ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 386 มาถึงเมืองเกาปาเล่อ
บนเฮลิคอปเตอร์ เซียวหมิงเยวี่ยถูกจัดให้นั่งร่วมกับทหารหญิง อีกหลายคน และเสี่ยวฮุยฮุยถูกจัดให้มานั่งที่นี่ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเมื่อคำนึงถึงอันตรายของเสี่ยวฮุยฮุย พวกเขาจึงใส่ ตะกร้อครอบปากเสี่ยวฮุยฮุย และสวมสายจูงสุนัข
ไม่มีทางเลือกอื่น เสี่ยวฮุยฮุยจำเป็นต้องอดทน
ทหารหญิงหลายคนต่างมองซีวั่งในอ้อมแขนของเซียวหมิงเยวี่ย ซีวั่งลืมตาโต มองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แก้มป่อง น่ารัก ไม่ร้องไห้งอแง
เหล่าทหารหญิงรู้สึกเอ็นดูมาก หัวใจแทบหลอมละลายเพราะ ความน่ารัก
“น้องตัวเล็กจังค่ะ ตัวนิดเดียวเอง น่ารักจริง ๆ” ทหารหญิงคน หนึ่งที่มีรูปหน้าเหมือนไข่ไก่พูดขึ้น
“น้องอายุเท่าไหร่แล้วคะ?” ทหารหญิงผิวคล ้าอีกคนถาม
เซียวหมิงเยวี่ยตอบเบา ๆ “ยังไม่มากค่ะ เพิ่งคลอดมาได้แค่ สัปดาห์กว่า ๆ ไม่ถึงสองสัปดาห์”
“ไม่แปลกใจเลยที่น้องตัวเล็ก ที่แท้ก็เป็นทารกแรกเกิด เพิ่งเกิด ได้ไม่นาน”
“สมัยนี้ ทารกแรกเกิดที่คลอดออกมาอย่างปลอดภัยมีน้อยมาก แต่ละคนล้วนเป็นสมบัติล ้าค่ายิ่ง เมืองเกาปาเล่อของเรามีนโยบาย สวัสดิการสำหรับทารกแรกเกิดด้วยนะ รัฐบาลจะเป็นผู้ดูแล มีแพทย์ เฉพาะทางด้านการเลี้ยงดูเด็ก ตั้งแต่เรื่องนมผงในวัยทารก ไปจนถึง การศึกษาเมื่อโตขึ้น รัฐบาลจะรับผิดชอบทั้งหมด”
“จริงหรือคะ? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”
“นโยบายเพิ่งออกใหม่ ไม่แปลกหรอกที่เธอจะไม่รู้ และไม่ใช่แค่ เด็กเท่านั้นนะ พ่อแม่ของเด็กก็ได้รับสิทธิประโยชน์ด้วย มีข้อดี มากมายเลย!”
“นอกจากนี้ ตราบใดที่ผู้หญิงพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ทางรัฐบาลจะ จัดการเรื่องอาหารเสริมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ตลอดระยะเวลาการ ตั้งครรภ์ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโดยเฉพาะ รวมไปถึงการตรวจ สุขภาพต่าง ๆ คุณแม่ไม่ต้องกังวลอะไรเลย ทางเราจะจัดการให้ทุก อย่างตั้งแต่ตั้งท้องจนคลอด และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ฟรีหมด”
“ฉันเคยได้ยินมาบ้างเหมือนกัน ว่ากันว่าหลายพื้นที่ในเมืองถูก กันไว้เพื่อสร้างโรงเรียน! ได้ยินมาว่าเขตทหารของเราก็จะสร้าง โรงเรียนทหารด้วย ให้ลูกหลานของทหารได้เรียนฟรี”
“นี่เขาต้องการส่งเสริมให้มีลูกกันใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว เมื่อครึ่งเดือนก่อนเพิ่งสำรวจสำมะโนประชากร เพื่อ คาดการณ์จำนวนประชากรของประเทศ ลองเดาสิว่าตอนนี้มีจำนวน เท่าไหร่ แปดสิบกว่าล้านคน! นี่มันน่าเหลือเชื่อมาก”
“ลดลงอีกแล้วเหรอ? ไม่น่าแปลกใจเลย…”
ทหารหญิงมองซีวั่งด้วยความเอ็นดูรักใคร่ ขณะพูดคุยกันอย่าง ออกรส
เซียวหมิงเยวี่ยฟังบทสนทนาของพวกเธอ และได้ทราบถึง นโยบายใหม่ของรัฐบาล เธอเองก็ไม่รู้มาก่อนว่า ตอนนี้จำนวน ประชากรลดลงจนถึงขนาดนี้แล้ว
หากคำพูดของหญิงสาวที่เรียกว่าเทพธิดาเป็นความจริง ตอนนี้
ก็ได้เข้าสู่ยุคฟื้นฟูหลังภัยพิบัติอย่างเป็นทางการแล้ว ประชาชนต้อง ทนทุกข์ทรมานจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมานานหลายปี ผู้ที่รอด ชีวิตเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
