัฐบาลของจีนจริง ๆ เขาคงไม่สร้างเขตที่พักอาศัยขึ้นมา และคงไม่ดูแลพลเรือนอย่างดี
วิธีการของเขาแปลกประหลาด ไม่เหมือนใครเลย
เขาคือคนที่สามารถสังหารผู้คนในชุมชนสวนดอกยี่เข่งได้อย่าง โหดเหี้ยมโดยไม่ต้องกะพริบตา แต่เขายังเป็นคนเดียวกับผู้ที่สร้าง เขตที่พักอาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เขาเป็นคนดีหรือคนเลว หรือว่าดีเลวผสมกัน ป่วยเป็นโรคหลาย บุคลิกหรือเปล่า?
เซียวหมิงเยวี่ยไม่เข้าใจเขาเลย
แต่ไม่ว่าอย่างไร ทหารรัฐบาลก็ต้องชนะสงครามนี้
เซียวหมิงเยวี่ยปิดปากไม่พูดอะไร และเพียงเดินตามทหารไป เงียบ ๆ
…
หัวหน้าจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่ง ขณะรับฟังรายงานจากลูกน้อง ฟังไปฟังมา เขาหัวเราะออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“เขตที่พักอาศัย? พวกชาวบ้านบอกว่าที่นี่คือเขตที่พักอาศัยงั้น เหรอ? ฮึ! ถ้าที่นี่เป็นเขตที่พักอาศัยจริง แล้วพวกมันเป็นอะไร รัฐบาล หรือไง? งั้นพวกเราเป็นอะไร? น่าขันชะมัด!”
ลูกน้องคนหนึ่งพูดด้วยความลังเล “คนเหล่านั้นเป็นพลเรือน ธรรมดาจริง ๆ และดูเหมือนจะไม่ได้โกหก เราซักถามพวกเขาแล้ว พวกเขาบอกว่าเริ่มย้ายมาที่นี่ทีละคน และมีคนจำนวนมากอาศัยอยู่ ที่นี่มานานแล้ว”
“พวกเขายังบอกด้วยว่าที่นี่มีอาหารกินดี ที่พักอาศัยสงบสุข เรา ตรวจสอบห้องครัวของพวกเขา พบว่ามีอาหารจริง ๆ และไม่ใช่ข้าว สายพันธุ์ในประเทศ แต่เป็นข้าวที่ใช้ปลูกในต่างประเทศ”
หัวหน้าอุทานด้วยความประหลาดใจ “นี่มันแปลกมาก”
ในเวลานี้ ทหารหญิงพยุงชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ ชาย ชราคนนั้นก็คือเหล่าหยวน
ศีรษะของเขายังพันด้วยผ้าก๊อซหนา
หัวหน้าลุกขึ้นยืนทันที เดินไปประคอง พูดว่า
“ท่านเหล่าหยวนมาแล้วหรือครับ ช้า ๆ นะครับ นั่งลงก่อน ที่นี่คือ แนวหน้า คุณไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ เพียงรออยู่ข้างหลังก็พอ อาการ บาดเจ็บของคุณยังไม่หายดี”
เหล่าหยวนนั่งลงด้วยร่างกายที่สั่นเทา พูดอย่างยากลำบากว่า
“ไม่เป็นไร ชีวิตแก่ ๆ ของฉันก็เหมือนเก็บมาฟรี ที่มาด้วยครั้งนี้ ก็เพื่ออยากจะอธิบายให้เขาฟังด้วยตัวเอง”
ขณะที่กล่าวประโยคนี้ สีหน้าของเขาดูเศร้าหมอง เจ็บปวด และ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เหล่าหยวนอยากจะบอกเขาด้วยตัวเองว่า เขาไม่รู้ว่าอดีตภรรยา เสียชีวิตไปแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าลูก ๆ ของพวกเขาเติบโตขึ้นมาอย่าง ยากลำบากในต่างประเทศ เขาเองก็ถูกปกปิดเรื่องนี้มาตลอด
เขายังคิดว่าอดีตภรรยาจงเกลียดจงชังเขา ไม่อยากติดต่อ ไม่ อยากให้เขาเจอลูก
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดวงตาชราของเหล่าหยวนก็มีน ้าตาคลอ แต่ ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้คือภรรยาคนปัจจุบันของเขา อดีตภรรยา เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน เขาจึงไม่มีทางเอาเรื่องกับเธอได้
เธอปิดบังความลับมาหลายสิบปีโดยไม่ให้ใครจับได้เลย
เขาเกลียด เกลียดตัวเองที่ในอดีตละทิ้งภรรยาที่เคยลำบากมา ด้วยกันเพื่ออนาคตของตัวเอง แล้วไปหาผู้หญิงที่อิจฉาริษยาและร้าย กาจ!
