ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 388 โรคติดต่อประหลาด
จี้ซานซานกัดริมฝีปาก “ขะ… เขาล้มป่วย และอยู่ในอาการโคม่า ตอนนี้กำลังรับการรักษาอยู่ค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยขมวดคิ้ว “ป่วยเหรอ? ทำไมถึงป่วยหนักขนาดนั้น งั้นฉันไปเยี่ยมเขาหน่อยดีกว่า”
แต่จี้ซานซานกลับรีบพูดสวนขึ้นทันใด
“ไม่ต้องค่ะ!”
“ทำไมล่ะ?”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำไมจี้ซานซานถึงมี ท่าทีแปลก ๆ ทุกครั้งที่พูดถึงจี้เหวินซี และถึงขนาดไม่อยากให้เธอไป เยี่ยมเขาด้วยซ ้า
ยิ่งไปกว่านั้น จี้ซานซานเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่ คิดอะไรก็ แสดงออกทางสีหน้าทันที
มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เซียวหมิงเยวี่ยจะไม่สังเกตเห็น
“พูดมาเถอะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
สมาชิกครอบครัวเซียวต่างก็งุนงง เกิดอะไรขึ้นกับจี้เหวินซีอย่าง นั้นหรือ?
พวกเขาไม่เข้าใจ เพราะว่าก่อนหน้านี้สองสามวันชายหนุ่มยังดู ปกติดีอยู่
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อสองสามวันก่อนยังดูแข็งแรงดีอยู่เลยไม่ใช่ เหรอ?” คุณแม่เซียวถามด้วยความเป็นห่วง
“จริงด้วย ทำไมพวกคุณไม่บอกอะไรเราเลยสักคำ พวกเราได้รับ การดูแลจากคุณจี้มามาก อย่างน้อยก็ควรไปเยี่ยมดูอาการเขา” คุณ พ่อเซียวพูดเสริม
เพียงไม่กี่วันก่อนที่พวกเขาจะมาถึงเมืองเกาปาเล่อ จี้เหวินซีช่วย จัดการที่พักให้กับครอบครัวเซียว สามีภรรยาเซียวเคยเจอกับเขา แล้ว
ภายในไม่กี่วัน ทำไมเขาถึงป่วยหนักขนาดนั้น?
ดวงตาคุณปู่จี้เป็นประกาย เขาพูดอย่างใจเย็นว่า
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ซานซานพูดเกินจริงไปหน่อย ก็แค่ โรคประจำตัวที่ติดตัวมาตั้งแต่ตอนเกิด ช่วงนี้เขาทำงานหนัก อาการ เลยกำเริบ ไม่นานเดี๋ยวก็หายดี ครอบครัวจี้เพิ่งมาถึงเมืองเกาปาเล่อ และจำเป็นต้องสร้างรากฐานให้มั่นคง ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ถ้า เกิดอะไรขึ้นกับหัวหน้าครอบครัวอย่างเขา ขวัญกำลังใจของกองทัพ คงสั่นคลอน ดังนั้น พวกเราจึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร”
คุณแม่เซียวเริ่มเข้าใจ “เป็นแบบนี้นี่เอง งั้นพวกเราจะไม่บอกใคร ค่ะ”
คุณปู่จี้พยักหน้า และพูดต่อว่า
“ตอนนี้เขาอยู่โรงพยาบาลพิเศษ การจัดการเข้มงวด ไม่สะดวก ต่อการเยี่ยมไข้ รออีกสักพัก ให้เขาหายป่วยก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
จี้ซานซานรีบพูดเสริมว่า “ใช่ค่ะ ๆ ๆ ตอนนี้ไม่สะดวกให้ไปเยี่ยม”
“เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาดนะ” คุณปู่จี้สีหน้าจริงจัง
“ค่ะ”
แม้ว่าในใจเซียวหมิงเยวี่ยจะยังมีข้อสงสัย แต่เห็นคุณปู่จี้พูด เช่นนั้น เธอจึงไม่กล้าถามต่อ
ไม่ให้ไปเยี่ยมก็จะไม่ไป
เธอคิดว่าคุณปู่จี้จะต้องปิดบังอะไรบางอย่างไว้แน่ ๆ และไม่อยาก ให้เธอรู้
ไม่อย่างนั้นทำไมจี้ซานซานถึงมีท่าทีแปลก ๆ อยู่ตลอด?
