ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 383 ครอบครัวเซียวรู้ข่าวคราวของเซียวหมิงเยวี่ย
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 383 ครอบครัวเซียวรู้ข่าวคราวของเซียวหมิงเยวี่ย
“ใช่ ๆ เซียวหมิงเยวี่ยพูดถูก เธอเป็นผู้รายงานเบาะแสการโจมตี ของผู้ก่อการร้าย ทำให้เรามีเวลาเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้า…”
“นั่นต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ ๆ ผมเคยเจอเซียวหมิงเยวี่ยเด็ก คนนั้นบ่อยครั้ง เธอเป็นเด็กดี และให้ความร่วมมือกับงานของตำรวจ เสมอมา…”
“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่ของผมเอง ตั้งแต่เซียวหมิง เยวี่ยหายตัวไป เพื่อนและครอบครัวของเธอเป็นห่วงมากเลยครับ”
พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะวางสาย ผู้กำกับเหยียนก็รีบพูดขึ้น ก่อน
“อ๊ะ เดี๋ยวก่อนครับ ในเมื่อเซียวหมิงเยวี่ยอยู่ที่เมืองจูหลิง พวก คุณพอจะสะดวกพาผู้หญิงคนนั้นมาด้วยกันไหมครับ?”
“ผมรู้ครับว่าปกติแล้วไม่มีกฎระเบียบแบบนี้ แต่ผมขอเรียนตรง ๆ ว่า คุณเซียวหมิงเยวี่ยคือผู้มีพระคุณต่อนายพลอาวุโสจี้จงซานของ พวกเรา หากท่านนายพลทราบ รับรองว่าท่านต้องดีใจแน่ ๆ ครับ อย่างไรก็ตาม ผมรบกวนคุณช่วยถามไถ่หน่อยได้ไหมครับว่า พอจะ ขออนุญาตจากท่านผู้บังคับบัญชาของคุณได้ไหม ไว้ผมจะเลี้ยง อาหารค ่าอย่างเต็มที่ ไม่เมาไม่กลับ!”
“ได้เลยครับ ได้เลย…”
ผู้กำกับเหยียนวางสายโทรศัพท์ไปพร้อมกับรอยยิ้ม
หลังจากวางสายแล้ว เขาก็โทรหาคนของตนเองทันที
“เสี่ยวหยาง เตรียมรถให้หน่อย ฉันจะไปที่บ้านตระกูลเซียว มี ข่าวดีอยากบอกพวกเขา”
“ได้ครับผู้กำกับ” เสี่ยวหยางรีบไปจัดการเตรียมรถ
ผู้กำกับเหยียนรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้รู้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยโชค ดีถึงขนาดนี้ แถมยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย?
ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตในกระแสน ้ามูกแดงครั้งนั้น หลังจาก ค้นหาเธอมาเป็นเวลานาน พวกเขาไม่พบสิ่งใดเลย ทุกคนจึงคิดว่า เธอตายแล้ว
เวลานั้น ผู้กำกับเหยียนรู้สึกว่าช่างน่าเสียดาย สาวน้อยคนนี้รอด พ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมาหลายปี แต่เธอกลับมาเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุนี่หรือ?
โดยไม่คาดคิด เธอยังไม่ตาย ทว่าเธอไปโผล่ที่เมืองจูหลิงได้ อย่างไร?
บังเอิญกองกำลังทหารมีภารกิจที่เมืองจูหลิง และพอดีที่หญิงสาว ก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาจึงยอมเสียหน้ารบเร้าขอความช่วยเหลือจากคน อื่นให้พาเธอกลับมา
ผู้กำกับเหยียนถือโทรศัพท์ขณะลังเลใจ เขากำลังคิดว่า ควรโทร บอกตระกูลจี้ให้ทราบด้วยหรือไม่?
เพราะตอนที่เซียวหมิงเยวี่ยหายตัวไป ตระกูลจี้พยายามตามหา เธอจนแทบคลั่ง
เขาขึ้นรถไปยังบ้านใหม่ของครอบครัวเซียวอย่างรวดเร็ว เพื่อไป แบ่งปันข่าวดีกับพวกเขา
แท้จริงแล้ว ครอบครัวเซียวเพิ่งมาถึงเมืองเกาปาเล่อเมื่อไม่กี่วัน ก่อน และเพิ่งจะจัดการที่พักได้เสร็จสิ้น พวกเขาผ่านเรื่องราว มากมายระหว่างทาง แต่ก็สามารถมาถึงได้อย่างปลอดภัย
ด้วยความช่วยเหลือจากครอบครัวจี้ บ้านใหม่ของครอบครัว เซียวจึงถือว่าดีที่สุด เป็นบ้านสวนสามชั้นหลังใหญ่ เมื่อพิจารณาว่า คุณตากับคุณยายอายุมาก และชอบปลูกผักสวนครัว จึงจัดสวน ขนาดใหญ่ไว้ให้ และเมื่อเทียบกับบ้านในชุมชนหวาฮั่น บ้านใหม่หลัง นี้มีขนาดใหญ่กว่ามาก
ปัจจุบัน ผู้คนจากที่ต่าง ๆ อพยพเข้ามาสู่เมืองเกาปาเล่อมากขึ้น ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การจัดสรรที่อยู่อาศัยตึงเครียด ผู้ประสบภัยหลายคนที่เข้ามาหลังจากนั้นจึงจำเป็นต้องไปอยู่รวมกับ ผู้อื่นชั่วคราว
หลายพื้นที่ในเมืองเกาปาเล่อยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คงต้อง รอให้การก่อสร้างเสร็จสิ้นลงตามลำดับ จึงจะค่อย ๆ จัดสรรที่อยู่ อาศัยให้กับผู้คน
ดังนั้น การที่ครอบครัวเซียวมีโอกาสได้อาศัยอยู่ในบ้านสวนหลัง นี้ แสดงว่าครอบครัวจี้ใส่ใจพวกเขาอย่างมาก
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น สามีภรรยาเซียวก็ยังคงเย็นชาต่อ ครอบครัวจี้ ไม่อยากพบเจอพวกเขาอีกต่อไป ทุกครั้งที่เห็นครอบครัว จี้ ก็จะนึกถึงการเสียชีวิตของลูกสาว
ถ้าไม่ใช่เพราะจี้ซานซาน ลูกสาวของพวกเขาก็คงไม่ต้องผ่าน เส้นทางกระแสน ้ามูกแดงไหลหลาก และคงไม่ต้องสูญหายไป ซึ่งไม่รู้ ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
แม้จะรู้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุ แต่ความโศกเศร้าจากการ สูญเสียลูกสาวทำให้พวกเขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แล้วจะให้มาฝืน ยิ้มให้กับครอบครัวจี้ได้อย่างไร
ใครจะสามารถมีสติได้ในสถานการณ์แบบนี้?