เมื่อมองย้อนกลับไป เขาคือผู้ทำลายชีวิตอดีตภรรยา เขาคือ ผู้ทำลายชีวิตลูก ทุกอย่างเป็นความผิดของเขา แต่ถึงจะเสียใจแค่ ไหนก็สายเกินไปแล้ว
“เขาอยากฆ่าฉัน ฉันจึงมาที่นี่เพื่อให้เขาฆ่า เป็นความผิดของ ฉันทั้งหมด เป็นเพราะกรรมที่ฉันก่อไว้ ฉันมาไถ่บาปในครั้งนั้น” เหล่าหยวนกุมไม้เท้าแน่น น ้าเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถม
กะโหลกศีรษะของเขาแตก กระสุนทะลุเข้าสมอง มีโอกาสรอด ชีวิตแค่หนึ่งในเก้า มันจึงเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่เขายังมีชีวิตอยู่ เพราะกระสุนเฉียดไปไม่โดนจุดสำคัญ
แต่กระสุนก็ยังสร้างความเสียหายให้กับสมอง ทำลายระบบ ประสาทของเขา ส่งผลให้เขาเดินไม่ปกติและพูดไม่ชัด
หัวหน้าไม่รู้จะพูดอะไรดี “เหล่าหยวนครับ คุณต้องใจเย็นก่อน นะ”
ในเวลานี้ ทหารที่คอยเฝ้าสังเกตตะโกนขึ้นว่า
“หัวหน้ามาดูนี่เร็วเข้า มีคนออกมาแล้วครับ”
หัวหน้ารีบเดินตรงไปที่ประตู “ไวเปอร์จริงด้วย! เขาออกมาแล้ว!”
“ไวเปอร์ แกถูกล้อมไว้หมดแล้ว อย่าพยายามดิ้นรนต่อต้าน หาก สารภาพผิด โทษหนักจะกลายเป็นเบา!” เสียงเตือนดังก้องกังวานอีก ครั้ง
เวลานี้ ไวเปอร์เอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าและเดินออกมาท่าทาง สงบ เขามองไปที่กองทัพของรัฐบาลที่ตั้งรับไว้แน่นหนา ยกมือทั้งสอง ข้างขึ้นช้า ๆ และตะโกนว่า
“ผมยอมแพ้”
เขาแสดงท่าทีสงบเสงี่ยมราวกับว่าไม่ได้มาเพื่อยอมจำนน
จากนั้นพี่เหมิ่งก็เดินตามออกมา ยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูง เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ถึงแม้จะลังเล แต่ก็ทยอยออกมาพร้อมยกมือทั้ง สองข้างขึ้น
หัวหน้าขมวดคิ้ว “ยอมแพ้? ไม่เหมือนสไตล์เขาเลย ไวเปอร์เป็น คนโหดเหี้ยม ต่อให้ต้องเสียเลือดเนื้อเองนับร้อยครั้ง ก็จะกำจัดศัตรู ให้สิ้นซากนับพัน มันเป็นพวกบ้าระห ่าไม่กลัวตาย บางทีอาจจะมีแผน ร้ายแอบแฝง ระวังตัวไว้ให้ดี!”