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาพูดสมเหตุสมผล ตอนนี้ครอบครัวจี้เพิ่ง ย้ายมา สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องตั้งหลักปักฐานในเมืองเกาปาเล่อ ให้มั่นคงก่อน
จริงอยู่ที่จี้กรุ๊ปเคยเป็นผู้นำในเมืองเผิงจิง ทว่านั่นเป็นเพียงอดีต มันเป็นเรื่องยากสำหรับมังกรแข็งแกร่งที่จะเอาชนะงูท้องถิ่น
หากจี้กรุ๊ปต้องการมีที่ยืนในเมืองเกาปาเล่อ ก็จำเป็นต้องทุ่มเท ความพยายาม และแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว
อย่างไรก็ตาม พลังของจี้กรุ๊ปนั้นไม่ควรถูกมองข้าม เพียงแค่กรม เกษตรกรรมที่สร้างขึ้นในเมืองเผิงจิงแห่งเดียว ก็มีความโดดเด่น เหนือใครในประเทศ และได้รับคำยกย่องจากทางรัฐบาลกลาง
ต่อจากนี้ จี้กรุ๊ปจะเป็นเสมือนคมดาบที่ทิ่มแทงเข้าสู่เมืองเกาปา เล่อ มุ่งหวังจะเข้ามามีส่วนร่วม แบ่งปันผลประโยชน์ และหลีกเลี่ยง การต่อสู้ไม่ได้
ไม่ใช่แค่เพียงธุรกิจท้องถิ่นในเมืองเกาปาเล่อเท่านั้น แต่ยังมี คู่แข่งมากฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งต่างก็ใช้กลยุทธ์ของตัวเอง ใคร เก่ง ใครอ่อน ล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถ
ณ ขณะนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ใครจะสามารถขึ้นสู่อันดับสูงสุดท่ามกลางกระแสการฟื้นฟูเมืองหลัง ภัยพิบัติ? และสามารถคว้าตำแหน่งเจ้าแห่งอำนาจสำเร็จ?
ศึกแห่งการต่อสู้ที่ไร้ซึ่งดินปืนครั้งนี้ คงจะน่าตื่นเต้นน่าดู
คุณปู่จี้ยิ้มอย่างใจดีและพูดว่า “กลับบ้าน ๆ ลูกสาวสุดที่รักของ พวกเธอเพิ่งกลับมา พวกเธอคงมีเรื่องคุยกันอีกเยอะ รีบ ๆ กลับบ้าน กันเถอะ หมิงเยวี่ย ลองไปดูบ้านใหม่ของหนูสิว่าถูกใจหรือเปล่า พวก เรากลับก่อนนะ ไม่รบกวนพวกเธอแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณปู่จี้จัดการให้ ก็ต้องดีอยู่แล้ว ค่ะ หนูจะต้องถูกใจมันแน่ ๆ หนึ่งแสนเปอร์เซ็นต์”
…
ระหว่างทางกลับ
“คุณปู่คะ จะไม่บอกเรื่องนั้นกับพี่หมิงเยวี่ยจริง ๆ เหรอ? หนูดู ออกนะว่าพี่ชายชอบพี่หมิงเยวี่ยมาก ปิดบังไว้แบบนี้จะดีหรือคะ?” จี้
ซานซานพูดด้วยความลังเล
สีหน้าของคุณปู่จี้จริงจัง “ปู่ไม่ได้ปิดบังอะไรจากแม่หนูหมิงเยวี่ย พี่ชายของหลานป่วยอยู่จริง ๆ แค่ไม่ได้บอกว่าเป็นโรคติดต่อเท่านั้น
เขาติดโรคนี้อย่างกะทันหัน และกำลังถูกกักกันเพื่อการวิจัย อย่างเข้มข้น ไม่อนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยม และทางเบื้องบนก็สั่งให้ปิด เป็นความลับ ปู่จะไปพูดอะไรได้?”
เคสนี้ไม่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ ด้วย ความที่เป็นโรคที่พบได้ยาก จี้เหวินซีจึงถูกกักตัวไว้เพื่อทำการวิจัย
ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อชนิดใหม่นี้ยังอยู่ในขั้นตอนการปิดเป็น ความลับ เนื่องจากยังไม่ทราบแหล่งที่มาของโรคและผลกระทบต่อ ร่างกายมนุษย์ จึงขอเก็บเป็นความลับเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่น ตระหนก
เหล่าผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างมารวมตัวกัน เพื่อศึกษาโรคชนิดใหม่นี้
แต่คุณปู่จี้กลับรู้สึกว่าโรคติดต่อของจี้เหวินซีนั้นแปลกประหลาด ผู้คนมากมายติดต่อใกล้ชิดกันเสมอ แต่ทำไมเขาถึงเป็นคนเดียวที่
ป่วยเป็นโรคติดต่อที่หายาก?
และเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีอาการอะไรเลย ซึ่งถือว่า แปลกมาก
ถ้ามันเป็นโรคติดต่อ ก็ไม่ควรมีแค่คนเดียวสิ มันน่าจะมีคนป่วย จำนวนมากกว่านี้
แม้คุณปู่จี้จะสงสัย แต่ความจริงก็เป็นเช่นนี้ ยังไม่มีเคสใหม่ เพิ่มขึ้น และมีเพียงจี้เหวินซีคนเดียวจริง ๆ
ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือร้าย คุณปู่จี้เองก็รู้สึกกังวลใจมาก เช่นกัน!
จี้ซานซานได้ยินแล้วรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “เปล่าค่ะ หนูหมายถึง หวงหลี ผู้หญิงที่ชื่อหวงหลีคนนั้น เราจะไม่บอกพี่หมิงเยวี่ยถึงการ ดำรงอยู่ของเธอจริง ๆ เหรอคะ? ทุกคนพูดกันว่าเธอเป็นเทพธิดา แต่ หนูกลับรู้สึกว่าเธอเป็นคนโกหกหลอกลวง!”
“ตั้งแต่พวกเรามาถึงเมืองเกาปาเล่อ ผู้หญิงคนนี้ก็ตามตื๊อพี่ชาย ตลอด พูดจาเพ้อเจ้อว่าพี่ชายคือคู่หมั้นที่ถูกกำหนดไว้จากสวรรค์”
“ตอนนี้พี่ชายเขาป่วยหนัก ในฐานะที่หนูเป็นน้องสาวแท้ ๆ กลับไปเยี่ยมไม่ได้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นใช้สถานะเทพธิดาของหล่อน เข้าพักที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลพี่ชาย ปู่คิดว่าสิ่งนี้สมเหตุสมผลเหรอ คะ?”
จี้ซานซานรู้สึกโกรธมาก เธอไม่ชอบหวงหลีคนนั้น หล่อนทั้ง หยิ่งยโส ไร้มารยาท และน่ารำคาญ
ท่าทางวางอำนาจ เหมือนตัวเองสูงส่ง ไม่สนใจใคร จี้ซานซาน มองแล้วรู้สึกไม่ถูกชะตาด้วย
คุณปู่จี้ถอนหายใจยาว “เราทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้หรอก พูดง่าย ๆ ก็คือมันแปลก ตอนแรกปู่ก็ไม่เชื่อเรื่องเทพธิดาอะไรนั่น แต่เธอก็ เป็นคนเดียวที่มีวิธีบรรเทาอาการของพี่ชายหลาน เธอสามารถช่วย หมอรักษาเขาได้ แน่นอนว่าเธอจึงต้องพักอยู่ในโรงพยาบาล”
“ไม่สำคัญว่าเธอเป็นใคร ตราบใดที่พี่ชายหลานหายจากอาการ เจ็บป่วย เรื่องอื่นก็ช่างมัน”
คุณปู่จี้ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
จี้ซานซานกัดริมฝีปาก พูดด้วยความกังวล
“แล้วถ้าเธอมาแย่งพี่ชายไปจากหนูจะทำยังไง? หนูรู้ว่าพี่ชายเขา ชอบพี่หมิงเยวี่ย และหนูก็ชอบพี่หมิงเยวี่ยมากด้วย”
คุณปู่จี้ยิ้มอย่างขำขัน “พี่ชายของหลานเป็นคนแบบนั้นหรือ? รอจนเขาหายดีแล้ว เราจะขอบคุณเธออย่างสมน ้าสมเนื้อ ไม่ถึงกับ ต้องเสียพี่ชายหลานไปหรอก”
จี้ซานซานอุทาน “เข้าใจแล้วค่ะ หวังว่าพี่เขาจะหายป่วยและ กลับมาแข็งแรงเร็ว ๆ”
…
ภายในโรงพยาบาลลับแห่งหนึ่ง
จี้เหวินซีนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีสายยางและเครื่องมือ แพทย์มากมายอยู่บนร่างกาย เสียงเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพดังรัว บ่งบอกถึงสัญญาณการมีชีวิตอยู่
ด้านนอกห้องแยกโรค หญิงสาวร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าประตู และ มองดูจี้เหวินซีที่นอนอยู่บนเตียงผ่านกระจกใสเงียบงัน
หญิงสาวมีใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากบางเฉียบ หางตาเฉียงขึ้น เผย ให้เห็นความเย่อหยิ่งและดูถูกดูแคลน ราวกับว่าไม่มีใครคู่ควรกับเธอ
แม้จะมีใบหน้าที่งดงามราวกับนางฟ้า แต่เธอกลับมีท่าทีที่เต็มไป ด้วยเล่ห์เหลี่ยม
หวงหลีพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“นี่น่ะหรือจี้เหวินซีผู้โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจของจีนอีกหลาย สิบปีให้หลัง? ฉันเคยเห็นเขาตอนแก่เท่านั้น พอได้มาเห็นตอนเขายัง หนุ่ม ๆ แบบนี้ ก็ถือว่าเป็นหนุ่มหล่อทีเดียว”