ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 380 ตัวตนของเซียวหมิงเยวี่ยถูกสงสัย
กองกำลังทหารรัฐบาลเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จับกุมกลุ่มก่อการร้ายทั้งหมด ยึดยุทโธปกรณ์ และอุปกรณ์ทางทหาร ทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย
สำหรับเขตที่พักอาศัยแห่งนี้ ทางรัฐบาลตัดสินใจหลังจากหารือ กันแล้วว่า จะไม่เปิดเผยความจริงแก่ผู้อยู่อาศัย แต่จะเข้ามารับช่วง ต่อและสร้างชุมชนในเมืองจูหลิงต่อไป
การเคลื่อนไหวของประเทศในครั้งนี้ สามารถโค่นล้มกลุ่มก่อการ ร้ายที่ทำสิ่งชั่วช้ามากมายในประเทศจีนได้สำเร็จ ไม่เหลือแม้แต่คน เดียว
กรณีของพวกผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ สมควรได้รับการไต่สวน คดีอาญาอย่างเป็นทางการตามระบบกฎหมาย พวกมันไม่มีสัญชาติ จีน หากไม่ให้ความร่วมมือ โทษคือประหารชีวิต ไม่มีทางเลือกอื่น
สำหรับพวกที่ยอมให้ความร่วมมือ สารภาพความผิด ยังพอจะ รอดชีวิตได้ แต่ทั้งชีวิตที่เหลือ พวกมันจะต้องถูกใส่กุญแจมือและโซ่ ตรวน กลายเป็นแรงงานที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว ใช้แรงงานที่เหลือ เพียงน้อยนิด ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มั่นคงให้กับ ประเทศจีน
เพราะว่าตอนนี้ประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่ง ร้อยล้านคน และกำลังต้องการแรงงานจำนวนมาก นี่ถือเป็นเกียรติ ของพวกมัน พวกมันต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องตอบโต้ต่อการยั่วยุจากต่างประเทศที่เกิดขึ้น บ่อยครั้ง
ตอนนี้รัฐบาลกำลังสร้างที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง และจะไม่มีภัย พิบัติร้ายแรงเกิดขึ้นอีกต่อไป ทุกอย่างกำลังมุ่งไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
ปัญหาปากท้องได้รับการแก้ไขชั่วคราว ในที่สุดประเทศก็มีเวลา ว่างพอที่จะวางแผนตอบโต้กลุ่มกองกำลังต่างประเทศ
ภัยพิบัติวันสิ้นโลกถือเป็นหายนะสำหรับมวลมนุษยชาติ เราทุก คนคือตั๊กแตนบนเชือกเส้นเดียวกัน แทนที่จะมุ่งมั่นสามัคคีเพื่อสืบ สานพันธุ์มนุษย์ กลับมุ่งแต่เล่นบทบาทปั่นป่วนในเวทีการเมืองของ ต่างประเทศ จิตใจเช่นนี้ช่างโหดร้ายและไม่อาจให้อภัยได้
ส่วนเรื่องที่ว่าทางประเทศจะดำเนินการอย่างไร นั่นเป็นเรื่องที่
ต้องรอดูกันต่อไป
…
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตที่พักอาศัยของเมืองจูหลิงได้รับการ อพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว
ทางทหารให้คำมั่นสัญญาว่า จะมีผู้นำจากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา บริหารเขตที่พักอาศัยของเมืองจูหลิง ขอให้ทุกท่านวางใจ กลับบ้าน ใช้ชีวิตตามปกติ และทำหน้าที่ของตนต่อไป
ระหว่างทางกลับบ้าน เมิ่งหยวนหยวนก้าวเดินอย่างสบายใจ
“บอกแล้วไงว่ามันเป็นแค่การฝึกซ้อม ทำไมถึงจัดเต็มกันขนาดนี้
นะ น่ากลัวเกิน”
“ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย เฮอลิคอปเตอร์จู่โจมเรียงราย เต็มไปหมด คงจำภาพเหล่านี้ไปจนวันตาย” เมิ่งคังพูด
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอ่อนโยน “คุณป้าโม่ หยวนหยวน เมิ่งคัง อีกไม่ นานรัฐบาลใหม่ก็จะเข้ามาดูแลที่นี่แล้ว ถ้าอย่างนั้นทุกคนอยู่ที่นี่ต่อก็ ได้ ความจริงมันก็ไม่เลวเลย”
“จริงเหรอ?” เมิ่งหยวนหยวนถาม
“เสี่ยวเซียว หนูเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่า ไปอยู่เขตที่พักอาศัยใน เมืองฮุ่ยเหวินซานนั้นดีกว่า?” คุณป้าโม่ถาม
เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่จำเป็นแล้วค่ะ ป้าหวังพูดถูก ทำไมต้องลำบากไปที่อื่น ที่นี่ก็เป็นเขตที่พักอาศัยของรัฐบาล เหมือนกัน แถมพวกคุณได้บ้านสองชั้นที่สร้างเอง แบบนี้ถือว่าดีมาก แล้ว สนามหญ้าก็ใหญ่มากด้วย พวกคุณเองก็อยากอยู่ที่นี่ต่อไม่ใช่ เหรอคะ?”