“รับทราบ”
ด้านข้าง เหล่าหยวนได้ยินหัวหน้าทหารพูดถึงไวเปอร์ หัวใจของ เขาพลันรู้สึกหนักอึ้ง
ไป่หลี่โม่เฉินหยิบโทรโข่งจากมือพี่เหมิ่งแล้วพูดว่า “ผมบอกแล้ว ว่าพวกเรายอมแพ้ มาเถอะ จับตัวผมไปเลย ไม่ว่าจะอยากรู้อะไร ผม จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง ขอแค่ไว้ชีวิตพวกเรา จะให้ทำอะไรก็ ยอม”
“พวกคุณเองก็เห็นแล้วว่า เขตที่พักอาศัยที่ผมสร้างไม่ได้เลวร้าย เลยใช่ไหม? ไม่ได้ด้อยไปกว่าของพวกคุณเลย อีกอย่าง ผมก็ช่วย พวกคุณจัดการกับพวกกองกำลังต่างประเทศ ว่ายังไง ลองพิจารณา ความร่วมมือกันหน่อยไหม?”
เมื่อเห็นท่าทีของไป่หลี่โม่เฉินราวกับยอมให้จัดการทุกอย่าง หัวหน้าหรี่ตามองด้วยสายตาแหลมคม
“เล่นละครน ้าเน่าหรือไง? คิดว่าแค่กลับตัวกลับใจแล้วจะจบ เหรอ? เฮอะ!”
หัวหน้ายังคงไม่ไว้ใจ
“ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือไว้ให้เต็มที่ ทีมสาม ขึ้นไป ควบคุมตัวพวกมันไว้ ระวังตัวด้วย!”
เหล่าหยวนกำไม้เท้าแน่น แล้วเดินออกไปช้า ๆ เขาต้องไปคุยกับ ลูกชาย จะรอช้าไม่ได้ เขาต้องอธิบายให้ลูกชายเข้าใจ
เหล่าหยวนหยิบโทรโข่งขึ้นมาพูด “หมิงหลี่! ลูกพ่อ พ่ออดทน ฝืนสังขารเพื่อมาพูดกับลูก ถ้าไม่ได้พูดออกไป พ่อคงตายตาไม่ หลับ!”
ไป่หลี่โม่เฉินเปลี่ยนชื่อทีหลัง ตอนเด็ก ๆ ชื่อของเขาคือหยวนห มิงหลี่
ไป่หลี่โม่เฉินตัดสินใจยอมแพ้ และปล่อยให้ทหารรัฐบาลจับกุม ไป แต่เมื่อได้ยินเสียงของเหล่าหยวน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่าง ฉับพลัน
เขาหันไปมองร่างชายชราด้วยดวงตาแดงก ่า ตะโกนก้องอย่าง เกรี้ยวกราด
“แกยังไม่ตายอีกเหรอ!! ทำไมแกยังไม่ตาย เป็นไปไม่ได้!”
เขาเล็งยิงหัวของอีกฝ่ายตรง ๆ แล้วทำไมถึงไม่ตายล่ะ?
หัวหน้ารู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ดี รีบพูดว่า
“ให้เขาออกมาทำไม? เร็ว พาเหล่าหยวนกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้ แก่ แล้วสมองเลอะเลือนไปหมด มีอะไรอยากพูดทำไมไม่รอจนกว่าจะจับ ตัวทางโน้นได้ก่อนเล่า!”
ทหารสองคนรีบวิ่งออกไป
เหล่าหยวนร้องไห้ด้วยความเสียใจ “ลูกพ่อ พ่อไม่รู้ว่าแม่เขา เสียชีวิตมาหลายปีแล้ว ละไม่รู้ว่าลูกกับพี่สาวต้องทนทุกข์ทรมานมา ขนาดไหน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ…”
ไป่หลี่โม่เฉินขัดจังหวะเขาด้วยเสียงคำราม “แกไม่ต้องมาอธิบาย อะไรกับฉัน! แกไม่มีสิทธิ์! ฉันขอถามแค่ว่า แกคือคนที่ทิ้งลูกทิ้งเมีย ไปใช่ไหม แกคือคนที่ไม่เคยเหลียวแลพวกเราใช่ไหม ถ้าแกใส่ใจ พวกเราบ้าง แกจะไม่รู้อะไรเลยได้ยังไง?”
