ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 387 ครอบครัวกลับมารวมกัน
แน่นอนว่ายังมีจี้ซานซาน เธอกำลังเฝ้ามองด้วยความคาดหวัง ก่อนที่เธอจะมารอรับเซียวหมิงเยวี่ย เธอผ่านการร้องไห้อย่างหนักจน ดวงตาแดงก ่า
ตั้งแต่เซียวหมิงเยวี่ยหายตัวไปในกระแสน ้ามูกแดง เธอก็ใช้ชีวิต ด้วยความรู้สึกผิดอยู่เสมอ
ถ้าเธอไม่อบคุกกี้ และถ้าเธอไม่เรียกให้เซียวหมิงเยวี่ยมาหา ทุก อย่างคงไม่เกิดขึ้นใช่ไหม?
โชคดี โชคดีจริง ๆ ที่พี่หมิงเยวี่ยยังมีชีวิตอยู่ ไม่งั้นเธอคงจะต้อง โทษตัวเองไปตลอดชีวิต และไม่มีวันมีความสุขอีกเลย
ที่นี่มีผู้คนมากมาย ไม่ได้มีแค่พวกเขาที่กำลังมองหาตัวเธอ แต่ ทางเซียวหมิงเยวี่ยก็กำลังสับสน นี่เธอควรไปทางไหนดี?
แต่เสี่ยวฮุยฮุยตอบสนองอย่างรวดเร็ว มันได้กลิ่นของครอบครัว เซียว จึงพยายามดึงเซียวหมิงเยวี่ยไปในทิศทางหนึ่ง
“ทางนั้นเหรอ?” เซียวหมิงเยวี่ยถาม
เสี่ยวฮุยฮุยส่งเสียงบอกไม่ได้ เนื่องจากปากของมันถูกปิด จึง เพียงพยักหน้า
เซียวหมิงเยวี่ยรีบเดินตามเสี่ยวฮุยฮุยตรงไปยังทิศทางนั้น
เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ท่ามกลางกลุ่มชุดลายพราง กลุ่ม ครอบครัวเซียวก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเด่นชัด และเซียวหมิงเยวี่ย สังเกตเห็นพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าคุณพ่อเซียวเห็นร่างของลูกสาวเช่นกัน แต่ตอนแรก เขายังไม่ค่อยแน่ใจ
“นั่นใช่หมิงเยวี่ยลูกสาวของเราหรือเปล่า?”
“พ่อคะ! แม่คะ!”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มและโบกมือให้พวกเขา ก่อนจะเริ่มวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวฮุยฮุยดิ้นหลุดจากพันธนาการ และรีบวิ่งไปหาครอบครัว เซียว
คุณยายหลั่งน ้าตาออกมา เดินโซเซไปหาหลานสาว พูดเสียง สะอื้น
“หมิงเยวี่ย! หลานรัก หนูยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ! ยายนึกว่าพวกเขา แค่หลอกยาย…”
คุณยายโอบกอดเซียวหมิงเยวี่ยแน่นและปฏิเสธที่จะปล่อย เธอ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้
คุณพ่อเซียว คุณแม่เซียว และคุณตาเดินตามเข้ามารวมตัวกัน ด้วยน ้าตาที่ไหลนองหน้า
หลังจากผ่านมาเป็นระยะเวลายาวนาน และได้พบกับเซียวหมิง เยวี่ยอีกครั้ง พวกเขาแทบไม่อยากละสายตาจากใบหน้าที่ฝังอยู่ในใจ แม้แต่วินาทีเดียว
พวกเขาไม่สามารถบรรยายความรู้สึกในใจออกมาเป็นคำพูดได้
“ดีจริง ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ช่างดีเหลือเกิน ต่อไปนี้ดูแลตัวเองดี ๆ อย่าหายไปไหนอีกนะ”
คุณแม่เซียวสัมผัสใบหน้าของเซียวหมิงเยวี่ยด้วยความไม่เชื่อ มือของเธอสั่นเทา
“หมิงเยวี่ยจริงด้วย…”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยได้พบกับครอบครัวอีกครั้ง เธอรู้สึกประหลาด ใจ
คุณพ่อคุณแม่ดูผอมลงไปหลายส่วน คุณตากับคุณยายก็ เช่นกัน ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเพียงไม่นาน แต่ทำไมพวกเขาดูแก่ลงไปหลาย ปี
“แม่คะ ทำไมผมของแม่ถึงเปลี่ยนเป็นสีขาวเยอะขนาดนี้?” เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกเป็นกังวล
คุณแม่เซียวลูบเส้นผมของตัวเองด้วยความเขินอาย พูดด้วย รอยยิ้มว่า
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ แม่อายุเยอะขึ้น ก็ต้องมีผมหงอกบ้างแหละ”
เซียวหมิงเยวี่ยรู้สึกปวดใจ
หลังจากทักทาย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แสดงความห่วงใย และ กอดกันร้องไห้แล้ว พวกเขาก็สังเกตเห็นเด็กทารกในอ้อมแขนของ เซียวหมิงเยวี่ย
“เด็กคนนี้เป็นใครกัน?”