จำนวนคนน้อยเกินไป
และการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติก็เป็นช่วงเวลาที่ต้องการผู้คนเป็น จำนวนมาก เด็ก ๆ ก็คือความหวังของอนาคต
ในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกเหนือจากการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของทารกแรกเกิด
ทารกแรกเกิดมีน้อยเกินไป ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ แม้แต่สิ่งของก็ยัง หายาก แล้วนับประสาอะไรกับชีวิตคน
แต่ละยุคสมัยก็มีนโยบายที่แตกต่างกัน รอจนกว่าการก่อสร้างที่
อยู่อาศัยจะเข้าสู่สภาวะปกติและมั่นคง ชีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชนจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับการสนับสนุนจากนโยบาย สวัสดิการ ทารกแรกเกิดจะต้องเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแน่นอน
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่ได้ ผ่านพ้นไปแล้ว หากยังมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นอีก ทุกอย่างก็ จะสูญเปล่า
เซียวหมิงเยวี่ยก้มลงมองซีวั่ง ในอนาคตซีวั่งจะเป็นพี่สาวคนโต ของเหล่าทารกแรกเกิดในยุคเบบี้บูมเมอร์ ฟันเฟืองแห่งโชคชะตานั้น ช่างประหลาดนัก เด็กหญิงคนนี้ ดันมาเกิดในช่วงเวลาที่ดีที่สุดซะนี่
ไม่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัด ไม่ต้องเผชิญกับพายุฝนและน ้า ท่วม ไม่ต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บและแผ่นดินไหว
เธอเกิดมาในช่วงปลายยุคหลังหายนะ
ต้องบอกตามตรง เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกอิจฉาเธออยู่บ้าง ที่เกิดมา ในช่วงเวลาอันเหมาะเจาะ
แล้วชีวิตเธอในอนาคตจะเป็นอย่างไรนะ?
คล้ายจะรับรู้ถึงอารมณ์ของเซียวหมิงเยวี่ย ซีวั่งส่งยิ้มหวานให้ เธอ และแลบลิ้นสองสามครั้ง ดูช่างน่ารักน่าเอ็นดู เรียกเสียงหัวเราะ จากเหล่าทหารหญิง และกระตุ้นความรู้สึกของการเป็นแม่ของพวก เธอให้พลุ่งพล่านอีกครั้ง
“เด็กคนนี้ตัวเล็กมาก แล้วคุณยังอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังคลอดใช่ ไหม?” หญิงทหารหน้ากลมถาม
“เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกฉันค่ะ ฉันรับมาระหว่างทาง”
เซียวหมิงเยวี่ยเล่าเรื่องราวการรับเลี้ยงซีวั่งให้พวกเธอฟังคร่าว ๆ
พวกเธอรับฟังและพูดว่า “เป็นอย่างนี้นี่เอง ไม่น่าแปลกใจเลย ฉันเห็นคุณหน้าตาสดใส ไม่เหมือนคนที่เพิ่งคลอดลูก”
“เด็กคนนี้โชคดีจริง ๆ ที่ได้เจอพวกคุณ” หญิงสาวคนหนึ่งพูด ด้วยความซาบซึ้ง
เซียวหมิงเยวี่ยกระตุกยิ้ม “คงเป็นเพราะพรหมลิขิตมั้งคะ”
ราวกับว่ามีสายใยที่มองไม่เห็นดึงดูดเธออยู่ เธอถูกพาผ่านมิติ มายังสถานที่แปลกใหม่ สายใยนั้นดึงดูดเธอให้พบกับแม่ของซีวั่ง และช่วยนำเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้มาสู่โลก
ตอนนี้ เธอจะได้กลับไปหาครอบครัว และใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้ง เพียงแต่ว่าครอบครัวของเธอจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น นั่นก็คือซีวั่ง
คุณพ่อ คุณแม่ คุณตา และคุณยายยังไม่รู้เรื่องการมีอยู่ของซีวั่ง มันจะต้องเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับพวกเขามากแน่ ๆ
“ฉันขออุ้มหน่อยได้ไหมคะ?”
เหล่าทหารหญิงหลายคนอดรนทนไม่ไหว ต่างก็อยากลองอุ้ม เด็กน้อยดูบ้าง
“ได้ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยื่นเด็กน้อยให้พวกเธอ ซีวั่งไม่กลัวคนแปลกหน้า เลี้ยงง่าย เป็นเด็กน้อยที่เหมือนนางฟ้า
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ ที่มีคนมาช่วยอุ้มทารกน้อย เธอจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง
เหล่าทหารหญิงก็มีความสุขเช่นกัน พวกเธอประคองเด็กน้อย ราวกับสมบัติล ้าค่า แม้แต่ตอนที่ซีวั่งเล่นน ้าลาย พวกเธอก็อดที่จะ ชมเชยไม่ได้
เซียวหมิงเยวี่ยมองออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดของเธอค่อย ๆ ว่างเปล่า
เฮลิคอปเตอร์บินสูงมาก เมื่อมองจากมุมนี้ ทิวทัศน์บนพื้นดินช่าง ดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก็ดูรกร้าง เหลือเพียงซากปรักหักพัง
ตรงกันข้าม พื้นที่รกร้างเหล่านั้นกลับมีสีเขียวขจี ดูมีชีวิตชีวา
บางครั้ง เมื่อพวกเขาบินผ่านทางหลวง ก็จะเห็นขบวนผู้คน อพยพที่ยาวเหยียดเหมือนมด พอได้ยินเสียงดังกระหึ่มจากบนฟ้า ผู้คนเหล่านั้นก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หนึ่งวันต่อมา…
“นี่ ตื่นได้แล้วค่ะ พวกเรามาถึงแล้วนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยถูกปลุกด้วยเสียงผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นทหาร หญิงหน้ารูปไข่ที่ชื่นชอบซีวั่งมาก เธอชื่อว่าอันเยว่ เป็นหญิงสาวที่
อบอุ่นและจิตใจดี
ตลอดเวลาหนึ่งวันนี้ อันเยว่คอยดูแลเซียวหมิงเยวี่ยเป็นอย่างดี
เซียวหมิงเยวี่ยรีบมองออกไปนอกหน้าต่าง พบว่าที่นี่เป็นลาน กว้างใหญ่ มีเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธจอดอยู่หลายลำ ทหารจาก เฮลิคอปเตอร์ลำอื่น ๆ ทยอยลงมา
สมองของเซียวหมิงเยวี่ยกลับมาแจ่มใสทันที “นี่คือเมืองเกาปา เล่อเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ ที่นี่คือเมืองเกาปาเล่อ บ้านใหม่ของคุณ ไปกันเถอะ ถึง เวลาลงแล้ว” อันเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม
เซียวหมิงเยวี่ยรีบลุกขึ้นยืน เสี่ยวฮุยฮุยเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว และมายืนอยู่ด้านข้างเธอท่าทีเรียบร้อย
“ถึงซะที”
เซียวหมิงเยวี่ยจูงหมาป่าและรับซีวั่งมาอุ้ม จากนั้นเดินลงจาก เฮลิคอปเตอร์
เมื่อเท้าของเซียวหมิงเยวี่ยสัมผัสพื้นดิน หัวใจของเธอก็เต็มไป ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เธอหันมองไปรอบ ๆ ที่นี่คือจุดหมายปลายทางของผู้ลี้ภัยทุกคน จากเมืองเผิงจิง
เมืองเกาปาเล่อ
ความยากลำบากและอุปสรรคระหว่างทางทั้งหมด ก็เพื่อความอยู่ รอดที่นี่
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ในระยะไกล สามีภรรยาเซียว รวมถึงคุณตาและคุณยาย ต่าง กำลังเฝ้ามองด้วยความใจจดใจจ่อ
“อยู่ไหนนะ? หมิงเยวี่ยอยู่ที่ไหน?”
พวกเขาทั้งหมดถูกคุณปู่จี้พาเข้ามา เมื่อคุณปู่จี้ได้ทราบข่าวว่า เซียวหมิงเยวี่ยยังมีชีวิตอยู่ เขารู้สึกดีใจมาก ส่วนคนที่ยืนถัดจากเขา ก็คือผู้กำกับเหยียนที่เดินทางมาด้วยกัน