ครอบครัวเซียวเพิ่งมาถึงเมืองเกาปาเล่อและยังไม่คุ้นเคยกับที่นี่ ตอนแรกสามีภรรยาเซียวไม่อยากมาอยู่บ้านที่ครอบครัวจี้จัดหาให้ พวกเขาต้องการไปอาศัยอยู่กับเจี่ยงเฉียงเวยพี่สาวคนที่สาม แต่พวก เขามาถึงที่นี่เพียงไม่กี่วัน
เมืองเกาปาเล่อมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล พวกเขาพยายามติดต่อ เจี่ยงเฉียงเวย แต่ก็ติดต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องพักอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว
“ถึงแล้ว ที่นี่เอง”
ผู้กำกับเหยียนลงจากรถ ขณะที่เสี่ยวหยางเดินไปเคาะประตูบ้าน
ภายในบ้าน สามีภรรยาเซียวกำลังจัดการสิ่งของอยู่ พวกเขาเพิ่ง ย้ายเข้ามา จึงยังมีของมากมายที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย
“ใครมากันนะ?” แม่เซียวเดินไปเปิดประตู
ผู้กำกับเหยียนเห็นสภาพปัจจุบันของแม่เซียว ก็อดรู้สึก ประหลาดใจไม่ได้
แม้ว่าแม่เซียวจะพยายามแต่งตัวให้ดูเรียบร้อย แต่ช่วงนี้เธอต้อง เผชิญกับความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกสาว จมอยู่กับความทุกข์ ทรมานทุกวัน
เส้นผมสีดอกเลาปรากฏขึ้นบนศีรษะของเธอ ใบหน้ามีริ้วรอย เพิ่มขึ้นมากมาย
แสงสว่างในดวงตาของแม่เซียวหายไป เหลือเพียงความเศร้า โศกและความรู้สึกชาชินที่ไม่อาจปกปิด
แม่เซียวฝืนยิ้มอย่างเคอะเขิน ก่อนจะพูดว่า
“ผู้กำกับเหยียนนี่เอง เชิญเข้ามาเลยค่ะ บ้านรกหน่อยนะคะ พอดี กำลังจัดของกันอยู่”
เมื่อเห็นว่าเป็นผู้กำกับเหยียน พ่อเซียวจึงเดินออกมาต้อนรับ ด้วยตัวเอง ตอนนี้พ่อเซียวดูเหมือนคนที่สูญเสียวิญญาณ ใบหน้า เต็มไปด้วยความทุกข์ยาก ไม่เหลือความมีชีวิตชีวาเหมือนดั่งเก่า
เมื่อเห็นสองสามีภรรยาที่เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้ กำกับเหยียนลอบถอนหายใจเบา น่าสงสารผู้เป็นพ่อแม่จริง ๆ!
เขาจึงไม่รีรออีกต่อไป
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมมาที่นี่ก็เพื่อบอกข่าวดีให้พวกคุณทราบ ลูกสาวของพวกคุณ หรือเซียวหมิงเยวี่ย ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ครับ”
สามีกับภรรยาเซียวหันมามองหน้ากัน สมองของพวกเขาเหมือน กำลังจะระเบิด
แม่เซียวก้าวออกไปข้างหน้า จับแขนเสื้อของผู้กำกับเหยียนและ พูดด้วยความตื่นเต้นว่า
“คะ… คุณพูดว่าอะไรนะคะ? ละ… ลูกสาวของฉันยังมีชีวิตอยู่จริง หรือ? คุณผู้กำกับเหยียน อย่ามาหลอกฉันนะ”
ผู้กำกับเหยียนกล่าวอย่างใจเย็น
“ครับ ผมเพิ่งได้รับข่าวมา ยืนยันแล้วว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ พวกคุณ สบายใจได้เลยครับ”
“แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหนครับ? ลูกสาวของผมอยู่ที่ไหน?”
พ่อเซียวเอ่ยถามด้วยริมฝีปากสั่นเทา
ผู้กำกับเหยียนตอบแช่มช้า “ตอนนี้เธออยู่ที่เมืองจูหลิง ผมได้ ฝากเพื่อนเก่าที่พอดีมีภารกิจไปเมืองจูหลิง ให้ช่วยดูว่าจะพาเธอ กลับมาด้วยกันได้หรือไม่”
“เมืองจูหลิงอยู่ที่ไหน? เธอยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ เหรอ?” แม่เซียว พึมพำ
ผู้กำกับเหยียนพูดย ้า “จริงครับ เซียวหมิงเยวี่ยยังมีชีวิตอยู่ ลูก สาวของคุณยังมีชีวิตอยู่!”
ขาทั้งสองของแม่เซียวอ่อนแรงจนแทบทรุด ร้องไห้จนแทบพูดไม่ เป็นคำ
“คุณผู้กำกับเหยียน คุณอย่ามาหลอกฉันแบบนี้ ฉันฝันถึง เหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ แต่พอตื่นขึ้นมาก็พบว่ามันไม่ใช่ความจริง! ไม่มีใครมาบอกข่าวดีกับฉันแบบนี้เลย…”
ผู้กำกับเหยียนรู้สึกเห็นใจ “คุณนายเจี่ยง คุณไม่ได้ฝันครับ ผม พูดความจริงทั้งหมด ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าเซียวหมิงเยวี่ยไปที่เมืองจูห ลิงได้อย่างไร แต่คนทางนั้นติดต่อผมมา นั่นคือเซียวหมิงเยวี่ยอย่าง แน่นอน!”
พ่อเซียวฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ “ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอคุย โทรศัพท์กับหมิงเยวี่ยได้ไหม เพื่อที่จะได้สบายใจ และขอให้พวกเรา ได้ฟังเสียงของเธอ ได้ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อเซียว แม่เซียวก็เพิ่งคิดได้เช่นกัน
“ใช่ ๆ ขอคุยโทรศัพท์กับเธอได้ไหมคะ?”
ผู้กำกับเหยียนลำบากใจ “เรื่องนี้…”
เมื่อเห็นท่าทางของผู้กำกับเหยียน คุณพ่อเซียวก็รีบคุกเข่าลง
“ขอร้องล่ะครับคุณผู้กำกับเหยียน ให้ผมได้ยินเสียงของลูกได้ ไหม ช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ ถ้าผมไม่ได้ยินเสียงลูก แล้วจะให้ สบายใจได้ยังไง!”
ผู้กำกับเหยียนตกใจ และรีบเข้าไปประคองพ่อเซียวให้ลุกขึ้น
“ไม่ ๆ ๆ คุณอย่าทำแบบนี้เลย ผมยังไม่ได้ปฏิเสธ เดี๋ยวผมจะลอง ถามให้ ถ้าหากว่าได้ ผมจะให้พวกคุณคุยโทรศัพท์ โอเคไหมครับ?”
สามีกับภรรยาเซียวร้องไห้ด้วยความดีใจ “จริงหรือ? นั่นเยี่ยมไป เลย!”
ชายหญิงสองคนที่อายุรวมกันเกือบหนึ่งร้อยปี เวลานี้กำลัง ร้องไห้เหมือนเด็กน้อย
ทันใดนั้น คุณตาใช้ไม้ค ้ายันค่อย ๆ เดินออกมาจากตัวบ้าน พูด ด้วยเสียงแหบพร่าว่า
“ชิงหว่าน เฉียงเชิ่ง พวกเธอทะเลาะอะไรกัน?”
หลังจากที่คุณตากินยายืดขาถลึงตา ร่างกายของเขาก็แข็งแรง มาก ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย ทว่าตั้งแต่เซียวหมิงเยวี่ยหายตัวไป คุณตา ก็ร่างกายทรุดโทรมลง
แม้ปากของเขาพยายามพูดว่าเซียวหมิงเยวี่ยจะปลอดภัยดี แต่ เขาก็ยังกังวลจนล้มป่วย และถึงกับต้องพึ่งพาไม้เท้าเวลาเดิน
“พ่อคะ ผู้กำกับเหยียนบอกว่าหมิงเยวี่ยยังไม่ตาย เธอยังมีชีวิต อยู่!” คุณแม่เซียวละล ่าละลักบอก
ขาของคุณตาหยุดชะงัก มือทั้งสองสั่นเทา ราวกับจะยืนยันในสิ่ง ที่เขาเคยพูด จึงพูดเสียงดัง
“ฉันบอกแล้วไงว่า หมิงเยวี่ยไม่มีทางตาย ฉันบอกแล้วว่าเธอจะ ไม่เป็นไร!”
สิ้นเสียง คุณตากระแทกไม้เท้าลงพื้นอย่างแรงด้วยความรู้สึก ตื่นเต้น
ผู้กำกับเหยียนมองดูครอบครัวที่เต็มไปด้วยความปีติยินดี บ้าง ร้องไห้ บ้างก็หัวเราะ ดูเหมือนว่าวันนี้เขาตัดสินใจมาถูกทางแล้ว