“เป็นเด็กที่หนูเก็บมาจากข้างทาง เพิ่งคลอดได้แค่สัปดาห์กว่า ๆ น่าสงสารมาก หนูรู้สึกผูกพันกับเด็กคนนี้ จึงรับเลี้ยงไว้” เซียวหมิง เยวี่ยอธิบาย
เธอพูดเสริม “เธอชื่อเซียวซีวั่ง เป็นผู้หญิงค่ะ”
คุณยายอุ้มเด็กอย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า “เด็กผู้หญิงที่เก็บได้ ข้างทางเหรอ?”
คุณยายใจอ่อนยวบ “โอ้โห เด็กทารกน่ารักน่าเอ็นดู ตัวเล็กนิด เดียว เพิ่งเกิดเองหรือเนี่ย”
“ใช่ค่ะ ต่อไปนี้เธอจะเป็นลูกสาวของหนู” เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มอย่าง มีความสุข
“ลูกสาวพ่อนี่นะ ยังไม่แต่งงานเลย แล้วจะเอาเด็กมาเป็นลูก เหรอ? คนอื่นถามมาจะอธิบายยังไง เปลี่ยนเป็นน้องสาวไปเถอะ”
คุณพ่อเซียวตำหนิ แต่ก็ยอมรับการมีอยู่ของเสี่ยววั่งอย่างเต็มใจ เพียงแต่ต้องเปลี่ยนสถานะ
เซียวหมิงเยวี่ยคิดดูก็เห็นด้วย
“ก็ได้ค่ะ”
ในตอนนั้น คุณปู่จี้กับจี้ซานซานก็เดินเข้ามา
คุณปู่จี้ยิ้มอย่างใจดี “แม่หนูหมิงเยวี่ย ได้ยินว่าหนูไปอยู่ที่เมือง จูหลิง พวกเราดีใจกันมากเลย เดินทางมาลำบากไหม?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มเล็กน้อย “คุณปู่จี้ เดินทางมาไม่ลำบากเลยค่ะ ต้องขอบคุณคุณปู่และคุณผู้กำกับเหยียนมากจริง ๆ ที่ทำให้หนูมี โอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินมาที่เมืองเกาปาเล่อ ไม่งั้นหนูคงต้องเดิน เท้าอย่างน้อยสองเดือนกว่าจะถึง!”
เมื่อเห็นคุณปู่จี้และคุณผู้กำกับเหยียนปรากฏตัวพร้อมกัน เซียวหมิงเยวี่ยก็พอจะเดาได้ว่า คนที่ช่วยให้เธอมีโอกาสได้บินฟรี มายังเมืองเกาปาเล่อนั้น ต้องมีคุณปู่จี้เป็นผู้มีส่วนร่วมด้วย
ก็เพราะว่าคุณปู่จี้เป็นอาจารย์ของผู้กำกับเหยียน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องบารมีหรือความสัมพันธ์ ก็ล้วนเหนือกว่าผู้กำกับเหยียนอยู่มาก
ผู้กำกับเหยียนพูดหยอกล้อว่า
“ให้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ถ้าอีกกว่าสองเดือนเธอจะมาถึง ซาน ซานเด็กคนนี้คงได้โทษตัวเองจนตรอมใจตายแน่!”
ในที่สุดจี้ซานซานก็ทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“ขอโทษค่ะพี่หมิงเยวี่ย ฉันเกือบทำให้พี่ตาย มันเป็นความผิด ของฉัน พี่จะตีฉัน หรือด่าฉันก็ได้”
“ซานซาน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลยนะ วันนั้นฉันลงจากรถ เพื่อเดินเล่น แล้วบังเอิญแค่เดินไปทางนั้นเฉย ๆ ต่อให้เธอไม่เรียกให้ ฉันไปเอาขนม ฉันก็คงถูกกระแสน ้าพัดไปอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็แค่หวังดีอยากแบ่งปันของกินกับฉัน ไม่ได้ ตั้งใจจะทำร้ายฉัน แล้วจะมาโทษเธอได้ยังไง? มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ เลย อย่าไปโทษตัวเองสิ อย่าแบกรับความผิดที่เธอไม่ได้ก่อเลย”
มองดูสภาพของจี้ซานซาน เธอดูมีปมในใจไม่น้อย ถ้าไม่รีบ ปลอบโยนเธอ เกรงว่าเด็กสาวอาจจะเก็บความรู้สึกผิดอยู่แบบนี้
ตลอดไป และกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด
จี้ซานซานสะอึกสะอื้น “จริงหรือคะ?”
“ก็จริงน่ะสิ ฉันแค่เดินเล่นอยู่แถวนั้นเฉย ๆ ไม่ได้เป็นเพราะเธอ เลย ตอนที่ฉันได้รับข้อความจากเธอ ตอนนั้นฉันอยู่ข้างนอกอยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งออกไป แล้วบังเอิญน ้ามูกแดงไหลหลากมาทางนั้นพอดี ถ้า จะโทษ ก็ต้องโทษที่เธอไม่ส่งข้อความมาให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นเธออาจจะ ช่วยฉันไว้ได้ทัน”
เซียวหมิงเยวี่ยแต่งเรื่องโกหกเล็กน้อย และแสดงท่าทีเหมือน โกรธเคือง
จี้ซานซานโผเข้ากอดเซียวหมิงเยวี่ย “พูดจริงเหรอคะ? ไม่ว่า ยังไงก็ตาม พี่หมิงเยวี่ย ดีจริง ๆ ที่พี่ยังมีชีวิตอยู่ ดีใจเหลือเกินที่ได้ เจอกับพี่อีกครั้ง!”
เมื่อได้เห็นเซียวหมิงเยวี่ยและรับฟังคำพูดเหล่านั้น ก้อนหินที่กด ทับในใจของจี้ซานซานอยู่ตลอดเวลา ก็เหมือนกับถูกยกออกไป ทันใด
หัวใจที่มัวหมอง ก็รู้สึกผ่อนคลายลงไปอย่างมาก
“ต้องมีชีวิตอยู่แน่นอน ฉันยังคิดถึงคุกกี้ของเธออยู่เลย” เซียวห มิงเยวี่ยพูด
จี้ซานซานหลั่งน ้าตาพลางหัวเราะ “อย่าไปพูดถึงคุกกี้เลย ตอนนี้
ฉันมีบาดแผลทางใจแล้ว ไม่กล้าเข้าครัวเลยด้วยซ ้า”
เมื่อเห็นเช่นนี้ ผู้กำกับเหยียนก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ปมในใจ ของจี้ซานซานคลี่คลายลง คุณปู่จี้ก็สบายใจขึ้นเยอะ
สามีภรรยาเซียวสบตากัน ก่อนเดินเข้าไปหาอย่างรู้สึกผิด
“คุณปู่จี้ พวกเราต้องขอโทษคุณด้วย ช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก เหตุการณ์ของหมิงเยวี่ย พวกเราไม่สามารถรักษาทัศนคติที่ดีได้ แล้ว ยังไประบายความโกรธกับซานซานหลานสาวของคุณ พวกเราขอ โทษจริง ๆ ค่ะ”
“ซานซาน ลุงกับป้าต้องขอโทษหนูด้วยนะ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิด ของหนูเลย แต่พวกเรากลับไปพูดไม่ดีแบบนั้น ต้องขอโทษหนูมาก จริง ๆ”
คุณปู่จี้โบกมือ “ฉันเข้าใจเรื่องนี้ดี ยังไงซะแม่หนูหมิงเยวี่ยก็เป็น ลูกคนเดียวของพวกเธอ เด็กหายไปทั้งคน ใครจะมาใจเย็นอยู่ได้? ไม่ เสียสติก็ดีแค่ไหนแล้ว”
จี้ซานซานโบกมือซ ้าแล้วซ ้าเล่า “ไม่ ๆ ๆ คุณลุง คุณป้า ไม่ต้อง ขอโทษหนูเลย ช่วงนี้พวกคุณก็ทุกข์ทรมานมากพอแล้ว ถ้าเป็นหนู หนูคงจะสติแตกไปนานแล้ว และพวกคุณก็ไม่ได้พูดอะไรที่รุนแรงกับ หนูเลย หนูเข้าใจทั้งหมดค่ะ”
พอได้ฟังพวกเขาพูดแบบนั้น สามีภรรยาเซียวก็ยิ่งรู้สึกผิด
“ขอบคุณที่ไม่ถือสาการกระทำของเรา และขอบคุณมากสำหรับ การดูแลพวกเรามาตลอดทาง”
คุณปู่จี้พูดด้วยน ้าเสียงกระปรี้กระเปร่า “ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก แม่หนูหมิงเยวี่ยเคยช่วยชีวิตซานซาน และช่วยชีวิตฉันด้วย ถ้าจะพูด ขอบคุณ ก็ต้องเป็นพวกเราที่ขอบคุณต่างหาก ตอนนี้แม่หนูหมิงเยวี่
ยก็กลับมาแล้ว นี่ ตาเฒ่า เรายังเล่นหมากรุกด้วยกันได้ใช่ไหม?”
เขาตะโกนเรียกคุณตา
แม้ว่าคุณตาจะมีผมและเคราสีขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย แต่ ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเขากลับมามีพลังเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
เขาตะโกนเสียงดังเหมือนระฆังใหญ่ว่า “ได้อยู่แล้ว! กลัวที่ไหน?”
ทุกคนหัวเราะอย่างมีความสุข บรรยากาศเต็มไปด้วยความ อบอุ่น
เซียวหมิงเยวี่ยมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นร่างที่คุ้นเคย ในที่สุดเธอก็ อดไม่ได้ที่จะถามว่า
“ซานซาน พี่ชายเธอไปไหน?”
จี้ซานซานตกตะลึง เธอหลบสายตาเล็กน้อย แล้วพูดติดขัดว่า
“พี่… พี่ชายขะ… เขา…”
สีหน้าของคุณปู่จี้เปลี่ยนไปเช่นกัน
เซียวหมิงเยวี่ยไม่เข้าใจว่า มีอะไรที่พวกเขาพูดออกมาไม่ได้
“พูดมาสิ พี่ชายของเธอเขาทำไม?”