สีหน้าไป่หลี่โม่เฉินเต็มไปด้วยความโกรธ “แกมาเล่นละครไร้ สาระอะไรอีก แค่เห็นหน้าแกก็รู้สึกขยะแขยงจะตายแล้ว!”
เหล่าหยวนค่อย ๆ คุกเข่าลงบนพื้น ร้องไห้คร ่าครวญว่า “เป็น ความผิดของพ่อเอง พ่อขอโทษลูก ๆ และแม่ของลูกด้วย พ่อผิดไป แล้ว พ่ออยากชดใช้ให้พวกลูก…”
ไป่หลี่โม่เฉินเสียสติไปแล้ว เขาชักปืนออกมาแล้วตะคอกอย่าง เย็นชา
“ใครอยากให้แกชดใช้? ถ้าต้องการนัก ก็ลงไปชดใช้กับแม่ฉัน ซะ!”
เหล่าหยวนฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ ทันใดนั้นก็หันขวับ กลับมาตะโกนด้วยความตกใจ
“อย่ายิง!”
แต่สายเกินไปแล้ว มือปืนซุ่มยิงในที่มืดได้เล็งเป้าหมายไปที่ไป่ห ลี่โม่เฉินและพรรคพวกของเขา หากอีกฝ่ายมีท่าทีขัดขืนเมื่อไหร่ กระสุนจากปืนไรเฟิลจะถูกยิงทันที
ปัง!
ไป่หลี่โม่เฉินถูกยิงจนล้มกระแทกพื้น เขามองดูรูเลือดบนหน้าอก ด้วยความไม่เชื่อ ขณะที่เลือดไหลทะลักออกมาอย่างหนัก
“ลูกพี่!”
พี่เหมิ่งตะโกนเสียงดัง ใบหน้าที่โกรธจัดบิดเบี้ยว “ผมเตือนแล้ว ไงว่าอย่ายอมแพ้ ยอมแพ้ไปจะมีประโยชน์อะไร พี่น้องเอ๋ย เราต้อง ล้างแค้นให้หัวหน้า!”
เหล่าผู้ก่อการร้ายที่ควรจะยอมจำนน ต่างพากันหลบหนีไปเพื่อ ไปหยิบอาวุธ
แต่กองกำลังรัฐบาลไม่มีทางให้โอกาสพวกเขา
หัวหน้าแตะชุดหูฟังตะโกน “อย่ายิงจุดสำคัญ จับเป็นพวกมัน!”
เสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันหลายครั้ง ขณะที่ผู้ก่อการร้ายล้มลงที ละคนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มแรก ตอนนี้จึงเหมือน ปลาบนเขียง รอให้ถูกเชือดเท่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น หัวหน้าจึงพอจะวางใจได้บ้าง หากกลุ่มก่อการ ร้ายเหล่านี้ได้อาวุธไป ย่อมต้องเกิดการต่อสู้ที่นองเลือด ไม่รู้ว่าจะมี ผู้เสียชีวิตอีกกี่คน
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เสียเรื่องหมด!” หัวหน้าตะคอก
เขาจ้องมองเหล่าหยวนด้วยสายตาที่ตำหนิ ปกติท่านก็ดูเป็นคน มีสติดี แต่พอเป็นเรื่องนี้ ดูเหมือนท่านจะหลง ๆ ลืม ๆ ไปเสียแล้ว ยังดี ที่ไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้น
“ลูกพ่อ!”
เหล่าหยวนวิ่งโซเซไปมา ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้ง กระทั่ง ทหารที่เพิ่งมาถึงเข้ามาประคองไว้
“ลูกพ่อ ลูกชายของพ่อ!” เหล่าหยวนร้องไห้คร ่าครวญด้วยความ โศกเศร้า