เพราะที่นี่จะถูกทางการเข้ามารับช่วงต่อ จึงรับรองความ ปลอดภัยได้ และไม่จำเป็นต้องลี้ภัยไปที่ไหนอีกแล้ว
ในยุคสิ้นโลก การได้ตั้งรกรากมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นสิ่งที่ทุก คนใฝ่ฝัน เมืองจูหลิงแห่งนี้ไม่เลวเลย เหมาะกับครอบครัวเมิ่งมาก
เมิ่งหยวนหยวนอุทานด้วยความดีใจ “ไม่ต้องไปจริง ๆ หรือ? เยี่ยมไปเลย! ฉันชอบบ้านของเราตอนนี้มาก ความจริงตั้งแต่มาถึง ฉันก็รู้สึกถูกชะตากับมันอย่างน่าประหลาด”
คุณป้าโม่ยิ้มจนตาหยี ถอนหายใจแล้วพูดว่า
“ดีแล้ว ดีจริง ๆ ช่วงเวลาที่ต้องหนีระหกระเหินผ่านพ้นไปแล้ว ต่อไปนี้ พวกเราจะได้ตั้งรกรากกันเสียที! ตราบใดที่ยังมีอาหารกิน อยู่ที่ไหนก็เหมือนบ้าน!”
เมิ่งคังพยักหน้า “จริงด้วย บ้านของเราถือว่าดีมากเลย ผมมองดู บ้านของเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ แทบไม่มีบ้านไหนใหญ่เท่าบ้านเรา”
เมิ่งหยวนหยวนเอื้อมแขนไปวางบนบ่าของเซียวหมิงเยวี่ย “พวก เรานี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้มาเจอกับเสี่ยวเซียว เสี่ยวเซียวคือดาวนำโชค ของครอบครัวเมิ่ง! ต่อไปนี้เราก็จะอยู่ด้วยกันนะ เสี่ยวเซียวเป็น เหมือนพี่น้องแท้ ๆ ของฉัน!”
เซียวหมิงเยวี่ยเม้มริมฝีปาก “ฉันคงจะไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ความจริง ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าฉันต้องไปเมืองเกาปาเล่อ ครอบครัวของฉันอยู่ที่
นั่น ฉันต้องไปตามหาพวกเขา”
“ที่นี่ดีมากจริง ๆ หวังว่าพวกคุณจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข” เธอ พูดเสริมอีกประโยคด้วยความจริงใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าครอบครัวเมิ่ง จะมีความสุขที่นี่
ตอนนี้เข้าปีที่สี่ของยุคสิ้นโลก ด้านมืดของมนุษย์ถูกขุดคุ้ย ออกมาจนหมดเปลือก เผยให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งชัดเจน
ครอบครัวเมิ่งยังคงรักษาความดีงามไว้ได้ ถือเป็นสิ่งที่หายาก มาก พวกเขาสมควรได้รับชีวิตที่ดีกว่านี้
“เธอจะไม่อยู่ที่นี่เหรอ? ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย”
เมิ่งหยวนหยวนได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกผิดหวังอย่างมาก
“เสี่ยวเซียว หนูจะเดินทางไปเมืองเกาปาเล่อตามลำพังเหรอ เมืองเกาปาเล่ออยู่ไกลกว่าเมืองฮุ่ยเหวินซานมาก คงเดินทางนาน มากแน่ ๆ” คุณป้าโม่ไม่อยากให้เธอไปเช่นกัน
“เมื่อกี้ได้ยินทหารพวกนั้นพูดว่า พวกเขามาจากจังหวัดใน มณฑลหลงเจียง บางทีเธอขอติดไปกับพวกเขาดีไหม?” เมิ่งคังพูด
“ให้ทำแบบที่คุณบอกไม่ได้หรอก พวกเขาไม่รู้จักฉัน และฉันไม่ รู้จักพวกเขาเช่นกัน ผู้ลี้ภัยทั้งหมดที่ผ่านเมืองนี้ล้วนมุ่งหน้าไปยัง มณฑลหลงเจียง แต่คุณจะให้ฉันขอติดไปกับพวกเขาคนเดียว เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยเข้าใจดีว่าเมิ่งคังพูดด้วยความหวังดี แต่ว่ามัน เป็นไปไม่ได้จริง ๆ ตัวเธอเองไม่มีสถานะอะไรพิเศษ เป็นเพียงหนึ่งใน ผู้ลี้ภัยธรรมดา ๆ พวกเขาไม่มีทางยินยอมช่วยแน่นอน
คุณป้าโม่อ้าปากพูด น ้าตาคลอเบ้าด้วยความอาลัยอาวรณ์
“คิดไม่ถึงเลยว่าเราจะต้องแยกทางกันที่นี่ น่าเสียดายเหลือเกิน หนูเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ยังต้องพาทารกน้อยเพิ่งคลอดเดินทางไป ด้วย รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีนะลูก!”
“ไม่ต้องห่วงหรอกแม่ เธอมีพี่ฮุยอยู่ด้วย พี่ฮุยเป็นถึงหมาป่าเลย นะ! เขาจะปกป้องเสี่ยวเซียวได้แน่นอน”
เมิ่งหยวนหยวนลูบหัวเสี่ยวฮุยฮุย “พี่ฮุย ต้องลากันแล้วนะ นาย เป็นหมาป่าที่ฉันชื่นชมมากที่สุด เมื่อก่อนคือหมาป่าฮุยไท่หลาง*[1] แต่ตอนนี้คือนายนะ”
ตอนที่พวกเขารู้ว่าเสี่ยวฮุยฮุยเป็นหมาป่า ก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ บ้าง แต่เมื่อนึกย้อนถึงสิ่งที่ผ่านมา เห็นว่าตลอดการเดินทาง เสี่ยวฮุย ฮุยคอยปกป้องพวกเขาเสมอ พวกเขาจึงไม่กลัวมันอีกต่อไป
ใช่แล้ว เพราะว่าเสี่ยวฮุยฮุยเป็นหมาป่า เขาถึงได้มีพลังต่อสู้ที่
ร้ายกาจขนาดนั้น ทำให้สามารถฆ่าคนตายไปมากมายในอำเภอชิงฮ ว่า และจัดการกับเหล่าปีศาจพวกนั้นทั้งหมด
นี่ถือเป็นคำอธิบายอย่างดี
“เสี่ยวเซียว เธอต้องดูแลตัวเองนะ”
“ใช่แล้ว ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูกนะ คอยระวังหน้าระวังหลังให้ดี”
แม่ลูกตระกูลเมิ่งพูดกำชับด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มน้อย ๆ “เข้าใจแล้วค่ะ”
ในตอนนั้น เสียงผู้หญิงร้องทักเสียงดัง ซึ่งก็คือพี่หวัง
“นี่ พวกเธอกำลังคุยอะไรกันอยู่ตรงนั้น?”
คุณป้าโม่หันไปมองเธอ “อ้าว พี่หวังมาพอดีเลย พวกเราคุยกัน ว่าไม่อยากไปต่อแล้ว จะอยู่ที่นี่แทน”
พี่หวังตบขาตัวเองดังเพี๊ยะ “น้องสาวคิดได้แล้วเหรอ? ยอมฟังฉัน แล้วใช่ไหม? จะไปทำไม อยู่ที่นี่ดีกว่าเยอะ! เธอเห็นที่พวกเขาฝึกซ้อม กันวันนี้ไหม เอาจริงเอาจังกันสุด ๆ รัฐบาลของเราน่าเชื่อถือมาก!”
คุณป้าโม่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ใช่ค่ะ มีรัฐบาลอยู่ พวกเราก็ สบายใจ อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว”
พี่หวังดีใจจนหน้าบาน “ฉันล่ะถูกชะตากับเธอจริง ๆ อยู่เป็น เพื่อนบ้านกันดีที่สุดแล้ว”
ทันใดนั้น ทหารสองคนแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบเดินเข้ามา ทหารคนหนึ่งเอ่ยถามว่า
“คุณคือเซียวหมิงเยวี่ยใช่ไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยตกใจ รีบพยักหน้ารับโดยไม่รู้ตัว “ใช่ค่ะ ดิฉันเอง”
“ช่วยมากับพวกเราหน่อย” ทหารพูดด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย
“ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยอุ้มซีวั่งและพาเสี่ยวฮุยฮุยเดินตามไป แม้จะไม่รู้ว่า ทหารมาหาเธอทำไม แต่ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่า มันต้อง เกี่ยวข้องกับไป่หลี่โม่เฉินแน่นอน
เพราะสองสามวันนี้ เธออาศัยอยู่ที่นี่ในฐานะแขก หลายคนทราบ เรื่องนี้ดี ขอเพียงแค่สอบถาม ก็คงจะทราบคำตอบได้ไม่ยาก
เซียวหมิงเยวี่ยอดคิดมากไม่ได้ กังวลว่ากองกำลังทหารจาก มณฑลหลงเจียงจะเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นพรรคพวกของไป่หลี่โม่ เฉิน
โอ๊ย ไม่นะ!
ทหารคนหนึ่งมองไปทางเสี่ยวฮุยฮุยที่เดินตามเซียวหมิงเยวี่ยอ ย่างใกล้ชิด แล้วถามว่า “นี่คือหมาป่าที่คุณเลี้ยงไว้เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ”
ทหารคนนั้นมีสายตาเฉียบแหลม มองเพียงแวบเดียวก็รู้
ทหารคนนั้น นึกถึงหมาป่าหกตัวที่เลี้ยงไว้หลังค่าย ยิ่งเพิ่มความ สงสัยในตัวตนของเซียวหมิงเยวี่ยมากขึ้น เขาพูดด้วยน ้าเสียงห้วน ๆ ว่า
“รีบไปเร็ว”
เซียวหมิงเยวี่ยย่อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เธอรู้ตัวเองดีว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด